จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 185 สำนักยาเทวะ

    ตอนที่ 185


    สำนักยาเทวะ


    เท้าทั้งสี่ของอาชาตัวสีน้ำตาลหยุดลงด้วยคำสั่งของผู้ที่นั่งอยู่บนหลังของมัน สุดสายตาของหลิงเฉินเขามองเห็นสำนักขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา 


    มันคือสถานที่เป้าหมายของเขา หลิงเฉินเดินทางจากเมืองชิงลู่จนถึงตอนนี้เขามาถึงสำนักยาเทวะในเช้าวันที่ห้า


    หลังจากที่หยุดมองเป้าหมายของตนเองอยู่ไกลๆสักพัก หลิงเฉินได้เริ่มควบอาชาของตนเองมุ่งตรงไปที่บริเวณตีนยอดเขาที่จะขึ้นสู่สำนักยาเทวะ 


    อาชาสีน้ำตาลวิ่งผ่านป่ามุ่งตรงไปยังทางขึ้นไปยังบนยอดเขา หลิงเฉินยังจำได้แม่นว่าทางขึ้นไปสู่ยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของสำนักยาเทวะมันจะมีบันไดที่สูงกว่าหนึ่งหมื่นขั้นที่ถูกสร้างเอาไว้เพื่อเป็นทางเดินขึ้นสู่ด้านบนอยู่บริเวณทางทิศตะวันออกของภูเขาลูกนั้น 


    เมื่อไปถึงบัดนี้บริเวณตีนเขาที่หลิงเฉินคุ้นเคยในสมัยก่อนมันก็มีหมู่บ้านขนาดกลางถูกสร้างขึ้นมา หลิงเฉินหยุดอาชาของตนเองอีกครั้งก่อนที่มันจะวิ่งเข้าไปสู่ภายในหมู่บ้าน ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬอันแสนเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความสง่างามที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาตัวนั้นได้มองทอดยาวเข้าไปด้านในหมู่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาด้านหน้า 


    หลิงเฉินประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อ 500 ปีก่อนยามที่มาที่สำนักยาเทวะเพื่อพบกับเยี่ยหวนผู้เป็นสหายครั้งสุดท้ายตอนนั้นบริเวณนี้ยังไม่มีหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นเลย


    เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาโน้มกายลงมาจากหลังของมันแล้วเริ่มเดินจุงอาชาเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตมากที่สุดการมาที่สำนักยาเทวะในครั้งนี้เขาจะต้องไม่รีบร้อนเกินไปและอย่างทำอันใดเกินหน้าเกินตา 


    ตอนนี้แก่นพลังวิญญาณของเขาเรียกได้ว่าเกิดอาการบาดเจ็บอย่างหนักเพราะฝืนดูดซับพลังวิญญาณของเฟิ่งหวงเข้าไป การจะใช้อักขระระดับต่ำก็ยังพอทำได้อยู่โดยอาการไม่กำเริบมากนักแต่เมื่อใดที่ใช้อักขระระดับสูงเขาจะเจ็บปวดบริเวณแก่นพลังวิญญาณอย่างร้ายแรง 


    หลิงเฉินที่ย่างกายเข้ามาภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เริ่มกวาดมองรอบกายอย่างละเอียดเพื่อประเมินสถานการณ์และสถานที่บริเวณนี้ก่อนเป็นอันดับแรก


    เมื่อเข้ามากับพบว่าบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้มีชาวบ้านประมาณหนึ่งร้อยคนทำอาชีพเป็นพวกการเพราะปลูกเสียส่วนใหญ่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันปรากฏขึ้นมาเป็นคำถามภายในใจของหลิงเฉิน 


    เขานั้นมองเห็นทั้งแปลงสมุนไพรและแปลงข้าวถูกปลูกไว้อย่างอุดมสมบูรณ์บริเวณพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้าน แต่เหตุใดใบหน้าของเหล่าชาวบ้านถึงอมทุกข์และร่างกายก็ผอมแห้งเช่นนี้


    เยี่ยหวนเป็นคนมีความสามารถเขาไม่น่าจะปล่อยให้เหล่าชาวบ้านที่มาตั้งหลักปักฐานอยู่ใต้สำนักยาเทวะมีสภาพเช่นนี้ จะบอกว่าพื้นที่บริเวณนี้ที่ดินไม่สามารถปลูกพืชพรรณให้เจริญเติบโตก็ไม่ได้เพราะว่าหลิงเฉินก็เห็นอยู่ว่าทั้งข้าวและสมุนไพรต่างเจริญเติบโตจนเรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์


    เด็กหนุ่มที่จูงม้าสีน้ำตาลเข้ามาภายในหมู่บ้านพร้อมกับกระบี่สีดำอันน่าเกรงขาม แน่นอนว่าต้องเป็นจุดดึงดูดสายตาให้กับเหล่าชาวบ้านให้เริ่มเหลียวมองเป็นตาเดียว 


    หลิงเฉินผ่านอันใดมาเยอะจนเขานั้นชินชากับสายตาที่จับจ้องเช่นนั้นไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มที่จุงอาชาสีน้ำตาลเข้ามาภายในหมู่บ้านเริ่มเดินตรงผ่านถนนเส้นหลักไปเรื่อยๆเพื่อสำรวจจนกระทั่งเจอเข้ากับโรงสุราประจำหมู่บ้านที่มีกลุ่มคนที่มีท่าทางรื่นเริงผิดแปลกจากเหล่าชาวบ้านกำลังนั่งดื่มสุราอยู่


    โรงสุราของหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเพียงโรงสุราเล็กๆเท่านั้นเมื่อเทียบกับเมืองหลวง โรงสุราที่มีโต๊ะประมาณ 3-4 ตัวตั้งยื่นออกมาขวางทางถนนโดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5-6 คนนั่งดื่มสุราพลางสนทนาเรื่องต่างๆกันไปอย่างรื่นเริงใจ 


    หนึ่งปากก็หัวเราะอีกหนึ่งมือก็ยกไหสุราขึ้นมาดื่ม หลิงเฉินที่เดินผ่านจุดนั้นเขาก็ทำเพียงปรายสายตาไปมองมันเพียงครู่เดียวเท่านั้นแล้วก็ตั้งใจจะเดินผ่านไป


    ทว่า...หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มที่มีท่าทางและหน้าตาแปลกตาออกไปเดินผ่านหน้ามันไปพอดี


    “ เฮ้ย!!!!! เจ้าหนุ่ม ” เสียงของชายฉกรรจ์ที่กำลังเมามายในพิษของสุราเอ่ยขึ้นมาฉุดรั้งร่างของหลิงเฉินเอาไว้ 


    หลิงเฉินที่เดินผ่านพวกมันไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดเท้าทั้งสองข้างลง ใบหน้าอันหล่อเหลาเป็นทุนเดิมของเด็กหนุ่มผู้นั้นได้เริ่มเปลี่ยนไปมันกลายเป็นใบหน้าเรียบเฉยที่ฉายความเย็นชาออกมา


    หลิงเฉินหันกลับไปมองพวกมันด้วยใบหน้าเพียงครึ่งซีกเท่านั้น 


    เหล่าชาวบ้านที่อยู่รอบๆก็เริ่มตื่นตระหนกพวกเขาต่างเริ่มพากันออกห่างจากบริเวณนั้น หลิงเฉินล่วงรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในหมู่บ้านแห่งนี้จะต้องมีบุคคลพวกนี้เกี่ยวข้อง


    “ เจ้าเป็นผู้ใดกัน... ” 


    “ ไม่เกี่ยวกับเจ้า ” หลิงเฉินตอบกลับไปด้วยเสียงเย็นชา 


    เมื่อเห็นท่าทางและสำนวนการพูดของเด็กหนุ่มผู้นั้นเหล่าชายฉกรรจ์พวกนั้นก็ได้ลุกขึ้นจากโต๊ะที่พวกมันกำลังนั่งอยู่ทันที 


    เหล่าชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำที่กำลังโดนพิษสุรากัดกินสติของพวกมันอยู่นั้นเริ่มเข้ามาล้อมร่างกายของหลิงเฉินเอาไว้ 


    ใบหน้าของพวกมันที่เคยดูเหี้ยมโหดตอนนี้กับแดงก่ำด้วยผลจากพิษของสุราจนตอนนี้ไม่เหลือความยำเกรงให้กับผู้ใดเกรงกลัวแล้ว กลิ่นกายของพวกมันเหม็นคละคลุ้งจนทำให้หลิงเฉินรู้สึกแสบจมูก คิ้วทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาเป็นทุนเดิมของเด็กหนุ่มที่กำลังโดนรุมล้อมเริ่มขมวดเข้าหากันแสดงความไม่พึงพอใจออกมา 


    “ ชิ!!! เหม็นจริง... ” หลิงเฉินเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา 


    “ ว่าอย่างไรนะ!!! ” หนึ่งในพวกมันที่หูดีได้ยินเสียงที่หลิงเฉินเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบานั้นก็ได้เอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวไปมาแสดงความไม่พอใจ


    เด็กหนุ่มที่ถูกรุมล้อมด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คนกับยืนนิ่งสนิทไม่แสดงความเกรงกลัวอันใดออกมาผิดจาก เหล่าชาวบ้านที่เป็นเพียงผู้ชมของการทะเลาะเบาะแว้งครั้งนี้ร่างกายของพวกเขาต่างสั่นกลัวอะไรสักอย่างอยู่


    “ แย่แล้วเจ้าหนุ่มนั่นคนพวกนั้นมัน ”


    “ ไม่ได้นะหนีไปเร็ว ”


    เสียงกระซิบดังแว่วลอยมาตามสายลมเข้าหูของหลิงเฉินที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อม 


    “ เฮ้ยไอ้หนูเจ้าไม่รู้งั้นเหรอว่าพวกข้าเป็นใคร ” ชายที่แสดงหน้าตาบิดเบี้ยวผู้นั้นได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น 


    “ จะให้ข้าไปถามมารดาเจ้างั้นเหรอว่าเจ้าเป็นใคร ” หลิงเฉินเอ่ยย้อนกลับไปด้วยใบหน้าที่เย็นชาไร้ซึ่งความกลัว 


    ชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำที่อยู่เบื้องหน้าของหลิงเฉินมันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธพลันยกหมัดขนาดใหญ่ของมันขึ้นพร้อมซัดใส่ร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างไม่คำนึงถึงเรื่องอายุ


    หลิงเฉินสังเกตเห็นจากดวงตาของตนเองว่าหมัดของอีกฝ่ายมันมีพลังวิญญาณแฝงเข้ามาด้วย ทำให้เขาล่วงรู้ว่าบุคคลพวกนี้ไม่ใช่พวกโจรกระจอกหรือนักเลงตามหมู่บ้าน 


    เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬยกกระบี่สีดำแดงที่ยังถูกเก็บอยู่ในฝักภายในมือซ้ายขึ้นมาเพื่อป้องกันหมัดที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา 


    ตึง!!! หมัดทรงพลังที่ถูกแฝงไปด้วยพลังวิญญาณนั้นถูกหยุดเอาไว้อย่างง่ายดายด้วยกระบี่ที่ยังไม่ถูกดึงออกมาจากฝัก ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นั้นที่รับหมัดอันทรงพลังไปไม่ขยับเลยสักนิดสร้างความตื่นตระหนกให้มันเป็นอย่างมาก 


    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเริ่มทำให้สติของผู้ที่ออกหมัดไปเริ่มกลับมาหลังจากโดนพิษสุรากัดกินเป็นเวลานาน มันตั้งสติใหม่อีกครั้งก่อนจะเริ่มถอยหลังของมันออกไปแล้วใช้หมัดเดิมซัดออกมาด้วยพลังที่มากกว่าเดิม 


    ตึง!!! ผลก็เป็นเหมือนเดิมหมัดของมันถูกกระบี่ที่ยังไม่ได้ดึงออกจากฝักหยุดเอาไว้ราวกับว่าหมัดของมันชนเข้ากับภูเขาขนาดใหญ่ ร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นยังยืนอยู่ด้วยท่าทางเย็นชาและไร้การขยับเขยื้อน


    กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ล้อมรอบร่างของเด็กหนุ่มอยู่ไม่เห็นเช่นนั้นพวกมันก็พากันตื่นตระหนกไม่ต้องถามกัน พวกชาวบ้านเองก็เช่นกันพวกมันไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่มีช่วงอายุเพียงแค่นี้สามารถรับหมัดอันทรงพลังได้ราวกับไม่ต้องออกแรง 


    “ สองหมัด ” หลิงเฉินเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาแสดงความประหลาดใจให้กับพวกมันเป็นอย่างมาก 


    “ ข้าบอกว่าเจ้าซัดหมัดใส่ข้าสองหมัดมันเทียบเท่ากับหนึ่งกระบี่ ” ชั่วพริบตาที่เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชามือข้างขวาที่จับเชือกม้าอยู่ก็ปล่อยออกแล้วคว้าจับไปที่ด้ามกระบี่สีดำแดงก่อนจะชักมันออกมาจากฝักแล้วตวัดตัดมือของชายร่างกายกำยำผู้นั้นขาดในครั้งเดียว


    ฉึบ!!! คมกระบี่สีดำแดงได้ตวัดตัดมือของมันที่ซัดใส่เขาขาดในครั้งเดียว เลือดสีแดงสดอาบไปทั่วทั้งกระบี่คมกระบี่


    “ โอ๊ย!!!! ” เสียงร้องโหยหวนโอดครวญของมันดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณ เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจากบริเวณบาดแผลที่เกิดขึ้นลงสู่พื้น 


    เมื่อได้ดื่มโลหิตของอีกฝ่ายกระบี่กลืนโลหิตภายในมือของหลิงเฉินเริ่มแผ่ซ่านพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งออกมา 


    ร่างกายกำยำใหญ่โตทรุดลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับแสดงท่าทางเจ็บปวดแสนสาหัสออกมา เหล่าชายฉกรรจ์ที่เหลืออยู่ก็พากันผงะถอยหลังไปคนละก้าว 


    สายตาอันเย็นชาผิดจากเด็กหนุ่มทั่วไปกวาดมองไปรอบกายสร้างความหวาดกลัวให้ปรากฏอยู่ภายในใจของพวกมัน


    “ ฆ่ามัน!!! ” เสียงของชายฉกรรจ์ผู้นั้นที่กำลังโอดครวญด้วยความเจ็บปวดเอ่ยออกมาด้วยความเครียดแค้น มันถูกเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงแค่นี้ตัดมือ ถ้าเรื่องนี้กระจายไปที่ใดก็มีแต่ต้องถูกหัวเราะเยาะเย้ยเป็นแน่ 


    เหล่าชายฉกรรจ์ที่เหลืออยู่เองก็กล้าๆกลัวๆที่จะเข้าไป พวกมันเห็นสภาพของสหายของมันแล้วพวกมันเองก็ไม่อยากจะมีสภาพเป็นเช่นนั้น ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มผู้นี้ได้แสดงความต่างชั้นของพลังให้เห็นแล้ว


    “ ไม่เข้ามางั้นรึ ” หลิงเฉินเอ่ยอย่างเย็นชาพลันกับปรายตาไปมองที่พวกมัน 


    เพียงแค่สายตาคู่นั้นมองจับจ้องมาที่ร่างของพวกมันก็ทำให้ขนทั้งร่างกายของพวกมันลุกพองไปตามๆกัน พวกมันล่วงรู้ได้จากสัญชาตญาณภายในร่างกายทันทีว่าตัวตนเบื้องหน้าของพวกมันไม่ใช่ตัวตนที่คนระดับพวกมันจะแตะต้องได้ 


    จบตอน


     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน

    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405