คนทั้งแปดเดินออกจากหอหงส์เหิน เพื่อไปร้านเครื่องประดับ กลุ่มหรงจื่อเดินนำอยู่ข้างหน้า ไป๋อิงเกาะแขนเทียนหลินเดินตามอยู่ตรงกลาง ไป๋จิ้งกับม่านม่านเดินอยู่หลังสุด“คุณหนู ไปรู้จักกับพวกไร้มารยาทแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ” ไป๋อิงบ่น“ไร้มารยาท?” เทียนหลินถามอย่างงุนงง“ก็อีตาชุดดำนั่นบุกเข้ามากอดคุณหนูทางหน้าต่าง แล้วยังพาพวกตามมานั่งกินข้าวกับพวกเรา ชื่อแซ่ก็ไม่บอกไม่ถาม แล้วนี่ยังจะหน้าหนาตามพวกเราไปซื้อของอีก ไม่เรียกว่าพวกไร้มารยาทหรือเจ้าคะ?”“อีตาชุดดำคงไม่อยากให้พี่รู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะถ้ารู้ พี่คงไม่กล้านั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขาแน่”ไป๋จิ้งได้ยินไป๋อิงบ่น แต่นางไม่คิดแบบนั้น เพราะนางสังเกตว่าเวลาพวกหรงจื่อเดินผ่านไปทางใด กลุ่มคนบริเวณนั้นจะทำความเคารพพวกเขาทุกคน แสดงว่าฐานะของคนกลุ่มนี้ต้องไม่ธรรมดา และที่สำคัญคุณหนูของนางสนิทกับชายชุดดำผู้นั้นที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของทุกคน แม้แต่เจ้าเสี่ยวเปาก็ไม่แผลงฤทธิ์ความหวงนายสาวใส่เขา“ม่านม่าน เจ้ารู้จักพวกเขาหรือไม่?” ไป๋จิ้งกระซิบถามเสียงเบาม่านม่านผู้รอให้ถูกถามอยู่นานแล้วยิ้มอย่างน่ารัก นางพยักหน้า แล้วกระซิบตอบเสียงเบา“พวกเขาเป็นศิษย์พี่ข้าเอง คนชุดดำคือศิษย์พี่หรงจื่อ เป็นโอรสองค์ที่สามของฮ่องเต้เซียวเหรินอวี่ คนชุดฟ้าคือศิษย์พี่เยี่ยเซา เป็นบุตรชายคนรองของหัวหน้าผู้ปรุงโอสถหลวง คนชุดเทาคือศิษย์พี่จิงซา เป็นองครักษ์หลวงขั้นสอง คนชุดน้ำเงินคือศิษย์พี่ตงเย่ เป็นบุตรคนโตของแม่ทัพอุดร”เมื่อได้ยินคำว่า หรงจื่อ ไป๋จิ้งนึกถึงหยกประดับเอวรูปมังกร ที่เทียนหลินเก็บไว้ในถุงพก และชอบหยิบออกมานั่งดูเล่นอยู่บ่อย ๆ “องค์ชายสามมอบหยกประจำพระองค์ให้คุณหนูเช่นนี้ เท่ากับว่าเขาหมายตาคุณหนูไว้แล้ว”ไป๋อิงมัวแต่เดินแยกเขี้ยวใส่เยี่ยเซาที่ชอบหันมาเย้าแหย่นาง จึงไม่ได้ยินเสียงกระซิบกันของสองสาวด้านหลัง แต่เทียนหลินได้ยินทุกคำ มุมปากนางยกยิ้มน้อย ๆเยี่ยเซาพาทุกคนมาถึงตึกไม้สองชั้น หน้าประตูมีสิงโตหินสีขาวคู่หนึ่ง ขนาดสูงเท่าครึ่งตัวคนตั้งประดับอยู่ ป้ายบนบานประตูมีตัวอักษรที่ทำจากทองคำแท้เขียนคำว่า หยูอี้ ชายวัยกลางคนที่ยืนรอต้อนรับลูกค้าอยู่ข้างประตูเห็นหรงจื่อก็ทำท่าจะเดินเข้ามาทำความเคารพ แต่จิงซาโบกมือส่งสัญญาณครั้งหนึ่งเขาก็เข้าใจความหมาย รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีเยี่ยเซาเดินนำทุกคนเข้าไปด้านใน ภายในเป็นโถงกว้างทรงแปดเหลี่ยม พื้นปูด้วยหินอ่อนสีเขียว ฝาผนังทั้งแปดด้านประดับตกแต่งด้วยหินสีเป็นรูปดอกไม้อย่างงดงามตระการตา ชั้นวางเครื่องประดับทุกมุมจะมีหญิงสาวหน้าตางดงามยืนดูแลอยู่ สมกับเป็นร้านอันดับหนึ่งของฟู่กุ้ยเถ้าแก่วัยห้าสิบปีแต่งกายด้วยผ้าไหมสีเข้มรีบเดินมาต้อนรับ “คารวะนายท่าน เชิญทางนี้ขอรับ”เขาพาคนทั้งแปดเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ซึ่งแบ่งเป็นห้องส่วนตัวโดยใช้ฉากกั้นเป็นไม้แกะสลักรูปกระเรียน มีม่านไข่มุกบังตาติดที่หน้าห้องทำให้มองเห็นผู้ที่นั่งอยู่ด้านในได้ไม่ชัด พื้นปูด้วยพรมลายดอกเบญจมาศ กลางห้องมีโต๊ะนั่งพื้นทรงสี่เหลี่ยมกับเบาะรองนั่งสีทอง เมื่อลูกค้าเข้าไปนั่งในห้องเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่ก็ปรบมือสองครั้ง หญิงสาวหน้าตางดงามสองนาง ก็ถือถาดกาน้ำชากับขนมเข้ามาวางที่กลางโต๊ะ“ไม่ทราบว่าต้องการดูเครื่องประดับแบบใดขอรับ” เถ้าแก่เอ่ยถามโดยมองไปทางกลุ่มสตรี“ขอดูแบบครบชุด ชิ้นงานทำจากหยก ทองคำ และไข่มุก เน้นความประณีตเจ้าค่ะ” ไป๋จิ้งตอบเพียงครู่เดียว เถ้าแก่ก็ให้คนนำถาดที่มีผ้าไหมต่างสีคลุมอยู่เข้ามา ถาดที่คลุมด้วยผ้าไหมสีเขียวคือเครื่องประดับที่ทำจากหยกน้ำงาม มีทั้งหมดสิบชุด ถาดที่คลุมด้วยผ้าไหมสีทองคือเครื่องประดับที่ทำจากทองคำ มีทั้งหมดสิบสองชุด ถาดที่คลุมด้วยผ้าไหมสีขาวคือเครื่องประดับที่ทำจากไข่มุก มีทั้งหมดเจ็ดชุด ทุกชุดล้วนประณีตงดงาม ไป๋จิ้งมองเครื่องประดับในถาดด้วยความหนักใจ เพราะทุกชุดล้วนงดงามจนเลือกไม่ถูก ม่านม่านหัวเราะเบา ๆ ก่อนเข้าไปช่วยเลือก เทียนหลินไม่มองเครื่องประดับในถาดเลยสักนิด สายตาสนใจแต่จานขนมหลากสีตรงหน้า นางกับเสี่ยวเปาหยิบขนมชิมทุกจาน รสชาติอร่อยล้ำถูกใจ เด็กสาวยิ้มตาหยี หยิบขนมใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆ โดยมีไป๋อิงนั่งเฝ้าเป็นเงาตามตัวอยู่ข้าง ๆ“แม่นาง เจ้าไม่ไปเลือกเครื่องประดับสักชิ้นหรือ? เดี๋ยวข้าเฝ้าคุณหนูของแม่นางให้เอง” “ไม่รบกวนคุณชายเจ้าค่ะ คุณหนูข้า ข้าเฝ้าเองได้” ไป๋อิงค้อนขวับเยี่ยเซาดูเหมือนจะติดใจการเย้าแหย่ไป๋อิงให้โมโห เขาก่อกวนนางเป็นระยะ ๆ จิงซากับตงเย่นั่งอมยิ้มกลั้นขำอยู่ข้าง ๆ ส่วนหรงจื่อนั่งมองเทียนหลินอยู่เงียบ ๆ คอยรินชากับเติมขนมใส่จานให้นาง ตอนไป๋อิงหันไปรบกับเยี่ยเซา สาวน้อยจะแอบส่งยิ้มให้เขาเป็นการขอบคุณหญิงสาวนางหนึ่งเดินมาอยู่หน้าม่านไข่มุก นางส่งสัญญาณเรียกเถ้าแก่ เถ้าแก่จึงขอตัวออกจากห้อง เขาออกไปไม่นานก็มีเสียงกลุ่มคนเดินขึ้นมาบนชั้นสอง ม่านไข่มุกห้องข้าง ๆ ถูกแหวกออก ตามมาด้วยเสียงปรบมือสองครั้ง“ไปนำเครื่องประดับที่ดีสุดของหยูอี้มา ว่าที่พระชายารองขององค์ชายห้าจะเลือกซื้อเป็นของหมั้น”เสียงหญิงวัยกลางคนที่ดังขึ้น ทำให้สามสาวมีอาการผิดปกติ ไป๋จิ้งมือสั่นจนทำกำไลหยกร่วงจากมือ โชคดีม่านม่านรับไว้ทัน ไป๋อิงสำลักน้ำชาจนเยี่ยเซาต้องช่วยตบหลังให้นางเบา ๆ เทียนหลินนั่งตัวตรง สีหน้าเรียบนิ่งจนดูเย็นชา ดวงตาคู่งามทอแววประหลาด“หลินเอ๋อร์” หรงจื่อเรียกนางเบา ๆ พลางยื่นมือไปกุมมือน้อย ๆ ของนางที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งเมื่อมือใหญ่ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ สาวน้อยก็ได้สติ สีหน้าและแววตาเปลี่ยนกลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม“ข้าไม่เป็นไร” นางยิ้มให้เขา พลางขยับมือเล็กน้อยหรงจื่อดึงมือของตนกลับมา เขามักจะเสียการควบคุมตนเองเสมอถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนาง ใบหน้าเย็นชากับแววตาประหลาดของนางทำให้เขาตกใจ คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากัน เขาหันไปสบตากับจิงซา องครักษ์หนุ่มเข้าใจทันที เขาพยักหน้าแล้วลุกเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ“เลือกต่อเถอะ” เสียงใสของเทียนหลินทำให้สองสาวใช้ได้สติ พวกนางมองใบหน้ายิ้มแย้มของนายสาวแล้วก็อุ่นใจ“ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป ตอนนี้พวกนางไม่ใช่สาวใช้ผู้อ่อนแออีกแล้ว คุณหนูของพวกนางเป็นหญิงสาวที่เก่งที่สุดในแคว้นซิงหมิง”บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ ไป๋จิ้งกับม่านม่านนั่งเลือกเครื่องประดับอย่างตั้งใจ เทียนหลินนั่งป้อนขนมให้เจ้าตัวกลมสีขาวที่นอนอ้าปากรอรับอยู่บนตัก เยี่ยเซากับตงเย่นั่งจิบชาอย่างเงียบ ๆ หรงจื่อยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ฟังจิงซาที่กระซิบเสียงเบาอยู่ข้าง ๆ สายตาเขามองลอดม่านไข่มุกออกไปด้านนอก
“เฟิงเอ๋อร์ หยกประดับมุกชุดนี้งดงามมากเหมาะกับผิวขาวของลูก ลูกชอบหรือไม่?”“ข้าไม่ชอบอะไรทั้งนั้น แม้แต่ของหมั้น ข้าก็ต้องมาเลือกซื้อเอง เขาไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย”“เฟิงเอ๋อร์ ระวังคำพูดหน่อย ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในจวน”“ข้าไม่สน ข้าจะพูด สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง ข้าไม่ได้อยากมาซื้อของบ้าบอพวกนี้ ท่านบังคับข้ามาเอง”“มาเลือกซื้อเองก็ดีมิใช่หรือ? ลูกจะได้ถูกใจ แล้วองค์ชายห้าก็ให้ซื้อได้ตามต้องการ จะซื้อกี่ชิ้นก็ได้”“ตามต้องการอย่างนั้นหรือ? ดี ข้าต้องการซื้อเครื่องประดับทุกชิ้นในร้านนี้ รวมทั้งชิ้นที่ห้องข้าง ๆ กำลังเลือกด้วย ไปเอาของในห้องนั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”เสียงตวาดเล็กแหลมดังก้องโถงชั้นสอง เถ้าแก่ได้แต่ยืนเหงื่อตกไม่กล้าขยับตัว เพราะฝ่ายหนึ่งคือองค์ชายสาม ส่วนอีกฝ่ายคือว่าที่พระชายารองขององค์ชายห้า หากเขาล่วงเกินผู้ใดก็ล้วนทำให้ศีรษะเขาหลุดออกจากบ่า นี่มันเป็นวันซวยของเขาชัด ๆ“ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรืออย่างไร!?”ซีเฟิงแผดเสียงใส่เถ้าแก่ นางอาละวาดเพื่อต้องการระบายอารมณ์ นางแค้นใจที่คู่หมั้นไม่ให้ความสำคัญทำให้นางอับอาย วันนี้นางจะทำให้เขารู้สำนึกว่าคนที่กล้าทำให้นางโกรธจะได้รับผลตอบแทนอย่างไร“ทำตามที่นางสั่ง ไปบอกคนที่อยู่ห้องข้าง ๆ ว่าเครื่องประดับทุกชิ้นในร้านหยูอี้เป็นของหมั้นว่าที่พระชายารองขององค์ชายห้า ให้เขาไปซื้อร้านอื่นแทน” เจียงเหมยสั่งเถ้าแก่ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าคนห้องข้าง ๆ ต้องได้ยินทุกคำพูดแล้ว“เราต้องไปซื้อร้านอื่นอย่างนั้นหรือ?” เสียงเย็นชาทรงอำนาจดังขึ้นจากห้องข้าง ๆเจียงเหมยกับซีเฟิงได้ยินก็ขนลุกซู่ ทั้งคู่หันไปมองหน้าเถ้าแก่ เถ้าแก่ตอบเสียงสั่นเบา ๆ ว่า "องค์ชายสาม" สองแม่ลูกหน้าซีดทันที ทั้งสองห้องต่างเงียบสนิท“เราต้องไปหาซื้อร้านอื่นหรือไม่?” เสียงเย็นชาทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้ง“ไม่..ไม่ต้องเพคะ เครื่องประดับทุกชิ้นที่ทรงเลือกไว้ หม่อมฉันถวายให้ เป็นการขออภัยที่ล่วงเกินพระองค์เพคะ” เจียงเหมยรีบตอบเสียงสั่น“เถ้าแก่ เราเลือกเครื่องประดับทุกชุดที่ยกเข้ามา”