ตอนที่ 36 : ห้องอาหารสีเลือด
ภายในบ้านพักของโปเต็นช่างโอ่งโถงกว้างขวาง ตรงหน้ามีบันไดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน โซฟาบุหนังสัตว์อย่างดี เเจกันดอกไม้มีลวดลายวิจิตรสวย ทุกอย่างที่ประดับตกเเต่งในบ้านพักหลังนี้ราคาคงสูงลิ่ว บรรดาทาสในชุดเเม่บ้านพ่อบ้านยืนเรียงกันอย่างพร้อมเพียงต้อนรับเมื่อผมผลักประตูเข้าไป
หลังจากยืนทึ่งในความหรูหราได้ประมาณหนึ่ง ผมก็ถูกพ่อบ้านนำมายังห้องครัวที่เป็นโต๊ะยาวขนานไปกับขนาดของห้อง ––เเค่ห้องครัวก็ใหญ่กว่าบ้านผมทั้งหลังเเล้ว
บนโต๊ะมีอาหารหลากหลายจัดเรียงวางในภาชนะอย่างดี ทั้งของคาว ของหวาน ขนมปัง ผลไม้ ราวกับมีเเขกเหรื่อมากมายทั้งๆ ที่ในห้องมีเพียงผมเท่านั้น
พ่อบ้านผายมือให้ผมนั่งรออยู่ตรงหัวโต๊ะตรงกันข้ามกับที่นั่งของโปเต็นที่ยังว่างอยู่ ซึ่งระยะห่างของผมกับเขานั้นไกลกันถึงสิบที่นั่ง
“นายท่านมีธุระด่วนต้องจัดการ ถ้าต้องการอะไรก็เรียกได้ตลอดครับ”พ่อบ้านวัยกลางคนในชุดสูทอย่างเนี้ยบเอ่ยเเละยิ้มให้ผมด้วยสีหน้าเป็นมิตร ก่อนโค้งหัวเเละก้าวถอยออกไปอย่างเป็นระเบียบ เมื่อต้องรอ ผมเลยได้เเต่มองไปรอบๆ มองผนังที่มีกรอบรูปผลงานศิลปะสวยงามเเละราคาก็คงเหยียบหลักเเสนเหรียญ โคมระย้าเเก้วใสที่ห้อยลงมาจากเพดานให้เเสงสีส้มสว่างไสวไปทั้งห้อง ด้านหลังที่นั่งของโปเต็นเป็นปล่องไฟที่เสียงฟืนยังคงดังเปรี๊ยะปะทุอยู่เนืองๆ พอผสมรวมกับกลิ่นอาหารตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกว่าการใช้ชีวิตของพวกคนรวยนี่ช่างแตกต่างกับนักผจญภัยธรรมดาๆ แบบผมราวฟ้ากับเหว
นี่คงเป็นบรรยากาศก่อนเริ่มสงครามสินะ ช่างน่าอึดอัดซะจริง ผมอดตื่นเต้นระคนกังวลไม่ได้
––เเละเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง
เสียงประตูเปิดขึ้น โปเต็นเดินปรากฏกายออกมาด้วยร่างอ้วนท้วม พร้อมกับองครักษณ์ที่คุ้นหน้าคุ้นตาเขาดี เเต่คราวนี้อยู่ในชุดเกราะเบาสีเงินเเละดาบยาวข้างตัว
ถ้าเล่นปลดอาวุธกันตั้งเเต่หน้าประตูก็ไม่แปลกหรอกที่คนก่อนหน้าผมจะตายกันดื้อๆ ในเมื่อคู่ต่อสู้ดันพกอาวุธซะพร้อม
“!!!”สิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นคือชายในชุดคลุมดำแบบเดียวกับที่บุกหมู่บ้านที่ดันเดินตามออกมาด้วย ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั่นถูกบังด้วยผ้าปิดไปครึ่งหน้าจนเห็นเพียงเเววตาที่มองมาทางผม
––เเค่เห็นสายตาก็รู้เเล้วว่าปากมันกำลังยิ้มเยาะอยู่
“ต้องขอโทษด้วยนะบาร็อค เเต่ฉันคิดว่าเราคงไม่ต้องเจรจาอะไรกันเเล้วล่ะ”โปเต็นทิ้งตัวลงนั่งหัวโต๊ะอีกฝั่ง มันผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาบนใบหน้ากลมใหญ่นั่น
“หมายความว่าไง?”ผมถาม รู้สึกได้ว่าการมาของชายชุดดำทำให้ทุกอย่างน่าอึดอัดมากขึ้น เเละที่สำคัญ ทำให้ผมเเน่ใจมากขึ้นด้วยว่าโปเต็นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกเมืองอินนิทโดยตรง
“เพราะว่าฉันโชคดีไงล่ะที่รู้เรื่องก่อนว่านายสำคัญขนาดไหน การฆ่านายนี่มันเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะ ยัยทาสสวยของนายที่ทำตัวหยิ่งใส่ฉันเดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าท่อนอันนี้จะเป็นยังไง ฮ่าๆๆ”โปเต็นเอ่ยพลางจับเป้ากางเกงเเละลูบด้วยท่าทีน่าขยะเเขยง
ผมเข้าใจอยู่หรอกถ้าฆ่าผมตายเเล้วพวกเธอจะหลุดจากการเป็นทาส เเต่อีกข้อนี่คืออะไร?
“อ้อ! เเต่มีอีกทางหนึ่งที่นายจะรอดได้ นายเเค่ปล่อยทาสของนายมาให้ฉัน นายก็จะรอดออกไปจากที่นี่เเละได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารสุดพิเศษเป็นไง? ฉันจะให้นายเล่นสนุกกับพวกเธออีกสักครั้งก่อนก็ยังได้นะ จะจัดห้องพิเศษไว้ให้ด้วย”โปเต็นกล่าวต่อ ขณะเดียวกันประตูไม้หรูที่ผมเองก็เพิ่งสังเกตว่าห้องอาหารนี่มีทางเข้าหลายทาง บรรดาทหารในชุดเกราะอย่างดีเดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบเเละยืนเรียงล้อมรอบห้อง
'ชิบหายเเล้วไง' เป็นคำสบถเดียวที่ผมนึกออกขณะก่นด่าอยู่ในใจ ทำไมทุกอย่างมันกลับตาลปัตรจากเเผนที่วางไว้ได้ง่ายดายเพียงนี้ ก็รู้หรอกว่าต้องต่อสู้กับทหารเป็นสิบๆ เเต่เล่นล้อมกันแบบนี้โคตรผิดเเผน
นี่ผมเอาตัวเองเข้าไปในพลังมิติเหมือนเก็บอาวุธได้ไหมเนี่ย!?
“หน้าตาดูไม่ดีเลยนะ ฮ่าๆๆ ถ้านายไม่ยอมเลือกก็จงตายแล้วเอายัยทาสสามคนนั้นมาบำเรอฉันซะ!”โปเต็นตวาดก้องห้องอาหาร เเม่บ้านเเละพ่อบ้านพากันเดินกลับออกไปนอกห้อง ทุกคนต่างพากันทำหน้าราวกับนี่เป็นเรื่องปกติ
'ที่จัดอาหารอย่างดีนี่คือมื้อสุดท้ายของตูสินะ' ผมแอบบ่นในใจ ตอนนี้เหมือนพวกมันกำลังดูท่าทีผมอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อ
“เเกชื่อคินสินะ ไปจับตัวยัยสามคนนั้นมา ฉันอยากให้พวกมันเห็นสภาพเจ้านายมันตอนใกล้ตาย ฮ่าๆๆ ฉันจะไปเตรียมเตียงสำหรับยัยนั่นก่อนนะบาร็อค ถ้านายรอดจะมาเเจมฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่นายอาจจะเหลือสภาพแค่พอมองอย่างเดียวก็ได้ใครจะไปรู้ ฮ่าๆๆ”โปเต็นกล่าวเหยียดหยาม ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับองครักษ์ทั้งสองเเละชายชุดดำ
‘ฮึ่ม! จะดูถูกกันเกินไปเเล้ว!’หลังจากเสียงประตูห้องปิดเเละโปเต็นออกจากห้องไปเเล้ว บรรดาทหารของมันก็พุ่งเข้ามาหาผมทันที คมดาบจากสองทิศถูกง้างลงกะฟันเฉาะหัวผมให้เหวอะ เเต่ผมดูไว้หมดเเล้ว ทหารชั้นต่ำระดับไม่ถึง 10 ทำอะไรผมไม่ได้หรอก!
ผมฉากถอยออกมาจากหัวโต๊ะ หยิบเก้าอี้ไม้หรูของมันขึ้นเเละฟาดใส่ร่างจนเก้าอี้เเตกหัก ก่อนถีบยันมันออกไป พวกมันที่เยอะกว่าเลยต้องรอคิวกันเข้ามาหาผมจากสองทางเท่านั้น
ผมเอี้ยวตัวหลบคมดาบเชื่องช้าของมัน เทียบกับเซริส หมัดเธอยังเร็วกว่ามาก ก่อนผมจะเรียกดาบยาวออกมาจากมิติ พวกมันถึงกับตาโตเมื่อเห็นผมทำแบบนี้ได้
––ฉั้วะ!
ศพที่หนึ่งเกิดขึ้นในห้องอาหาร ผมยิ้มให้กับท่าทีตื่นตะลึงของพวกมันที่เห็นผมใช้พลังแบบเดียวกับผู้กล้าได้ และที่ผมใช้ก็เพราะจะไม่มีพวกมันคนไหนรอดออกไปจากห้องอาหารนี่ได้!
“อย่ามัวเเต่อึ้งสิ พวกนายมาฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ?"ผมเอ่ย ถึงในใจจะแอบหวั่นเเต่ก็ตีสีหน้ามั่นใจข่มขวัญพวกมันไว้ก่อน
ตอนนี้ผมต้องรีบฆ่าพวกมันและไปจัดการไอ้อ้วนนั่น ก่อนที่พวกมันจะไปลากพวกเธอทั้งสามคนมาเกี่ยวข้องด้วย
ว่าเเล้วผมก็ต้องรีบทำเวลา ผมพุ่งเข้าไปเเทงสึบทะลุเข้าชุดเกราะ ผลักร่างของมันใส่เพื่อนเเละหันไปฟันตัดเข้าที่กลางหน้าจนเลือดสาดกระเซ็น ผมจับล็อคเเละทุ่มร่างของนักดาบหนุ่มอีกคนลงกับโต๊ะดังโครมใหญ่ อาหารอย่างดีที่ผมยังไม่ทันได้ลิ้มรสหกกระจาย
“ตายซะเถอะไอ้ปิศาจ!”มันคนหนึ่งตะโกนขึ้น คนอื่นๆ เลยพากันกรูเข้ามาด้วยใจฮึกเหิมอีกครั้ง
“ต้องแบบนี้สิ!”
(จบตอน)