ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่169 งานเลี้ยงสีเลือด (1)

     92 1-2

    ตอนที่169 งานเลี้ยงสีเลือด (1)

    “วันนี้พลาดวันหน้าก็ยังมิสาย”

    เหลือบสายตามองไปทีหนึ่งเซียถงกล่าวกับหลิวซูและเดินหน้าต่อไป

    “ข้ายังไม่ทันเห็นองค์หญิงเลย”

    หลิวซูปั้นหน้ามุ่ยมองใส่ทางเซียถงเจือทีท่าหงุดหงิด

    ทว่าเซียถงกลับมิได้สนใจอันใดและสืบเท้าเดินต่อไป

    เมื่อกลับมาถึงสถานศึกษาเซิงหลิงแลเห็นว่าท้องฟ้ายังมืดอยู่นางจึงกลับไปหลับพักผ่อนต่อเพื่อเข้าเรียนในวันถัดไปด้วยความสดชื่นแจ่มใสสองสามวันผ่านพ้นไปอย่างสงบสุขซึ่งในทุกคืนเซียถงก็มักจะแวะไปบึงน้ำในป่าลึกเป็นประจำเพื่อออกล่าสัตว์อสูร

    จนกระทั่งค่ำวันหนึ่ง

    ขณะที่นางกำลังจะออกเดินทางไปที่บึงน้ำเพื่อล่าสัตว์อสูรตามปกติทันใดนั้นนางก็พลันได้ยินสุ้มเสียงดังผิดวิสัยมาจากชั้นล่างของหอพักพอก้มหน้าไปมองก็พบหญิงสาวจำนวนหนึ่งที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาส่วนที่สะดุดตาที่สุดคงเป็นไป๋หลี่อวี๋อิงในชุดสีแดงเพลิง

    ซึ่งแน่นอนใบหน้าของไป๋หลี่อวี๋อิงยังคงมีผ้าคลุมสีแดงชั้นหนาปกปิดไว้หนาแน่นทว่าร่องรอยบวมแดงทั่วทั้งใบหน้าของนางก็ยังเผยให้เห็นทะลุผ้าคลุมออกมาหลังจากเวลาที่โดนพิษของเซียถง อีกฝ่ายก็เกือบหายสนิทแล้ว

    ไป๋หลี่อวี๋อิงเดินหน้าเชิดขึ้นบันไดมาจับจ้องเซียถงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ส่อแววตาดูถูกสบประมาทชัดเจนทั้งยังเอ่ยถามขึ้นคำหนึ่งอย่างภาคภูมิใจขึ้นว่า

    “เซียถงข้ามาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวสองเรื่องให้ทราบ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายเจ้าอยากฟังข่าวไหนก่อน?”

    เซียถงปรายหางตามองไป๋หลี่อวี๋อิงเล็กน้อยและเดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไปโดยมิได้ให้ความสนใจแม้สักนิดทำราวกับไป๋หลี่อวี๋อิงเป็นธาตุอากาศก็มิปานนางไม่มีเวลามายืนฟังเรื่องไร้สาระของไป๋หลี่อวี๋อิง

    “เซียถงนังหญิงชราอัปลักษณ์ที่ลอบสังหารองค์รัชทยาทครั้งล่าสุด ณเวลานี้ถูกจับตัวได้แล้วเมื่อสองวันก่อนในข้อหาลอบสังหารดังเดิม”

    เมื่อเห็นว่าเซียถงมิได้สนใจฟังสิ่งที่นางต้องการจะพูดเลยไป๋หลี่อวี๋อิงจึงรีบตะโกนออกมาเสียงดังแต่ก็ยังแสร้งทำตัวลึกลับราวกับกำลังกุมไพ่เหนือกว่าอยู่

    ได้ยินเช่นนั้นเซียถงชะงักฝีเท้าครึ่งจังหวะก่อนที่จะเดินหน้าออกไปต่อ

    “แล้ววันนี้ฉีหมิงเยว่เองก็ถึงกับไปมอบตัวเองถึงวังหลวงหวังเพื่อแชกชีวิตช่วยเหลือนังหญิงชราอัปลักษณ์”

    ไป๋หลี่อวี๋อิงตะโกนเสียงดังลั่นพลางหัวเราะเยาะชอบใจ

    เซียถงเบี่ยงศีรษะเหลือบมองไป๋หลี่อวี๋อิงเล็กน้อยสีหน้าท่าทีของนางคล้ายจะเปลี่ยนไปหนึ่งส่วน และเอ่ยถามอย่างเย็นชาขึ้นว่า

    “แล้วอย่างไร?”

    “ฉีหมิงเยว่หาใช่สหายสนิทของเจ้าหรอกรึ?ไม่คิดจะช่วยเหลือนางจริงๆ เหรอ? จงจำไว้โทษฐานในการลอบสังหารองค์รัชทยาทคือประหารชีวิตสถานเดียว!”

    ไป๋หลี่อวี๋อิงเชิดหน้าเชิดคางขึ้นสูงกดสายตาต่ำมองเซียถงราวกับตนเองอยู่เหนือกว่าแล้วในขณะนี้

    เซียถงหมุนตัวกลับมาก้าวตรงไปหาไป๋หลี่อวี๋อิง และเอนใบหน้าเข้าไปชิดใกล้กับอีกฝ่ายเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่แยแสเท่าไหร่นักว่า

    “เช่นนั้นต้องการอะไรล่ะ?”

    “หากเจ้าอยากช่วยฉีหมิงเยว่นักก็จงมาที่ป่าสนในเช้าวันพรุ่งนี้”

    ไป๋หลี่อวี๋อิงสาดสายตาเหี้ยมดุใส่และทันทีที่พูดจบนางก็เดินชนไหล่เซียถงกระแทกเบาๆ ไปทีหนึ่งเดินลงบันไดไปพร้อมกับบรรดาผู้ติดตามที่อยู่เบื้องหลัง

    เซียถงเลิกคิ้วมองพวกไป๋หลี่อวี๋อิงที่เดินลงบันไดจากไปภายในใจยังคงสงสัยไม่หาย หรือเป็นไปได้ไหมว่า ในคืนนั้นย่าเฟิงยังไม่เข็ดหลาบจึงย้อนกลับไปในวังหลวงเพื่อปิดบัญชีไป๋หลี่เย่? แต่ดันพลาดท่าแล้วโดนจับกุมตัว?

    ยืนอยู่ตรงนั้นพลางครุ่นคิดสักครู่หนึ่งเซียถงรีบออกจากสถานศึกษาเซิงหลิงและไปยังจวนเสนาบดีเซี่ยโดยไวหากฉีหมิงเยว่ถูกจับตัวไป จะเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยหลู่เฟิงต่อจากนี้หรือไม่?

    ทันทีที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าจวนเสนาบดีเซี่ยนางก็ชนเข้าให้กับใครบางคนที่กำลังรีบวิ่งออกมาด้วยความร้อนใจ เมื่อเงยหน้ามองก็พบว่าเป็นเซี่ยหลู่เฟิง จะอย่างไร อีกฝ่ายไม่แม้แต่มองหน้าสบตานางด้วยซ้ำเร่งพยุงตัวลุกขึ้นและเดินจากออกไปอย่างกังวล

    “จะรีบไปไหน?”

    เซียถงเอ่ยถามคำหนึ่งยื่นมือตรงออกไปฉุดรั้งแขนเสื้อของเซี่ยหลู่เฟิงทันที

    “ไปพบองค์รัชทายาทที่หอไท่หยวน”

    เซี่ยหลู่เฟิงสะบัดมือเซียถงจนหลุดออกมิได้เอ่ยปากกล่าวอธิบายอันใดอีกเร่งสับเท้าเดินตรงออกไปโดยไม่มีเหลียวหลังกลับมามาอีกเลย เสี้ยวพริบตาต่อมาก็เห็นอีกฝ่ายเร่งฝีเท้าจากออกไปไกลแล้ว

    หรือเป็นไปได้ไหมว่าไป๋หลี่เย่อาจจะใช้ฉีหมิงเยว่เป็นตัวประกันเพื่อสร้างปัญหายากเย็นให้แก่ตัวเซี่ยหลู่เฟิง?

    เมื่อคิดได้ดังนั้นเซียถงจึงรีบยกเท้าก้าวติดตามไปทันที

    “เจ้าตามข้ามาทำไม?ไม่มีธุระที่ต้องทำรึ?”

    เซี่ยหลู่เฟิงหยุดฝีเท้าชั่วขณะหันมากล่าวกับเซียถง

    “ข้ารู้แล้วว่าฉีหมิงเยว่อยู่ในกำมือขององค์รัชทายาทแล้วมันคิดจะใช้โอกาสนี้ล่อเจ้าไปที่หอไท่หยวนเพื่อสร้างปัญหาอะไรสักอย่าง!”

    เซียถงกล่าว

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยหลู่เฟิงก็รบายยิ้มขมขื่นสุดแสนมอบให้แก่เซียถง และกล่าวว่า

    “ปรากฏว่าเจ้าเองก็รู้เช่นกันดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทต้องการจะใช้ประโยชน์จากฉีหมิงเยว่เพื่อจัดการเราสองพี่น้อง และคราวนี้ไม่มีปราณีแน่นอน”

    เซี่ยหลู่เฟิงตระหนักทราบดีว่าไป๋หลี่เย่ต้องการจะจัดงานเลี้ยงสีเลือดให้แก่พวกเขาสองพี่น้อง ในทีแรกเขาต้องการจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวคนเดียวและไม่อยากให้เซียถงต้องมาพัวพันติดรากแหไปด้วยอีกคนแต่ในเมื่อตอนนี้นางเองก็รู้แล้ว เขาเองก็ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนมันไว้อีกต่อไป

    “ข้าจะไปกับท่าน”

    เซียถงกล่าว

    เซี่ยหลู่เฟิงเป็นกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของฉีหมิงเยว่โดยไม่ต้องพูดพร่ำไร้สาระอันใดอีกเขาพยักหน้าตอบและเร่งฝีเท้าวิ่งตรงไปต่อทันทีพร้อมกับเซียถง

    สองพี่น้องวิ่งจนไปถึงหอไท่หยวนขณะที่พวกเขาอยู่ห่างจากหอไท่หยวนประมาณสิบฉื่อเซี่ยหลู่เฟิงก็ลดฝีเท้าความเร็วลงกะทันหันและหันมากล่าวกับเซียถงว่า

    “เจ้าเพิ่งตัดแขนซ้ายขององค์รัชทายาทไปให้ข้าเข้าไปก่อนจะดีกว่า มิฉะนั้นอีกฝ่ายอาจจะสติแตกได้”

    เซียถงพยักหน้าเห็นชอบกับความคิดนี้และเอ่ยถามกลับไปว่า

    “เช่นนั้นแล้วไป๋หลี่เย่นัดท่านไว้ในห้องใด?”

    แขนซ้ายของไป๋หลี่เย่เพิ่งโดนนางตัดทิ้งไปทั้งท่อนยามนี้กลายมาเป็นองค์รัชทยาพิการไปโดยสมบูรณ์และหากนางปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเซี่ยหลู่เฟิงในเวลานี้เกรงว่าจะไม่ต่างอะไรกับการเติมเชื้อเพลิงบนลงกองไฟซึ่งนี่อาจจะส่งผลเสียต่อตัวประกันอย่างฉีหมิงเยว่โดยตรง

    เซี่ยหลู่เฟิงยกนิ้วชี้ไปที่ห้องปีกขวาบริเวณชั้นสามของหอไท่หยวนน้ำเสียงที่เอ่ยกล่าวค่อนข้างครึมจริงจัง

    “ห้องที่สามชั้นสามด้านขวามือข้าจะเข้าไปก่อน ส่วนเจ้าคอยแอบดูสังเกตการณ์ไปหากสถานที่แห่งนี้ไม่มีฉีหมิงเยว่อยู่ เป็นไปได้อย่าเผยโฉมเป็นดีที่สุดเพราะหากองค์รัชทยาทโกรธเกรี้ยวจัดจนคลั่งขึ้นมา เราจะไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะระบายอารมณ์หรือทำอะไรที่เป็นอันตรายกับฉีหมิงเยว่บ้างหรือไม่”

    เซียถงพยักหน้าตอบเซี่ยหลู่เฟิงย่างสามขุมตรงเข้าไปในหอไท่หยวน

    ทอดสายตามองเซี่ยลหู่เฟิงที่เดินเข้าตัวหอไท่หยวนไปเซียถงลอบเร้นเคลื่อนเข้าไปใกล้ตัวหอเช่นกันจากอีกทิศหนึ่งกวาดสายตาตรวจสอบอยู่สักพัก ในที่สุดนางก็ค้นพบสถานที่ลับสายตาและค่อนข้างเงียบสงบมากซึ่งก็คือบนหลังคามุมหนึ่งที่ถูกฉากป้ายบังเอาไว้ ค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังทิศทางห้องที่สามขวาสุดของชั้นสาม จากนั้นก็ค่อยๆแกะแผ่นกระเบื้องออกมาแผ่นหนึ่ง และเพ่งสายตาสอดส่องอย่างระมัดระวัง

    ภายในห้องของตัวหอไท่หยวนไป๋หลี่เย่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างแขนเสื้อคลุมข้างซ้ายของเขามีแต่ความว่างเปล่าส่วนมือขวาที่เหลืออยู่เพียงมือเดียวก็กำลังถือมีดสั้นคมเล่มหนึ่งและกำลังลับมีดบนโต๊ะไม้อย่างต่อเนื่อง

    ในวันนั้น หลังจากที่เซียถงได้ตัดแขนข้างซ้ายของเขาต่อหน้าสาธารณชนไป๋หลี่เย่ก็เอาแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องคิดแต่จะหาหนทางแก้แค้นเซียถงอยู่ท่าเดียว รวมไปถึงทุกคนที่ใกล้ชิดกับเซียถงและรายชื่อแรกที่อยู่บนสุดเลยก็คือ เซี่ยหลู่เฟิง

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179