งานทั้งงานจากผู้คนที่พูดคุยเสียงเจี๊ยวจ้าวเงียบลง เมื่อมีสตรีทั้ง4ที่ทั้งงดงามด้วยใบหน้าเเละเครื่องเเต่งกาย เดินมารวมตัวกลางงาน จึงเป็จุดสนใจ
"มี่ น้องเเน่ใจหรือที่รับคำไป ตอนนี้ยังยกเลิกทันนะพี่จักพูดให้" พี่รองรีบสาวเท้าดึงเเขนลี่มี่พลางกระซิบ มีเพียงลี่จูลี่มีได้ยิน
"โถ่ พี่ข้า นี้มิเชื่อน้องเลยรึ หึ!?" ลี่มี่หน้าบูดบึ้งทันที
"มิใช่! เพียงแต่ที่ผ่านมาเ้าไม่เคย เอ่อ..เคยเรียนเลยนี้?" พี่รองรีบพูดต่อเเต่เกรงยัยตัวเเสบจะงอลตุบป่องเสียเเล้ว
"พี่รองมิต้องห่วง ลีมี่ทำได้แน่นอน ท่านวางใจ" ลี่จูพูดตอบ ฮุ่ยเจินได้เเต่ถอนหายใจเบาๆก่อนเดินกลับไปที่ตนที่มีบรรดาคุณชายยืนมองอย่างห่วงๆ
"อย่าเสียเวลาเลยเเม่นางเป๋ยทั้งสอง ข้าให้คนจัดเตรียมของเสร็จเเล้ว" หมินฮวาพูดพลาง นั่งลงเก้าอี้มือเรียวบางวางลงบนกู่เจิง ลีจูเห็นดังนั้นจึงพาน้องสาวประจำที่ ทำให้หมินฮวาเเละอวิ้นเหวยเเทบกลั้นขำมิอยู่! เเม่นางลี่มี่เล่นกู่เจิงงั้นรึ!?คิดเหตุใดอยู่ตอนเเรกคิดว่าจะได้ประลองกับคนพี่เสียอีก!? งานนี้เห็นท่าคุณหนูคนเล็กตระกลูเป๋ยเสียหน้าเเน่เเท้ ลี่มี่ที่มองดูพลางขำในใจ หากแต่ภพปัจจุบันข้าเล่นกู่เจิงเป็อาชีพอยู่เเล้วคิดจะหักหน้าข้า หวังไปเถิด!!
ลี่จูหันหลังมองน้องสาวที่มีรอยยิ้มมุมปากทำให้มั่นใจในตัวน้องมากขึ้น เหลือแต่ตัวข้าเนี่ยแหละ !ภพนู้นก็เรียนเพทย์ คงต้องหวังพึ่งความทรงจำที่ยังเหลืออยู่ของร่างเดิมเสียเเล้ว!? นางมีความรู้สึกว่าร่างนี้รำเป็แต่จะงดงามหรือไม่!? ก็อีกเื่! ก่อนที่นางจะคิดเตลิดไปกว่านี้เสียงกู่เจิงเริ่มบรรเลง แม่นางหมินฮวากรีดนิ้วลงบนสายท่วงท่างดงามเพลงช่างไพเราะจังหวะเนิบช้าผ่อนคลาย นางรำเองก็เริ่มร่ายรำพร้อมทำนองท่าทางอ่อนช้อยแลดูบอบบางอ่อนโยนยิ่ง ทั้งสองยิ้มยกอย่างคนชนะ เเหม่อีกฝ่ายยังมิเริ่ม! ผู้คนเริ่มสนใจการเเสดง มีแต่เสียงคนชมมิขาดสาย ก่อนการเเสดงจบลงพร้อมเสียงตบมือกึกก้องแต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะน้อมรับคำขอบคุณเสร็จเเม่น่างเป๋ยลี่มี่ก็บรรเลงกู่เจิงขึ้นเสียดื้อๆ สร้างความแปลกใจ แก่ทุกคน มิใช่ว่านางมิเคยร่ำเรียนหลอกหรือเหตุใดเล่นได้ชำนาญเยี่ยงนี้ แถมจังหวะยังดุดันแผงด้วยความสนุกคนละอารามณ์กับเมื่อกี่สิ้นเชิงผู้คนเริ่มโยกตามจังหวะเพลงที่ไม่คุ้นหูแต่กลับหน้าสนใจนัก ทำให้หมินฮวาเเละอวิ้นเหมยนิ่งอึ้งเเต่กลับหน้าซีดกว่าเมื่อ ลี่จูเองร่ายร่ำได้สะดุดตาอาภรสีฟ้าโบกพริ้วตามเเรงลมเเละร่างกายที่ขยับอย่างเเข็งเเรงท่วงท่างดงามไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ว่างามเเล้วเมื่อฉีกยิ้มกลับดีมีเสน่ย์ยั่วยวนเยี่ยงพระจันทร์ที่เด่นบนฟ้า ท่ารำงดงามที่รวดเร็วตามจังหวะดนตรีที่ดุดันสร้างความตะลึงแก่ผู้คนมิน้อย เมื่อการเเสดงจบลงผู้คนโห่ร้องเสียงกึกก้อง คงมิต้องตัดสินว่าใครชนะ ลี่จูลี่มี่น้อมรับคำชมก่อนหันมองคู่เเข่งที่บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวตามเเรงโกรธ จะหักหน้านาง หึ ยังเร็วไป! ลี่มี่ลี่จูเดินกลับไปยังโต๊ะอาหาร
"เก่งมากน้องพี่มิคิดว่าพวกเ้าจะทำได้ดีเยี่ยงนี้!"จิ่นอ้านพูดชมน้องทั้งสอง
"ชมเกินไปเเล้วเ้าค่ะท่านพี่"ลี่มี่ตอบพลางยิ้มล่า
"มิเกินไปหรอก เ้าเก่งมากเล่นกู่เจิงได้ยอดเยี่ยม" ไท่จื่อหรือบัดนี้คือมี่เค่อพูดเสียงเรียนสายตายังจับจ้องไปยังร่างสาวบางที่บัดนี้ยิ้มจนตาปิดเเล้ว
'น่ารักเสียจริง'องค์ไทจื่อได้เเต่คิดในใจ อ๋อง3เองก็คิดเยี่ยงกันปกติลี่มี่ของเค้าจะนิ่งเงียบเเต่ตอนนี้กลับยิ้มเก่งแถมดูร่าเริงกว่าเดิม สร้างความเเปลกใจแก่เขานัก" เ้าเองก็รำได้งดงาม สะดุดตานัก" องค์ชายอู่หยางเจิ้นในชุดอำพันดำทมิฬเอ่ยเสียงนิ่ง ลี่จูจึงหันไปมองบุคคลข้างๆ
"ขอบพระทัยองค์ชายอู่" นางเอ่ยพลางก้มหัวเล็กน้อย
"ใช่เป๋ยลี่มี่เล่นกู่เจิงเก่งนัก เ้าเองก็ด้วยลี่จูรำได้งดงามนักเก่งกว่าข้าอีก เหตุใดจึงไม่บอกว่ารำเป็พวดข้าก็พลอยกังวลตั้งนาน!" องค์หญิงทั้งพูดชมพลางเอ็ดพวกนางด้วย
"พี่ว่าเ้าเองก็รำสวยมิแพ้น่ะฟางเหนียง"องค์ชาย14พูดพลางหันมองฮุ่ยเจินก่อนพูดต่อ"จริงหรือไหม ท่านอาจารย์!?"
"อืม เก่งมิเเพ้กัน" ฮุ่ยเจินเอ่ยราบเรียนโดยมิสบตาใคร ก่อนชิบชาในมือต่อ ต่างกับองค์หญิงเมื่อได้ยินใบหน้ากลับร้อนผ่าวร่างกายอ่อนละทวยราวกับจะละลายหายไปเสีย!เเค่คำชม(?)เล็กน้อยก็ทำให้นางหวั่นไหวเสียได้ ลี่จูที่มองอยู่ยิ้มยกเล็กน้อยช่างไร้เดียงสานัก!งานเลี้ยงกลับมาครื้นเคลงอีกครา ผู้คนต่างดื่มดำกับบรรยากาศเเละอาหาร
เวลาผ่านไปสักพัก ลี่จูเริ่มรู้สึกมึนเล็กน้อยดูท่าเหล้าหมักลูกท้อจะทำเื่เสียเเล้ว
"เ้าจะไปไหน" จิ่นอ้านพูดเมื่อเห็นลี่มี่ลุกขึ้น
"เดินเล่นเ้าค่ะ"
"พี่ไปด้วย!"จิ่นอ้านเตรียมลุกตามน้องสาว
"มิต้องเ้าค่ะ! ข้าอยากไปคนเดียว"
"มิได้อันตราย!"
"โถ่พี่ใหญ่นี้วังหลวงทหารมากมายจะกลัวสิ่งใดเ้าค่ะ" จิ่นอ้านหน้ามุ่ยทันทีกลัวสิ่งใดนะหรือ ก็กลัวเ้าพวกผู้ชายหน้าม่อพวกนั้นไงเหล่า!
"ข้าไปเป็เพื่อนรึไหมเจียเจี่ย" ลี่มี่พูดก่อนมองหน้าพี่สาว
"มิเป็ไร" ลี่จูมิรอใครทักท้วงต่อรีบสาวเท้าเดินอย่างไว ไปสวนน้ำที่ห่างออกไปตรงมุมมืด
"เฮ้อออ นี้ขนาดดื่มเพียง5จอกข้ายังขนาดนี้หากอยู่ดื่มต่อคงล้มพลับเเน่!" นางพรึมพรัมกับตัวเองก่อนนั่งลงศาลาริมสระ
"หากรู้ว่าคออ่อนเหตุใดจึงยังดื่มจน5จอกเหล่า" (?)
ลี่จูเพ่งมองหน้าบุคคลมาใหม่ในความมืด
"องค์ชายอู่!?"
"ใช่ ข้าเอง..ใหรือ?"
"เอ่อ..พระองค์ออกมาทำไมค่ะ.. หรือมีอะไรให้ข้ารับใช้"
"ไม่หรอกเพียงเห็นคนเมาเดินออกคนเดียว เลยมาดู"
"ข้ามิได้เมาเสียหน่อย!"ลี่จูเถียงกลับทันควันนางมีสติดี! (?)
"หึ..เเล้วเหตุใดหน้าเ้าจึงเเดงเยี่ยงนี้"
ลี่จูรีบยกมือสัมพัสใบหน้าตนเอง
"สะ เเสงจันทร์ต่างหาก"
"พอเถิดคนเมามักบอกไม่เมา ข้าไม่อยากเถียง" องค์ชายอู้พูดอย่างปัดๆ ก่อนนั่งลงตรงข้ามกับนาง นั่งมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าใบหน้าแลดูดุเเต่กลับดูอ่อนโยนเช่นกัน
ลี่จูที่โดนบุรุษตรงหน้าจ้องไม่วางตา เริ่มทำตัวไม่ถูกเหตุใดเขาจ้องเสียอย่างนั้น! องค์ชายอู่ยังคงจ้องต่อไม่เเม้เอ่ยปากใดๆ
"ท่านจักจ้องหน้าข้าอีกนานรึไหม"
"อืมอีกสักพักล่ะ" องค์ชายตอบหน้าตาเฉยเล่นเอาลี่จํหัวเสีย คงเพราะเหล้าด้วยทำให้นางหงุดหงิดง่ายเยี่ยงนี้ ลี่จูเริ่มหนักหัวเรื่อยๆ ตาเริ่มปิดความง่วงเข้าครอบ องค์ชายได้แต่ส่ายหน้านี้นะหรือคนมิเมา นั่งจะหลับเเหล่มิหลับแหล่หากเค้าไม่ตามมาจะเกิดอันใดขึ้นคงไม่ไปนั่งหลับที่แปลกหลอกรึ
พรึ่บ! ลี่จูที่บัดนี้ฟุบโต๊ะไปเรียบร้อย แต่สติยังคงเหลือน้อยนิด
"ให้ตายเถิด ยุ่งยากเสียจริงเหตุใดข้าต้องมาหลงรักคนอย่างเ้าด้วยน่ะ!..เฮ้ออ." เเล้วสตินางก็ดับลงพร้อมคำพูดทิ้งท้ายขององค์ชายอู่ และหัวใจที่เริ่มเต้นรัวราวมีใครตีกลองอยู่ข้างใน...