หมู่บ้านตวนอองเป็หมู่บ้านที่มีทิวทัศน์รายล้อมไปด้วยูเาทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีและดอกไม้สีสวยสดบานสะพรั่งรับลมหนาว ต้นหญ้าสีเขียวก้านยาวตรงปลายมีดอกสีม่วงเล็กๆ ติดอยู่โบกปลิวไปมาตามแรงลม
“เสื้อผ้าเยอะมาก ใส่ตัวไหนดีละ เฮ้อ ฉันยิ่งไม่ถนัดแนวนี้ด้วย สีหวานเชียว ขอเสื้อยืดกางเกงยีนส์นะมีมั้ย”ผู้กองสาวบ่นกับตัวเองพลางถอนหายใจเบาๆ เมื่อมองเห็นเสื้อผ้าที่นายหญิงของหมู่บ้านนำมามอบให้กับเธอในฐานะพระชายาขององค์ชายหนุ่ม
“เอาชุดนี้แล้วกัน จะได้ไปหาอะไรกิน”ผู้กองสาวรีบหยิบชุดที่อยู่บนสุดขึ้นมาและนำไปเปลี่ยนทันที
หลังจากเปลี่ยนชุดตามที่นายหญิงของหมู่บ้านเตรียมชุดไว้ให้เรียบร้อยแล้วผู้กองสาวก็เดินลงมาจากเรือนตรงไปยังเหล่าทหารที่นั่งล้อมวงทานอาหารกันอยู่
“โห น่ากินจัง ข้าขอกินบ้าง” เธอรีบบอกเมื่อเดินเข้าไปถึง
“เชิญพระชายาไปนั่งทานอาหารตรงโน้นเถิดพะย่ะค่ะ”ทหารคนที่นั่งใกล้สุดรีบบอกเพราะได้ยินที่องค์ชายสามประกาศเมื่อตอนกลางวันว่าแม่นางคนนี้คือพระชายา
“พระชายา! เฮ้อ! เกลียดคำนี้ที่สุด!”เธอหันมาตอบและเดินไปนั่งข้างๆองค์ชายหนุ่มตามที่ทหารคนนั้นบอก
“รีบๆทานอาหารของเ้าเสียสิ”องค์ชายหันมาบอก
“รู้แล้วน่า”ผู้กองสาวหันมาตอบด้วยความรำคาญองค์ชายหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ คิดในใจ มานั่งหน้าขาวปากแดงยิ้มหวานอยู่ได้เห็นแล้วหมั่นใส้อีตาองค์ชายสามนี่เสียเหลือเกิน
“พอทานได้ไหมเพคะพระชายา”นายหญิงของหมู่บ้านถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยพอใจของหญิงสาวจึงคิดไปว่ากับข้าวที่จัดวางอยู่ตรงหน้าไม่ถูกใจพระชายา
“อ่อ อร่อยมาก น่ากินทุกอย่างเลย แล้วพูดกับข้าไม่ต้องมีลงท้ายเพคะ เพขาหรอกนายหญิง พูดธรรมดาเถอะ”ผู้กองสาวรีบหันมาบอกและเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มหวานให้นายหญิงของหมู่บ้านทันที
“ไม่ได้หรอกเพคะ”นายหญิงรีบตอบด้วยความใ
“แล้วแต่ท่านเถอะ ขอบใจนะที่นำเสื้อผ้ามาให้ข้าเสียมากมาย”ผู้กองสาวบอกกับนายหญิง
“ไม่เป็ไรเลยเพคะ ขาดเหลืออะไรให้ท่านรีบบอกปิงจ่านได้เลยนะเพคะ”นายหญิงรีบบอกพระชายาเพราะเธอให้ปิงจ่านหญิงสาวในหมู่บ้านไปคอยรับใช้พระชายาในระหว่างที่พำนักอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
“ขอบใจท่านมาก”ผู้กองสาวรีบตอบด้วยความเกรงใจและหันมาสนใจทานอาหารตรงหน้าต่อด้วยความเอร็ดอร่อย จนนายหญิงของหมู่บ้านต้องยิ้มให้กับความน่ารักของหญิงสาวตรงหน้า
“องค์ชายเพคะ เย็นนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับทั้งสององค์ จัดที่ลานหน้าหมู่บ้านนะเพคะ”นายหญิงพูดขึ้นมาเพราะท่านผู้นำบอกให้เธอมาเชิญทั้งสององค์แทนเพราะเขาต้องไปเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับที่จะจัดขึ้นในค่ำคืนนี้
“อันที่จริงพวกท่านไม่น่าจะต้องยุ่งยากจัดงานต้อนรับอะไรข้าเลย แค่มารบกวนขอพำนักค้างคืนที่นี่ก็รบกวนพวกท่านมากพอแล้ว”องค์ชายตอบอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรเลยเพคะ พวกเราเต็มใจทำเป็อย่างยิ่ง”นายหญิงรีบบอก
“ตามใจพวกท่านเถิด”องค์ชายบอก
“ปิงจ่านพาข้าไปทัวส์ เอ้ย! ไปเดินดูรอบๆ หมู่บ้านหน่อยสิ ข้าอยากเห็น”ผู้กองสาวลุกขึ้นยืนและบอกหญิงสาวผิวสองสีที่นั่งอยู่ข้างๆหลังจากที่ตัวเองทานอาหารเรียบร้อยแล้ว
“ได้เลยเพคะ”ปิงจ่านรีบตอบและลุกขึ้นยืนพาพระชายาเดินออกไปเดินชมหมู่บ้านของตนเอง
“ปิงจ่าน เ้าอยู่ที่นี่มาั้แ่เกิดเลยเหรอ”ผู้กองสาวถาม
“ใช่เพคะ พ่อกับแม่ข้า อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาั้แ่ข้ายังไม่เกิด”ปิงจ่านตอบ
“แล้วงานเลี้ยงต้อนรับนี่คือจัดยังไงเหรอ”ผู้กองสาวถามด้วยความอยากรู้ว่าจะเหมือนงานเลี้ยงต้อนรับที่ไทยไหม คิดในใจ มีโต๊ะจีนป่าววะ ฮ่าๆๆ
“มีเลี้ยงอาหาร เหล้าที่หมู่บ้านนี้หมักเอง และก็มีเล่นเครื่องดนตรีของหมู่บ้านเพคะ”ปิงจ่านตอบตามที่เธอเคยเห็นเวลามีแขกเข้ามาพักในหมู่บ้าน
“อ่อ น่าสนุกดี”ผู้กองสาวตอบและยิ้มอย่างนึกอะไรดีๆออก
“เชิญพระชายาไปทางโน้นดีกว่านะเพคะ แถวนี้มีพวกเด็กๆแข่งยิงธนูกัน เดี๋ยวจะไม่ปลอดภัย”ปิงจ่านรีบบอกเมื่อเห็นสัญลักษณ์สีแดงที่เด็กๆติดไว้บนต้นไม้หลายแห่งตามที่ท่านผู้นำหมู่บ้านสั่งไว้ว่าเมื่อใดก็ตามที่จะฝึกอาวุธที่มีอันตรายต่อผู้อื่นจะต้องแสดงสัญญาลักษณ์นี้ไว้ในบริเวณรอบๆสถานที่ฝึกซ้อมหรือแข่งขัน
“ฮะ! อะไรนะ! ยิงธนู! ตรงไหน ไปๆ ไปกัน”ผู้กองสาวรีบถามด้วยความดีใจเมื่อได้ยินว่าแถวนี้มีเด็กๆกำลังแข่งยิงธนู คิดในใจ ได้เวลาสนุกแล้วสิ ฮ่าๆๆ เมื่อมองไปเห็นกลุ่มเด็กๆที่ยืนอยู่ตรงป่าไม่ไกลนักก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“พระชายา! อย่าเพคะ! พระชายา! หยุดก่อน!”ปิงจ่านรีบร้องเรียกพระชายาที่วิ่งเข้าไปหาเด็กๆที่กำลังแข่งธนูกันอยู่อย่างไม่เกรงกลัวอันตรายเลยสักนิดเดียว
“ตามข้ามาเร็ว ๆ สิ ปิงจ่าน โอ้ย!”ผู้กองสาวรีบหันมาบอกปิงจ่านที่วิ่งตามเธอมาด้านหลังแต่ก็ชนเข้ากับร่างหนาอย่างจังและล้มลงไปบนตัวขององค์ชายหนุ่ม
“เ้าจะรีบไปไหน ไม่รู้หรือว่าข้างในนี้มันมีอันตราย”องค์ชายถาม
“มันจะอันตรายเพราะท่านนั่นแหละ คนวิ่งมาดีๆ จะมายืนขวางทำไม บ้าหรือปล่าว”เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนและมององค์ชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ
“พระชายา เจ็บตรงไหนไหมเพคะ”ปิงจ่านถามขึ้นเมื่อวิ่งมาถึง คิดในใจ โดนนายหญิงด่าตายเลยถ้าพระชายาาเ็
“ข้าไม่เป็อะไรเลย แค่นี้เอง”ผู้กองสาวตอบ
“แล้วเ้าจะวิ่งเข้ามาทำอะไรในนี้ ไม่เห็นหรือว่าเด็กๆกำลังแข่งยิงธนูกันอยู่”องค์ชายสามถามหญิงสาวเมื่อลุกขึ้นยืนเรียบร้อยแล้ว
“ฉัน เอ้ย! ข้าก็จะมายิงธนูกับเด็กๆ นะสิ”ผู้กองสาวตอบ
“เ้าเนี้ยนะ จะมายิงธนู”องค์ชายถามและมองไปที่หญิงสาวรูปร่างบอบบางตรงหน้า
“เออนะสิ! มองแบบนี้ ไม่เชื่องั้นสิ แข่งกันไหมล่ะ องค์ชาย”ผู้กองสาวมองแบบท้าทายองค์ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เ้ากล้ามาท้าข้า ไม่กลัวว่าเ้าจะแพ้เหรอ”องค์ชายตอบ
“อย่ามาทำตัวเป็พี่สมรักษ์หน่อยเลย ไปเถอะ เดี๋ยวได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่จะแพ้ อย่ามาร้องให้ไปร้องขันทีฟังกงก็แล้วกันว่ายิงธนูแพ้ข้า ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวตอบอย่างมั่นใจว่าเธอต้องเอาชนะองค์ชายหนุ่มคนนี้ได้อย่างแน่นอน
“มันจะมากไปแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะสั่งสอนเด็กดื้อที่กล้ามากล่าววาจาดูิ่ข้า”องค์ชายตอบและเดินนำหน้าหญิงสาวเข้าไปหาเด็กๆที่ยืนอยู่เป็กลุ่ม
“ฮ่าๆๆ คิดเหรอว่าคนอย่างผู้กองก้ามปูจะยอมแพ้”ผู้กองสาวพูดและยิ้มออกมา
“ข้าของแข่งธนูด้วยคน”องค์ชายสามบอกเด็กๆ เมื่อเขาเดินเข้าไปถึงที่เด็กๆยืนอยู่
“ได้สิขอรับ”เด็กชายที่ดูโตกว่าทุกคนในกลุ่มรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็องค์ชายที่เข้ามาขอพักในหมู่บ้าน
“ขอบใจ ช่วยจัดธนูให้สองชุด ข้าจะแข่งกับชายาของข้า”องค์ชายสั่งเด็กน้อย
“”ได้ขอรับ”เด็กน้อยรับคำอย่างรู้สึกมึนงงแต่ก็เดินเข้าไปจัดธนูและลูกดอกพร้อมจัดเตรียมสถานที่ คิดในใจ ผู้หญิงจะมาแข่งยิงธนูเนี่ยนะ จะไปชนะผู้ชายได้ยังไง ฮ่าๆๆ
“พร้อมหรือยัง”องค์ชายหันมาถามหญิงสาวข้างๆ เมื่อรับธนูมากจากมือของเด็กหนุ่ม
“พร้อมั้แ่เกิดแล้ว ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวตอบและยิ้มให้ชายหนุ่มด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาท
“เอา นี่ธนูของเ้า”องค์ชายบอกและยื่นธนูให้หญิงสาว
“ขอบใจ”ผู้กองสาวตอบเสียงห้วนและยื่นมือไปรับธนูมาถือไว้ในมือ
“เอาจริงเหรอเพคะ พระชายา”ปิงจ่านถามหญิงสาวตรงหน้าเธออีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะแข่งยิงธนูกับองค์ชายหนุ่ม
“เอาจริงสิ ใครเขาจะมาล้อเล่นกัน เ้าเตรียมส่งเสียงเชียร์ข้าได้เลยปิงจ่าน”ผู้กองสาวหันมาบอก
ฝั่งเด็กๆที่ถอยหลังออกมายืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าการแข่งขันระหว่างองค์ชายหนุ่มและพระชายาสาว ต่างพูดคุยกันอย่างไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวจะยิงธนูเป็
“ผู้หญิงยิงธนูเป็ด้วยเหรอ”เด็กน้อยคนหนึ่งถามเพื่อน
“ข้าก็ว่า ไม่น่าจะยิงถูก”เด็กน้อยข้างๆตอบเพื่อน
“ข้าไม่เคยเห็นหญิงสาวที่ไหนมาแข่งยิงธนูเลย”อีกคนก็พูดขึ้นเพราะต้องแต่พวกเขามาฝึกซ้อมและแข่งขันกันก็ไม่เคยมีหญิงสาวคนไหนมาฝึกอาวุธแบบนี้เลยสักคน
“พร้อมหรือยัง หากพร้อมแล้ว เชิญเ้าก่อนเลย”องค์ชายหันมาถามและบอกให้เธอเป็คนเริ่มยิงก่อน
“ได้เลย ฉัน เอ้ย! ข้าเริ่มก่อนก็ได้”เธอบอกและเดินไปประจำจุดข้างหน้า มองไปยังเป้าหมายที่ดูจะเป็ผลไม้ลูกสีเขียวขนาดประมาณลูกแตงโมที่วางอยู่ตรงขอนไม้ในระยะที่ไม่ไกลมากนัก ยกธนูขึ้นและปล่อยลูกธนูออกไป
“เย้ๆ” เสียงของปิงจ่านและเด็กๆ ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกธนูได้ปักอยู่ตรงผลไม้ข้างหน้าและอยู่ตรงกลางพอดีอีกด้วย
“ก็แค่ของเล่นยามว่าง”ผู้กองสาวพูดขึ้นและหันหลังกลับมายักคิ้วให้องค์ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง และหันไปโค้งรับเสียงปรบมือของปิงจ่านและเด็กๆ
“อย่าเพิ่งดีใจไป นี่มันก็แค่เริ่มต้น”องค์ชายหนุ่มบอกและเดินเข้าไปประจำที่และเล็งไปยังผลไม้ สักพักก็ปล่อยลูกธนูออกไป
“เย้ๆ”เสียงของปิงจ่านและเด็กๆ ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อลูกธนูขององค์ชายหนุ่มปักลงไปบนผลไม้จุดเดียวกับหญิงสาวที่ยิงไปก่อนหน้า
“โธ่ ทำเป็ยิ้ม เดี๋ยวก็รู้”ผู้กองสาวบอกและเดินเข้าไปประจำที่และยกธนูขึ้นเล็งไปยังเป้าหมายที่สองที่เป็ผลไม้ลูกเล็กลงมาหน่อยสีออกไปทางเหลืองเข้มขนาดเท่าๆส้มเช้ง เมื่อมั่นใจว่าตรงแล้วก็ปล่อยลูกธนูออกไป
“เย้ๆ”เสียงของทุกคนดังขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าแม่นยิ่งกว่าจับวาง
“ฝีมือยิงธนูของเ้าก็ไม่เบาเหมือนกันนะ”องค์ชายบอกและเดินเข้าไปประจำจุดและยกธนูขึ้นเล็งเป้าหมายและปล่อยลูกธนูออกไปยังเป้าหมายทันที
“เย้ๆๆ”เสียงของปิงจ่านและเด็กๆ ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อองค์ชายหนุ่มยิงไปที่เป้าหมายข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว
“ฟลุ๊คละสิ”หญิงสาวบ่นขึ้นมาเมื่อเห็นว่าองค์ชายสามยิงธนูไปหาเป้าหมายแม่นพอๆกันกับเธอ
“ตาเ้าแล้ว”องค์ชายหนุ่มบอกเมื่อหันหลังกลับและเดินเข้ามาหาหญิงสาว
“ได้เลย คราวนี้แหละ ท่านแพ้แน่องค์ชายสาม จะเอาให้ร้องให้ขี้มูกโป่งไปฟ้องขันทีฟังกงเลยคอยดู”หญิงสาวบอกเบาๆและเดินเข้าไปประจำจุด ยกธนูขึ้นเล็งไปยังผลไม้สีน้ำตาลขนาดเท่าลูกละมุดที่วางอยู่ตรงตอไม้แต่คราวนี้ระยะไกลกว่าสองครั้งแรกมา เธอจึงเล็งนานหน่อยเมื่อมั่นใจก็ปล่อยลูกธนูออกไปทันที
“เย้ๆๆ”เสียงปิงจ่านและเด็กๆ ดังขึ้นอีก
“ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ถ้าท่านพลาดเราชนะ ท่านต้องออกไปนอนนอกห้องคืนนี้”ผู้กองสาวบอกเมื่อเดินกลับมาจุดที่องค์ชายหนุ่มยืนอยู่
“ข้ารับคำท้า แต่คงไม่มีวันที่ข้าจะได้ออกมานอนนอกห้องอย่างแน่นอน”องค์ชายตอบและเดินเข้าไปประจำที่และเล็งไปยังผลไม้ที่วางอยู่ เมื่อมั่นใจก็ปล่อยลูกธนูออกไปทันที
“เย้ๆ เสมอๆ เก่งทั้งสององค์เลย สุดยอด”เสียงปิงจ่านและเด็กๆ เฮขึ้นอีกครั้ง และมองไปยังทั้งสองที่ยืนอยู่อย่างชื่นชมในความปรีชาสามารถ
“เชอะ ก็แค่ฟลุ๊คแหละ”ผู้กองสาวบ่นเบาๆ
“เสียใจด้วยนะที่เ้าต้องทนนอนกับข้าในค่ำคืนนี้เหมือนเดิม”องค์ชายหันมายิ้มให้หญิงสาว
“เดี๋ยวก็รู้ มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวพูดขึ้นมาเบาๆ และยิ้มร้ายคืนกลับให้องค์ชายหนุ่ม คิดในใจ งานเลี้ยงคืนนี้เดี๋ยวก็รู้ว่าจะได้นอนนอกห้องไหม ฮ่าๆๆ