หลังจากวิหคน้อยออกไปจากที่พักแล้ว ฉิงเหม่ยได้หันมากล่าวกับหวังเหว่ย “นายท่าน หลังจากนี้นายท่านมีแผนจะทำอะไรต่อไปเจ้าค่ะ ?” หวังเหว่ยได้หันมามองฉิงเหม่ยหลังจากได้ยินคำกล่าวของนาง “อืม ก่อนพายุจะมาคลื่นลมมักจะสงบดั่งเช่นในตอนนี้... ในเวลานี้พวกเราควรเร่งฝึกฝนตนเองเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสงครามที่กำลังใกล้เข้ามา” ฉิงเหม่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน หลังจากนี้จะตั้งใจฝึกฝนเพื่อพัฒนาความสามารถของตนเองเจ้าค่ะ” หวังเหว่ยยิ้มออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของฉิงเหม่ย “ข้าคือนักอัญเชิญอสูร มิใช่นักสู้หรือนักเวท ความสามารถในด้านการต่อสู้ของข้ายังมีขีดจำกัดอยู่ ในอนาคตข้าคงต้องหวังพึ่งเจ้าแล้วฉิงเหม่ย” “ข้าจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวังเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฮ่าๆ เช่นนี้ข้าคงต้องขอฝากอนาคตของข้าไว้ที่เจ้าแล้ว เอาล่ะ ข้าจะกลับไปฝึกฝนต่อ หากมีเรื่องอะไรเจ้าสามารถมาหาข้าในที่พักได้ตลอดเวลา” หวังเหว่ยกล่าว จากนั้นเขาได้ออกมาจากที่พักของฉิงเหม่ย และได้กลับไปนั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลพลังปราณอสูรอยู่ภายในที่พักของตนเอง เวลาผ่านไปสองชั่วโมงพลังปราณอสูรของหวังเหว่ยก็ได้กลับมาสมดุลดังเดิม “ฟู่ว เอาล่ะ ได้เวลาดูดซับแก่นอสูรต่อ” หวังเหว่ยพึมพำเบาๆ จากนั้นเขาได้นำแก่นอสูรระดับเลเวล60ออกมาและเริ่มดูดซับพลังของมันในทันที
เวลาสามเดือนผ่านไป
ตลอดสามเดือนมานี้ อาณาจักรเทพวิหคและอาณาจักรเทพมังกรได้เริ่มทำสงครามกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยกำลังรบที่ใกล้เคียงกันทำให้ทั้งสองฝ่ายยังทำอะไรกันไม่ได้มากนัก ทางด้านหวังเหว่ยและเหล่าสัตว์อสูร พวกเขาได้ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนตั้งแต่เช้าจรดเย็น และด้วยแก่นอสูรที่มีอยู่มากมายทำให้หวังเหว่ยรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรของเขาสามารถพัฒนาระดับเลเวลได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด อีกทั้งหวังเหว่ยยังได้สอน "ทักษะบินบนฟ้า" ให้กับเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทุกคน และเขายังได้หลอมสร้างอุปกรณ์ระดับตำนานให้กับเหล่าสัตว์อสูรของเขาที่เป็นสมาชิกหลักกันครบทุกคนอีกด้วย! ทำให้ในตอนนี้หวังเหว่ยมีกองกำลังที่แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าอาณาจักรทั้งสามเลยแม้แต่น้อย! “นายท่าน ข้ามีข่าวมาแจ้งให้ทราบเจ้าค่ะ” ซูฮวาหลงและเหวินหนิงถังกล่าวขณะเดินมาหาหวังเหว่ยที่กำลังฝึกฝนทักษะอยู่ภายในลานกว้าง หวังเหว่ยได้หยุดการฝึกฝนและเก็บดาบสำหรับฝึกซ้อมเข้าไปไว้ภายในแหวนมิติในทันทีหลังจากได้ยินเสียงของทั้งสอง “พวกเจ้ากำลังตั้งครรภ์กันอยู่ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเดินก็ได้” หวังเหว่ยกล่าวขณะเดินเข้าไปหาทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ซูฮวาหลงและเหวินหนิงถังได้เดินช้าลงทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย จากนั้นซูฮวาหลงได้กล่าวขึ้นว่า “นายท่านเจ้าค่ะ ในเช้ามืดวันนี้อาณาจักรเทพวิหคได้เริ่มโจมตีเกาะลอยน้ำหลายสิบเกาะของอาณาจักรเทพมังกรด้วยอุปกรณ์ประเภทเรือยนต์ไม้ขนาดใหญ่ แต่ในระหว่างที่กองทัพเรือยนต์ไม้ของอาณาจักรเทพวิหคกำลังโจมตีเกาะลอยน้ำ เผ่าสัตว์อสูรปีศาจได้บุกเข้าโจมตีเรือยนต์ไม้ของอาณาจักรเทพวิหคด้วยทักษะการว่ายน้ำที่ยอดเยี่ยม ทำให้อาณาจักรเทพวิหคต้องถอยร่นกลับไปตั้งหลักที่อีกฟากของทะเลสาบเจ้าค่ะ” “เผ่าสัตว์อสูรปีศาจใช้ทักษะการว่ายน้ำบุกโจมตีเรือยนต์ไม้ของอาณาจักรเทพวิหค !” “หึหึ ในทีแรกข้าก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ในตอนนี้ข้ามั่นใจแล้วว่าเผ่าสัตว์อสูรปีศาจต้องเกี่ยวข้องกับอาณาจักรเทพมังกรของเจ้าอย่างแน่นอนซูฮวาหลง” หวังเหว่ยกล่าวกับซูฮวาหลงและเหวินหนิงถัง “จริงหรือเจ้าค่ะนายท่าน !” ซูฮวาหลงกล่าวด้วยความตกตะลึง “อืม จริงแท้แน่นอน จากเบาะแสหลายอย่างที่ข้ามี ทำให้ข้ามั่นใจว่าต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน ซูฮวาหลงหลังจากนี้เจ้าต้องระมัดระวังคนจากอาณาจักรเทพมังกรให้ดี หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลให้เจ้าบอกกับข้าในทันทีเข้าใจหรือไม่ ?” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ซูฮวาหลงกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “ดีมาก ว่าแต่เหตุใดพวกเจ้าทั้งสองถึงมาหาข้าด้วยตัวเองเช่นนี้ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “นะ นายท่านเจ้าค่ะ... ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเรามาขอเม็ดยาสมุนไพรสำหรับใช้บำรุงครรภ์เจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวด้วยท่าทางเอียงอาย หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้หัวเราะออกมาเล็กน้อยขณะนำแหวนมิติทั้งสองวงออกมา “ฮ่าๆ ข้าเพียงแค่ล้อพวกเจ้าเล่นเท่านั้น ในแหวนมิติสองวงนี้มีเม็ดยาสมุนไพรที่ใช้สำหรับบำรุงครรภ์อยู่วงละหนึ่งร้อยเม็ด พวกเจ้ากินวันละเม็ดก็พอเข้าใจหรือไม่ ?” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวจบซูฮวาหลงและเหวินหนิงถังได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติจากหวังเหว่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ จากนั้นพวกนางได้ขอตัวกลับไปยังคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ในทันที หลังจากทั้งสองคนกลับไปแล้ว หวังเหว่ยได้เริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องของสัตว์อสูรปีศาจอีกครั้ง “อืม ในเมื่อเผ่าพันธุ์วิหคและเผ่าสัตว์อสูรปีศาจเป็นศัตรูกัน ข้าก็ควรไปช่วยเหลือเผ่าพันธุ์วิหคสักเล็กน้อย” หวังเหว่ยกล่าวพึมพำเบาๆ ขณะหยิบเอา "แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้าย" ที่บันทึกสถานที่ภายในอาณาจักรเทพวิหค ที่เขาเคยได้ให้ซูฮวาหลงช่วยหามาให้ออกมาจากแหวนมิติ "เอาล่ะ ไปหาฉิงเหม่ยและเริ่มออกเดินทางดีกว่า" หวังเหว่ยคิดในใจ จากนั้นเขาได้ไปหาฉิงเหม่ยภายในที่พักของนาง “นายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะเปิดประตูให้หวังเหว่ยเข้าไปภายในห้องของนาง “วิหคน้อยและเหล่ามังกรน้อยยังไม่ออกมาจากมิติพิเศษหรือ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามขณะนั่งลงบนเก้าอี้ภายในห้องของฉิงเหม่ย “ยังเลยเจ้าค่ะนายท่าน พวกเขาตั้งใจขยันฝึกฝนกันมากในช่วงนี้ ข้าเองก็กำลังจะออกไปฝึกฝนที่ลานกว้างเช่นกันเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะลูบหน้าท้องของนางที่กำลังขยับสั่นไหวเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน “โอ้! ดีแล้วล่ะที่พวกเขาขยันฝึกฝน เพราะอีกไม่นานหลังจากนี้ ข้าเชื่อว่าอาณาจักรเทพวิหคคงเริ่มเปิดฉากโจมตีเมืองของอาณาจักรมนุษย์แล้ว” หวังเหว่ยกล่าว “นายท่านไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะในตอนนี้พวกเราแข็งแกร่งกันขึ้นมากแล้ว หากอาณาจักรเทพวิหคกล้าบุกมายังเมืองแห่งนักประดิษฐ์ ข้าจะเป็นคนนำทัพบุกทำลายพวกเขาให้ย่อยยับเองเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ฮ่าๆ หากพวกเขากล้าบุกมา ข้าจะไปลุยกับพวกเขาเป็นเพื่อนเจ้าเอง แต่ในตอนนี้พวกเรามีอีกเรื่องที่ต้องการจัดการให้เรียบร้อยก่อน ข้ากำลังจะไปเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหค เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ ?” ฉิงเหม่ยได้พยักหน้าของนางเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย “ข้าขอไปด้วยเจ้าค่ะนายท่าน พวกเราจะไปกันตอนไหนหรือเจ้าค่ะ ?” หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของฉิงเหม่ย “ไปกันตอนนี้เลย เจ้าพร้อมหรือไม่ ?” “ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ว่าแต่เราจะไปที่นั่นด้วยวิธีใดเจ้าค่ะ ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถาม “อืม ข้าจะใช้แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายเพื่อไปที่นั่น จากนั้นให้เจ้ามาหาข้าผ่านทางประตูมิติ” หวังเหว่ยกล่าวตอบ “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” “เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เปิดการทำงานของแผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายเพื่อไปยังอาณาจักรเทพวิหค โดยมีฉิงเหม่ยที่เดินเข้าไปภายในประตูมิติติดตามเขาไปด้วย วูบ