Café รัก Coffee เลิฟ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 2 รู้จักประเทศ S ไหม?

            เหอหลี่น่าไม่ได้เข้าร่วมพิธีจบการศึกษาร่วมกับเพื่อนร่วมสถาบัน เพราะเหอหลี่จิ้งก็เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ส่วนจ้าวเจิ้งถิงก็คงมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่หมั้นคนใหม่ เธอไม่อยากเจอกับคนทรยศจึงได้โทรศัพท์ไปขอคำปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาว่าเธอป่วยคงไม่สามารถไปเข้าร่วมพิธีได้

            เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาทราบว่าเธอป่วยกะทันหันซึ่งเป็๞เหตุสุดวิสัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจารย์จึงอนุญาตไม่ให้เธอมาเข้าร่วมพิธี เป็๞เพราะเหอหลี่น่าเป็๞นักศึกษาที่มีชื่อเสียงที่ดี อาจารย์จึงไม่ได้ขอหลักฐานเพื่อยืนยันถึงอาการป่วย ทั้งอาจารย์ที่ปรึกษายังใจดีบอกว่าจะเป็๞ธุระติดต่อกับสำนักทะเบียนของมหาวิทยาลัยเพื่อให้เธอมารับเอกสารการจบการศึกษาในภายหลัง เหอหลี่น่าทั้งขอบคุณทั้งกล่าวขอโทษอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างจริงใจ

            แต่ก็ไม่ใช่ว่าเหอหลี่น่าจะโกหกอาจารย์ไปเสียทั้งหมด แม้เธอจะไม่ได้ป่วยหนักเหมือนที่บอกกับอาจารย์ไป แต่เป็๲เพราะเธอยังทำใจกับเ๱ื่๵๹ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ เธอจึงนอนไม่หลับและมีอาการปวดศีรษะจนต้องมาพบแพทย์

            ในขณะที่เหอหลี่น่านั่งรอเพื่อชำระเงินค่าตรวจรักษาก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ

            “หนูจ๊ะ ฉันมีเ๱ื่๵๹อยากคุยกับหนู หนูพอจะมีเวลาไหมจ๊ะ”

            เหอหลี่น่าหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นมีใคร บนเก้าอี้ยาวมีแค่เธอที่นั่งอยู่คนเดียว เธอจึงชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “คุณน้าเรียกหนูเหรอคะ”

            “ใช่จ้ะ” หญิงวัยกลางคนนั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะพร้อมกับกางหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือออก “หนูอย่าหาว่าน้าสอดรู้สอดเห็นเลยนะ หนูกำลังกลุ้มใจเ๱ื่๵๹ประกาศในหนังสือพิมพ์อยู่ใช่ไหมจ๊ะ”

            “ประกาศในหนังสือพิมพ์? เ๹ื่๪๫อะไรเหรอคะ?” เหอหลี่น่าถามอย่างแปลกใจ

            “ในหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งไม่ใช่ข่าวของหนูเหรอ รูปถ่ายมันคือหนูชัดๆ เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเขย่าหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือ

            เหอหลี่น่าก้มลงมองหนังสือพิมพ์ เพื่อเธออ่านข้อความบนนั้นมันทำให้หัวใจของเธอรู้สึกเย็นเยียบ

            “หนูก็คือคุณหนูใหญ่ที่ถูกตระกูลเหอตัดความสัมพันธ์ใช่ไหมจ๊ะ เป็๲หนังสือพิมพ์ของเช้าวันนี้เลยนะ หนูไม่รู้เ๱ื่๵๹นี้เหรอ?”

            เหอหลี่น่ากลั้นน้ำตา เธอลงชื่อในหนังสือตัดความสัมพันธ์ได้แค่สามวัน คุณพ่อกับคุณแม่ก็รีบลงประกาศทางหนังสือพิมพ์เสียแล้ว เธอสูดลมหายใจก่อนฝืนยิ้ม “หนูเพิ่งรู้เ๹ื่๪๫ที่พวกเขาลงประกาศในหนังสือพิมพ์ แต่เ๹ื่๪๫ตัดสัมพันธ์หนูกับตระกูลเหอได้ลงชื่อในหนังสือตัดสัมพันธ์กันไปหลายวันแล้วค่ะ”

            หญิงวัยกลางคนเห็นเหอหลี่น่าน้ำตาคลอ เธอเอื้อมมือไปตบที่หลังมือของเด็กสาวอย่างให้กำลังใจ “ฉันก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าคนรวยเขาคิดอะไรกันอยู่ถึงได้มาประกาศตัดสัมพันธ์กับลูกสาวให้คนทั้งประเทศรู้ แต่เอาเป็๲ว่าฉันเห็นใจหนูนะจ๊ะ”

            “ขอบคุณนะคะคุณน้า” เหอหลี่น่ากลืนก้อนสะอื้นก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ว่าแต่คุณน้าเข้ามาหาหนูเพราะมีเ๹ื่๪๫อะไรจะให้หนูช่วยหรือเปล่าคะ”

            “โอ๊ย! ดูน้าสิ เกือบลืมเ๱ื่๵๹สำคัญไปแล้ว” หญิงวัยกลางคนจับมือเหอหลี่น่าไว้แน่นก่อนพูดเสียงเบา “น้าชื่อหวังลี่อิง หนูเรียกน้าว่าน้าหวังก็ได้นะจ๊ะ คืออย่างนี้ ก่อนหน้านี้น้ามีปัญหากับสามีและลูกชาย น้าก็เลยคิดว่าจะหนีไปอยู่ต่างประเทศสักพัก แต่ตอนนี้น้าไม่คิดอย่างนั้นแล้ว น้าต้องกลับไปจัดการกับสองพ่อลูกคู่นั้นให้มันจบๆ ต่อให้ต้องหย่าแล้วน้าต้องออกมาแต่ตัวน้าก็ยอม”

            “หย่าแล้วต้องออกมาแต่ตัวเหรอคะ” เหอหลี่น่าทำสีหน้าไม่ถูก ‘นี่มันเ๹ื่๪๫ส่วนตัวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมคุณน้าคนนี้ถึงเอาเ๹ื่๪๫ส่วนตัวขนาดนี้มาเล่าให้ฉันฟัง’

            “เอาเป็๲ว่าน้าจะเล่าให้หนูฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน น้าเพิ่งรู้ว่าสามีของน้าแอบไปมีบ้านเล็กอยู่ข้างนอก ถึงพวกเขาจะไม่มีลูกด้วยกันแต่น้าก็รับไม่ได้ และที่ทำให้น้าเสียใจมากที่สุดคือลูกชาย ไอ้ลูกชายอกตัญญูคนนั้นยังเห็นดีเห็นงามให้พ่อของเขาเลี้ยงดูผู้หญิงคนนั้นไว้อีก น้าก็เลยตั้งใจว่าจะหนีไปอยู่ต่างประเทศสักห้าปี ให้พวกเขาได้รู้ว่าตอนที่ไม่มีน้าแล้วบ้านหลังนั้นจะวุ่นวายขนาดไหน แต่มาคิดอีกทีทำไมน้าต้องไปในเมื่อน้าไม่ผิด เพราะคนที่ผิดคือผู้ชายสารเลวคนนั้นต่างหากที่แอบไปมีชู้” หวังลี่อิงกัดฟันพูดต่ออย่างโมโห “น้าเอาเ๱ื่๵๹นี้ไปบอกลูกชาย แต่ลูกชายกลับบอกว่าถ้าน้าหนีไปจนสามีฟ้องหย่า รวมถึงน้าที่เป็๲แม่บ้านและขอเงินสามีใช้มาตลอดชีวิต เมื่อหย่ากันไปศาลต้องตัดสินให้น้าออกไปแต่ตัว”

            “เอ่อ...แล้วคุณน้าจะให้หนูช่วยยังไงเหรอคะ หนูไม่ได้เรียนจบกฎหมายและหนูก็ไม่มีญาติหรือคนรู้จักที่เรียนจบกฎหมายมาด้วย หนูไม่รู้ว่าหนูจะช่วยอะไรคุณน้าได้” เหอหลี่น่าคิดว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่มานั่งฟังปัญหาครอบครัวของคนอื่น อีกทั้งคนอื่นที่ว่าก็เป็๞คนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วยซ้ำ

            “ยังไงน้าก็ต้องหย่าและต้องตัดขาดกับเ๽้าลูกชายเนรคุณคนนั้นไปด้วย ต่อให้น้าต้องออกมาแต่ตัวน้าก็ไม่สนใจ” หวังลี่อิงยิ้มให้เหอหลี่น่า “ส่วนเ๱ื่๵๹ที่จะให้ช่วย แค่หนูตอบตกลงน้าก็มีเงินพอที่จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วล่ะจ้ะ”

            เหอหลี่น่าพยายามชักมือกลับ และสายตาของเธอก็พยายามมองไปรอบๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่บริเวณนั้นกลับไม่มีใครเลย ‘มิจฉาชีพ! ฉันกำลังถูกมิจฉาชีพมาหลอกเอาเงินใช่ไหม’

            หวังลี่อิงไม่ยอมปล่อยมือ ทั้งเธอยังกดเสียงให้ต่ำลงไปอีก “หนูอย่าเข้าใจผิดนะ น้าไม่ใช่มิจฉาชีพและไม่ได้จะมาหลอกเอาเงินจากหนู เอาเป็๲ว่าหนูรู้จักประเทศ S ไหมจ๊ะ”

            “ประเทศ S เหรอคะ?” เหอหลี่น่าปรับอารมณ์ให้เย็นก่อนถามออกไปอย่างไม่ไว้ใจ เธอคิดว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยไปก่อน รอให้อีกฝ่ายเผลอเธอถึงจะหนี “หนูไม่เคยได้ยินชื่อประเทศนี้มาก่อนเลยค่ะ”

            มือข้างหนึ่งของหวังลี่อิงยังจับมือเหอหลี่น่าไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย “น้ามีแผนที่ หนูพอจะดูแผนที่เป็๲ไหม”

            “คุณน้ามีแผนที่มาด้วยเหรอคะ หนูขอดูได้ไหมคะ”

            หวังลี่อิงมองเหอหลี่น่าด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าน้าปล่อยมือ หนูสัญญาได้ไหมว่าหนูจะไม่หนี”

            “ค่ะ หนูสัญญาว่าหนูจะไม่หนีไปไหน” เหอหลี่น่าบ่นตัวเองในใจ ‘เหอหลี่น่า! แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทั้งที่มีโอกาสหนีแต่แกยังนั่งฟังคนแปลกหน้าพูดอยู่ได้’

            หวังลี่อิงยิ้มก่อนจะกางแผนที่แล้วชี้ไปที่เกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศ “ถ้าดูในแผนที่หนูจะเห็นว่าตรงนี้เป็๲แค่เกาะเล็กๆ ที่อยู่ในเขตปกครองของประเทศเราใช่ไหม แต่เปล่าเลย นี่คือประเทศ S ซึ่งเป็๲ประเทศที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มีแต่คนที่เคยไปอยู่ที่นั่นมาแล้วถึงจะรู้จัก พอดีเพื่อนของน้าเคยหนีออกจากบ้านแล้วไปอยู่ที่นั่น น้าถึงได้รู้ว่ามีประเทศ S อยู่บนโลกเราด้วย”

            “แล้วมันเกี่ยวกับที่คุณน้าจะให้หนูช่วยยังไงล่ะคะ” เหอหลี่น่ายังไม่เข้าใจ

            “หนูเพิ่งถูกที่บ้านประกาศตัดสัมพันธ์มาไม่ใช่เหรอจ๊ะ หนูไม่อยากหนีไปอยู่ที่อื่นเพื่อทำให้ตัวเองสบายใจบ้างเหรอ” หวังลี่อิงมองเหอหลี่น่าอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษนะจ๊ะที่น้าพูดตรงไปสักหน่อยจนทำให้หนูไม่สบายใจ แต่เอาเป็๲ว่าหนูฟังน้าให้จบก่อนได้ไหม ถ้าฟังจบแล้วหนูจะตัดสินใจยังไงน้าก็จะไม่มายุ่งกับหนูอีก”

            เหอหลี่น่าก็อธิบายไม่ถูกว่าทำไมเธอถึงยังพยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณน้าพูดมาเถอะค่ะ”

            “ที่น้าบอกว่าจะหนีไปอยู่ต่างประเทศก็คือประเทศ S นี่ล่ะจ้ะ น้าถึงขนาดไปขายบ้านเดิมที่ชนบทมาเป็๲ค่าใช้จ่ายเลยนะ แต่ประเทศ S มีข้อจำกัดอยู่ว่าเราจะอาศัยอยู่ที่นั่นได้แค่ห้าปี หลังจากนั้นเราก็ต้องเดินทางกลับประเทศของเรา น้าก็เลยมานึกว่าถ้ากลับมาแล้วน้ากับสามีต้องหย่ากันจริงๆ แล้วน้าจะไปอยู่ที่ไหน น้าจะเอาเงินไหนใช้ น้าก็เลยเปลี่ยนใจไม่เดินทางแล้วจะอยู่ทำเ๱ื่๵๹หย่าให้จบ

            น้าอยากเก็บเงินก้อนนั้นไว้ใช้หลังการหย่า แต่ติดที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประเทศ S น้าจ่ายออกไปเต็มจำนวนแล้ว การจะขอคืนเงินก็เป็๞ไปไม่ได้ มีแต่น้าต้องขายต่อสิทธิ์ของน้าให้คนอื่น” หวังลี่อิงมองเหอหลี่น่าอย่างมีความหวัง “พอน้าได้อ่านข่าวแล้วเห็นว่าหนูนั่งอยู่ตรงนี้ น้าก็เลยอยากมาสอบถามว่าหนูอยากซื้อสิทธิ์การเดินทางไปประเทศ S ต่อจากน้าหรือเปล่าน่ะจ้ะ”

            “ราคาเท่าไหร่เหรอคะ” เหอหลี่น่าถามออกไปโดยไม่ทันคิด

            “เอ่อ...คือ...” หวังลี่อิงไม่กล้าตอบ “ตอนนั้นน้าหุนหันพลันแล่นไปหน่อยน่ะจ้ะ ก็เลยไม่ได้คิดให้รอบคอบจนทุ่มเงินทั้งหมดที่มีออกไปแบบนั้น”

            “คุณน้าบอกมาเถอะค่ะว่าราคาเท่าไหร่” เหอหลี่น่าถาม แม้จะไม่เข้าใจตัวเองแต่เธอกลับควบคุมความอยากรู้ไม่ได้ และ๻ั้๹แ๻่ที่เธอได้ยินคำว่าประเทศ S หัวใจของเธอก็เหมือนถูกบางอย่างดึงดูด

            “ค่าเดินทางไปกลับบวกกับค่าที่พักและค่าอาหารตลอดห้าปี เอ่อ...น้าจ่ายออกไปทั้งหมดแปดแสนหยวนน่ะจ้ะ” พูดถึงตรงนี้หวังลี่อิงก็หน้าแดง “หนูคิดว่าน้าโง่มากไหมที่ด่วนตัดสินใจไปแบบนั้น”

            เหอหลี่น่ายิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาก่อนยื่นมันออกไป “ตอนนี้หนูคงให้คำตอบกับคุณน้าไม่ได้ อีกอย่างเงินก้อนนี้ก็เป็๲เงินก้อนใหญ่ หนูก็เหมือนกับคุณน้าที่ต้องตัดสินใจให้ดีเหมือนกันค่ะ คุณน้าให้เบอร์ติดต่อไว้ได้ไหมคะ”

            หวังลี่อิงคว้าโทรศัพท์มาแล้วรีบกดหมายเลขโทรศัพท์พร้อมกดบันทึกให้เรียบร้อย “ได้สิจ๊ะ แต่การขายต่อสิทธิ์ครั้งนี้หนูต้องให้คำตอบน้าภายในสามวันนะ เพราะอีกเจ็ดวันก็จะถึงวันเดินทางแล้ว เราต้องไปทำเ๹ื่๪๫เปลี่ยนแปลงสิทธิ์ก่อนวันเดินทางสามวันน่ะจ้ะ”

            “ได้สิคะ รับรองว่าหนูจะโทรกลับมาหาคุณน้าแน่นอน แต่ถ้าคุณน้าร้อนใจ อีกสามวันคุณน้าจะโทรไปหาหนูก็ได้นะคะ” เหอหลี่น่ารับโทรศัพท์ของตัวเองกลับมาก่อนจะลุกขึ้นยืน “ทางโน้นเรียกแล้ว ขอไปจ่ายเงินก่อนนะคะ”

            หวังลี่อิงได้แต่ถอนหายใจ “น้าจะรอโทรศัพท์จากหนูนะจ๊ะ”

     

            เหอหลี่น่าออกจากโรงพยาบาลก็ไปหาซื้อของกินนิดหน่อยก่อนที่เธอจะรีบกลับโรงแรม ทันทีที่กลับมาถึงเธอก็เปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศ S แต่เธอกลับไม่พบข้อมูลที่เธอ๻้๪๫๷า๹ เธอถอนหายใจอย่างหมดหวัง จากนั้นข้อความแชทก็เด้งขึ้นมาที่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค เป็๞ข้อความจากเพื่อนออนไลน์ที่เธอกับเขารู้จักกันมาสี่ปีแล้ว และเธอกับเขาก็คุยกันได้ทุกเ๹ื่๪๫ ยกเว้นชื่อและตัวตนที่แท้จริงที่พวกเขาไม่เคยบอกให้อีกฝ่ายรู้

            Devil ‘สวัสดีเคจ เป็๲ยังไง เลิกร้องไห้แล้วหรือยัง’

            Caige ‘จะให้เลิกร้องง่ายๆ ได้ยังไง ฉันถูกไล่ออกจากบ้านเลยนะ’

            Davil ‘นั่นสินะ ถ้าเป็๲ฉันก็คงร้องไห้เหมือนกัน ตกลงวันนี้เธอได้ไปร่วมพิธีจบการศึกษาหรือเปล่า’

            Caige ‘ไม่ได้ไปหรอก ฉันโกหกอาจารย์ที่ปรึกษาว่าไม่สบายด้วยนะ รู้สึกผิดมากเลยล่ะ แต่จะให้ทำยังไงได้ ฉันไม่อยากไปเจอกับคนทรยศสองคนนั้น’

            Devil ‘แสดงว่าวันนี้นอนอยู่บนห้องทั้งวันเลยสิ มาเล่นเกมกันไหม ที่บ้านของฉันกำลังทะเลาะกันใหญ่โตเ๱ื่๵๹แบ่งมรดก บอกตามตรงว่าฉันเบื่อมาก ฉันไม่สนใจเ๱ื่๵๹พวกนั้นเลยสักนิด’

            Caige ‘นายต้องไม่สนใจอยู่แล้วสิ ก็นายน่ะมีเงินเป็๞หมื่นๆ ล้าน’

            Devil ‘เธอก็เป็๲เศรษฐินีร้อยล้านเหมือนกันไม่ใช่เหรอ’

            Caige ‘อย่าเพิ่งพูดถึงเ๹ื่๪๫เงินเลย ฉันมีเ๹ื่๪๫จะปรึกษา นายรู้จักประเทศ S ไหม’

            Devil ‘ไม่รู้จักดีแต่เคยได้ยินว่าเป็๲ประเทศที่ดีมาก แต่ข้อเสียคือประเทศ S จำกัดให้คนเข้าไปอยู่อาศัยได้แค่ห้าปีและแต่ละคนจะเข้าประเทศได้แค่ครั้งเดียว ส่วนข้อดีคือพอเข้าไปอยู่ในประเทศ S เราจะติดต่อใครไม่ได้และจะไม่มีใครติดต่อเราได้เหมือนกัน เรียกว่าเหมาะสมมากสำหรับคนที่อยากหลบหนีจากอดีตหรือคนที่๻้๵๹๠า๱เวลาคิดทบทวนและตัดสินใจในเ๱ื่๵๹สำคัญ ทำไม?...อย่าบอกนะว่าเธอจะไปอยู่ประเทศ S’

            Caige ‘ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ’

            Devil ‘ใช่แล้วจะทำไม เราก็ยังติดต่อกันได้เหมือนเดิมนี่’

            Caige ‘นายเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขาห้ามเราติดต่อกับคนภายนอกและห้ามคนภายนอกติดต่อกับเรา’

            Devil ส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กถูกเขกหัว ‘ยัยบ๊อง เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็๲ใคร ฉันเป็๲ปิศาจไอทีที่แฮกเกอร์ทั่วโลกยังยกให้ฉันเป็๲ที่พี่ใหญ่เลยนะ ต่อให้เธอจะย้ายไปอยู่มุมไหนของโลก ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตเราก็ยังคุยกันได้เหมือนเดิม’

            Caige ‘นายสนับสนุนฉันเหรอ? ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอ? ฉันต้องจากบ้านเกิดไปตั้งห้าปีเลยนะ’

            Devil ‘ถ้าเธอได้ไปอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ บ้างก็น่าจะดีนะ’

            Caige ‘มันก็ดีอยู่หรอก แต่เราสัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าหลังจากเรียนจบเราจะนัดมาเจอกัน’

            Devil ส่งรูปเด็กผู้ชายเขินจนหน้าแดง ‘อยากเจอฉันขนาดนั้นเลย! อย่าบอกนะว่าหลงรักฉันเข้าแล้ว’

            Caige ‘แค่นี้นะ อีกห้าปีเราค่อยมาเจอกัน’

            Caige offline

            Devil ยิ้มมองหน้าจอ “ห้าปีอะไร อีกไม่กี่วันก็เจอกันแล้ว”