“ เกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้ยังไง วาลัส ” น้ำเสียงอันทรงพลังแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตเอ่ยอย่างเ็า
“ ฉันต้องถามเธอมากกว่า ควีน ! ทำไมดันเจี้ยนระดับต่ำถึงมีปีศาจระดับนั้นโผล่ขึ้นมาได้ ! " วาลัสะโถามออกไปอย่างมีอารมณ์
“ เขาอยู่ไหน ” ควีนพยายามข่มอารมณ์ให้เย็นลง
“ เธอตอบคำถามฉันก่อนควีน ตอนนี้ไอหนูนั่นไม่พร้อมที่จะรับฟังอะไรทั้งนั้น ถ้าเป็เธอที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปเพราะดันเจี้ยน เเละครั้งล่าสุดเขาเห็นมันด้วยตาตัวเองเธอคิดว่าเขาจะยอมรับมันได้ง่ายๆหรือไง ” วาลัสที่ตอนนี้ได้แต่กำหมัดแน่น เขาไม่เคยคิดว่าจะสูญเสียสหายที่สนิทมากที่สุดอย่างอาเร็นไป
“ ใจเย็นลงหน่อยวาลัสฉันเองก็เสียใจไม่แพ้นาย นายคิดว่าฉันอยากจะส่งคนที่ฉันรักไปตายหรือยังไง ” ควีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง
“ ฉันรู้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมปีศาจที่มีความสามารถโจมตีทะลุรีเฟล์คชิลด์ของอาเร็น ถึงมาปรากฎตัวในดันเจี้ยนระดับต่ำแบบนี้ได้ ” วาลัสที่ได้ยินควีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาลง เขาก็เริ่มกล่าวอย่างใจเย็น
“ ฉันตอบไม่ได้ วาลัส ฉันเองยังไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้ยังไง ” ควีนตอบ เธอเป็หญิงสาวที่มีรูปร่างและทรวดทรงองเอวที่แสนจะเซ็กซี่และเย้ายวน ใบหน้างดงามหมดจดไร้ที่ติ แต่ขัดกับหน้าตาที่แสนจะเ็าและไร้ความรู้สึกของเธอ
“ ถ้าเป็เเบบนั้น ฉันว่าเธอควรส่งคนไปตรวจสอบเื่นี้สักหน่อยนะ มันไม่ใช่เื่ปกติที่ดันเจี้ยนระดับต่ำจะมีพวกปีศาจโผล่มา แถมยังไกล้กับอาณาจักรขนาดนี้ ” วาลัสเอ่ย แต่มีบางอย่างที่เขายังไม่เข้าใจจึงเอ่ยถามไปว่า
“ ทำไมครั้งนี้ถึงเลือกเขา ”
“ เพราะนิมิต ” ควีนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ นิมิต ? ”
“ ใช่ ฉันเห็นอนาคตที่อาณาจักรกำลังล่มสลายและถูกทำลายลง โดยเงื้อมมือของาาปีศาจตนใหม่ ในนิมิตฉันเห็นดันเจี้ยนที่พวกนายไปจะเป็สาเหตุหลักที่ทำให้โลกล่มสลาย ฉันจึงจำเป็ที่จะต้องส่งอาเร็นไปเคลียร์ดันเจี้ยน แต่ในนิมิตของฉัน ไม่เห็นว่าอาเร็นจะตาย วาลัส ” ในที่สุดควีนที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าหญิงแห่งความเ็า ก็น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้
“ ถ้าอย่างงั้นแสดงว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเขาไม่มากก็น้อย ” วาลัสเอ่ย เขาหมายถึงเอมอสถ้านิมิตอันแม่นยำของควีนเห็นแบบนั้น แสดงว่ามันต้องเชื่อมโยงอะไรบางอย่างกับเขา
“ ฉันคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องโดยตรง ในนิมิตนั้นมีเขาอยู่ด้วย " ควีนตอบ ก่อนจะหันหลังให้วาลัสและเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง เพื่อปิดบังคราบน้ำตาที่เธอไม่อยากให้วาลัสเห็น
“ เื่ของเอมอสฉันจะจัดการเอง ตอนนี้ฉันอยากให้เธอไปตรวจสอบเื่ของปีศาจตนนั้น ” วาลัสกล่าวจบก็เดินออกจากห้องของกิลด์มาสเตอร์ไป
“ เอมอส ” วาลัสมาหยุดอยู่หน้าบ้านของเอมอสทำให้ภาพของวันวานย้อนกลับมาในหัว เขาลองเคาะประตูและเรียกเอมอสอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่มีการตอบรับใดๆ
“ ฉันขอเข้าไปนะ ” เขาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าประตูไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ วาลัสมองเข้าไปในบ้านก็พบว่าภายในนั้นเงียบสงัดไร้วี่แววของเอมอส เขาลองเดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่พบ วาลัสจึงรีบวิ่งออกไปนอกบ้านเพื่อตามหาตัวเอมอส เพราะกลัวว่าเขาจะคิดอะไรบ้าๆ
“ คับไปนิดหน่อยแหะ ” เอมอสบ่น เพราะตอนนี้เขาใส่ชุดของอาเร็นที่มักใส่ไปลงดันเจี้ยนเป็ประจำ ชุดของอาเร็นนั้นเป็ผ้าหนังสีดำมันวาวอย่างดี แม้จะเป็ผ้าหนังแต่เอมอสกลับรู้สึกว่าสบายตัวและไม่อึดอัดอีกทั้งยังยืดหยุ่นกำลังดี แถมยังให้ความรู้สึกคล่องแคล่่วทะมัดทะแมง เอมอสในตอนนี้ดูมีเสน่ห์และดูดีขึ้นผิดหูผิดตากว่าปกติ จนผู้คนที่เดินสวนไปมายังให้ความสนใจ
“ ไอหนู ! ฉันตามหาจนทั่ว ” วาลัสหายใจหอบถี่ เเหงนหน้ามองเอมอสด้วยความเป็ห่วง เหตุผลที่เขาต้องแหงนหน้ามองเอมอสเพราะว่า ตัวเขานั้นมีความสูงเหนือเอวของเอมอส
“ มีอะไรตาแก่ ” เอมอสถามด้วยความกวนประสาทตามแบบฉบับ ทำให้วาลัสนั้นรู้สึกโล่งอกที่เห็นเอมอสยังหยอกล้อเขาตามปกติได้
“ นายไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ฉันจะได้สบายใจ ” วาลัสเอ่ย พลางเดินวนสำรวจเอมอสที่ใส่ชุดของอาเร็นที่มักใส่เป็ประจำ วาลัสเอามือลูบเคราอันยาวเฟื้อยมองเอมอสอย่างครุ่นคิด และกล่าวอย่างยินดีว่า
“ ตัดสินใจได้แล้วสินะไอหนู ”
“ ใช่ ฉันจะไม่เสียเวลาที่จะมานั่งร้องไห้ฟูมฟาย ฉันจะตามหาเ้านั่นและฆ่ามัน ” เอมอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม แม้ว่าเขาจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่สูญเสียคนสำคัญไป แม้แต่ร่างของพ่อเขาก็ไม่ได้นำกลับมาทำพิธีตามศาสนา เพราะผู้ที่เสียชีวิตในดันเจี้ยนจะไม่หลงเหลืออะไรเลยแม้เเต่กระดูก ร่างกายจะสลายเป็เถ้าธุลี แต่เขาไม่ใช่เด็กอมมือที่ต้องมานั่งคร่ำครวญและนึกถึงอดีตตัวเขาในตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ
“ ดี ! มันต้องแบบนี้สิไอหนู เื่นั้นฉันจะคอยช่วยอีกแรง ” วาลัสรู้สึกยินดีที่เอมอสตัดสินใจที่จะเป็นักผจญภัย และล้มเลิกเส้นทางของอาชีพหมอ
หลังจากนั้นเอมอสและวาลัสก็พากันเดินไปยังลานน้ำพุใจกลางอาณาจักร เพื่อเข้าร่วมพิธีคัดสรรค์อาชีพ ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงจุดที่กลุ่มหนุ่มสาวมารวมตัวกันหลายร้อยคน โดยตรงด้านน้ำพุนั้นมีกลุ่มคนที่ใส่ชุดนักบวชยืนอยู่ 3 คน ซึ่งด้านหน้าของพวกเขามีแท่นศิลาโบราณและลูกแก้วใสทรงกลมตั้งวางอยู่้า
“ สวัสดีชาวอาณาจักรเซฟีรอสทุกคน ฉันบาทหลวง ฟานซิส จะมารับหน้าที่คัดสรรค์อาชีพเหล่าหนุ่มสาวที่จบการศึกษา และมีอายุครบเกณฑ์ ขอให้คนที่ฉันขานชื่อเรียกก้าวเดินออกมา จากนั้นเอามือััที่ลูกแก้วคัดสรรค์และปลดปล่อยพลังเวทย์และมานาทั้งหมดที่มีใส่ลูกแก้ว " เสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาและความน่าเชื่อถือดังขึ้น เอ่ยกับผู้ที่มาคัดสรรค์อาชีพ
ทันทีที่บาทหลวง ฟานซิสกล่าวจบ ก็เริ่มขานชื่อเรียกทีละคน การคัดสรรค์อาชีพของทุกปีดำเนินการไปอย่างเรียบง่าย ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นจะเลือกไปทางด้านทหารมากกว่านักผจญภัย เพราะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและไม่เสี่ยงอันตราย ส่วนคนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นจะเลือกเป็นักผจญภัยแล้วแต่ว่าใครจะเลือกอาชีพไหน
ซึ่งทุกคนจะถูกลูกแก้วคัดสรรค์ประเมินว่าแต่ละคนมีความสามารถทางด้านไหนเหมาะกับอาชีพอะไร ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกอาชีพไหนก็ได้ที่ลูกแก้วกำหนดมาให้ว่าเหมาะสมที่สุด แต่ไม่สามารถเลือกอาชีพที่นอกเหนือจากที่ลูกแก้วคัดสรรค์เลือกมาให้แล้วได้ เช่น ลูกแก้วคัดสรรค์ประเมินแล้วว่าร่างกายของคนคนนั้นมีพลังเวทย์และมานาเหลือเฟือ ก็เหมาะกับการเป็นักเวทย์หรือหมอ แต่ถ้าฝืนไปเป็นักดาบนั้นจะทำไม่ได้ เพราะศักยภาพของร่างกายไม่เอื้ออำนวยและทางศาสนจักรจะไม่ยอมลงทะเบียนให้
การคัดสรรค์ในปีนี้ก็เรียบง่ายเฉกเช่นปกติของทุกปี จนบาทหลวงแต่ละคนผิดหวังเล็กน้อย ที่หลายปีมานี้ไม่มีเพรชเม็ดงามปรากฎขึ้นมาในอาณาจักรเลย พวกเขาหวังว่าจะได้เจอบุคคลที่พระเ้าประทานลงมาให้พวกเขาได้ชุบเลี้ยง และทำให้เขากลายเป็กำลังที่สำคัญในอาณาจักร
“ เอมอส อากัสไทน์ ” หลังจากบาทหลวง ฟานซิสขานชื่อของเอมอสก็ทำให้รอบข้างเกิดเสียงฮือฮา
“ นั่นใครน่ะ ”
“ ไม่คุ้นหน้าเขาเลย คนหน้าตาดีอย่างหน้านี้ฉันไม่น่าพลาด ”
“ เดี้ยวนะ ! อากัสไทน์ ถ้าอย่างนั้นเขาก็เป็ลูกชายของ อาเร็น อากัสไทน์ ที่เป็เคยเป็นักผจญภัยระดับ S แต่ผันตัวไปเป็หมอนี่ ”
“ แต่ได้ข่าวมาว่าวันนี้เขาพลาดท่าเสียชีวิตในดันเจี้ยนนี่ ”
“ โธ่ พ่อรูปหล่อของฉัน น่าสงสารจัง ”
เสียงของผู้คนเริ่มดังเซ็งแซ่ซุบซิบกันไปต่างๆ นานา ทั้งเื่รูปร่างหน้าตาที่เป็จุดเด่นของเขา และเื่ที่เขาเป็ลูกชายของ อาเร็น อากัสไทน์ อดีตนักผจญภัยที่มีชื่อเสียงเป็อย่างมากในอาณาจักร แต่พวกเขากลับไม่คุ้นหน้าตาบุตรชายของเขาเลย
“ เริ่มได้หนุ่มน้อย ” บาทหลวงฟานซิสเอ่ยอย่างอ่อนโยน บาทหลวงที่ยืนอยู่อีกสองคนที่เหลือต่างรอลุ้นว่า เด็กหนุ่มคนนี้จะสร้างอะไรให้พวกเขาแปลกใจหรือไม่ เพราะเขาเป็ถึงลูกชายคนเดียวของ อาเร็น อากัสไทน์
เอมอสหลับตาและเริ่มรวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมดที่มีมาไว้ที่ฝ่ามือ หลังนั้นเขาก็ปล่อยมันออกไปอย่างไม่ยั้งมือ
ซู่ม !
ทันทีที่เอมอสปล่อยพลังออกไป ก็เกิดกระแสลมแรงกรรโชกพัดมุนวนอยู่รอบตัวเขา จนลูกแก้วคัดสรรค์กระพริบแสงสีฟ้าสลับกับสีน้ำเงินไปมาอย่างถี่ยิบ ในตอนนี้บาทหลวงทั้ง 3 คน เบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อสายตา ทางด้านหลังก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารย์ดังเซงแซ่ ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า
โพล๊ะ !
ลูกแก้วคัดสรรค์แตกกระจายต่อหน้าต่อตาบาทหลวงและชาวเมืองทุกคนที่ยืนดูอยู่ เมื่อลูกแก้วแตกกระจายเสียงพูดคุยที่เคยดังก็พลันเงียบลง
“ เอ่อ…” เอมอสได้เเต่ทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าเขาต้องชดใช้ลูกแก้วคัดสรรค์ที่มีราคาแพงหูฉี่นี้หรือไม่
“ ไม่เป็ไรๆ ” บาทหลวงฟานซิสที่ได้สติคนแรก เอ่ยอย่างเมตตา แต่ภายในใจกลับรู้สึกยินดีอย่างมากที่วันนี้พระเ้าฟังเสียงอ้อนวอนของเขา บาทหลวงฟานซิส โบกมือเบาๆลูกแก้วคัดสรรค์ที่เคยแตกละเอียดก็ค่อยประกอบชิ้นส่วนกันอย่างช้าๆ จนมันกลับมาอยู่ในสภาพเหมือนเดิม
“ หนุ่มน้อย เธอมีพร์ที่ยากจะพบในรอบหลายหลายปีมานี้ พลังเวทย์และมานาของเธอมีเหลือล้น เหมาะที่จะเป็นักเวทย์และหมอ ลูกแก้วคัดสรรค์กำหนดมาให้เธอเพียงแค่นี้ แต่พ่อแนะนำให้เธอเลือกนักเวทย์มันจะเป็ทางเดินที่รุ่งโรจน์และประสบความสำเร็จมากที่สุด ” บาทหลวงฟานซิสชี้แนะ เขาคิดว่ายังไงพ่อหนุ่มคนนี้ก็ต้องเลือกนักเวทย์อย่างแน่นอน
“ ฉันเลือกหมอ " เอมอสตอบห้วนๆ
“ ห้ะ ! ” ไม่ใช่แค่บาทหลวงอุทานออกมาแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่ได้ยินต่างอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ นั่นไง ว่าแล้วมันต้องรั้น ” วาลัสที่ได้ยินเอมอสเลือกได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก เขายอมแพ้แล้วกับความหัวรั้นของเอมอส
“ เลือกหมอ ” เอมอสยังยืนคำเดิม
“ พ่อหนุ่มน้อยใจเย็นๆก่อนเถอะ ถ้าเธอเลือกทางเดินนี้มันจะยากลำบากต่อการดำรงชีวิตนะ มันจะทำให้เ้าไม่สามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงได้ หรืออีกทางเธอมาเข้ากับเราสิ ถ้าเธออยากที่จะเรียนรู้ตำราเกี่ยวกับการรักษาเธอก็เลือกนักเวทย์ แล้วทางเราจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่เธออยากเรียนรู้ ” บาทหลวงฟานซิสพยายามหว่านล้อม
“ ใช่แล้วพ่อหนุ่ม พวกเราก็เป็นักบวชที่เชี่ยวชาญเื่ตำราเวทมนต์การรักษา มันน่าเสียดายที่เธอจะเลือกอาชีพหมอ ” บาทหลวงอีกคนนึงก็กล่าวสนับสนุน แต่บาทหลวงอีกคนนึงที่มีท่าทางอันสุขุมและใจเย็น เอ่ยแย้งขึ้นมาว่า
“ ไม่เป็ไร พลังเวทและมานาของเขาเหลือล้น ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เหมือนกัน ถ้าเธอเข้าร่วมกับเราเธอจะเป็ทั้งหมอและนักเวทย์ที่แข็งแกร่ง ได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าเธอเลือกหมอแล้วไปเป็นักผจญภัยอนาคตของเธอจะมืดหม่นทันที เพราะหมอนั้นไร้ค่าสำหรับกิลด์นักผจญภัย ”
“ หมอ ” เอมอสตอบแบบไม่ต้องคิด เขาไม่สนว่าอีกฝ่ายจะโน้มน้าวยังไง เพราะเขาตั้งมั่นไว้แล้วว่าจะเลือกหมอ
“ ตามประสงค์ของเธอหนุ่มน้อย ” บาทหลวงฟานซิสถอนหายใจออกมาอย่างนึกเสียดาย เขาเห็นแววตาที่แน่วแน่ของเอมอสก็เลือกที่จะไม่เซ้าซี้ต่ออีก
“ หยดเืของเธอลงไปบนบัตร จะถือว่าการเลือกอาชีพเสร็จสิ้น ” เอมอสใช้ฟันกัดไปที่นิ้วโป้งและหยดลงไปบนบัตรประจำตัวของเขา
“ เรียบร้อย แล้วเธอว่ายังไง สนใจจะเข้าร่วมกับศาสนจักร ” บาทหลวงอีกคนเอ่ยถาม
“ ขอปฎิเสธ ” เอมอสตอบอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะเดินไปหาวาลัสโดยไม่หันมามอง ท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อยที่ตกตะลึงความคิดของเขา ทั้งที่พลังเวทย์เหลือล้นกลับเลือกเป็หมอ แถมยังปฎิเสธศาสนจักรอย่างไม่ใยดี