“ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที! ”
นักศึกษาสวมเสื้อสถาบันอัลติเมทเทอร์ราร้องตะโกนเสียงดังหลังจากที่เขาร่วงตกลงไปในบ่อบึงโคลน แม้จะพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด แขนและขาของเขากลับเริ่มอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้นักศึกษาจากสถาบันเดียวกันช่วยเหลือ
เมื่อมีคนโยนเชือกลงไปในบึงโคลน ชายที่จมลงไปในโคลนรีบใช้แรงที่เหลือน้อยนิดมัดเชือกเข้ากับร่างตนเองแล้วปล่อยให้เจ้าของเชือกดึงร่างขึ้นมา
การช่วยเหลือกันของนักศึกษา กลับไม่ได้มีแค่เหตุการณ์เดียว แอ็กเซลที่กวาดตามองรอบๆพบเห็นนักศึกษาจากสถาบันหลายร้อยกำลังช่วยกันขึ้นมาจากบึงโคลน โดยที่ไม่มีใครสามารถเดินทางเข้าใกล้ต้นไม้ที่อยู่ใจกลางบึงได้
จากการใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปเพื่อวัดระยะทาง บึงที่นักศึกษาเข้าปิดล้อมมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากถึง 4 กิโลเมตร เกาะที่อยู่ใจกลางเล็กมาก มันมีความกว้างเพียง 10 เมตรเท่านั้น บนเกาะมีต้นไม้แปลกประหลาด แม้ท่าทางของมันคล้ายยืนต้นแห้งตายก็ตาม กิ่งไม้ของมันกลับเคลื่อนไหวได้ราวกับเป็นมอนสเตอร์
แม้ว่าการข้ามไปจะดูง่ายดาย นักศึกษาหลายคนสามารถวิ่งเหยียบโคลนโดยที่ไม่ให้ร่างจมลงไปได้ ความง่ายกลับไม่เป็นเหมือนที่ทุกคนคิด เนื่องจากว่าเหนือบึงโคลนมีแก๊สบางอย่างลอยตลบอบอวล
ไม่มีใครมองเห็นแก๊สชนิดนี้ แต่ทุกคนรู้ว่าเหนือบึงโคลนมีแก๊สลอยตัวอยู่ โดยที่แก๊สเหล่านี้สามารถซึมผ่านเสื้อผ้าและชุดเกราะเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งรับแก๊สเข้าไปในปริมาณมากยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแรง จึงมีภาพนักศึกษาหมดแรงร่วงตกบึงตลอดเวลา
แม้จะมีคนนำอุปกรณ์ดำน้ำหรือชุดป้องกันชั้นดีมาใช้งานก็ตาม แก๊สเหล่านี้กลับซึมผ่านชุดป้องกันเหล่านั้นได้เช่นเดิม ผลสุดท้ายคือทุกคนที่พยายามจะข้ามบึงร่วงตกลงไปในโคลน
ต่อให้แอ็กเซลจะเห็นหลายคนพยายามใช้ยานพาหนะบินข้ามบึงโคลนไปเก็บผลไม้ออกมาก็ตาม สิ่งที่รออยู่กลับน่ากลัวกว่าการวิ่งข้ามโคลน
ต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนเกาะมีการตอบสนองต่อสิ่งที่บินมาเหนือบึงโคลน ทุกครั้งที่มันสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตบนอากาศจะสลัดกิ่งก้านที่เหมือนกับหนามโจมตี โดยพลังที่ปลดปล่อยออกมามากเกือบจะเทียบเท่าระดับ 6 ดาว การบินเข้าไปจึงถูกยกเลิก
“ ดูนั่น ! ชายคนนั้นมาจากสถาบันเฮลิเซนต์ สถาบันอันดับ 1 ของดาวเฮลิก เห็นว่าเขาคือตัวตึงที่อาจจะกลายเป็นหนึ่งใน 7 มังกรและฟีนิกส์ ดูนั่น เขากำลังใช้ทักษะประจำตระกูล เห็นเขาว่าทักษะนี้คือทักษะป้องกันที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของสหพันธ์ เขาอาจจะข้ามไปถึงเกาะเล็กๆนั่นก็ได้ ”
นักศึกษาหลายคนให้ความสนใจชายร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้าม แอ็กเซลรู้สึกสนใจไม่น้อยที่นักศึกษาหน้าตามีอายุขนาดนี้ เขานึกว่าเป็นคุณลุงอายุ 40 ปี แต่ระดับพลังของอีกฝ่ายไม่สามารถดูถูกได้ พลังระดับ 5 ดาวที่ปะทุออกมาพร้อมทักษะสีทองคลุมร่างกาย กำลังสร้างแรงกดดันไปรอบๆ แม้เขาจะยืนอยู่ห่างออกมาไกลก็ตาม แอ็กเซลยังรับรู้ได้ถึงพลังนั่น
ในระหว่างที่ชายกล้ามโตค่อยๆก้าวเท้าไปบนโคลนด้วยการใช้ทักษะบางอย่างกระจายน้ำหนัก ทุกคนก็เริ่มคาดหวังว่าทักษะนี้จะสามารถเดินฝ่าแก๊สไปได้ไกลแค่ไหน ภายใต้เท้าที่กำลังก้าวไปเรื่อยๆของชายกล้ามโตมันก็ได้ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมองไป เนื่องจากว่าเขาเดินทางไปได้ไกลกว่าทุกๆคนที่พยายามข้ามบึงโคลน
“ ครึ่งทางแล้ว อีก 1,000 เมตรก็น่าจะไปถึงที่นั่น แบบนี้ผลไม้ได้กลายเป็นของเขาแน่! ”
หลายคนลุ้นว่าชายคนนี้จะสามารถเดินทางไปถึงเกาะกลางบึงได้หรือเปล่า แต่ก็มีอีกหลายคนแช่งให้เขาร่วงตกลงไปในบึงโคลน ขณะที่กำลังจะก้าวขาพาตนเองไปไกลกว่านี้ ออร่าสีเหลืองรอบๆร่างกายกลับหายไป ชายกล้ามโตจึงบอกให้ทีมของเขาดึงขึ้นฝั่ง การผิดพลาดของเขาทำให้หลายคนรู้สึกพอใจเพราะผลไม้กลายพันธุ์ยังคงอยู่ที่เดิม
“ เป็นยังไงบ้าง ”
แอ็กเซลแอบย่องเดินเข้ามาให้ใกล้จุดที่ชายกล้ามโตถูกดึงกลับขึ้นฝั่ง ทีมของเขาได้สอบถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง แม้จะใช้อุปกรณ์บางอย่างในการรบกวนเสียงไม่ให้ส่งออกไปด้านนอก แอ็กเซลกลับใช้วงเวทไปที่หูทำให้เขาสามารถจับคลื่นเสียงที่กำลังสั่นสะเทือนภายในอากาศได้เช่นเดิม
“ ทักษะของฉันสามารถป้องกันแก๊สพวกนี้ได้ แต่มีปัญหาอยู่หนึ่งอย่าง มันจะต้องใช้พลังงานคอสมิกมหาศาล ต่อให้จะเป็นระดับ 5 ก็ตาม ฉันทำได้แค่ไปถึงครึ่งทางเท่านั้น ”
“ งั้นก็ต้องหาพลังงานสำรอง ”
“ คิดว่าใช้เวลานานแค่ไหน ” ชายกล้ามโตสอบถามคนในทีม การจะหาพลังงานสำรองมาใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งมันต้องการพลังงานสำรองมากเทียบเท่ากับพลังระดับ 5 ดาว การจะนำเข้าสู่สนามรบปฐมภูมิยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี
“ 1 วันไม่เกินนี้ ”
หลังจากตกลงกันเสร็จ หนึ่งในทีมก็ได้เดินทางออกจากบึงมุ่งหน้ากลับไปยังฐานเพื่อติดต่อทางตระกูลให้นำเครื่องสำรองพลังมาช่วยเหลือ
หลังจากที่ชายกล้ามโตดื่มยาฟื้นฟูพลัง นักศึกษากลุ่มอื่นๆก็เริ่มหาทางข้ามบึงโคลนไปให้ได้
“ ดูนั่น มีระดับ 5 ดาวเคลื่อนไหวอีกแล้ว ”
“ เขาเป็นใคร ”
แอ็กเซลให้ความสนใจเสียงพูดรอบข้าง นักศึกษาแต่ละคนพยายามค้นหาข้อมูลของระดับ 5 ที่พยายามนำทักษะของพวกเขาออกมาใช้งาน
“ เขาคือมานูล จากสถาบันอาร์คาเดียดาวอาร์คาเดีย เป็นนักเวทธาตุลม อย่าบอกนะว่าเขากำลังสร้างอุโมงค์ลมเชื่อมต่อไปยังเกาะนั่น ระยะทางมัน 2 กิโลเมตรเลยนะ”
อุโมงค์สีขาวมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 2 เมตรปรากฎขึ้นทางฝั่งทิศเหนือของบึง ด้วยการใช้สกิลจากอาชีพนักเวทธาตุลม เขาจึงสามารถสร้างอุโมงค์ลมขึ้นมาได้ ด้วยการหอบลมจากฝั่งส่งเข้าไปในบึงทำให้แก๊สถูกพัดปลิวออกไป ถ้าหากว่าต้นอุโมงค์มีลมพัดเข้าไปเรื่อยๆ ผู้ที่เดินเข้าไปในอุโมงค์จะสามารถเดินผ่านแก๊สไปจนถึงเกาะกลาง
แต่ที่ทำให้นักศึกษารอบด้านรู้สึกตกใจก็คือเส้นทางสร้างอุโมงค์ลมไกลเกินไป มีอาชีพนักเวทหลายคนพยายามใช้วิธีนี้พวกเขาสามารถไปได้ไกลเพียง 500 เมตรเท่านั้น แต่ทุกคนกลับรู้สึกตื่นเต้นเนื่องจากอาชีพนักเวทที่สร้างอุโมงค์ธาตุต่างๆ ยังไม่มีใครเป็นระดับ 5 ดาว
“ ต่อให้แก๊สจะซึมเข้าไปในกำแพงลมได้ ลมที่พัดมาจากฝั่งจะเข้าไปเปลี่ยนตำแหน่งกำแพงลมนั้นจนพัดแก๊สที่ซึมเข้ามาออกไปสินะ ”
แอ็กเซลมองการดัดแปลงสกิลของชายที่ชื่อมานูล สำหรับเขาคิดว่าวิธีนี้ฉลาดพอสมควรที่รู้จักนำลมจากบนฝั่งเข้าไปสับเปลี่ยนกับลมในส่วนที่สัมผัสกับแก๊สจนไม่มีแก๊สซึมเข้าไปในอุโมงค์
แต่เขากลับมองว่ามันเป็นวิธีที่โง่เช่นกัน การใช้สกิลนี้สิ้นเปลืองพลังงานเป็นอย่างมาก ต่อให้ผู้ใช้จะฝึกทักษะพิเศษเพื่อเพิ่มความจุพลังคอสมิกให้มากกว่าเดิมก็ตาม ไม่เกิน 5 นาทีพลังงานคอสมิกภายในร่างจะต้องหมดเกลี้ยงอย่างแน่นอน ทันใดนั้นอุโมงค์ลมกลับหยุดลงที่ระยะ 1,000 ห่างจากริมบึง ชายผู้เป็นเจ้าของอุโมงค์ที่หมดพลังได้ทิ้งตัวลงไปในโคลนแล้วรอให้เพื่อนดึงร่างกลับขึ้นมา
“ แล้วแบบนี้ใครจะเข้าไปเก็บออกมาได้กัน ขนาดระดับ 5 ยังไม่สามารถข้ามไปได้เลยนะ ”
“ ไม่หรอก อีกเดี๋ยวระดับ 5 ก็จะเข้าไปเก็บมันออกมา จากการทดลองนายน่าจะเห็นแล้วว่าพวกเขามีพลังคอสมิกไม่พอ หากสามารถเสริมพลังงานคอสมิกได้มากกว่าเดิมแล้วล่ะก็ ไม่ยากเลยที่จะไปถึงเกาะนั่น ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นแหละว่าใครจะหาพลังคอสมิกสำรองได้เร็วกว่า ”
แอ็กเซลหันมองชายคนหนึ่งที่วิเคราะห์อยู่ใกล้ๆ เป็นอย่างที่พูด ในความคิดของเขาอีกไม่นานคงมีคนเดินทางไปถึงเกาะกลางได้อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าตัวเองน่าจะลองพยายามเหมือนคนอื่นๆ แอ็กเซลจึงเดินเข้าไปใกล้บึงแล้วยื่นมือสัมผัสกับแก๊สด้านหน้าที่ไม่ได้กระจายออกมาจากบึง
“ ซึมเข้ามาเร็วซะด้วย สกิลไอรอนสกินและสตีลเทนซิตี้ก็เอาไม่อยู่ด้วยสินะ ”
ทักษะร่างกายที่ทำให้ผิวหนังและทำให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งไม่สามารถต้านทานแก๊สได้ ซึมเข้าสู่ร่างกายรวดเร็วแล้วสลายพละกำลังออกไปจนเขารู้สึกได้ว่าแขนรู้สึกหนัก แอ็กเซลไม่ได้ดึงแขนกลับ เขาทำการใช้สกิลแปลงพลังงาน เมื่อวงเวทปรากฎบนฝ่ามือเขาก็พบเข้ากับโครงสร้างพลังต่างๆ แม้สกิลนี้จะชื่อสกิลแปลงพลังงานก็ตาม มันสามารถแยกส่วนโครงสร้างพลังงานเพื่อทำความเข้าใจก่อนจะแปลงมันเป็นพลังเวท
“ แบบนี้ถ้าใช้เวทปัดเป่ารวมเข้ากับเวทลมก็น่าจะเพียงพอ ”
เวทปัดเป่าคือเวทที่ใช้ในการลบสถานะผิดปกติ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถลดคุณสมบัติแปลกๆให้ลดลงได้ตามปริมาณพลังที่ใช้ สำหรับเวทลมเขาเพียงแค่ใช้สร้างบอลคลุมร่างตนเองเพื่อพัดแก็สส่วนที่เหลือจากเวทปัดเป่าออกจากตัว แอ็กเซลคิดว่าเขาน่าจะเดินทางไปถึงเกาะกลางได้ถ้าใช้พลังคอสมิกครึ่งหนึ่ง
ขณะที่กำลังคิดว่าเขาจะลดกระบวนการใดออกไปอีกได้บ้าง กระบองเพชรตัวหนึ่งก็ได้กระโจนลงไปในบึงโคลน แอ็กเซลจึงมองมันก่อนจะเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าตนเองไม่ต้องใช้เวทให้เปลืองแรง
“ แกไม่รู้สึกอ่อนแรงเหรอ ”
กระบองเพชรตัวแรกเอียงคอสงสัย โคลนใต้เท้าของมันรู้สึกเย็นสบาย อีกตัวกระโดดตามลงไป มันไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอย่างอื่นเลย แต่สำหรับพิกซี่ทั้ง 2 ไม่กล้าเข้าไป ต่อให้จะเป็นธาตุไม้มีความต้านทางสูง แก๊สยังส่งผลต่อพวกเธอ
แอ็กเซลที่เห็นว่ากระบองเพชรไม่ได้อ่อนแรง เขาจึงมัดด้ายพลังไว้ที่ตัวของมันแล้วสั่งให้มันวิ่งไปยังเกาะกลาง เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 จึงมองหน้ากันก่อนจะพากันวิ่งด้วยท่าทางสนุกสนาน ใครถึงเกาะกลางเป็นคนแรกจะเป็นฝ่ายชนะไป
ท่ามกลางการวิ่งของกระบองเพชรทั้ง 2 ได้สร้างความสนใจให้กับผู้คนรอบด้าน หลายคนตกใจเพราะกระบองเพชรกำลังวิ่งออกไปห่างจากริมบึงจนกระทั่งพวกมันไปถึงระยะ 500 เมตร แอ็กเซลจึงบอกให้มันหยุดวิ่ง ด้ายพลังของเขาไม่สามารถยืดได้ยาวกว่านี้อีก จึงรอดูพวกมันว่าจะถูกเล่นงานหรือเปล่า
กระบองเพชรทั้ง 2 วิ่งไปต่อไม่ได้ พวกมันจึงควักโคลนออกมาปาเล่นด้วยท่าทางสนุกสนาน จนกระทั่งผ่านไป 10 นาทีแอ็กเซลพบว่าพวกมันไม่ได้รับผลจากแก๊สเขาจึงเรียกพวกมันกลับมารับตนเอง
“ มันวิ่งกลับมาได้ เหลือเชื่อ ”
นักศึกษารอบข้างแสดงท่าทางตกใจ กระบองเพชรของแอ็กเซลสามารถวิ่งเล่นบนโคลนได้ราวกับว่ามันไม่มีแก๊สพิษ
เมื่อกระบองเพชรทั้ง 2 วิ่งกลับมาหาแอ็กเซล เขาจึงบอกให้มันใช้สกิลขยายร่างจนมีความสูง 2 เมตรไม่ต่างจากเขา
“ ไปกันเลย ”
กระบองเพชรตัวแรกยกแอ็กเซลขึ้นนั่งบนไหล่ จากนั้นทั้งสองก็พาเขาวิ่งไปยังจุดที่ไกลที่สุดเท่าที่กระบองเพชรจะไปถึง ทันใดนั้นแอ็กเซลก็พบว่าร่างกายรู้สึกอ่อนแรง ยิ่งออกห่างจากฝั่งเขาก็เริ่มหมดแรงเร็วขึ้นเรื่อยๆ กลับกันกระบองเพชรทั้ง 2 ยังคงยิ้มเริงร่า พวกมันไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลย จากความสามารถในการดูดซับและปรับตัว
มู่มู่
กระบองเพชรชี้มือไปยังเกาะกลาง มันต้องการวิ่งเล่นไปที่นั่น แอ็กเซลจึงเก็บพิกซี่เข้าไปก่อน เธอไม่สามารถทนต่อแก๊สได้ จากนั้นเขาก็บอกให้กระบองเพชรทั้ง 2 วิ่งแข่งกันไปยังเกาะกลาง ในระหว่างวิ่งเขาไม่ลืมตรวจสอบการเคลื่อนไหวของต้นไม้เช่นกัน เผื่อมันจะโจมตีพวกเขา.