ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ประชุมเกี่ยวกับการขยายสาขา

    “สมแล้วที่เป็นยูทูปเบอร์แถวหน้าของประเทศ ไม่เสียงแรงจริงๆ ที่เลือกเธอมารีวิว” ดิวกล่าวชมจากใจจริง ถ้าหากไม่ได้กระแสจากมะเหมี่ยว การจะให้ร้านเป็นกระแสคงเป็นเรื่องยาก ซึ่งหากว่ากันบางระดับแล้ว มันคงต้องใช้เวลานานพอตัว ถึงแม้ว่าแบรนด์ของเขาจะอร่อยก็ตามที
    ดิวไม่ได้เข้าไปในร้าน ทำเพียงยืนอยู่ห่างๆ จากข้างนอก เนื่องจากว่าเขาเป็นศิลปินดัง การเข้าไปอย่างโฉ่งฉ่างคงไม่เป็นการดีนัก ผู้คนอาจจะชลมุนวุ่นได้ ตอนนี้เลยปลอมตัวมาด้วยหมวกแก๊ปสีดำกับหนวดปลอมที่ซื้อข้างทาง พอทำให้เขาดูเป็นหนุ่มเซอร์ๆแต่นั่นยังเป็นความโดดเด่นอยู่ดี ดิวสูงถึง 180 เซ็นติเมตร ผิวขาว ใบหน้าเนียนผ่อง เป็นที่หมายตาของลูกแกะ ถึงแม้เขาจะปลอมตัวเข้ามาปะปนกับฝูงชน แต่ความโดดเด่นออร่ายังเฉิดฉายอยู่เช่นเดิม
    “คนแน่นร้านจังนะ คนที่รอไม่ไหวก็ซื้อกลับไปกินที่บ้าน โดยแคชเชียร์จะเเบ่งแยกช่องใครช่องมัน คนกินข้างในเข้าช่องนี้ แต่มีข้อแม้ว่าอาจจะต้องรอนานสักหน่อย ต่างจากลูกค้าที่ซื้อกลับไปบ้าน เข้าไปแป๊บๆ ก็ออกมาพร้อมกับแมคฟรายกล่องใหญ่...” ดิวเอามือลูบคาง เขามองไปยังฝูงชนที่เข้าแถวอย่างเป็นระบบเรียบร้อยด้วยความสนใจ
    การจัดการอย่างเป็นระเบียบอย่างนี้ คนอย่างลักซ์ไม่น่าสามารถทำได้ คงมีแต่พิมมาราเท่านั้นที่เข้าใจในเรื่องต่างๆ บริหารจัดการได้ดีกว่า ลูกค้าที่เข้ามาจึงไม่ได้ติดขัดอย่างเช่นเมื่อวานที่วุ่นกว่า แต่ว่านะ คนเข้าไปกินในร้านยังแน่นขนัดอยู่ดี และดูเหมือนว่าไก่จะทอดไม่ทันด้วย
    ดิวยังยืนอยู่ที่เดิม เนื่องจากว่านี่คือเมืองเชียงใหม่ อาจจะมีแดดบ้างแต่หากเทียบกับจังหวัดอื่นแล้ว ถือว่าเย็นกว่ามาก ดิวจึงยืนตากแดดได้อย่างสบาย เขายืนอยู่ตรงนั้นดูความเรียบร้อยประมานหนึ่งชั่วโมงก่อนจะขับรถเข้าไปในบริษัทแมคฟราย
    รปภ.เมื่อเห็นรถประธานบริษัทขับเข้ามาก็รีบทำความเคารพ เปิดประตูให้เข้าไปแล้วปิดลงตามเดิม ดิวจอดรถแล้วเดินเลี่ยงฝ่ายผลิต ขึ้นไปที่ชั้นสามซึ่งเป็นหัวใจหลักของบริษัทฯ บริหารจัดการส่วนต่างๆ ของบริษัทแมคฟราย ออฟฟิศของรฐานั่นเอง
    “สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” การบริหารจัดการเรื่องต่างๆ คนเดียวค่อนข้างยุ่งยาก และด้วยตำแหน่งงานของรฐาด้วยแล้ว เป็นธรรมดาหากเธอจะมีเลขาส่วนตัว ผู้หญิงที่ทักทายดิวมีอายุราวสามสิบปีเห็นจะได้ เธอมีชื่อว่ารดาวัน เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว
    “สวัสดีครับคุณรดา รฐาอยู่ข้างในหรือเปล่า” ดิวทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ซึ่งเขาไม่ได้คิดอะไรกับเลขาคนนี้อยู่แล้ว แต่เจ้าตัวพอเห็นรอยยิ้มของท่านประธานเนี่ยสิ ดันคิดไปไกลเลย
    “อยู่ค่ะ คุณรฐาอยู่ข้างใน...” ถึงอย่างนั้น รดาวันก็ใช่จะเป็นตัวร้ายอย่างในละคร เห็นสายตาเมื่อไม่กี่วันก่อนของรฐา มีเหรอที่เธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง เพราะงั้นแล้ว หากอยากจะกินต้องกินให้เงียบและไม่ให้ใครรู้เด็ดขาด รวมถึงยายพิมมารานั่นด้วย ตัวนั้นอันตรายเลยล่ะ
    “ขอบคุณครับ” ดิวพยักหน้าให้รดาวันเล็กน้อย แล้วเดินผ่านเธอเข้าไปในห้องผู้อำนวยการรฐา วันนี้รฐาอยู่ในชุดเปิดไหล่สีแดงสด ไหล่ที่เพียวบางสีขาวนวลตัดกับสีของชุดอย่างลงตัว ผมถูกรวบไว้เป็นหางม้า ใส่แว่นตาดูเป็นสาวใหญ่พราวเสน่ห์ ดิวเลยอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
    รฐาเมื่อเห็นว่าคนเข้ามาเป็นใคร พลันเผยรอยยิ้มสดใส ลุกขึ้นมาทักทายว่า “ท่านประธาน วันนี้ลมอะไรหอบมาคะเนี่ย เล่นมาซะเกือบเย็นเลย”
    ดิวนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม รฐาเข้ามานวดอย่างเช่นทุกวัน ดิวรู้สึกผ่อนคลายภายใต้การนวดนี้ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักเบาที่ต่างกันในแต่ละท่วงที ทำให้เขารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะบอกรฐาไปหลายครั้งก็ตามว่าไม่ต้องนวด แต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์ สุดท้ายเลยปล่อยเลยตามเลย
    “ผมไปสังเกตการณ์แมคฟรายสาขาแรกของเรามาน่ะ” ดิวปล่อยให้เธอนวดไป ไม่ได้ลืมตาแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาประดับเพียงรอยยิ้มพึงพอใจเท่านั้น แต่ยังเล่าถึงเรื่องที่ไปทำมาในวันนี้
    “ไปสังเกตการณ์มาเหรอคะ อย่าบอกนะคะว่าที่เหงื่อโชกขนาดนี้ เป็นเพราะยืนแอบอยู่แถวนั้น?” กลิ่นเหงื่อของดิวแรงมาก แต่รฐาไม่ได้รังเกียจ กลับกันเลยมันยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว
    กลิ่นเหงื่อของผู้ชายก็เหมือนกับฟีโรโมนนั่นแหละ เมื่อรฐาได้กลิ่นนี้คล้ายกับว่าได้ไปกระตุ้นต่อมบางอย่างในส่วนลึก เล่นเอาใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเลยเชียว แต่ถึงอย่างนั้นรฐายังคงวางมาด จะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าตัวเองมีอารมณ์เพียงเพราะได้กลิ่น ถ้าหากรู้เข้าคงมองหน้ากันไม่ติด
    “ใช่ ผมไปยืนตากแดดปะปนกับลูกค้ามาน่ะ” ดิวเงยหน้ามองรฐา เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นใบหน้าของเธอแดงปลั่ง “โอ๊ะ ขอโทษทีนะ กลิ่นตัวผมอาจจะแรงไปหน่อย ทำเอาคุณรู้สึกแย่ไปเลยสิ”
    รฐารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่หรอกค่ะ สำหรับรฐาแล้วผู้ชายที่เหงื่อโชกนี่แหละ...ถึงจะมีเสน่ห์”
    “ฮ่าฮ่า ถ้าหากคุณชอบแบบนี้ล่ะก็ แถวฟิตเนสน่าจะมีเยอะเลยนะครับ” เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้รังเกียจ ดิวก็คร้านจะใส่ใจ จึงให้เธอนวดอย่างเช่นเคย
    “มันไม่เหมือนกันสิคะ ผู้ชายในฟิตเนสใช่ว่าจะเป็นผู้ชายแท้ซะหน่อย” รฐาไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ “โดยเฉพาะผู้ชายก้ามปูหุ่นล่ำๆ นะคะ แค่รฐาเห็นก็รู้ได้เลยค่ะว่าเป็น...”
    “สายตาของคุณนี่มัน...ยิ่งกว่าเรดาร์ตรวจจับอาวุธของตำรวจอีกนะ” ดิวแหย่เล็กน้อย
    “ก็จริงมั้ยล่ะคะ พวกผู้ชายที่เข้าฟิตเนสน่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าส่วนมากเป็นทั้งนั้น ก็เหมือนกับที่ทำงานนั่นแหละค่ะ หาแฟนกันในนั้น คงจะกินกันอย่างเมามันส์ล่ะมั้ง...” รฐาพูดอย่างออกรสออกชาติ
    ดิวไม่รู้ว่าจะพูดไงดีกับเธอ เขาไม่รู้ว่ารฐาไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน หรือตัวเธอเคยประสบกับเหตุการณ์นั้นมาตรงๆ
    “เอาล่ะ เราพักเรื่องนั้นไว้ก่อนดีกว่านะครับ” ดิวรีบเบรกเธอไว้ก่อนเรื่องจะไปไกลกว่านี้ “ตอนนี้ผลตอบรับไก่ทอดแมคฟรายกำลังไปได้วยดี และจากการคาดการณ์ของผม วันนี้คงเป็นอีกวันที่ยอดจะทะลุถึงห้าล้านบาท!”
    การเป็นศิลปินทำเงินได้จริง แต่แล้วไง? อาจจะดังเพราะเป็นกระแสแต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนต่างก็อยู่ในกระแสเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เพราะงั้นบางคนจึงหันมาทำธุรกิจ แต่ต้นทุนของดิวดีกว่าคนเหล่านั้นไปไกลโข เขาอาศัยรายได้จากการเล่นคอนเสิร์ตกับค่าฟ้องร้องต่างๆ ในการสร้างบริษัท เพราะงั้นจึงมีเงินมากมายขนาดนี้
    วันเดียวสามารถทำเงินได้ถึงห้าล้านบาท แล้วหากหลายสาขาเล่า คำนวณไปคร่าวๆ คงวันละร้อยล้านบาทละมั้ง หากดูจากรูปกราฟนี้ การเป็นศิลปินคงเป็นแค่จุดเริ่มของดิวเท่านั้น สุดท้ายยังแพ้รายได้ของนักธุรกิจอยู่ดี แต่ใช่ว่าจะเลิกเป็นศิลปินเลย
    “ยอดไปเลยนะคะ แบบนี้ต้องรีบสร้างสาขาต่อไปแล้ว!” รฐาตื่นเต้นไม่แพ้ดิว หรืออาจจะตื่นเต้นกว่าด้วยซ้ำ ในฐานะผู้อำนวยการบริษัท ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ขี้ๆ ยิ่งบริษัททำผลกำไรได้มากเท่าไหร่เงินของเธอก็จะได้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
    แต่นั่นยังไงใช่เป้าหมายของรฐา เป้าหมายจริงๆ ของเธอคือการเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในบริษัท! และนั่นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก
    รฐาไม่ใช่คนโง่ วันนี้เธออาจจะเป็นผู้อำนวยการใหญ่ แต่หากวันข้างหน้ามีการเปลี่ยนแปลงล่ะ? ไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งนี้ ถึงแม้จะทุ่มให้บริษัทจนหมดตัวแต่สุดท้ายแล้วยังถูกเฉดหัว เพราะงั้นการเป็นผู้ถือหุ้นจึงเป็นความฝันของเธอ ต่อให้ไม่อยู่ในตำแหน่งใดๆ แต่ได้เงินทุกปีมาลงทุนก็พอแล้ว
    “เรื่องนี้ไม่สามารถทำไปโดยไม่ปรึกษากัน และการเร่งสาขาใหม่ให้ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด มันจะทำให้เราไม่สามารถรักษาคุณภาพไว้ได้ เพราะงั้นผมเลยต้องรอพิมมาราก่อน ค่อยดูอีกทีว่าตอนนี้จะขยายกี่สาขาดี”
    พิมมาราคือผู้ถือหุ้น แน่นอนว่าเธอมีสิทธิ์นั้น ถึงแม้โดยปกติเธอจะฟังดิวเป็นหลัก แต่เรื่องบางเรื่องปรึกษากันหลายคนจะเห็นอะไรที่กว้างกว่า โดยเฉพาะพิมมาราที่คลุกคลีกับธุรกิจตั้งแต่ยังเล็ก น่าจะเข้าใจอะไรหลายอย่างได้มากกว่าดิว
    “ถ้างั้นตอนนี้ลงไปหาอะไรทานมั้ยคะ กว่าคุณพิมจะเข้ามา คงเป็นเย็นๆ” รฐามองนาฬิกา แล้วชวนดิวไปหาอะไรทานข้างนอก ดิวรู้ว่าพิมมาราต้องใช้เวลานานไปกับการจัดการสาขานั้น โดยเฉพาะช่วงนี้ยุ่งเป็นอย่างมาก บวกกับตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ดิวจึงตอบรับคำชวนของรฐา
    พิมมาราเลิกงานเร็วกว่าที่คิด วันนี้ยังทำยอดขายได้ดีเหมือนเดิม และทำให้ลูกค้าประทับใจยิ่งกว่าเมื่อวาน ด้วยการบริหารจัดการของเธอ ทำให้ลูกค้าไม่รอนานเกินไป ก็ถึงคิวซื้อไก่ทอดแมคฟรายกลับไปบ้าน
    พิมมาราขับรถไปที่บริษัทแมคฟรายในเขตอุตสาหกรรมทันทีที่ได้รับข้อความใน Devil Chat ถึงตอนนี้เรียกได้ว่าโทรศัพท์ของเธอใช้เพียง Devil Chat เท่านั้นในการคุย ด้วยกระแสของเกม Devil Run ที่ดังจนฉุดไม่อยู่ มันเป็นการผูกตลาดของแอปเแชท หากต้องการเล่นเกมของบริษัทไนต์แมร์ จำเป็นต้องใช้ Devil Chat ของทางบริษัทเท่านั้น
    ทันทีที่มาถึงออฟฟิศชั้นบน พิมมาราพลันสะดุ้งเมื่อเห็นชุดเปิดไหล่ของรฐา ถึงกับพึมพำในใจว่า “หนอยยายนี่ เห็นฉันไม่อยู่หน่อยแล้วเอาใหญ่เลยนะ เดี๋ยวนี้หัดแต่งตัวโชว์ซะด้วย!”
    “มาแล้วเหรอครับ เป็นไงบ้างวันนี้ ลูกค้ายังแน่นร้านหรือเปล่า” ดิวถามเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ไปดูร้านมาด้วยตัวเอง ซึ่งรฐาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงมองพิมารายิ้มๆ เท่านั้น
    พิมมารานั่งลงข้างๆ ดิว ยังไม่ได้ตอบคำถาม เพียงหันไปมองรฐาแล้วพูดว่า “ขอกาแฟแก้วหนึ่งสิ อ้อ อย่าใส่น้ำตาลเกินสองก้อน ฉันไม่ชอบทานหวาน กินทีไรแล้วมันเลี่ยนทุกที!”

    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย ที่คุณอ่าน