อี้เฉินที่นั่งเกี้ยวรถม้าลาก ไปพร้อมพี่ซีเผิง เตรียมจะออกเดินทาง เข้าร่วมงานเทียบเชิญ ของผู้สูงศักดิ์รุ่นหนุ่มสาว เห็นแม่นาง จินซู เองก็เตรียมจะออกเดินทาง ไปยังตัวเมืองชั้นในเช่นกัน อี้เฉินจึงเอ่ยชวน นางด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้มีท่าที คิดจะเอาเปรียบนางแต่อย่างใด
จินซู ที่ได้ยินน้ำเสียงที่อี้เฉินกล่าวชวน อย่างนอบน้อมเป็นกันเอง นางกลอกตา ไปมองอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้า ขึ้นมาบนเกี้ยวนั่งอย่างว่าง่าย ‘อย่างไรพวกเขาต่างก็มีเป้าหมาย ไปยังสถานที่เดียวกันอยู่แล้ว ได้ศึกษานิสัยใจคอจักรพรรดิหนุ่ม สักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร’ “เช่นนั้นข้ารบกวน จักรพรรดิอี้เฉินหน่อยแล้ว”
อี้เฉินส่ายหัว ก่อนจะโบกฝ่ามือให้เกี้ยวออกเดินทาง ไปยังเมืองชั้นใน ไต่ถาม จินซูออกมาเล็กน้อย “ข้าต้องระวังผู้ใดภายในงานเทียบเชิญ ของผู้สูงศักดิ์รุ่นหนุ่มสาว หรือไม่แม่นางจินซู”
หญิงสาวลอบถอนหายใจออกมายาว “จักรพรรดิอี้เฉิน เกรงว่าท่านในยามนี้ คงจะไม่ต้องกลัวเกรงผู้ใด ในรุ่นหนุ่มสาวแล้วกระมัง ทว่าข้าเชื่อมั่นว่าภายในงานเลี้ยง คนของราชสำนักจะต้องทำให้ เจ้าลำบากใจ อย่างแน่นอน”
อี้เฉินยกยิ้มกว้าง ออกไปให้หญิงสาว ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาทันใด ไม่คิดจินซู นางจะคาดเดาสถานการณ์ เฉกเช่นที่อี้เฉินคาดการณ์ ก่อนอี้เฉินจะปล่อยให้นางได้พักหายใจ ไม่ได้กล่าวซักไซ้ไต่ถาม หญิงสาวที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ภายในเกี้ยวอีกต่อไป
...เวลาไม่นานเกี้ยวที่อี้เฉินนั่งมาก็เดินทางมาถึง บริเวณทางเข้าคฤหาสน์ ของขุนนางฝั่งขวาสุด ที่พวกเขาค้านอำนาจกัน ภายในดินแดนทางเหนือสุด แม้แต่ลูกขุนนางฝั่งซ้าย จวนอ๋องต่างๆ ยังถูกเชื้อเชิญมาร่วมงานเลี้ยงนี้
ครั้นอี้เฉินเหยียบฝีเท้า ออกมาจากภายในเกี้ยวนั่ง สู่สายตาหมู่ชน สายตาทุกผู้คน ล้วนจับจ้องมาที่ตัวของอี้เฉิน ก่อนอี้เฉินจะยื่นฝ่ามือไปรับ จินซูออกมาจากภายในเกี้ยว แม้ในใจหญิงสาวในกรอบสายตาอี้เฉิน นางจะไม่ยินยอมเท่าใดก็ตาม ทว่าเมื่อเห็นความดึงดันของอี้เฉิน หญิงสาวจึงยากจะปฏิเสธได้
“นั้นหรือจักรพรรดิหนุ่มที่ผู้คนกล่าวถึง แล้วนั้นแม่นางจินซู จวนอ๋องอู่ ไม่ใช่หรือ เหตุใดนางมาพร้อม กับจักรพรรดิหนุ่มได้เล่า”
ก่อนหญิงสาวที่สืบฝีเท้าเดินออกมาจากเกี้ยว อีกทิศทางหนึ่ง จะกล่าวเอ่ยเตือนกลุ่มคน ที่กล่าวพูดซุบซิบพูดคุย “พวกเจ้าระวังคำพูดไว้หน่อยจะไม่ดีกว่าหรือ”
เหล่าพวกคุณชายเหล่านั้นได้ยิน รีบอุดปากเงียบในทันใด ครั้นเห็นคุณหนูจวนอ๋องฉาน มิตรสหายของแม่นางจินซู ก่อนฉานเอ๋อร์ นางจะสืบฝีเท้า เข้าไปทักทายจักรพรรดิอี้เฉิน แล้วพากันสืบฝีเท้าเข้าไปภายในงานเลี้ยง
อี้เฉินเองก็ไม่คิดรั้งตัว แม่นางจินซู แม่นางฉานเอ๋อร์ ที่เดินมาพร้อมกับอี้เฉินไว้อีกต่อไป เมื่อเห็นไข่มุกเม็ดงาม นามว่าโยวี่ คนของราชสำนักเดินสืบฝีเท้า มาเชิญชวนอี้เฉิน ด้วยตัวของนางเอง “จักรพรรดิอี้เฉิน ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปรับหน้า เชิญท่านตามข้ามา” หญิงสาวเรือนผมสีม่วง ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยชักชวน มองดูก็รู้ว่านางในวันนี้ แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ สมแล้วที่ถูกเรียกว่าหนึ่งในสามไข่มุกเม็ดงามของ ดินแดนทางเหนือสุด เพียงการเคลื่อนไหวของนาง ก็ทำให้สายตาผู้คนจับจ้อง มาที่ตัวนางไม่น้อย
ครั้นอี้เฉินกับ ซีเผิงพยักหน้าให้สตรีทั้งสอง อี้เฉินกับ ซีเผิงเดินสืบฝีเท้าตาม แม่นางโยวี่ ไปนั่งเขตที่นั่งพิเศษด้านใน ที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้สูงศักดิ์ ระดับผู้อาวุโสนั่งอยู่
บริเวณแห่งนี้ เงียบสงบต่างจากที่อื่นๆ พร้อมกับสายตาที่ลึกล้ำ จับจ้องมาที่พวกอี้เฉิน กับซีเผิงเป็นพักๆ แล้วยิ่งเห็นชายชรา ที่นั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะพ่องาน อี้เฉินรับรู้ได้ในทันทีว่า ชายชรา ผู้นั้นไม่ธรรมดา ไม่คิดขั้นราชันสวรรค์ จะเผยตัวออกมาให้เห็นง่ายดายถึงเพียงนี้
ก่อนซีเผิงจะรินชาให้อี้เฉิน พร้อมกับเอี้ยวหูฟังข่าวสารต่างๆ ที่ผู้คนโดยรอบกล่าวพูดขึ้นมา จนพวกเขาได้รับรู้ว่า ดินแดนทางเหนือเอง ก็แบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ
อี้เฉินที่นั่งอยู่เงียบๆ ฟังพวกเขาถกเถียงกัน เรื่องสงครามมหาทวีป ที่พวกเขาอยากจะสร้างสันติภาพ คัดค้านการใช้ความรุนแรง พร้อมกับคำพูดที่สวยหรู มันก็ทำให้อี้เฉินไม่แปลกใจ เหตุใดเขาถึงไม่เห็นกลุ่มคนพวกนี้ พวกเขาต่างก็ไม่เห็นด้วย กับสงครามที่ยืดเยื้อ มันจึงทำให้อี้เฉินส่ายหัวออกมา
ซีเผิงเองก็คิดไม่ต่างจากอี้เฉิน หากพวกเขาพูดคุยเจรจากันได้ ป่านนี้สงคราม คงจะไม่จบสิ้น ตั้งแต่ยุคสมัยบรรพกาล แล้วหรอกกระมัง พวกเขาที่ต่อสู้ศึกมาแทบตาย ดูเป็นคนโง่ ในสายตาพวกเขาไปเลยในยามนี้
อี้เฉินลุกพรวดพราด พร้อมกับซีเผิง ก่อนประสานฝ่ามือ คำนับออกไปให้บรรพบุรุษชรา แล้วเตรียมจะสืบฝีเท้า ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ เขาไม่มีความจำเป็น ที่ต้องอยู่สถานที่แห่งนี้อีกต่อไป
บรรพบุรุษชราโบกฝ่ามือ ให้ผู้คนหยุดโต้เถียงกันในทันใด “จักรพรรดิอี้เฉิน ท่านเองมีความคิดอย่างไรเช่นนั้นหรือ กับเรื่องสงครามมหาทวีป”
อี้เฉินลอบถอนหายใจออกมายาว “เฮ้อ!! คนดินแดนเทพของเราเสียสละ ล้มตายไปมากมาย พวกเขาควรได้เกียรติยศความตาย มากกว่าการพูดคุยถกเถียง เรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ อีกอย่างข้าเองก็ไม่ใช่ผู้สูงศักดิ์ สถานที่แห่งนี้ คงจะไม่เหมาะสมกับข้า” ก่อนฝีเท้าอี้เฉินจะก้าวเนิบช้าออกไป
คำพูดนั้นต่างก็ทำให้รอบด้านเงียบงัน แม้แต่บรรพบุรุษชรา ยังห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ ประหนึ่งพวกเขาถูกอี้เฉินเหยียบหน้า มองว่าพวกเขาหวาดกลัวเกินไป ชายชราเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาทันที “จักรพรรดิอี้เฉิน หากเจ้าไม่ได้รับการสนับสนุน จากพวกเราเหล่าคนดินแดนเหนือสุด แล้วเจ้าจะทำเช่นไร คิดจริงหรือว่าเพียงแค่พวกเจ้า จะจบสงครามมหาทวีป ที่ยาวนานได้”
อี้เฉินหน้าบูดเบี้ยวไม่น้อย ก็จริงอย่างที่ชายแก่ ว่า หากเขาไม่มีกำลังพลที่มากมหาศาล ค่อยสนับสนุนสงคราม ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะยันศัตรูอยู่
ก่อนน้ำเสียงชายชราจะกล่าวพูดออกมา ราวกับเป็นการยื่นข้อเสนอ ที่อี้เฉินยากจะปฏิเสธได้ “หากเจ้าแต่งงานกับโยวี่ ไข่มุกเม็ดงามของราชสำนัก ข้าผู้อาวุโส หาญกวงจิน จะเป็นคนเจรจา ดินแดนทางเหนือสุดให้ท่านเอง จักรพรรดิอี้เฉิน ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”
ทว่าก็มีผู้อาวุโสบางคนไม่เห็นด้วย กล่าวคำพูดปราณจิต เข้ามาพูดคุยกับผู้อาวุโส หาญกวงจิน ออกมาไม่ขาด ก่อนผู้อาวุโส หาญกวงจิน จะบอกกล่าวผู้อาวุโสชรา คนอื่นๆ ผ่านคำพูดปราณจิต “ขอเพียงจักรพรรดิอี้เฉินแต่งงาน แล้วโน้มน้าว อี้เฉินทีหลัง ก็ยังไม่สาย”
คำพูดนั้นของชายชราผู้นำราชสำนักทางเหนือ ที่ดังก้องไปทั่วงานเลี้ยง ต่างก็พาให้ผู้คน ภายในงานเลี้ยงตะลึงงัน แม้แต่อี้เฉินยังหยุดฝีเท้ากะทันหัน ก่อนจะกล่าวพูดเสียงเรียบออกมา “ข้าขอคุยเป็นการส่วนตัวกับแม่นาง โยวี่ได้หรือไม่?”
จินซู ที่เห็นสีหน้าอี้เฉินลำบากใจ นางได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาน้อยๆ ไม่คิดการแย่งชิงอำนาจจะมาไว และรุนแรงถึงเพียงนี้
อี้เฉินที่สืบฝีเท้าออกไป ด้านข้างสวนดอกไม้ พร้อมกับโยวี่ที่มีท่าทีเขินอาย เขากล่าวพูดพลางอธิบาย ออกมาอย่างไม่มีอ้อมค้อม “ข้าเคยทำให้สตรีทั้งสองเสียใจ จนความสัมพันธ์ของพวกเราพังทลาย ข้าเองไม่อยากที่จะทำเช่นนั้นกับเจ้า โยวี่ อย่างที่ข้าได้บอกกล่าว ข้าไม่ใช่ผู้สูงศักดิ์ เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ผู้หนึ่งเท่านั้น”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้แน่น เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียง เจือไว้ด้วยความดึงดัน ดื้อรั้น “แต่เจ้ามีสายเลือดของคนตระกูล อี้ ไม่ใช่หรืออี้เฉิน”
อี้เฉิน เขาพยักหน้าไม่ได้ปฏิเสธนางแต่อย่างใด “แต่หัวใจของข้า ยังเป็นเฉกเช่น ปุถุชนคนธรรมดา ที่จากมาจากหมู่บ้านภายในดินแดนเบื้องล่าง ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องอับอายต่อหน้าหมู่ชน จึงไม่อาจรับข้อเสนอของเจ้าได้ โยวี่”
“เจ้า! เจ้า! จักรพรรดิอี้เฉิน หรือว่าจะเป็นเพราะหลินเฟย นางนั้น มีอะไรดีนักหนา แม้แต่ขั้นพลังของนาง ยังสู้ข้าไม่ได้เสียด้วยซ้ำ นางฝึกฝนมากี่ปีก็อยู่ได้แค่ ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ไม่ควรค่าให้ข้าพูดถึงเสียด้วยซ้ำ แต่ทำไมราชินีเสวี่ยชิงหนานกับเจ้า ถึงหลงรักมันหัวปักหัวปำเช่นนี้”
อี้เฉินส่ายหัว ก่อนที่เขาจะจากไปส่งคำพูดทิ้งท้ายไว้ให้ โยวี่ครุ่นคิด “พวกเรารู้จักกันมานาน ไม่ใช่ อะไรที่เจ้าจะสอดแทรกเข้ามาได้โยวี่ แม้เจ้าจะบังคับข้าก็ตาม เจ้าลองถามใจ เจ้าดูสาวน้อย แล้วปล่อยวาง ทุกอย่างลงเสียเถอะ” ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้าจากไป