เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 43 ข่าวร้าย

    เทียนเริ่มรักษาคนทั้งหมดหนึ่งพันคนโดยใช้ พลังเทพเซียนบริสุทธิ์ รักษาสมองที่ถูกทำลายไปจนหมดให้กลับฟื้นคืนกลับมา โดยสร้างบ่อน้ำทิพย์ แล้วใส่ยาสมุนไพรที่รักษาพิษคางคกผสม แล้วให้ทุกคนเข้าไปแช่น้ำทั้งหมด เทียนใช้เวลาทั้งอยู่ ทั้งคืนรักษาคนทั้งหมด จนหายกลับมาเป็นปกติ เทียนเห็นชายชื่อว่ากระทิง เป็นชายคนที่เด็กสองคงเรียกว่าพ่อในสนาม ยืนอยู่ด้วยความมึนงงสงสัย จึงบอกเรื่องราวให้เขาและทุกคนได้ฟัง แล้วก็แจกทองคำไปคนละ 1 กิโล เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิตต่อไป จากนั้นเทียนก็มาที่วังที่ประทับ ขององค์ชายสี่ผู้ที่วางแผนไว้ทั้งหมด

    องค์ชายสี่เหวินถังนั่งรอฟังข่าวคราวของนักพรตทั้งสองด้วยใจจดจ่อ โดยมีองครักษ์คนสนิทยืนอยู่ด้านข้างทั้งสองคน เทียนโยนหัวนักพรตทั้งสองคนลงต่อหน้าองค์ชายสี่เหวินถัง องค์รักษ์พุ่งร่างมาขวางหน้าองค์ชายสี่เหวินถังเอาไว้ แล้วก็มีทหารองครักษ์วิ่งกรูกันเข้ามาอีก นับร้อยคน

    “ เจ้าเป็นใคร” องค์ชายสี่เหวินถังเอ่ยออกมาด้วยเสียงตะกุกตะกัก

    “ ผู้คนนับหมื่นคน ถูกเจ้าจับมาทำเป็นนักสู้ซากศพ สุดท้ายรอดมาเพียงพันคน ที่เหลือต้องตายศพถูกโยนลงเหว กลายเป็นอาหารให้สัตว์ร้าย เจ้าคิดว่าเจ้าควรมีชีวิตต่อไปอีกหรือไม่” เทียนเอ่ยไป ก็ค่อยๆ เดินเข้าใกล้องค์ชายสี่เหวินถังเข้าไปทุกที องครักษ์คนสนิทกับทหารทั้งหมดทนความกดดันไม่ไหว ใช้ดาบเข้าฟาดฟันเทียนทันที เทียนแค่กระทืบเท้าที่พื้นทีเดียว ร่างของทหารองครักษ์ทั้งสองกับทหารนับร้อย กระเด็นลอยออกไป จากห้องโถงจนหมด องค์ชายสี่ปล่อยพลุเวทย์ออกไป เหมือนกับว่าเรียกคนมาช่วยเหลือ

    “ เรียกคนมาช่วยเหลือหรือ แต่ว่าจะทันหรือเปล่านะ” เทียนใช้ปล่อยดัชนีสายฟ้าเข้าใส่องค์ชายสี่ทันที ฟิ้ว ลำแสงดัชนีพุ่งเข้าใส่องค์ชายสี่เหวินถัง แต่กลับมียันต์กระจกป้องกันเอาไว้ องค์ชายเอาไว้ได้ แล้วก็มีกลุ่มควัน ปรากฏต่อหน้าเทียน

    มีชายวัยกลางคน สวมชุดสีดำคล้ายนักพรตยืนอยู่ข้างองค์ชายสี่เหวินถัง

    “ อาจารย์ท่านมาแล้ว” องค์ชายสี่เรียกคนคนนี้ว่าอาจารย์

    “ องค์ชายเกิดอะไรขึ้น” นักพรตชุดดำเห็นหัวนักพรตสองคนที่พื้นก็ตกใจ

    “ มันเป็นคนทำ” องค์ชายสี่เหวินถังเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้น

    “ เจ้าเป็นใคร บังอาจฆ่าคนของสำนักหยินซาน”

    “ แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร บังอาจมาขวางข้า” เทียนย้อนกลับบ้าง

    “ ข้าคือ ซุนเหอ เจ้าสำนักหยินซาน”

    “ ข้าคือตี้เทียน เป็นเทพสวรรค์ มีบัญชาจากจ้าวสวรรค์ให้มาจัดการกับคนชั่วช้า ท่านไม่มีความผิดในเรื่องนี้ อยามายุ่งจะดีกว่า” เทียนพูดข่มขู่ออกไป เพื่อให้เจ้าสำนักหยินซานกลัวเกรง

    “ พูดจาไร้สาระ ความผิดอะไรกัน”

    “ อาจารย์อย่าไปฟังมัน มันต้องการทองคำจากข้าแต่ข้าไม่ให้มัน มันเลยจะสังหารข้า” องค์ชายสี่เหวินถังเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน

    “ เอาเถอะ เรื่องนี้ค่อยคุยกันทีหลัง อาจารย์ไม่ให้ใครทำร้ายเจ้าได้หรอก” เจ้าสำนักหยินซานยังคิดจะช่วยอีก

    “ เฮ้อ เก้าพันชีวิต ที่เจ้าสังหาร คิดหรือว่า มนุษย์อย่างอาจารย์ของเจ้าจะหยุดอาญาสวรรค์จากข้าได้” เทียนไม่สนใจซุนเหออีก ปล่อยเข็มเหมันต์เข้าใส่องค์ชายสี่เหวินถังกับเจ้าสำน้กหยินซาน แต่ว่าทั้งสองคนหายวับออกไปอยู่อีกด้านหนึ่ง

    เทียนใช้ปีกคุนเผิงสะบัดไป ทั้งสองคนใช้ยันต์คุ้มกายหนีหายไปจากที่นี่ กำแพงห้องโถงพังทลายจากปีกคุนเผิง เทียนจะออกไปตามก็มียันต์กักขัง ระดับ 15ยึดร่างเทียนไว้ไม่ให้ขยับตัวไปไหนได้ เทียนใช้พลังเซียนต่อยไปที่ยันต์กักขัง ตูม ! ยันต์กักขังระดับ 15 พังทลาย อาจารย์เจ้าสำนักยืนบนฟ้ามองมาอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเทียนจะมีพลังระดับนี้ จึงรีบใช้ยันต์เคลื่อนย้ายรีบ พาองค์ชายสี่เหวินถังออกไปจากที่นี่ทันที

    แต่ไม่ทันแล้วมีกระแสลมวูบหนึ่งมาดักหน้าเอาไว้ มีมือสองมือยื่นออกมาจากอากาศ คว้าคอของทั้งสองเอาไว้ แล้วบิดคอขององค์ชายสี่เหวินถังจนหัก คอพับไปที่ไหล่ แล้วเทียนก็ ถีบร่างองค์ชายสี่เหวินถังร่วงจากท้องฟ้าลงมาพื้นดิน ตายสนิท มือซ้ายเทียนยังบีบคอเจ้าสำนักหยินซานเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

    “ เจ้ายังไม่สิ้นอายุขัย หากต่อไปขืนให้ท้ายคนชั่วอีก คงได้เจอกับข้าอีกแน่”

    เทียนกระแทกร่างของเจ้าสำนักหยินซานออกไป แล้วร่างของเทียนก็หายไป

    เจ้าสำนักลงมาที่ศพขององค์ชายสี่เหวินถังแล้วนั่งทรุดไปกับพื้นดิน

    “ หรือว่า อาญาสวรรค์จะมีอยู่จริง” เจ้าสำนักหยินซานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

    รุ่งเช้าสนามนักสู้ซากศพก็ถูกทำลายลงเหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ข่าวที่น่าตระหนกกว่าก็คือ องค์ชายสี่เหวินถัง กับรองเจ้าสำนักทั้งสอง ถูกฆ่าตายในตำหนักส่วนตัว จากนั้นอีกเจ็ดวันมีคนพบซากศพเกือบหมื่นคนที่หุบลึกลับแห่งหนึ่งซึ่งเคยเป็นที่ตั้งกองกำลังขององค์ชายสี่เหวินถัง เจ้าสำนักหยินซานประกาศกักตน 3 ปีไม่ขอพบผู้ใด

    เทียนหลังรักษาคนครบตามกำหนด ก่อนไปก็บริจาคเงินให้สำนักหยางซาน หนึ่งพันล้านเหรียญทอง และ มอบเงินอีก ห้าร้อยล้านเหรียญทองไว้สำหรับสร้างโรงทานของสำนักหยางซาน ท่านเจ้าสำนักมอบป้ายทองศิษย์กิติมศักดิ์ของสำนัก ก่อนเทียนจะเดินทางจากไป ฉางกงกง ก็รีบมารับเทียนเข้าวัง แจ้งว่าไทเฮาอยากพบ เทียนเลยต้องเข้าวังทันที

    พอเข้าไปในวัง เทียนถูกพาไปที่เก๋งกลางน้ำ ในพระราชวังเหมันต์ เห็นไทเฮายืนอยู่ในเก๋งกลางน้ำอยู่คนเดียว เทียนค่อย ๆเดินเข้าไปหาไทเฮาอย่างช้า ๆ พอเดินมาถึงในเก๋งกลางน้ำ ก็มีกระแสพระดำรัสว่า

    “ ท่านเป็นเทพเซียนจริงหรือเปล่า”

    “ กระหม่อมเป็แค่คนธรรมดา”

    “ ทำไมข้ารู้สึกได้ว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดา” ไทเฮาเอ่ยออกมาโดยไม่หันมามอง

    “ เหตุใด พระองค์ถึงได้คิดเช่นนั้น” เทียนสงสัย

    “ ครั้งแรกที่ข้าเจอท่าน หากเป็นมนุษย์ทั่วไปในแผ่นดินนี้เจอข้าไม่ตัวสั่นงันงก ก็พูดจาวกวน หวาดกลัวข้ากันไปหมด แต่ท่านไม่แม้กระทั่งคุกเข่าท่านยังไม่คิดจะทำ น้ำเสียงที่พูดกับข้าไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด ยิ่งการรักษาของท่านเปรียบได้กับเทพยดา หมอในโลกนี้ไม่มีใครเปรียบได้กับท่าน ข้านอนคิดเรื่องของท่านมาตลอด

    จนเมื่อไม่กีวันก่อน เจ้าสำนักหยินซานมาหาข้า บอกเรื่องราวของคนผู้หนึ่งนามตี้เทียน เขาบอกว่าเป็นเทพสวรรค์ ได้รับบัญชาจากจ้าวสวรรค์ ให้มาปราบคนชั่ว แล้วบอกกับเขาว่า ไม่มีใครรอดพ้นจากอาญาสวรรค์ไปได้ ในโลกนี้จะมีใครสามารถพูดแค่คำไม่กี่คำ ก็ทำให้คนระดับเจ้าสำนักหยินซานต้องไปสำนึกผิด ถึงสามปี ข้าไม่ได้อยากรู้คำตอบ เพราะคำตอบมันอยู่ในใจข้าแล้ว แต่ว่าข้ามีเรื่องขอท่าน สักอย่างหนึ่งจะได้ไหม” พูดจบหันมามองหน้าเทียนช้า ๆ

    “ ไม่รู้ว่าพระประสงค์ของไทเฮา กระหม่อมจะทำได้หรือไม่”

    “ ในวัยเยาว์ข้าเคยฝันไว้ ว่าอยากไปบนสวรรค์ วิ่งอยู่บนก้อนเมฆ มองลงมาที่มวลมนุษย์ ข้าอยากให้ท่านพาข้าไปบนนั้น” เทียนก็มองพระพักตร์ไทเฮาที่เวลานี้ไม่ใช้เครื่องประทินโฉมมากมายเหมือนคราวแรกที่เจอ มองแล้วเหมือนเด็กสาววัย 18 มากกว่า นี่ถ้าบอกว่าเป็นผู้ชาย ยังไงก็ไม่มีทางเชื่อเป็นอันขาด

    เทียนเข้าไปโอบกอดเอวของไทเฮาผู้งดงาม แล้วค่อยๆ พาร่างของพระนางลอยขึ้นไปบนฟ้า พระนางกอดเทียนแน่นขึ้น แต่ไม่ยอมหลับตา ร่างของทั้งสองลอยทะลุเมฆ เทียนหยุดบนนั้น แล้วปล่อยให้พระนางเดินบนเมฆอย่างตามสบายโดยที่เทียนใช้เวทย์วายุสร้างความหนาแน่นของก้อนเมฆ สามารถเดินเหินได้เหมือนเดินบนพื้นดิน พระนางวิ่งออกไปเหมือนเด็กสาวกำลังดีใจ ที่ได้ของเล่นทิ้งภาพไทเฮาผู้สูงศักดิ์ นั่งตัวตรง คอเชิดดั่งพญาหงส์ พระนางหยุดวิ่งแล้วมองทะลุก้อนเมฆเห็นแผ่นดิน เห็นมนุษย์ตัวจ้อย จากนั้นพระนางก็ยิ้มออกมา แล้วก็เดินมาหาเทียน แล้วเข้ามากอดเทียนแน่น น้ำตาพระนางไหลอาบเสื้อเทียน ที่ได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับ แล้วพระนางก็หันมาจุมพิตที่ริมฝีปากของเทียนอย่างแผ่วเบา

    “ ขอบคุณนะ”

     

    เทียนออกจากจักรวรรดิต้าหลี่ถัง เพื่อเดินทางกลับสำนักเทพยุทธ์ ระหว่างทางเทียนก็แวะเมืองฉางเซียน เพื่อไปคำนับท่านอาจารย์ฉางคง กับศิษย์พี่ทั้งหลาย

    เทียนเปลี่ยนร่างกลับเป็น หลี่เทียน เด็กชายวัย 9 ปี แล้วเดินเข้าไปในสำนักราชวงศ์ฉางเซียน แล้วก็เดินไปวิหารเซียน พอไปถึงกลับรู้สึกแปลก จึงรีบเดินเข้าไปข้างใน พอกับศิษย์พี่ทั้งห้าคน กำลังนั่งเคารพป้ายวิญญาณ อาจารย์ฉางคง

    “ เกิดอะไรขึ้น”

    “ อาเทียนเจ้ามาแล้วหรือ พวกเราส่งข่าวไปหาเจ้าแต่ก็พวกเขาตอบมาว่าเจ้าไปไหนไม่รู้” ศิษย์พี่ห้าเอ่ย

    “ อาจารย์เสียชีวิตไปเมื่อ 3 เดือนก่อน วันนี้ครบสามเดือนพอดี พวกเราเลยมาคำนับท่าน” ศิษย์พี่ใหญพูดออกมา

    “ ตกลงเกิดอะไรขึ้น” เทียนถามอีกครั้ง

    “ เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่จักรวรรดิเหวินหมิง มาที่เมืองฉางเซียน ตอนนั้นอาจารย์กำลังขอให้จักรวรรดิต้าฉิน ให้ช่วยเหลือ แต่สุดท้ายอาจารย์พอรู้ข่าวว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงกันแล้วเรื่องที่จะไม่บุกเมืองฉางเซียนแล้ว ไม่เอาเครื่องบรรณาการ แต่จะเอาตัวเจ้าไปแทน อาจารย์ก็จะรีบกลับมาเพื่อจะพาเจ้าหนีไป แต่ว่าจักรวรรดิต้าฉินในตอนนั้นกลับพยายามกักตัวอาจารย์เอาไว้ แต่ว่าอาจารย์ใช้พลังปราณพลังขั้นสูงสุดโดยยอมตัดปราณชีวิตออก2เส้นเหลือเพียงเส้นเดียว ทำให้พวกเราหนีรอดมาได้ แล้วให้ข้ามาพาเจ้าหนีไปส่วนอาจารย์ก็เข้าไปในวังหลวง ขอร้อง กับ จักรพรรดิฉางเซียน

    แต่สุดท้ายพวกเราก็ไม่สามารถต้านพลังของจักรวรรดิเหวินหมิงได้ แต่โชคดีที่เจ้าไม่เป็นอะไร พอเจ้าจากไปที่ดินแดนเทพยุทธ์ อาการของอาจารย์ก็ค่อยกำเริบ เมื่อลมปราณชีวิตเหลือแค่เพียงเส้นเดียว อาจารย์ก็มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ข้าจะไปตามเจ้ากลับมาหลายครั้ง แต่อาจารย์ไม่ยอม กลัวว่าจะถูกพวกจักรวรรดิเหวินหมิงเล่นงานอีก เมื่อหกเดือนก่อนท่านก็ทนฝืนต่อไปไม่ไหว สิ้นใจอย่างสงบ ก่อนท่านจะจากไปให้ฝากบอกกับเจ้าว่า ห้ามแก้แค้น ให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อาจารย์เสียใจที่ไม่สามารถคุ้มครองชีวิตเจ้าได้อีกแล้ว” ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยออกมาน้ำตาก็ไหลอาบแก้มไปด้วย เทียนคุกเข่าต่อหน้าอาจารย์นิ่งไม่ขยับไปไหน ศิษย์พี่ทั้งห้าพยายามพูดอย่างไรเทียนก็ไม่ตอบ ไม่ยอมพูดกับใคร จนทุกคนต้องยอมให้เทียนนั่งคุกเข่าต่อหน้าป้ายวิญญาณอยู่อย่างนั้น จนครบ เจ็ดวันผ่านไป เทียนลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ทุกคนรู้สึกยินดีที่เทียนลุกขึ้นมาแล้ว

    “ มันเป็นใคร ที่ทำให้อาจารย์ต้องถึงกับตัดปราณชีวิต ” เทียนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างช้าช้า ทุกคนฟังแล้วเกิดขนลุกขึ้นมาอย่างประหลาด

    “ อาเทียนอาจารย์สั่งไว้แล้ว เจ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งอาจารย์หรือ” ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยเตือนเสียงเข้ม

    “ ใช่แล้ว จักรวรรดิเหวินหมิงก็ยังต้องการตัวเจ้าอยู่ จักรพรรดิฉางเซียนก็คิดจะจับตัวเจ้าเพื่อไปต่อรอง เจ้ายังคิดจะไปสร้างศัตรูอีกหรือ” ศิษย์พี่ห้าเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง

    “ ท่านไม่บอกก็ไม่เป็นไร ข้าไปสืบเองก็ได้ ส่วนเรื่องจักรวรรดิเหวินหมิง พวกท่านไม่ต้องห่วง ข้ากระทืบหัวเหวินจ้งแบนติดดินตายไปแล้ว ส่วนจ้าวจักรวรรดิเหวินหมิงข้าตัดหัวมันไปสังเวยอาจารย์ติงซานเรียบร้อยแล้วเช่นกัน” เทียนพูดจบ

    ศิษย์พี่ทั้งห้าคน ต่างร้องออกมาอย่างตกใจ

    “ นี่ เจ้าพูดจริงหรือ จ้าวจักรพรรดิเหวินหมิงตายแล้ว” ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยถามก่อนใคร

    เทียนพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก เทียนหยิบยาเม็ดอัครพรหมเทพ แจกศิษย์พี่ทั้งห้าคน คนละ สิบเม็ด แล้วบอกวิธีให้กิน จากนั้นเทียนก็ขอลาทุกคน ในขณะที่เทียนจะจากไป ก็มีทหารมาล้อมเทียนเอาไว้จนเต็มวิหารเซียน โดยมีแม่ทัพชายแดนฉางเซียน และองค์จักรพรรดิฉางเซียน มาด้วยตัวเอง

    “ หลี่เทียนเจ้ารู้ตัวไหม ว่าทำผิดอะไร” จักรพรรดิฉางเซียนเอ่ยกับเทียนก่อน

    เทียนมองหน้าจักรพรรดิฉางเซียน ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่พูดอะไรสักคำ มีแต่ศิษย์พี่ทั้ง ห้าคนคุกเข่าขอร้องให้เห็นแก่อาจารย์ให้ปล่อย อาเทียนไป จนเทียนเดินไปข้างหน้าศิษย์ แล้วพยุงให้ทุกคนลุกขึ้น

    “ เจ้าสังหารคนของจักรวรรดิเหวินหมิงไปเป็นพันคน แล้วยังลบหลู่จ้าวจักรวรรดิเหวินหมิงอีก วันนี้ข้าต้องจับตัวเจ้าส่ง ไปที่จักรวรรดิเหวินหมิง” จักรพรรดิฉางเซียนคิดจับตัวเทียนไปเพื่อไม่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการให้กับ จักรวรรดิเหวินหมิง เทียนไม่สนใจคำพูดของจักรพรรดิเลยสักนิด แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า

    “ จักรพรรดิฉางเซียน วันนี้ข้าจะเป็นตัวแทนอาจารย์ ลงโทษเจ้าให้รู้จักสำนึกว่า การเป็นผู้นำคนต้องมีนิสัยอย่างไร” เทียนพูดจบท้องฟ้าโดยรอบก็เกิดมืดครี้ม เริ่มมีพายุก่อตัวขึ้น มีสายฟ้าแลบ แปร๊บๆ มีน้ำฝนเริ่มตกลงมา แผ่นดินเริ่มสั่นไหว

    บนท้องฟ้าปรากฏวงแหวนเวทย์วงใหญ๋ ปกคลุมไปทั่ว...

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน