เมื่อมาถึงเมืองที่มีความเสี่ยงภัยรองเสนาบดีกรมโยธาพร้อมด้วยขุนนางที่ติดตามมาด้วยจากหลายหน่วยงานและขุนนางท้องถิ่นอีกหลายคนได้เปิดการประชุมหารือกันอย่างเร่งด่วนทันทีเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนรอการช่วยเหลือพวกเขาจะรั้งรอไม่ได้แล้ว
“ผลการสังแกตการล่าสุดเป็นเช่นไรบ้าง”รองเสนาบดีกรมเอ่ยถามออกมาเริ่มประชุมกันแล้ว
“เรียนท่านรองเสนาบดีจากการวิเคราะห์เมื่อวานนี้คาดการณ์ได้ว่าอีกไม่นานนี้แน่ขอรับแต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหรกันแน่” ขุนนางนายหนึ่งที่ดูแลเรื่องสังเกตการณ์ภูเขาไฟนี้เป็นผู้ตอบคำถามก่อเขาจะยื่นหนังสือการวิเคราะห์ที่เขาสรุปไว้ให้ผู้รองเสนาบดีกรมได้ตรวจดูเขาอาศัยข้อมูลที่บันทึกมาแต่ดั่งเดิมเพื่อเป็นเทียบกับเหตุการณ์ตรงหน้าซึ่งได้ความว่าภูเขาไฟลูกที่อยู่ไม่ไกลนี้ใกล้จะพิโรธแล้ว
“อืมเช่นนั้นแล้วเราก็ต้องรีบอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่” เมื่อได้ดูหนังสือที่อธิบายข้อมูลไว้รองเสนาบดีกรมจึงเอ่ยออกอย่างกังวลไน้อยใครเล่าจะรู้ได้แน่ชัดว่าเหตุจะเกิดไม่ไหร่ จะรอช้าไม่ได้เพราะชีวิตคนนั้นสำคัญมาก
“แล้วมีพื้นที่ที่สำรวจไว้บ้างแล้วหรือไม่สำหรับใช้เป็นที่หลบภัย”ขุนนางนายหนึ่งเอ่ยถามออกมา
“พื้นที่นั่นเราได้สำรวจไว้แล้วขอรับให้พวกท่านตัดสินใจอีกทีว่าจะเลือกพื้นที่ไหน”ขุนนางท้องถิ่นเอ่ยตอบออกมาแล้วก็อธิบายถึงพื้นที่อีกสามแห่งที่ทางเขาได้หาไว้แต่อย่างไรก็ต้องรอให้ผู้ที่มาจากเมืองหลวงเป็นผู้ตัดสินใจอีกทีว่าจะใช้ที่ไหนเป็นแหล่งหลบภัย
“เช่นนั้นก็”เมื่อหารือกันมาพักใหญ่จนได้ข้อสรุปแหล่งที่จะอพยพแล้ว รองเสนาบดีจึงเอ่ยสรุปอีกครั้ง
‘คลึ่นนนนนน คลึ่นนน’ แต่ยังไม่ทันได้สรุปผลอย่างเป็นทางการทั้งห้องประชุมก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างแรงขึ้น ข้าวของบนโต๊ะอย่างกาและจอกชากระเด้งไปมาตกแตกไปตามๆกันโต๊ะประชุมก็สั่นไปมาเหมือนว่าขาโต๊ะไม่เท่ากันอย่างไรอย่างนั้นเก้าอี้ที่พวกเขานั่นก็คลอนไปมาพาจนต้องหาที่ยืดเกาะเพื่อกันตกไปหลายคนเหล่าคนที่พึ่งจะมาถึงที่นี่พากันตกอกตกใจจนหัวใจจะตกไปอยู่ตาตุ่มแล้วเมื่อเจอเหตุไม่คาดฝันขึ้น
‘เพล้งงงงงง’
‘ตึกๆๆๆๆ’
“เกิดอะไรขึ้นกัน”
“นี่มันอะไร”เหล่าคนที่ร่วมประชุมเอ่ยขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงความวุ่นวายอื่นๆอย่างประหลาดใจปนความวิตกกังวลที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าตาอย่างชัดเจน
‘คลึ่นนนนน’ทุกคนเผยความตกใจกลัวออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนสำหรับพวกเขาทั้งหลายที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนนั้นย่อมต้องรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นเรื่องธรรมดาแต่เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในความสงบดังเดิมคำถามและคำอธิบายมากมายจึงเกิดขึ้นในห้องประชุมที่ตรึงเครียดด้วยความหวาดกลัวไปอีกครู่ใหญ่
“เมื่อครู่เกิดแผ่นดินไหวขอรับนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เกิดเช่นนี้ ครั้งแรกเมื่อเกิดขึ้นเราจึงส่งเรื่องไปยังฮ่องเต้ทันทีหลังจากนั้นเมื่อสิบวันก่อนก็เกิดอีกครั้งหนึ่ง และนี่คือครั้งที่สามขอรับ”ขุนนางท้องถิ่นเป็นคนตอบคำถามเหล่าคนที่มาจากเมืองหลวงทั้งหลายเขาที่เจอเหตุมาสองครั้งแล้วก็ลดความตกใจไปมากแต่ก็ใช่ว่าใจจะไม่สั่นกลัวเมื่อมันเกิดขึ้นอีกครั้ง
“เช่นนั้นก็ยิ่งเร่งอพยพให้เร็วที่สุดเลยพรุ่งนี้ออกเดินทาง” รองเสนาบดีกรมโยธามเมื่อได้ฟังจึงรีบสั่งการทันทีเขาไม่อยากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแบบนี้นานๆ หรอกนะ
“เอ่อเกรงว่าคนอื่นๆจะเตรียมตัวไม่ทันขอรับถ้าเป็นพรุ่งนี้เช้า” ขุนนางท้องถิ่นเอ่ยแย้งออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่มันก็เป็นตามที่เขาว่าจริงๆ ถึงแม้คนจะห่วงชีวิต แต่ทรัพย์สินที่หามาตลอดชีวิตก็ต้องห่วงเช่นกันยิ่งตอนนี้ก็บ่อยคล้อยแล้วเกรงว่าการกระจายข่าวในเวลาเพียงเท่านี้ทุกคนคงทราบเรื่องไม่หมด
“แต่เรารอไม่ได้แล้วนะถ้าเกิดมันร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆล่ะ ถ้าเกิดเป็นคืนนี้หรือพรุ่งนี้จะว่าอย่างไร”แต่ขุนนางที่มาจากเมืองหลวงกลับเห็นต่าง พวกเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแล้วรีบๆย้ายไปที่อื่นถ้าเป็นตอนนี้ได้ยิ่งดี
“แต่ว่า”ขุนนางท้องถิ่นอยากจะแย้ง แต่หน้าตาหลายคนดูจะคาดโทษเขาไว้แล้วที่อยากให้อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อย
“เอาล่ะๆอย่างไรก็ต้องรีบ เอาเป็นวันมะรืนตอนเช้าออกเดินทางทันทีที่มีแสงสว่าง” รองเสนาบดีกรมโยธาเอ่ยขึ้นเสียงดังเมื่อในห้องประชุมเริ่มมีการถกเถียงกันไปมาคำสั่งของเขาเป็นที่สิ้นสุดแล้วตอนนี้
“ขอรับ”สุดท้ายทุกๆ ก็ต้องน้อมรับคำสั่งจากเขา ถือว่าเป็นเวลาที่ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไปแล้วชาวบ้านทั้งหลายคงเตรียมตัวทัน จะได้ออกเดินทางทันที เพราะที่หลบภัยที่พวกเขาเลือกไว้ห่างจากที่นี่พอสมควรอย่างน้อยๆ ถ้าเดินทางด้วยกลุ่มใหญ่แบบนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวันได้
ชิงเถาที่กำลังเดินเล่นในตลาดเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ชาวบ้านล้วนแล้วแต่รีบวิ่งหาที่หลบภัยกันจนวุ่นวายไปหมด ของซื้อของขายล้วนแล้วแต่ไม่สนใจทั้งนั้น
“คุณหนขอรับเมื่อครู่” เอ้อฉงเอ่ยถามชิงเถาเมื่อเหตุการณ์สงบลง เขาที่รีบลากตัวชิงเถามาหลบอยู่ในร้านค้าร้านหนึ่งตามชาวบ้านอีกหลายคนที่ก็อยู่ร่วมกันในนี้
“แผ่นดินไหวน่ะหินหนืดใต้พื้นโลกเกิดการเคลื่อนที่ข้างบนจึงเกิดแผ่นดินไหวเช่นนี้เห็นทีอีกไม่นานพวกมันจะต้องพวยพุ่งออกมาเป็นแน่”คำที่ชิงเถาเอ่ยออกมานั้นเอ้อฉงได้แต่ฟังไปอย่างงงๆเขาไม่ค่อยเข้าใจที่นางพูดเท่าไหร่
“คุณหนูไม่ได้รับอันตรายใช่ไหมขอรับ”เอ้อฉงเอ่ยถามออกมาเมื่อทุกอย่างกลับไปเป็นปกติชาวบ้านเริ่มกลับไปเดินจับจ่ายกันต่อแล้วทำเหมือนกลับว่าชาชินกับเรื่องเมื่อครู่อย่างไรอย่างนั้นนี่พวกเขาจะบ้าเกินไปแล้วในความคิดของชิงเถา
“ข้าไม่เป็นอะไรเราก็ไปซื้อข้าวของต่อเถอะ จะได้รีบกลับ” ชิงเถาตอบไปแล้วเดินนำออกซื้อข้าวของต่อทันทีถึงแม้มีเหตุเช่นนี้แต่ก็ยังมีอาหารมาขายไม่ขาดในราคาที่ยังพอรับได้ถือว่าพวกพ่อค้ายังไม่เอาเปรียบอันใดเรียกได้ว่าร่วมกันเผชิญเหตุร้ายไปด้วยกันจริงๆ
ชิงเถานางรีบกลับที่พักเมื่อครู่เกิดแผ่นดินไหว การประชุมต้องจะได้ข้อสรุปแล้วแน่นอน เพราะพวกเขาเจอเรื่องเมื่อครู่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รีบทำอะไรสักอย่างแล้วในความคิดของนางและมันก็เป็นตามที่นางคิดจริงๆ ใครบ้างจะไม่กลัวภัยธรรมชาติที่ไม่รู้วิธีรับมือเช่นนี้หนีได้คงหนีไปแล้วถ้าหากไม่กลัวว่าไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่
“เชี่ยนเชี่ยนเจ้าพอจะรู้ไหมว่าภูเขาไฟจะประทุเมื่อไหร่”ชิงเถาลองสอบถามดูเพื่อว่าเชี่ยนเชี่ยนนางจะรู้
‘ข้าบอกได้แค่ว่าไม่นานนี้แล้ว’เชี่ยนเชี่ยนนางอยากจะบ่นชิงเถาว่าใครมันจะไปรู้ทุกอย่างขนาดนั้นนางก็รู้เพียงการคาดเดาเท่านั้นไม่อาจจะรู้ได้แน่ชัดว่าอีกสามวันเจ็ดวันอะไรเช่นนั้น
“อืมคงเป็นเช่นนั้น แล้วมันจะน่ากลัวมากหรือไม่” ชิงเถานางก็อดจะกังวลไม่ได้ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยเจอเหตุนี้เลย ที่เห็นก็คือในหนังสือหรือสื่อต่างๆ เท่านั้นไม่อาจจะคิดภาพได้เลยว่ามันจะร้อนมากขนาดไหน
‘มันไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก แล้วอีกอย่างที่นี่ก็ห่างจากภูเขาไฟพอสมควรคงจะพอหลบหนีได้พอสมควร’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยบอกถึงแม้จะบอกว่าเมืองนี้อยู่ใกล้กับภูเขาไฟที่สุด แต่มันก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้นยังห่างอยู่ประมาณเจ็ดถึงแปดสิบลี้ได้ แต่นั่นก็ยังวางใจไปไม่ได้เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมันประทุมีหินหนืดร้อนไหลออกมาแล้วมันจะไหลไปทางไหนและไปปกคลุมพื่นที่ได้ขนาดไหนกันแน่
“ถ้าหากมาถึงเมืองนี้คงเสียหายไม่น้อย”ชิงเถานางยังอดห่วงไม่ได้ ถึงแม้ว่าภูเขาไฟจะสงบลงแล้วก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเพราะเหมือนมันแค่หลับไปเฉยๆ ไม่รู้จะตื่นขึ้นมาอีกเมื่อไหร่
‘ชาวบ้านพวกนี้ อาจจะต้องตั้งถิ่นที่อยู่ใหม่แล้วหละ’เชี่ยนเชี่ยนนางคิดว่าพื้นที่ตรงนี้คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปสำหรับชาวบ้านที่ต้องอยู่อาศัยซึ่งชิงเถาก็พยักเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
“เช่นนั้นพวกเราก็มาช่วยพวกเขากันเถอะ” ชิงเถาเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
‘อืม เรามาร่วมมือกันเถอะ’ซึ่งเชี่ยนชี่ยนก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง