แร่กรีดร้อง
ชิงเถาตกลงธุรกิจกับเชี่ยนเชี่ยนซึ่งจะเป็นผู้ช่วยรายใหญ่ในครั้งนี้เสร็จแล้วนางจึงนำแผนนี้ไปปรึกษาแก่ครอบครัวเมื่อนางเสนอออกไปแล้วนั้นมีหรือทุกคนจะคัดค้าน แต่เสียงสนับสนุนเพียงเท่านั้นแต่ทุกคนก็สงสัยใคร่รู้อยู่บ้างว่านางจะทำยังไงกับสิ่งที่นางอธิบายออกมานั้นให้สำเร็จทั้งๆ ที่นางก็ไม่ได้ฝึกปราณ ไม่ได้เรียนเหมือนคนอื่นๆ แต่เมื่อนางว่าทำได้ทุกคนก็เชื่อใจ
เมื่อตกลงกันแล้วชิงเถาก็ไม่รีรอรีบลากตัวบิดามาที่ร้านที่เคยจ้างช่างไปทำบ้านกับกำแพงให้
“นายท่านกับคุณหนูมีอะไรให้รับใช้ขอรับ” เด็กในร้านออกมาต้อนรับ เมื่อรู้จุดประสงค์ของพวกนางเขาก็เชิญให้เขาไปนั่งรอในห้องรับรอง
“วันนี้มีอะไรให้ร้านเรารับใช้ขอรับ”หลงจู๊ของร้านเมื่อเจรจากับลูกค้าคนก่อนเรียบร้อยเขาก็รีบมาหาพวกชิงเถาทันทีโดยไม่อยากให้ลูกค้ารอนานไปกว่านี้
“ข้าอยากให้ท่านทำตู้แบบนี้ให้เจ้าค่ะขนาดก็ตามกำหนดไว้นี้ ลองดูก่อนเจ้าค่ะ”ชิงเถายื่นกระดาษที่นางวาดภาพพร้อมกำหนดขนาดไว้ไปให้หลงจู๊ของร้านดูโดยนางกำหนดไว้สามขนาด ทั้ง เล็ก กลาง และใหญ่ ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งนางจะสั่งทั้งแบบเป็นไม้แล้วก็เป็นโลหะ
“ไม่ยากๆ ใช้เวลาไม่นานก็แล้วเสร็จไม่ทราบว่าต้องการจำนวนสักเท่าไหร่”หลงจู๊ถามออกมาเมื่อเขาพิจารณาดูแล้วมันเป็นเพียงรูปแบบตู้ง่ายๆมีประตูเปิดอยู่ด้านหน้าด้านในมีขั้นไว้วางของเท่านั้น
“ขนาดเล็กกับใหญ่ 30หลัง ส่วนขนาดกลาง 50 หลัง เจ้าค่ะ”ชิงเถาตอบออกไป
“โอ้ ต้องการมากถึงเพียงนี้ท่านคงไม่ได้เอาไว้ให้เพียงในเรือนแล้วสิ ต้องการทำออกขายรึ”หลงจู๊ถามออกมาอย่างสงสัย
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบยิ้มๆ
“ถ้าทำขายข้าว่าเพียงรูปแบบนี้นี้คงขายไม่ออกหรอกที่ไหนก็มีขายอีกทั้งพวกท่านมาสั่งทำจะต้องคิดค่ากำไรเพิ่มอีกคงสู้ราคาร้านที่มีช่างทำออกมาขายไม่ได้” หลงจู๊กล่าวออกมาอย่างห่วงใยถึงเขาจะอยากได้งานมากๆ แต่เขาก็อดห่วงลูกค้าไม่ได้ในการคิดจะลงทุนแบบนี้
“ไม่เป็นไรหรอกพวกข้าคิดมาดีแล้วทำตามที่สั่งนี้แหล่ะขอรับ” จิ้นสิงเอ่ยออกมาหลังที่นั่งเงียบเป็นผู้ฟังมานาน
“ขอรับ ตกลงตามนี้ เรื่องราคา”เมื่อหลงจู๊วิเคราะห์ราคาออกมาแล้ว เมื่อต่อลองจนเป็นที่น่าพอใจจิ้นสิงก็จ่ายเงินส่วนแรกไปก่อนซึ่งทางร้านจะรับอีกสองส่วนที่เหลือเมื่อนำสิ่งที่สั่งไปส่งแล้วนั่นเอง
“เดินทางปลอดภัยขอรับ” เด็กรับใช้ในร้านออกมาส่งพวกนางถึงนางเข้าร้านก่อนจะกลับเข้าไป
“ตู้ก็สั่งเสร็จแล้วไปต่อเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ” ชิงเถากอดแขนบิดาก่อนจะพากันเดินตามถนนไปก่อนมามาหยุดอยู่ร้านค้าร้านหนึ่ง ร้านนี้ส่วนใหญ่จะขายพวกประทัดพวกให้เสียงดังๆเถือกนั้น
“เชิญขอรับ ไม่ทราบว่านายท่านต้องการสิ่งใด”เด็กรับใช้ในร้านเอ่ยถามพวกเขาออกมา เมื่อนางและบิดากำลังเดินดูของในร้านซึ้งข้าวของร้านนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตเท่าไหร่นางจึงไม่เคยพบเห็นนักจึงสนใจเป็นพิเศษ
“ข้าต้องการผงแร่กรีดร้อง 5 กงจิน (5 กิโลกรัม)” จิ้นสิงเอ่ยสั่งออกไปที่พวกนางมาซื้อที่ชื่อว่าแร่กรีดร้องนั้นมันก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนตามชื่อ ซึ่งการได้มาของมันนั้นต้องผ่านความอยากลำบากของคนงานในการทนฟังเสียงมันกรีดร้องทุกวันทุกเวลาตั้งแต่ขั้นตอนเขาขุดเหมืองแร่จนถึงบรรจุเตรียมขายจึงมันจะส่งเสียงเมื่อมีอะไรไปกระทบกระทั่งหรือรบกวนมัน มันก็จะร้องออกมานั้นบางคนก็ว่าเหมือนเด็กร้องไห้ บ้างก็ว่าเป็นเสียงร้องไห้ของผีสาวหรือเสียงระเบิดบ้างจนผู้คนนำมาทำประทัดแทนสิ่งเดิมที่เคยทำซึ่งต้องผสมวัตถุดิบหลายชนิดแต่สำหรับเจ้าแร่กรีดร้องนี้เพียงแตะนิดแตะหน่อยมันก็ร้องออกมาแล้ว
“นี่ขอรับแร่กรีดร้องของร้านเรารับรองเสียงร้องไพเราะหูแน่นอน ทั้งหมดราคา 10ตำลึง กับอีก 500 อีแปะ ” เด็กรับใช้เอ่ยออกมา
“โห แพงมาก” ชิงเถาทำสีหน้าตกใจเจ้าแร่กรีดร้องที่บรรจุอยู่ในขวดเล็กๆ เหมือนขวดใส่สุรานั่นปกติตัวมันก็หนักมากแล้วหนึ่งกงจินยังได้แค่ขวดสุราเล็กๆ ไหนจะค่าตัวอันแสนแพงของมันอีกนี่นางมาซื้ออะไรกันแน่
“จะไม่แพงได้ยังไงคุณหนู กว่าจะได้มันมาคนงานบางคนต้องหูหนวกหูอื้อใช้เงินรักษามากมายทั้งอุปกรณ์ป้องกันเสียงให้พวกเขาอีกไหนจะพวกข้าในร้านที่ต้องฟังเสียงพวกมันเวลาขนย้าย ดีที่ยังอยู่ในขวดกักเก็บเสียงไปได้หลายส่วนแล้ว”เด็กรับใช้ในร้านพูดออกมาเสียงที่ดังกว่าปกติไม่ใช่ว่าเขาโมโหที่นางสงสัยแต่อย่างไรแต่เป็นเพราะเขาต้องทนอยู่กับพวกแร่นี้ทำให้เขาเริ่มจะหูตึงนิดๆ แล้วเวลาพูดจะต้องเสียงดังขึ้น เพื่อให้ได้ยินเสียงตัวเองเท่าเดิมนั่นเอง
“ข้าเจ้าใจแล้วเจ้าค่ะลำบากพวกท่านแล้ว” ชิงเถาเอ่ยออกมายิ้มๆ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างยิ่ง
หลังจากได้ของครบแล้วพวกนางจึงเดินกลับบ้านระหว่างทางกลับนั้นได้ยินเสียงจิ๊ดๆ หวี๊ดๆ ตลอดทางตอนแรกที่ชิงเถาเริ่มได้ยินเสียงก็ก็นึกตกใจเหมือนกัน แต่พอรู้ว่ามาจากเจ้าแร่กรีดร้องจึงวางใจแต่เริ่มจะรำคาญแทน นางเข้าใจแล้วผู้ที่อยู่กับมันทุกวันจะต้องลำบากแค่ไหนนี่ขนาดมันอยู่ในขวดที่เก็บเสียงได้มากแล้ว มันยังร้องกวนเขาขนาดนี้