หลังเลิกงานวันถัดมาภายในห้องประชุมย่อยทั้งสองห้องของฝ่ายวิจัยก็เต็มไปด้วยบรรดาหมอเรสซิเดนท์และหมอโพสแกรดหลักสูตรหนึ่งปีที่มาซ้อมลีดและฝึกซ้อมเป็คทากรในจำนวนนั้นมีหมอที่เคยเป็เชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัย 3 คนจากทั้งหมด5 คน ดังนั้นการซ้อมลีดจึงไม่มีปัญหาเท่าใดนักผิดกับกลุ่มหมอที่เป็คทากรไม่มีใครมีพื้นฐานเลยสักคนเดียว
“มือจับคทาลงมาสักสองคืบนะคะ กำมือเข้าไม่ต้องแน่นมากจับเบาๆ สบายๆตรงนี้ค่ะหมอไอลดา ใช่ค่ะ หมอปลินนากับหมอกุลนันท์ลองซอยเท้าตามจังหวะก่อนนะคะเดี๋ยวพี่เคาะให้”ภัควริณย์เลือกที่จะสอนดรัมเมเยอร์เพราะเคยมีพื้นฐานการเดินมาบ้างสมัยเรียนมัธยม
วันแรกค่อนข้างวุ่นวายต้องสอนั้แ่การยืนและการเดินให้เข้ากับจังหวะกลอง
“หมอศวัสควงคทาได้มั้ย” เขาเป็คนเดียวที่ซอยเท้าเข้ากับจังหวะกลองได้เธอจึงแยกซ้อมให้ต่างหาก แต่ก็อยู่ไม่ห่างจากหมอสาวที่เป็เพื่อนกัน
“ไม่รู้สิ ไม่เคยลอง จับแบบนี้ใช่ไหม”
“อืม หมอขยับออกมาอีกหน่อยเดี๋ยวโดนเพื่อน”
“แกอย่าเพิ่งหนีพวกฉันนะอิไวน์ รอพวกฉันเดินได้ก่อน” หมอปลินนาสาวเปรี้ยวประจำหลักสูตรโพสแกรดส่งเสียงแว้ดออกมา
“หมอปลินนาซอยเท้าผิด”
“แบบนี้ถูกยัง พี่อย่าเพิ่งสอนมัน”คนถูกท้วงรีบเปลี่ยนสลับเท้าแต่ยังโวยวายไม่หยุด
‘อิไวน์’ ของเพื่อนตวัดสายตาขวับ “ระดับมันสมองต่างกันจำเป็ต้องรอด้วยเหรอโง่มากแค่ย่ำเท้าสองข้างยังคว่ำจังหวะ”
“อ้าวอินี่ วอนซะแล้ว” คราวนี้หมอสาวที่เดินคว่ำจังหวะทั้งสามคนท้าวสะเอวมองตรงมายังหมอหนุ่มหนึ่งเดียวในทีม
โง่...ศวัสทำท่าป้องปากแต่ไม่ออกเสียง
“พูดใหม่สิ” กุลนันท์ท้า
“ยืนยันคำเดิม...โง่” คราวนี้ทั้งสามสาวต่างกรูเข้ามาประทุษร้ายหนุ่มคนเดียวของกลุ่มศวัสทิ้งคทาวิ่งหลบฉากไปมาแต่ไม่พ้นมือสามสาวที่กระโจนเข้าหากันอุตลุด เขาวิ่งรอบห้องประชุมเล็กๆนั่นขายาวๆ วิ่งสลับหลบซ้ายขวาให้เพื่อนสาวไล่ตามเป็ที่สนุกสนาน
“ฉลาดนักใช่มั้ยอินี่ พ่อคนฉลาดอย่าหนีสิ”
สุดท้ายชายหนุ่มจึงวิ่งมาหลบหลังภัควริณย์มือหนากุมไหล่เธอทั้งสองข้างเอียงไปเอนมาจนเธอหัวหมุน
“หมอพี่เวียนหัว” เธอค่อนข้างตัวเล็กเมื่อเทียบกับร่างสูงของศวัสพอถูกจับเขย่าแรงๆก็รู้สึกเหมือนพื้นโคลง
“หยุดเลยยัยแม่มด!” ศวัสยื่นหน้ามาจากด้านหลังหญิงสาว
โอ๊ย!เล่นกันเป็เด็กอนุบาล
“แน่จริงอย่าหลบสิเป็ผู้ชายออกมาอย่าหลบหลังผู้หญิง”
“ตอนนี้ไม่แมนเป็กระเทย”
ห๊ะ! หัวจะปวดกับหมอพวกนี้
“นี่แน่ะ กระเทยเหรอกระเทยปากแจ๋วต้องโดนทุบ”
“พวกผู้หญิงซาดิสม์ โอ๊ย! เจ็บ!” ร่างสูงที่ยืนอยู่เื้ัเลื่อนมือหนาลงเปลี่ยนจากกุมไหล่ลงมากอดรอบเอวหญิงสาวที่ถูกดึงเข้ามาร่วมวงโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
“เดี๋ยวหมอ ปล่อยพี่ก่อน!”
คนกลางพยายามสลัดตัวให้พ้นจากอ้อมแขนแกร่งแต่กลับไม่สำเร็จมิหนำซ้ำเ้าของอ้อมแขนนั้นกลับอุ้มเธอขึ้นจนเท้าลอยไม่แตะพื้น
ศวัสพลิกตัวเธอหลบเอาหลังไหล่ตัวเองรับมือบรรดาผู้หญิงซาดิสม์ที่รุมทึ้งเขาไม่หยุดหย่อนและก่อนที่เธอจะช็อกตายเพราะถูกหมอหนุ่มกอดแบบเนียนๆก็ต้องอายจนตัวแทบะเิเพราะเสียงโวยลั่นของหมอกุลนันท์
“กรี๊ดดดดดด ไวน์ปล่อยพี่พีนะนายแต๊ะอั๋งพี่เขาทำไมปล่อยๆ ปล่อยเดี๋ยวเลย”
“ไอ้หมอฟันหน้าม้อ ปล่อยสิโว้ยยยย”พอมีคนเริ่มอีกสองสาวปลินนาและไอลดาช่วยกันทุบเพื่อนแบบเอาจริงเอาจังจนศวัสทนไม่ไหววางร่างบางลงกับพื้น
“เหนื่อย...ย.. หยุดก่อนๆ” หมอฟันหน้าม้อหอบแฮกหากยังไม่ยอมคลายอ้อมแขนออกง่ายๆ
“นี่พวกเธอทุบไม่ออมแรงกันเลยเจ็บไปหมดแล้วเนี่ยอูยยย” ศวัสครวญแถมยังก้มหน้าซบลงบนไหล่เล็กๆ ของเธออีกต่างหาก
กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายดอกไม้ในอ้อมกอดทำเอาชายหนุ่มเผลอสูดเข้าเต็มปอดโดยไม่รู้ตัว
เกลียดคนรู้ทันชะมัด!เขาแอบแตะนิดแตะหน่อยทำท่าตกอกใเป็กระต่ายตื่นตูมไปได้
“หึๆ” ดูเ้าตัวสิยังไม่อิ๊อ๊ะสักคำไม่รู้ว่าสติหลุดจากร่างไปแล้วหรือยังนึกแล้วก็อยากมองหน้าชัดๆ แต่ก็หวั่นใจหน่อยๆ เอาน่าไหนๆก็ถูกทุบจนน่วมแล้วขอเขาชื่นใจสักนิดจะเป็ไรไป
ภัควริณย์หน้าแดงแปร๊ดโกรธผสมอายปนเปกันไปหมดยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนที่กอดเธออยู่อารมณ์ก็ยิ่งปะทุเจียนะเิ
ไอ้หมอปีศาจ!
ศวัสถูกแบนจากเพื่อนเพราะเป็ต้นเหตุให้ผู้ฝึกสาวเทไม่ยอมสอนดรัมเมเยอร์อีกั้แ่วันนั้นผู้สอนใหม่มาจากศูนย์ฟื้นฟู ชื่อพี่แอฟ ถึงแม้จะสวยไม่น้อยหน้าพี่พีแต่เื่ความใจดีทิ้งห่างกันหลายขุมยิ่งใกล้วันงานกีฬาสีการฝึกซ้อมก็ยิ่งเข้มข้นทั้งลีดและดรัมฯ
“ได้ข่าวพี่ที่มาสอนดรัมโหด” นนทวัฒน์พี่ใหญ่ของรุ่นเปิดประเด็นระหว่างกินเลี้ยงงานวันเกิดของชยณัฐทันตแพทย์หลักสูตรโพสแกรดที่บ้านหลังใหญ่แถบเมืองนนท์
“เพราะอิไวน์คนเดียวสร้างเื่ ฉันควงคทาจนข้อมือเคล็ดยังไม่กล้าขอพัก”ปลินนาบ่น
“พี่แอฟดุมากกกก” สองสาวดรัมเมเยอร์พยักหน้าประสานเสียง
“ก็ขอโทษแล้วไงโดนกันทุกคนแหละ พวกเธอยังดีที่แค่ซ้อมควงคทา ฉันยังต้องไปซ้อมลีดต่อมือแทบหักลงคลินิกทีมือสั่นทำหัตถการแทบไม่ได้”ตัวต้นเื่ยกเบียร์ขึ้นซด หากดูให้ดีจะเห็นแววสลดในสายตาคู่นั้น
“สมน้ำหน้าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง” แทนที่จะให้อภัยเพื่อนแท้อย่างกมลภพกระทืบซ้ำ
“ลืมตัวไปหน่อย” เขาพึมพำอุบอิบ
“คราวนี้เื่ใหญ่เลยมึงพี่เขากลัวพวกเราจนขึ้นสมอง” ชยณัฐช่วยซ้ำอีกแรง
“พักเบรกก่อนเพื่อน กูสำนึกไม่ทัน”
“ผีหื่นกามเข้าสิงเหรอวะ”
“ใช้คำพูดซะกูดูชั่วไปเลย”
“มึงไม่ได้ชั่ว มึงเลวทำสาวจิ้นสติแตก” ปริศ หมอหนุ่มที่พูดน้อยที่สุดในกลุ่มเอ่ยเสียงเรียบ
“จิ้นอะไรมีลูกแล้ว” เพื่อนแย้ง
“พวกมึงรู้จักพี่เต้ไหมนั่นญาติกู วันก่อนลากกูออกมาเมาแล้วเพ้อเล่าว่าตามจีบั้แ่มหา’ลัยจนจบมาทำงานที่โรง’บาลเดียวกันหลายปีพอพี่พีย้ายมาพี่เต้ก็มาเรียนที่นี่ได้เจอกันอีกเรียกว่าอยู่ในโหมดโสดและอยู่ในสายตาพี่แกตลอดจะเอาเวลาไหนไปคลอดจนลูกโตขนาดนั้น”
“พี่พีต้องเป็บุพเพสันนิวาสของพี่เต้แน่ๆ ทั้งตอนเรียนทั้งตอนทำงานย้ายไปกี่ที่ก็วนกลับมาเจอกันตลอด”
“โอ๊ย!” ศวัสยกเท้าเตะหน้าแข้งจนกมลภพร้องลั่น
“คนบ้าอะไรตามจีบผู้หญิงคนเดิมเป็สิบปียังกินแห้วแบบนี้เรียกบุพเพบ้านมึงสิ”
“เออ ไม่มีใครเก่งเท่ามึง” กมลภพยกมือลูบหน้าแข้งป้อยๆ“แน่จริงก็จีบให้ติดนะกูจะคอยดู”
“ยิ้มอะไรไอ้ณัฐ” พอไม่สบอารมณ์อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด
“บ๊ะ! พาลว่ะ” เพื่อนไม่ถือสาก้มลงอ่านข้อความในมือถือหน้าระรื่น
“กูอยู่ในโหมดแซดแต่มึงจะแฮปปี้ไปไหม”
“จะไม่ให้มีความสุขได้ยังไง มีสาวชวนไปกินบุฟเฟต์แถมแนบโปรโมชันมาด้วยกูไปดีไหมวะ”
“สาวที่ไหน สวยไหม” เรียกความสนใจจากคนได้ทั้งโต๊ะ
“พี่พี”
“หาาา!!”
“ไม่จริงกูไม่เชื่อ”
“ไอ้ไวน์ นั่นมือถือกู”
ศวัสแย่งมือถือเพื่อนมาดื้อๆปัดอ่านข้อความแชทที่หน้าจอ พอเห็นการตั้งโพรไฟล์ก็เข้าใจได้ว่าคงเกิดการเข้าใจผิดชยณัฐใช้ชื่อ Nutvery Nice ส่วนรูปถ่ายก็เห็นเพียงด้านหลังเอียงข้างระยะไกลเสียจนไม่เห็นหน้าเ้าของไลน์
Yesterday
Pukwarinsaid : นัท ยัยฟ่างจะมากรุงเทพฯอาทิตย์หน้าไปกินข้าวกันทำตัวให้ว่าง
Today
Pukwarinsaid : แนบรูป
Pukwarin said : ใบหยกมีโปรนายโอเคไหม?
“สงสัยเพื่อนชื่อเดียวกับกู” ชยณัฐหัวเราะเอิ้กอ้ากรับมือถือจากศวัสที่โยนคืนให้แบบส่งๆ
“ตอบตกลงไปดีไหม”
“อยากตาย?”
“หวงก้างนะมึงทำไร่แห้วไม่ต่างจากพี่เต้ละว้า”
“ระวังถูกหมายหัวเถอะไปหลอกพี่เขา” กุลนันท์เตือน
“นั่นสิ ไม่อยากหัวเน่าเหมือนใครบางคน” พอเห็นคนหัวเน่าหน้าตึงก็ยั่วไปอีก“โทรหาดีกว่า”
ศวัสเม้มปากแน่นจนป่านนี้เขายังไม่กล้าสู้หน้าภัควริณย์พอเดินสวนกันในตึกเธอก็เมินทำราวกับมองไม่เห็น เคยคิดจะส่งข้อความไปขอโทษกดพิมพ์แล้วลบอยู่หลายรอบก็ยังไม่ได้ส่งจนผ่านมาหลายวันสุดท้ายก็ลืม