"ท่านพ่อสมุนไพรสามารถนำไปขายได้หรือไม่เ้าคะ"
จางหลี่มี่ที่เห็นบิดากับมารดาเดินลงมาจากชั้น 2 ของโรงรับซื้อสมุนไพร
"ได้เถ้าแก่หม่ากำลังจะไปนำเงินมาให้พวกเรา"
"ข้าดีใจจังเลยเ้าค่ะท่านพ่อ เงินที่ได้จากการขายสมุนไพรพวกเราสามารถนำมันไปซื้อบ้านได้หรือไม่เ้าคะ"
หลี่หนิงฮวาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเพราะตนอยากมีบ้านสวยๆเหมือนกับคนอื่น จางอี้ฝานที่เห็นท่าทางของบุตรสาวก็เดินไปลูบหัวบุตรสาวอย่างเอ็นดู
"เด็กดีต่อไปนี้พ่อจะสร้างบ้านอย่างดีให้พวกเราอยู่ ฤดูหนาวพวกเราก็ไม่ต้องทนกับสภาพอากาศหนาวอีกต่อไป"
"ข้าดีใจจังเลยเ้าค่ะท่านพ่อ แต่ท่านพ่อเ้าคะหากข้าอยากซื้อชุดใหม่ข้าจะซื้อได้หรือไม่เ้าคะ"
"ได้แน่นอน เดี๋ยวพ่อได้เงินจากเถ้าแก่หม่ามา เดี๋ยวพ่อจะพาพวกเ้าทั้งสองไปซื้อชุดใหม่ดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะท่านพ่อ"
รอสักพักเถ้าแก่หม่าก็นำกล่องไม้ขนาดเล็ดออกมา แล้วยื่นให้จางอี้ฝาน
"ตั๋วเงินนี้มีทั้ง3000ตำลึงทองตั๋วเงิน100ตำลึงทอง25ใบ ตั๋วเงิน10ตำลึงทอง50ใน"
เถ้าแก่มาที่กระซิบข้างหูของจางอี้ฝานขนาดที่นำกล่องไม้มาให้จานอีสาน
"ขอบคุณขอรับเถ้าแก่ งั้นข้ากับลูกๆและภรรยาขอตัวก่อนนะขอรับ"
"เ้าจะไม่เช็คเงินเลยหรือ"
เถ้าแก่หม่าที่กระซิบข้างหูของจางอี้ฝาน เพราะจางอี้ฝานไม่แม้แต่จะเปิดดูกล่องไม้ที่เขาเอาให้ดูเลย
"ข้าเชื่อใจเถ้าแก่เขารับ เถ้าแก่ก็อายุป่านนี้แล้วเถ้าแก่คงไม่มาโกงคนเช่นข้าจริงหรือไม่ขอรับ"
"เอาเถอะเอาเถอะหากพวกเ้ามีสมุนไพรดีๆอีกก็อย่าลืมนำมาขายให้ข้าล่ะ"
"ขอรับเถ้าแก่"
"พวกเ้าไปเถอะ"
"งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะเ้าคะเถ้าแก่"
จางอี้ฝานพาลูกทั้งสองเดินออกจากร้านสมุนไพรเสี่ยวเอ้อก็เดินมาส่งทั้ง 4 ถึงหน้าร้าน
"ขอบคุณเสี่ยวเอ้อที่ช่วยดูแลบุตรสาวและบุตรชายของข้าเป็อย่างดีนี่เป็สินน้ำใจที่ค่ามอบให้"
จางอี้ฝานนำเงิน 1 ตําลึง ออกมาให้เสี่ยวเอ้ออย่างไม่เสียดายเพราะตอนนี้ในมือของจางอี้ฝานมีเงินถึง สามพันตำลึงทองอยู่ เหตุใดจางอี้ฝานถึงต้องมาเสียดายเงินแค่ 1 ตำลึงแค่นี้ เสี่ยวเอ้อที่เห็นจางอี้ฝานนำให้ 1 ตำลึง ก็ถึงกับตาโต เพราะ 1 ตำลึงคือเงินครึ่งเดือนที่เขาทำงานแต่ได้ แต่จางอี้ฝานกลับนำมาเป็สินน้ำใจให้แก่เขา
"มันไปมากไปหรือขอรับ"
"ท่านรับไว้เถอะท่านบริการดีก็ควรจะได้รับสิ่งตอบแทนดีๆ"
"เช่นนั้นข้าขอบคุณพวกท่านมาก โอกาสหน้าพวกท่านอย่าลืมมาที่ร้านสมุนไพรของเถ้าแก่ของพวกเราอีกนะครับ"
"แน่นอนข้าขอตัวก่อนนะ"
จางอี้ฝานพาบุตรชายและบุตรสาวเดินออกมาจากร้านสมุนไพร และตรงไปที่ร้านขายผ้าทันทีเพราะ้าจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้บุตรสาวและบุตรชายและภรรยาได้ใส่
"ท่านพี่เงินนี้พวกเราจะนำไปไว้ที่ใดกันหรือเ้าคะ"
"เ้าเก็บเอาไว้ในมิติลับดีหรือไม่หากพวกเรา้านำมาใช้ก็ค่อยเอาออกมา"
"เอาเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ"
จางอี้ฝานพาหลี่หนิงฮวาเดินมาในที่ลับตาคน จากนั้นหลี่หนิงฮวาก็อธิษฐานให้กล่องเก็บเงินที่ได้มาจากเถ้าแก่มาเข้าไปอยู่ภายในมิติลับของนาง
จางอี้ฟานนำตัวเงิน 100ตำลึงทองเพื่อที่จะออกมาใช้จ่าย จางอี้ฝานพาบุตรทั้งสองและภรรยามายืนอยู่ที่หน้าร้านขายผ้าที่มีขนาดใหญ่พอสมควร
"พวกเ้ามายืนอะไรกันตรงนี้เกะกะหน้าร้านรบกวนลูกค้าคนอื่นเดินเข้าเดินออก"
พนักงานหญิงในร้านที่เห็นจางอี้ฝานและหลี่หนิงฮวาและลูกทั้งสองยืนอยู่หน้าร้านแต่ทั้ง 4แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆและมีรอยปะชุนมากมาย พนักงานในร้านคิดว่าทั้ง 4 คงไม่มีปัญญาที่จะมาซื้อของในร้านขายผ้าของตนแน่นอน
"เหตุใดเ้าจึงพูดเช่นนี้กับพวกเราเล่า"
จางอี้ฝานเอ่ยถามพนักงานหญิงในร้านคนนั้นด้วยอารมณ์โกรธ เขาตั้งใจจะมาซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้บุตรสาวและบุตรชายแต่กลับถูกคนมากล่าวไล่แบบนี้
"ก็ดูสภาพพวกเ้าสิใส่เสื้อผ้าเก่าๆมีรอยปะชุนขนาดนี้พวกเ้าคิดหรือว่าพวกเ้าจะมีเงินมาซื้อเสื้อผ้าหรือผ้าในร้านของพวกเรา"
"ข้าจะมีเงินเ้าก็ไม่ควรมาพูดกับพวกเราเช่นนี้"
"เหตุใดข้าจะพูดไม่ได้ ก็เ้ามายืนขวางร้านรบกวนลูกค้าท่านอื่นพวกเ้ารีบไปไป"
พนักงานในร้านพยายามไล่ทั้ง 4 จางอี้ฝานมองดูภรรยาและบุตรทั้งสองที่ไม่ได้แสดงท่าทีใดออกมาแต่จานหลี่มี่นั้นมีท่าทีที่ เศร้าใจอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านพี่เ้าค่ะร้านผ้าในอำเภอไม่ได้มีร้านเดียวใช่หรือไม่เ้าคะ"
"แน่นอนว่าไม่ได้มีร้านเดียว"
"งั้นพี่พาข้าและลูกๆไปซื้อร้านอื่นกันเถอะเ้าค่ะ"
"ได้ถ้าเช่นนั้นเราไปซื้อร้านอื่นกันเถอะ"
หลี่หนิงฮวาจับมือบุตรสาวและบุตรชายเดินตามสามีไปจางอี้ฝานพาทั้งสามมายืนที่ร้านขายผ้าที่มีขนาดเล็กกว่าร้านเมื่อกี้มาก
"พวกท่าน้าผ้าหรือ้าอันใดจากร้านของเราหรือเ้าคะ"
พนักงานในร้านเดินออกมาทักทายทั้ง 4 เมื่อเห็นทั้ง 4 ยืนมองเข้ามาภายในร้าน จางอี้ฝานที่เห็นท่าทางต้อนรับของพนักงานในร้านขายผ้าร้านนี้ ก็รู้สึกยินดีและจะซื้อผ้าที่ร้านนี้
"ข้าขอเข้าไปดูในร้านได้หรือไม่"
"ได้แน่นอนเ้าค่ะ พวกท่านสามารถเข้ามาดูในร้านได้เลยเ้าค่ะ"
พนักงานคนนั้นตอบด้วยรอยยิ้มและเชิญทั้งสี่เข้ามาภายในร้าน ถึงแม้ทั้ง 4 จะแต่งตัวในชุดเก่าและมีรอยปะชุนมากมาย แต่ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะมีเงินซื้อก็ได้หากไม่มีเงินซื้อพวกเขาคงไม่กล้ามาถามถึงหน้าร้านแน่นอนเถ้าแก่เ้าของร้านเคยบอกพนักงานในร้านทุกคนว่าให้พนักงานทุกคนในร้านต้อนรับลูกค้าอย่างดี ลูกค้าบางคนถึงแม้จะแต่งตัวไม่ดีแต่พวกเขาอาจจะนำเงินเก็บทั้งปีของพวกเขามาซื้อผ้าไปตัดเสื้อผ้าใหม่ แล้วก็ห้ามดูถูกคนที่ใส่เสื้อผ้าเก่าๆเด็ดขาด
"พวกท่าน้าผ้าชนิดใดแจ้งแก่ข้าได้เลยนะเ้าคะ"
"ถ้า้าผ้าไหมชั้นดีที่สุดในร้าน"
หลี่หนิงฮวาที่พูดขึ้นเพราะ้าชุดที่ทำจากผ้าไหมที่ดีที่สุดในร้าน
"ชุดผ้าไหมที่ดีที่สุดในร้าน แต่มันมีราคาแพงมากเลยนะเ้าคะ"
"เ้าไปจัดมาเถอะ ของภรรยาข้า4ชุด ของบุตรชายและบุตรสาวข้าอย่างละ 4 ชุดของข้าก็ 4 ชุด"
ถ้าเช่นนั้นพวกท่านแจ้งแก่ข้ามาเลยเ้าค่ะเดี๋ยวข้าจะวัดตัวพวกท่าน
"พวกเ้าทั้งสองมีสีที่ชอบหรือไม่แจ้งแก่พี่สาวเลย"
"ท่านพ่อข้ามีสีที่ชอบเ้าค่ะข้าชอบสีชมพู"
"มีสีอื่นหรือไม่"
"ไม่มีแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ"
"งั้นเดี๋ยวข้าจะเป็คนเลือกให้ทุกคนเองเ้าค่ะท่านพี่"
"ของข้าและสามีเอาสีดำอย่างละ 1 ชุด สีเทา 1 ชุดสีน้ำตาล 1 ชุดและเอาสีขาวอีก1ชุดที่เป็ของข้า ส่วนของสามีข้าเอาสีน้ำเงินอีก 1 ชุดส่วนของบุตรสางข้าเอาสีชมพู1 ชุด ชุดสีฟ้า 1 ชุด สีขาว 1 ชุดและสีเหลือง 1 ชุดส่วนของบุตรชายข้าสีน้ำเงิน 1 ชุดสีเทา 1 ชุด สีน้ำตาล 1 ชุด และสีขาวอีก 1 ชุด"
"ได้เ้าค่ะเดี๋ยวข้าขอวัดตัวพวกท่านก่อนนะเ้าคะ"
พนักงานนำไม้มาวัดตัวทั้ง 4 อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินเข้าไปที่หลังร้านเพื่อจัดเตรียมชุดมาให้ทั้ง 4 แต่ในใจก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดพวกเขาถึงมีเงินจ่ายผ้าไหมที่ดีที่สุดในร้าน ที่มีราคาสูงมาก ในอำเภอนี้คนที่จะซื้อได้จะต้องเป็ลูกคหบดีหรือไม่ก็ลูกท่านนายอำเภอเท่านั้น