กลุ่มต้วนหลิงเทียน ออกเดินทางกลับสถาบัน ส่วนหวังเฟยหลงนั้น เดินทางกลับตระกูลของเขา เพราะว่าตอนนี้หวังเฟยหลงต้องบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อของเขาได้รู้ เขารู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองอย่างแน่นอน เพราะนอกคนในสถาบันแล้ว คนที่ต้องการเอาชีวิตเขาคงจะเป็นเจ้าเมือง
ถ้าหวังเฟยหลงตาย สมาคมพ่อค้าทมิฬคงจะเลิกสนับสนุนและช่วยเหลือตระกูลหวัง แต่อีกสิ่งที่เขาไม่รู้คือหวังเฟยหลงคือศิษย์ของลู่หยาง ผู้นำสถาบัน แม้เจ้าเมืองจะเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุด แต่เขาก็ยังต้องเกรงใจผู้นำสถาบัน ไม่ว่าจะเรื่องระดับพลัง หรือเรื่องเส้นสาย เจ้าเมืองไม่สามารถสู้ได้เลย ถ้าหากเขารู้เรื่องนี้คงไม่จ้างนักฆ่ามาสังหารหวังเฟยหลงตรงๆเช่นนี้
“ ท่านพ่อ!! ท่านไปคุยกับเจ้าเมืองได้เรื่องเช่นไรบ้าง!? ”
“ เจ้าดูรีบร้อนนะ เกิดอะไรขึ้น? ”
“ ท่านไปเจรจากับเจ้าเมืองหรือยัง!? ”
“ ข้าไปแล้ว!!...แต่เขาต้องการมากเกินไป แถมยังข่มขู่อีกต่างหาก!? ”
เมื่อกลับถึงตระกูลหวังเฟยหลงก็ไปหาพ่อของเขาทันที หวังเฟยหลงถามเรื่องที่หวังกังไปเจรจากับเจ้าเมือง และมันเป็นเช่นที่หวังเฟยหลงคิด เจ้าเมืองต้องการขูดรีดตระกูลหวัง เขาไม่มีทางพอใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแน่นอน หวังเฟยหลงกำหมัดแน่น
“ เจ้าคนโลภมาก!! ได้ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนี้ เจ้าจะต้องเสียใจ ”
หวังเฟยหลงมีความแค้นเป็นทุนอยู่แล้ว แค่ต้องการแย่งชิงถึงกับต้องการฆ่าล้างบางตระกูล หากไม่ใช่เพราะเขาตระกูลหวังถูกลบหายไปแล้ว ไหนจะน้องสาวกับแม่ที่หายไปอีก ตอนนี้หวังเฟยหลงได้หมดความอดทนต่อการกระทำต่างๆของเจ้าเมืองแล้ว
จากนั้นหวังเฟยหลงก็เล่าให้หวังกังฟังว่า มีคนจ้างนักฆ่ามาสังหารเขา หวังเฟยหลงบอกกับหวังกังว่าน่าจะเป็นเจ้าเมือง ทำให้หวังกังโกรธอย่างมาก หวังกังเข้าใจทันทีว่าถ้าหวังเฟยหลงตายไปจะเกิดอะไรขึ้น และสุดท้ายเจ้าเมืองจะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ส่วนตระกูลหวังจะถูกบีบบังคับ
“ แล้วเจ้าคิดที่จะทำย่างไรต่อ!? ”
“ ตอนนี้ข้าคงต้องให้สมาคมพ่อค้าทมิฬตามหาหลักฐานมาให้ข้าก่อน เมื่อได้หลักฐานแล้วข้าจะไปแจ้งการกระทำชั่วๆของเจ้าเมืองให้อาจารย์ข้ารู้!! ”
“ อาจารย์!? อาจารย์ของเจ้าคือใครกัน?? ”
หวังเฟยหลงบอกกับหวังกังว่า อาจารย์ของเขาคือลู่หยางผู้นำสถาบัน ข่าวนี้ทำให้หวังกังรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวของหวังเฟยหลงอย่างมาก ตอนนี้เองเขาก็เข้าใจว่าหวังเฟยหลงคิดจะทำอย่างไร เป็นที่รู้กันว่าเจ้าเมืองมีอำนาจในการดูแลเมืองเต็มที่ แต่เขาไม่สามารถยุ่งกับสถาบันได้ ที่สำคัญคือถ้าว่ากันตามตำแหน่งแล้ว ผู้นำสถาบันมีตำแหน่งและพลังมากกว่าเจ้าเมือง หากลู่หยางช่วย เรื่องนี้จะคลี่คลายได้อย่างงายดาย
หลังจากคุยเสร็จแล้วหวังเฟยหลงเดินทางไปที่สมาคมพ่อค้าทมิฬเพื่อให้พวกเขาช่วยตามหาหลักฐานในการจ้างนักฆ่า และเมื่อหวังเฟยหลงเข้าไปในร้านเขาก็พบ เขาก็ไปสะดุดตากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุน้อยกว่าเขา
มันไม่แปลกที่จะมีลูกค้ามากมายหลากหลายอายุมาซื้อขายที่สมาคมพ่อค้าทมิฬ แต่ที่ทำให้หวังเฟยหลงสะดุดตาคือชื่อของชายหนุ่มคนนั้น ชายหนุ่มคนนั้นชื่อ [ หมิงเฉิน Lv.9 ] นอกจากนี้ชื่อและเลเวลแล้วหวังเฟยหลงยังมองเห็นข้อมูลอื่นๆด้วย เช่น ชายหนุ่มคนนั้นมีร่างกายทรราช
‘ มันคงไม่บังเอิญเป็นคนชื่อเหมือนหรอก…แสดงว่านางมาแล้วสินะ!! ’
‘ แต่ถ้าเข้าไปทักเหมือนรู้จักคงจะดูแปลกเกินไป…เอาละคิดได้แล้ว แผนการเข้าทางน้องเขย!! ’
ชายหนุ่มนามหมิงเฉินกำลังเดินดูสินค้ารอบๆชั้นหนึ่ง พร้อมกับสำรวจผู้คนที่มาซื้อขายด้วยเช่นกัน หวังเฟยหลงคิออยู่สักพักก่อนจะติดสินใจเดินเข้าไปชวนหมิงเฉินคุย
“ น้องชาย ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อนเลย!! เจ้าเพิ่งเคยมาสินะ!? ”
“ ขอรับ!? ”
เมื่อถูกหวังเฟยหลงทัก แบบเป็นกันเองเช่นนี้ หมิงเฉินรู้สึกแปลกๆขึ้นมาทันที เขาหันไปรอบๆกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกหวังเฟยหลงคว้าขอไว้และโอบกอดคอไว้แน่นพร้อมกับพูดเป็นกันเอง
“ วันนี้ข้าอารมณ์ ข้าจะแนะนำเจ้าเองแล้ว เจ้าอยากได้อะไรแค่บอกข้ามา เดี๋ยวข้าจะซื้อให้ ไม่ต้องเกรงใจ ”
“ เอ่อ ไม่เป็นไรขอรับ!! ”
“ ข้าน่ะเป็นลูกค้าประจำร้านนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมาก ”
หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้หมิงเฉินได้มีโอกาสอธิบายหรือปฏิเสธใดๆ เขาพาหมิงเฉิยเดินรอบๆ ก่อนจะซื้อนู้นซื้อนี้ให้อย่างต่อเนื่อง ผ่านไปสักพักใหญ่ของก็เต็มมือหมิงเฉิน หวังเฟยหลงรู้สึกว่าการทำคะแนนเท่านี้น่าจะพอแล้ว เขาก็ทำเป็นบอกลาหมิงเฉินก่อนจะเดินขึ้นไปชั่นบน
“ ข้ายังมีธุรต้องจัดการ ข้าต้องไปก่อนแล้วละ ”
หมิงเฉินเห็ฯเช่นนั้นรู้สึกสับสน มันจะมีคนที่ใจดีเช่นนี้จริงๆหรือ เขามองตามหลังหวังเฟยหลงไปเมื่อหวังเฟยหลงหายลับไปหมิงเฉินก็เก็บของทั้งหมดในมือเข้าไปในแหวนมิติเก็บของของเขา จากนั้นเขาก็เดินตามหวังเฟยหลงขึ้นไป แน่นอนว่าหวังเฟยหลงรู้อยู่แล้ว เขาแค่ทำตัวเหมือนไม่รู้เท่านั้น
หวังเฟยหลงเดินขึ้นไปและเข้าไปที่ห้องทำงานของซินกู้เหลินที่อยู่ชั้นบนสุด แต่เขาก็ต้องผิดหวังเพราะเขาไม่เห็นหมิงซูเมิ่ง เขาเห็นแค่ชายชราอย่าง ซินกู้เหลินเท่านั้น หวังเฟยหลงถอนหายใจก่อนจะทำความเคารพซินกู้เหลิน
“ ผู้อาวุโส!! ”
“ เจ้ามาแล้วรึ ข้าคิดว่าเจ้าจะมาช้ากว่านี้เสียอีก!? ”
“ แล้วแม่นางของข้าเล่า!? ”
“ แม่นางของเจ้า??...หมิงซูเมิ่ง?? ”
“ ถ้าไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใคร? ”
“ นางไม่ใช่ของเจ้าเสียหน่อย!!...ครั้งนี้นางไม่ได้เดินทางมาด้วยหรอก นางมีปัญหาเล็กน้อย ข้าพาน้องชายนางมาหาเจ้าแทน!! ”
“ เช่นนั้นรึ!? แต่ท่านลืมข้อตกลงระหว่างข้าและนางไปแล้วรึ? ”
“ ข้อตกลงเช่นนั้นจะมีประโยชน์อะไร?...อีกอย่าง เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะหมายปองนางด้วยซ้ำ!! ”
“ แม้แต่ท่านก็ยังคิดว่าข้าไม่มีคุณสมบัติ? เช่นนั้นแล้วข้าต้องทำอย่างไร ”
“ ในสี่ปีข้างหน้า เจ้าจงเข้าร่วมชุมนุมมังกรหงษา ตอนนั้นเจ้าถึงจะเริ่มมีคุณสมบัติ แต่ข้าคิดว่านั่นค่อนข้างยากสำหรับเจ้า!? ”
“ มันคืออะไร แล้วจะเข้าร่วมได้อย่างไร? ”
“ ข้าบอกเจ้าได้แค่นี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับวาสนาเจ้าแล้ว!! ทางที่ดีเจ้าควรเร่งฝึกฝนเสีย หากความเร็วในการฝึกฝนของเจ้ามีเท่านี้เจ้าจะไม่สามารถเข้าร่วมได้แน่นอน ”
“ ข้าเข้าใจแล้ว ท่านบอกให้ หมิงซูเมิ่งเตรียมตัวไว้ได้เลย ข้าจะไปหานางถึงที่อย่างแน่นอน…เอามาทำธุระของเรากันดีกว่า น้องของหมิงซูเมิ่งอยู่ที่ไหน ข้าไม่เห็นเจอเลย!! ”
“ เจ้าเจอแล้ว…และข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่รู้จัก!? ”
ด้วยระดับพลังของซินกู้เหลิน เขาต้องรับรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นภายในสมาคมพ่อค้าบ้าง และเขาไม่เชื่อว่าหวังเฟยหลงจะใจดีซื้อของให้คนอื่นๆ ดูจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของเขาแล้ว เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าหมิงเฉินคือคนไหน เขาพอจะเข้าใจความคิดและการกระทำของหวังเฟยหลงได้
ก่อนที่หวังเฟยหลงจะทันได้แก้ตัวอะไร หมิงเฉินก็ได้เข้ามาในห้องแล้ว หมิงเฉินทำสีหน้าประหลาดใจที่หวังเฟยหลงรู้จักและกำลังคุยกับซินกู้เหลินอยู่ หวังเฟยหลงก็ทำสีหน้าประหลาดใจด้วยเช่นกัน
“ พวกท่านรู้จักกัน?? ”
“ เจ้าขึ้นมาได้อย่างไร? หรือเจ้ารู้จักผู้อาวุโสด้วย!? ”
“ แน่นอน ข้าต้องรู้จักท่านซินอยู่แล้ว!! ”
“ เฮ้อ!! ”
หมิงเฉินนั้นเขาประหลาดใจจริงๆ แต่หวังเฟยหลงนั้นแค่แสดงละครเท่านั้น และซินกู้เหลินที่ผ่านชีวิตมามากมายจะไม่รู้และมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหวังเฟยหลงก็ลังเล่นละครเพื่อทำคะแนนจากหมิงเฉินอยู่ เขาถอนหายใจและขัดการสนทนาของทั้งสอง ก่อนจะแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน!!
“ คุณชายน้อย!! นี้คือหวังเฟยหลง คนที่จะถ่ายทอดเทคนิคการบ่มเพาะของร่างกายทรราชให้ท่าน และเขายังเป็นคนที่ส่งมอบสูตรสมุนไพรมาให้ท่านใช้ในการขัดเกลาร่างกายด้วย…ข้าคงไม่ต้องแนะนำหรอก อย่างไรเจ้าก็สามารถรู้ชื่อคุณหนูได้ เจ้าก็ต้องรู้ชื่อคุณชายน้อยด้วยอยู่แล้วละ!! ”
“ ท่านพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะขอรับ!!...ข้า หวังเฟยหลง ว่าที่พี่เขยของเจ้า!! หมิงเฉิน ”
หวังเฟยหลงเดินไปหยุดอยู่หน้าหมิงเฉิน จากนั้นเขาก็ได้แนะนำตัวเองพร้อมทั้งคำพูดที่ทำหมิงเฉินพูดไม่ออก แทนที่เขาจะตกใจว่าทำไมหวังเฟยหลงถึงรู้ชื่อของเขา แต่เขากลับตกใจเรื่องที่หวังเฟยหลงประกาศว่าเป็น ว่าที่พี่เขยมากกว่าเสียอีก
ซินกู้เหลินกุมขมับกับคำพูดของหวังเฟยหลง แต่ทันใดนั้นเองเหมือนว่าหมิงเฉินจะนึกอะไรออกและเขาก็กำลังจะพูดออกมาแต่ก็ถูกห้ามโดยซินกู้เหลิน เขาส่ายหัวเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าอย่าบอกเรื่องนั้นกับหวังเฟยหลง หมิงเฉินที่กำลังจะพูดก็หยุดชะงักและยิ้มเจื่อนๆออกมา
การตอบสนองเล็กๆของหมิงเฉินทำให้หวังเฟยหลงรู้ว่าได้มีเรื่องอะไรบางอย่างแต่ซินกู้เหลินไม่ต้องการให้เขารู้ เขาก็ไม่สามารถไปเซ้าซี้อะไรได้ หวังเฟยหลงตัดกลับมาที่เรื่องของหมิงเฉิน
“ เดี๋ยวข้าจะถ่ายถอดเทคนิคการบ่มเพาะให้เจ้า แต่เจ้าจะไม่สามารถไปเผยแพร่หรือบอกใครได้หากไม่ได้ขออนุญาตจากข้าก่อน!! ”
“ ข้าเข้าใจแล้ว ”
หวังเฟยหลงเปิดร้านค้า และซื้อหนังซือสัญญาวิญญาณออกมา จากนั้นเขาก็กรีดมือตัวเองและป้ายเลือดไปที่หนังสือสัญญาวิญญาณนั่น แสงก็พลันเปร่งประกายออกมาจากหนังสือสัญญาณ หวังเฟยหลงพูดข้อกำหนดของสัญญาณตามที่ได้บอกหมิงเฉินไป ก่อนจะหันไปอธิบายกับหมิงเฉินว่ามันคืออะไร
“ มันคือหนังสือสัญญาวิญญาณ หากจ้าผิดสัญญาหัวใจเจ้าจะแหลกสลาย!! ”
“ หวังเฟยหลง!! นี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ? ”
การกระทำของหวังเฟยหลงทำให้ซินกู้เหลินโกรธอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะไม่เชื่อใจพวกเขาเช่นนี้ และเขาก็เคยได้ยินอยู่บ้างว่าหนังสือสัญญาวิญญาณมันคืออะไร แต่มันเป็นอะไรที่แม้แต่สมาคมพ่อค้าทมิฬก็หาแทบไม่ได้ เขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะมีมัน และหยิบออกมาใช้ง่ายๆเช่นนี้
หนังสือสัญญาณวิญญาณนั้นหายาก เพราะมันถูกสร้างโดยผู้สลักวิญญาณระดับสูง แต่เหตุผลที่มันหายากเพราะว่าวิธีการสร้างมันได้หายสาบสูญไปนานมากแล้ว หวังเฟยหลงเห็นซินกู้เหลินแสดงออกมาถึงความโมโหก็ไม่แปลกเพราะเป็นพ่อค้าที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ ความน่าเชื่อถือพวกเขาถึงต้องมากไปด้วย การกระทำของหวังเฟยหลงถึงไม่ต่างอะไรจากการที่บอกว่าพวกเขาไม่น่าเชื่อถือ
“ ผู้อาวุโส ข้าเข้าใจความรู้สึกท่านนะ แต่ท่านก็ต้องเข้าใจข้าด้วย ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้มอบให้พวกท่านฟรีๆ แต่ราคาที่พวกท่านจ่ายมันก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย แถมพวกเรายังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน ”
“ พอเถอะ ท่านซิน อย่างที่เขาพูดนั่นแหละ เป็นพ่อค้าก็ต้องทำอะไรชัดเจน ”
“ เช่นนั้นก็ได้ข้อสรุปแล้ว แค่ใช้เลือดของเจ้า!!...แล้วก็ข้าจะเริ่มถ่ายทอดเทคนิคแล้ว ท่านผู้อาวุโสต้องออกไปก่อนนะขอรับ!! ”
“ เข้าใจแล้ว ”