ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักหารือของสำนักชูซาน
เหล่าผู้าุโของสำนักชูซานนำโดยเสิ่นอู๋หยา ยืนแยกแถวกันอยู่ทั้งสองด้านของตำหนักใหญ่
ในยามนี้ สีหน้าของพวกเขาทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความผิดหวัง
ลั่วชิงเสวี่ยในฐานะศิษย์เอกของสำนักชูซานและยังเป็ศิษย์สายตรงของเ้าสำนัก ยืนอยู่ที่ส่วนลึกของตำหนักใหญ่ข้างตำแหน่งของเ้าสำนัก นางก้มหน้าลงโดยไม่พูดจาคำใด ส่วนเสิ่นอู๋หยาซึ่งเป็เ้าสำนักยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้าุโ
คิ้วของเขาขมวดมุ่น ระหว่างคิ้วเต็มไปด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง
"ไม่มีเลยหรือ?" เขาเอ่ยถามทุกคน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่ยินยอม
สายตาของเสิ่นอู๋หยากวาดมองทุกคนในที่นั้นโดยไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้าุโคนใดคนหนึ่งเป็เวลานาน
"แม้จะยืนยันได้ว่าคนผู้นั้นต้องเป็ศิษย์ของสำนักชูซาน ไม่ใช่คนนอก แต่เกี่ยวกับตัวตนของศิษย์ผู้นี้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้เลยสักคนเดียวหรือ?" เสิ่นอู๋หยาถามย้ำอีกครั้ง
หลังจากสืบสวนมาสามวัน สิ่งเดียวที่พวกเขาสามารถยืนยันได้ในตอนนี้ก็คือ ค่ายกลพิทักษ์สำนักที่หน้าประตูสำนักชูซานยังคงสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน ไม่มีร่องรอยการบุกรุกจากคนภายนอกเลยแม้แต่น้อย
แต่ในทางกลับกัน หลังจากตรวจสอบเหล่าศิษย์และผู้าุโในสำนักอย่างละเอียดถี่ถ้วน กลับไม่พบว่ามีใครที่มีพร์ตรงตามเงื่อนไขของคนผู้นั้นในคืนนั้นเลย
การมารวมตัวกันในตำหนักหารือวันนี้ ผู้าุโทุกคนต่างรู้ดีว่าเกรงว่าจะต้องเสียเที่ยว
"เรียนท่านเ้าสำนักขอรับ"
ผู้าุโใหญ่ที่อยู่ด้านข้างก้าวออกมา คนผู้นี้มีนามว่าเฉินฉางหง เป็ผู้นำของเหล่าผู้าุโในสำนักชูซาน มีระดับพลังอยู่ในขั้นกำเนิดิญญาระดับสองชั้นฟ้า
เขาประสานมือแล้วกล่าวกับเสิ่นอู๋หยาว่า "ศิษย์ที่มีความเป็ไปได้เ่าั้ พวกเราถึงขั้นให้พวกเขาปีนบันไดเจตจำนงกระบี่อีกครั้งหนึ่ง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังคงไม่พบสิ่งใดเลยขอรับ"
"ด้วยวิธีการที่เรามีในตอนนี้ เป็เื่ยากจริง ๆ ที่จะสืบได้ว่าศิษย์ที่ลอบเข้าไปในบันไดเจตจำนงกระบี่ในคืนนั้นว่าแท้จริงแล้วคือใครขอรับ" เฉินฉางหงกล่าว
"หากคนผู้นั้นตั้งใจจะซ่อนตัว วิธีการย่อมมีมากมายนับไม่ถ้วน ต่อให้ปีนบันไดเจตจำนงกระบี่อีกครั้งก็ไม่มีประโยชน์ขอรับ"
เื่นี้เสิ่นอู๋หยาเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
แม้เสิ่นอู๋หยาจะรู้สึกผิดหวังที่หาตัวตนของอีกฝ่ายไม่พบ แต่เขาก็เตรียมใจไว้ตั้งนานแล้ว
"ผลลัพธ์เช่นนี้ อยู่ในความคาดหมายของข้าอยู่แล้ว ไม่ใช่ความผิดของพวกท่าน" เสิ่นอู๋หยาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเปลี่ยนประเด็น
"หากเด็กคนนี้ไม่เต็มใจที่จะปรากฏตัว ด้วยวิธีการของเราในตอนนี้ เกรงว่าจะหาตัวเขาได้ยากจริง ๆ เื่นี้พวกท่านไม่ต้องผิดหวังไป ขอเพียงยืนยันได้ว่าศิษย์ผู้นี้เป็คนของสำนักชูซานก็เพียงพอแล้ว"
"ต่อให้ตอนนี้เราจะหาเขาไม่พบ แต่วาสนานี้ก็ยังคงเป็ของสำนักชูซานพวกเรา เมื่อเวลาผ่านไป หากความกังวลในใจของเด็กคนนี้คลี่คลายลง เขาจะต้องมาพบกับพวกเราอย่างแน่นอน" เสิ่นอู๋หยากล่าวต่อไป
ในฐานะเ้าสำนัก ในเวลาเช่นนี้ย่อมต้องก้าวออกมาเพื่อรักษาภาพรวม
แม้จะหาศิษย์ผู้นี้ไม่พบ แต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกผิดหวังแพร่กระจายไปในหมู่ผู้าุโและศิษย์ได้อย่างไร้ขอบเขต
หลังจากพูดอีกครู่หนึ่ง เสิ่นอู๋หยาก็โบกมือให้เหล่าผู้าุโแยกย้ายกันไป ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ของตนเอง เพียงแต่หลังจากที่เหล่าผู้าุโจากไปแล้ว บนใบหน้าของเสิ่นอู๋หยาก็อดไม่ได้ที่จะมีความกังวลเพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่ง
"ท่านอาจารย์เ้าคะ"
ในตอนนั้น ลั่วชิงเสวี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างมาตลอดจึงเดินก้าวเข้ามา
"เกี่ยวกับตัวตนของศิษย์ผู้นั้น ข้าก็ไม่ได้ข่าวสารที่มีประโยชน์เช่นกันเ้าค่ะ" น้ำเสียงของลั่วชิงเสวี่ยแฝงไปด้วยความผิดหวัง
เพื่อตามหาคนผู้นี้ ทุกวิถีทางที่สำนักชูซานสามารถใช้ได้ ล้วนถูกนำมาใช้จนหมดสิ้นแล้วจริง ๆ ผลลัพธ์เช่นนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเสิ่นอู๋หยาเช่นกัน
หากเด็กคนนี้ปรากฏตัว พร์ที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งทำให้ระฆังดังสิบครั้ง คนแรกในสำนักชูซานที่จะได้รับผลกระทบย่อมต้องเป็ลั่วชิงเสวี่ยผู้เป็ศิษย์เอก ดังนั้นั้แ่แรก เสิ่นอู๋หยาจึงไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่นางมากนัก
"เ้าไม่ต้องโทษตัวเอง เื่นี้แม้แต่ข้าและเหล่าผู้าุโยังทำไม่ได้ เดิมทีมันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเ้า" เสิ่นอู๋หยาโบกมือเป็สัญญาณว่าลั่วชิงเสวี่ยไม่ต้องใส่ใจเื่นี้ และเมื่อมองดูศิษย์ของตน สีหน้าของเสิ่นอู๋หยาก็กลับมาซับซ้อนอีกครั้ง
"ชิงเสวี่ย" เสิ่นอู๋หยาเรียกเบา ๆ
เมื่อได้ยินเสียง ลั่วชิงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ของตน ในดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้น เผยให้เห็นความสงสัยอยู่บ้าง
"หากหาศิษย์ผู้นั้นพบจริง ๆ ตำแหน่งศิษย์เอกของเ้า..." เสิ่นอู๋หยาค่อย ๆ กล่าว
เขาไม่อยากพูดถึงเื่นี้ เพราะลั่วชิงเสวี่ยเพิ่งจะดำรงตำแหน่งนี้ได้เพียงห้าวันเท่านั้น แต่หากเื่นี้เกิดขึ้นจริง นางก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี
"ความหมายของท่านอาจารย์ ชิงเสวี่ยเข้าใจเ้าค่ะ"
ปฏิกิริยาของลั่วชิงเสวี่ยต่อเื่นี้กลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง นางพยักหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ศิษย์ร่วมสำนักท่านนี้คือความหวังของสำนักชูซาน เมื่ออยู่ต่อหน้าความถูกต้อง ชิงเสวี่ยยังคงแยกแยะได้ชัดเจนเ้าค่ะ ท่านอาจารย์ไม่ต้องกังวลนะเ้าคะ" ลั่วชิงเสวี่ยกล่าว
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเสิ่นอู๋หยาได้ยินคำนี้ ความกังวลนอกจากจะไม่ทุเลาลงแล้ว ในใจกลับยิ่งรู้สึกเศร้าสร้อยมากขึ้น
ลั่วชิงเสวี่ยเป็เด็กที่รู้ความเกินไป ไม่ว่าจะเป็เมื่อก่อนหรือตอนนี้ เด็กสาวคนนี้มักจะมีท่าทางไม่แก่งแย่งชิงดี สิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง นางถึงขั้นไม่เคยคิดโหยหาเลยแม้แต่น้อย
และเพราะเหตุนี้ เมื่อนึกย้อนกลับไป แม้แต่เื่การสั่งสอนลั่วชิงเสวี่ย เขาก็ยังมอบหมายให้หลินฉางชิงเป็ผู้ดูแล เสิ่นอู๋หยาพลันรู้สึกว่าเขาติดค้างลั่วชิงเสวี่ยมากเกินไป
'ชิงเสวี่ย อาจารย์ขออภัยเ้า' เสิ่นอู๋หยาพึมพำในใจ
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ภายในตำหนักหารือพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ลั่วชิงเสวี่ยเองก็ยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
เนิ่นนานหลังจากนั้น เสิ่นอู๋หยาจึงโบกมือในที่สุด
"เอาเถอะ ชิงเสวี่ย เ้ากลับไปฝึกฝนก่อนเถอะ" เสิ่นอู๋หยากล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงเสวี่ยไม่ได้รั้งอยู่ต่อ หลังจากรับคำแล้วนางก็หันหลังเดินจากไป
เมื่อมองตามแผ่นหลังของศิษย์ที่เดินไกลออกไป ในใจของเสิ่นอู๋หยาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
...
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : มือเด็ดจันทร์]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ตราประทับยันต์ส่องดารา]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ฝ่ามือยมราชทวงิญญาหมื่นพิษ]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : กายาทองคำราชสีห์]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : กระบี่สามดาวหกแฉก]
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีผ่านไปในชั่วพริบตา
สำหรับสำนักชูซาน ศิษย์ที่ทำให้ระฆังดังสิบครั้งผู้นั้น หลังจากนั้นไม่เคยปรากฏตัวอีกจึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของทุกคนในสำนัก
บนูเาด้านหลัง
ชีวิตของหลินฉางชิงยังคงเป็เหมือนเดิมทุกประการ เดินทางไปกลับระหว่างกระท่อมไม้หลังเล็กและป่าศิลาจารึกในทุก ๆ วัน
ภายใต้ความพยายามฝึกฝนวันแล้ววันเล่า ระดับพลังของหลินฉางชิงก็รุดหน้าอย่างรวดเร็ว
เพียงเวลาสั้น ๆ หนึ่งปี เขาก็เลื่อนระดับจากขั้นสร้างรากฐานระดับชั้นฟ้าที่หนึ่ง ขึ้นสู่ระดับเก้าซึ่งเป็ระดับชั้นฟ้าขั้นสูงสุด!