[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    150 หายไปนับหมื่น

    ฉั๊วะ~!


    “ไอ้พวกบ้านั่น มันจะรอให้เราหมดพลังค่อยลงมาเลยหรือไงกัน”


    ตงฟางยืนหอบหายใจพร้อมกับมีเหงื่อไหลทั่วตัว เขาไม่รู้ว่าผ่านมาแล้วกี่วันที่เขากระโดดโลดเต้นไปรอบๆค่ายกลของตัวเองเพื่อฉีกกระชากร่างของคนเป็นหมื่นที่คิดจะฆ่าเขา เดิมทีเขานึกว่ามันจะจบลงได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 1 วัน กลับกลายเป็นว่าพวกมันเตรียมตัวมาดีกว่าที่เขาคิดไว้


    การต่อสู้มากมายพวกมันรู้จักใช้ค่ายกลหยุดยั้งเขา ไม่เพียงเท่านั้นยังพยายามหาจุดอ่อนเรื่องธาตุมาปราบเขา ทุกครั้งที่ตงฟางเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นเปลวไฟ พวกมันจะเปลี่ยนค่ายกลให้เป็นน้ำเพื่อทำให้ไฟของเขาอ่อนแอลง หากเขาเปลี่ยนตัวเองเป็นธาตุลมพวกมันจะโหมกระหน่ำด้วยธาตุดินเพื่อปัดป้อง ถึงอย่างนั้นพวกมันก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน เนื่องจากพวกมันจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณตลอดเวลาในการคลุมร่างกาย ไม่ให้สัมผัสกับพิษของเขา


    “มันกำลังพัฒนาเรื่อยๆ เราต้องเข้าไปหยุดมัน”


    ระดับราชาทั้ง 3 ที่มองตงฟางต่อสู้มาหลายวัน พวกมันก็เริ่มสังเกตและแน่ใจว่าตงฟางกำลังพัฒนาร่างกายตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ จากการดูดซับเลือดของคนมากมายเข้าสู่ร่างกาย


    จากการสำรวจพวกมันรู้ว่าตงฟางมีช่วงที่น่ากลัวมากและช่วงที่เขาอ่อนแอ โดยช่วงที่เขาแข็งแกร่งร่างกายของเขาจะประกอบด้วยธาตุทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นไฟหรือลม เมื่อใดก็ตามที่ตงฟางใช้สองธาตุนี้เขาสามารถฆ่าทุกๆคนได้อย่างกับมดปลวก แต่ถ้าพลังทั้งสองนี้หายไปเขาจะกลายเป็นเหมือนคนธรรมดา การฆ่าของเขาต้องใช้พิษเป็นส่วนผสม ไม่เพียงเท่านั้นความเร็วของร่างกายรวมไปถึงพลังโจมตียังลดลงมามากต่างจากใช้ธาตุไฟและลมที่เหมือนอยู่ในระดับราชา แต่เมื่อสองธาตุนี้หายไปร่างกายของเขาจะมีพลังถดถอยลงมาอยู่ในระดับจารึก


    ถึงอย่างนั้นระดับจารึกที่ตงฟางแสดงออกมาให้พวกมันเห็นกลับพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ดูได้จากความเร็วในช่วงแรก มันต่างกันกับตอนนี้มากๆ  หนำซ้ำร่างของตงฟางยังมีความอึดมากอีกด้วย ทุกครั้งที่พวกมันเห็นตงฟางถูกโจมตีเขาสามารถลุกขึ้นยืนได้รวดเร็ว แทบไม่แสดงอาการบาดเจ็บเลยสักนิด แม้การโจมตีนั้นจะมาจากคมดาบ บนร่างของตงฟางกลับไม่เกิดบาดแผล สร้างความประหลาดใจให้กับราชาที่กำลังมองตงฟางเป็นอย่างมาก


    พวกเขาไม่คิดว่าตงฟางจะสวมใส่ชุดเกราะระดับ 7 มาด้วย เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่หายากมากๆสำหรับชาวเมืองหลงไห่ แม้จะมาจากสถาบันทั้ง 4 ก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะได้ชุดเกราะระดับ 7 ทั้งตัวแบบนี้ หนำซ้ำดาบในมือของเขายังตัดเนื้อหนังของระดับผันแปรได้ง่ายๆอีก สร้างความรู้สึกกลัวให้ระดับราชา หากพวกมันไม่รีบลงไปตงฟางจะสามารถพัฒนาร่างกายจนถึงขีดสุด เมื่อถึงตอนนั้นจะเป็นพวกมันที่ยุ่งยากในการจัดการกับเขา


    แกร็ก ฉั๊วะ~!


    อาวุธลับมากมายยิงออกมาจากกระบอกในมือของตงฟาง แม้มันจะไม่ใช่อาวุธลับระดับ 7 มันกลับฆ่าระดับผันแปรไปได้ง่ายๆหากพวกมันไม่ระวังตัว


    การต่อสู้ของเขาแม้จะใช้พลังจิตไม่ได้เพราะกำลังพักฟื้น เขากลับไม่ได้เกรงกลัวใครเลยหากในการต่อสู้ไม่มีระดับราชาวิญญาณเข้าร่วม เนื่องจากในแหวนเก็บของของเขามีอาวุธระดับ 6 มากมายที่หลอมสร้างมาตลอด 2 เดือนเพื่อใช้จัดการกับคนจำนวนมาก ตงฟางที่เคลื่อนไหวด้วยทักษะเท้าที่ทำให้เกิดควันเขาก็รีบพุ่งตามทิศทางที่ยิงอาวุธลับเปิดทาง ก่อนจะตวัดดาบในมือทั้งสองข้างไปรอบๆด้วยทักษะดาบโลหิตพรั่งพรู ฆ่าระดับจารึกและระดับผันแปรวิญญาณที่คิดจะฆ่าเขา


    “ฆ่ามัน ฆ่ามัน~!!!”


    เสียงร้องอันเหน็ดเหนื่อยจากผู้คนที่พยายามฆ่าตงฟางร้องดังไปทั่ว ตงฟางกลับเป็นฝ่ายยิ้มเพราะน้ำเสียงของคนที่ร้องแหบแห้งอย่างกับคนขาดพละกำลังไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อสู้กับเขา อย่างไรก็ตามตงฟางกลับพยายามมองจ้องระดับราชาวิญญาณตลอด เขากลัวพวกมันจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาในช่วงเผลอ


    “เหลืออีกพันคน พลังจิตน่าจะพร้อมใช้งานได้พอดี”


    อรึก~!


    เม็ดยาฟื้นฟูระดับ 5 โยนเข้าไปในปากจากนั้นตงฟางก็รีบพุ่งเข้าหาเป้าหมายของเขา มือหนึ่งกางกรงเล็บข่วน อีกมือตวัดดาบด้วยทักษะโลหิตพรั่งพรู ยิ่งฆ่าตงฟางก็ยิ่งรู้สึกดีกับกลิ่นเลือดอันหอมหวานรอบๆที่กำลังส่งกลิ่นยั่วยวนเขาไม่ต่างจากวิ่งในทุ่งดอกไม้ กระทั่งคนสุดท้ายตกตายลงไปภายใต้น้ำมือของตงฟางเขาก็รีบฉีกยิ้มกว้างมองไปยังระดับราชาวิญญาณทั้ง 3 ที่ไม่ได้บินลงมาจัดการกับเขาในช่วงชุลมุนวุ่นวาย


    “ไม่ได้มาด้วยกันสินะ แต่ก็ช่างเถอะ”


    ตงฟางยืนหอบหายใจพลางดูดเลือดในสถานที่แห่งนี้จนกว่ามันจะเป็นหยดสุดท้าย ภายใต้การดูดเลือดเข้าไปในร่างกายเพื่อพัฒนาให้มันเป็นร่างกายระดับจารึกวิญญาณขั้น 9 นี้เอง ตงฟางก็เริ่มย่นคิ้วเมื่อจู่ๆสิ่งที่อยู่ในตันเถียนของเขากำลังเคลื่อนตัวไปทั่วร่างกาย จากเดิมมันเป็นเพียงแค่ตัวอักษรสีทองลอยนิ่งอยู่กลางตันเถียนตอนนี้พวกมันกลับเคลื่อนไหวอย่างกับสิ่งมีชีวิตจนร่างของเขาปกคลุมไปด้วยอักษรสีทอง


    “มันกำลังทำอะไร?”


    ระดับราชามองด้วยความสงสัย เกี่ยวกับร่างกายของตงฟางที่กำลังเกิดตัวอักษรสีทอง แต่แล้วพวกมันทั้ง 3 กลับรู้ว่าไม่ควรจ้อง สิ่งที่สมควรทำคือเลิกมองแล้วเข้าไปฆ่าตงฟางให้ได้ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงบนร่างกายไปมากกว่านี้


    “เข้าไปฆ่ามันเร็ว มันกำลังพัฒนาร่างกายของมัน”


    แม้จะสัมผัสพลังวิญญาณของตงฟางได้เพียงแค่จารึกวิญญาณขั้น 1 เท่านั้น ร่างกายของเขากับพลังวิญญาณที่ปลดปล่อยออกมากลับสวนทางกันมาก เนื่องจากความสามารถของร่างกายของตงฟางพัฒนาแยกจากพลังวิญญาณของเขา 


    ทันทีที่ระดับราชาทั้ง 3 พุ่งลงมาเหยียบพื้นตีกรอบล้อมรอบร่างของตงฟางได้สำเร็จ พวกมันก็เร่งพลังจนถึงขีดสุดแล้วโจมตีออกไปด้วยมือ หวังจะกระแทกร่างของตงฟางให้ตายจากการโจมตี 3 มุม แต่ทันใดนั้นร่างของตงฟางที่กำลังยืนนิ่งอ้าแขนทั้งสองข้างเหมือนกำลังรับพลังงานบางอย่าง ร่างของเขาที่ยืนเป็นตอไม้รอให้ถูกโจมตีกลับหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ควันเท่านั้น


    “มันหลบความเร็วระดับราชาได้!”


    ระดับราชาทั้ง 3 มองไปยังจุดที่ตงฟางปรากฎตัว ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้ตัวว่าช้าไป การยืนมองการต่อสู้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาของพวกมันนับได้ว่าเป็นเรื่องพลาดไม่น่าให้อภัยเพราะตอนนี้ตงฟางพัฒนาร่างกายจนน่ากลัวกว่าเดิมแล้ว จากฝีเท้าที่เขาก้าวหลบออกไป มันไม่ใช่ฝีเท้าที่ระดับจารึกจะทำได้ ความเร็วเมื่อครู่มันเป็นของระดับผันแปรวิญญาณขั้น 1 แต่ของตงฟางยังดูเหนือกว่า ทำให้พวกมันต้องระวังเพราะไม่รู้ว่าตงฟางเก็บซ่อนพลังอะไรเอาไว้บ้าง


    “ทักษะปิดสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจทำให้กลายเป็นคนไม่ปกติแล้วสิ แต่ก็ดี”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาใช้งานทักษะปิดสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจที่ได้รับมาจากนิกายโบราณ ครั้งแรกที่เขาใช้งานเพื่อพัฒนาพลังวิญญาณให้อยู่ในระดับจารึกวิญญาณขั้น 1 โดยทักษะมันกระตุ้นตัวเองหลังจากเขากลายเป็นระดับผันแปรวิญญาณขั้น 9 มีพลังงานสะสมในระดับหนึ่ง มันจะกระตุ้นร่างกายของเขาให้ก้าวข้ามระดับได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีจุดตีบตัน ตามความสามารถของมันที่บอกเอาไว้ว่าผู้ครอบครองจะไม่สามารถติดคอขวด มันจะช่วยยกระดับพลังไปอีกระดับ  แม้ทักษะจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนก็ตาม กลับทำให้ตงฟางเลื่อนระดับได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ


    แต่เขาไม่นึกว่ามันจะส่งผลกับสิ่งอื่นนอกจากการเลื่อนระดับพลังวิญญาณ ตั้งแต่เขาได้รับทักษะของนิกายโลหิตมา ร่างกายของเขาและพลังวิญญาณก็เริ่มแยกออกจากกัน พวกมันไม่ได้พึ่งพากันอีกต่อไป 


    การบ่มเพาะพลังวิญญาณทำได้ด้วยการดูดซับพิษเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ แม้มันจะนำพิษมาปรับแต่งเข้ากับร่างกายกลับทำให้ตงฟางมีร่างกายที่แข็งแกร่งในด้านพิษเท่านั้น  การจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง มีความอึด ถึก ทน เป็นหน้าที่ของทักษะวิญญาณโลหิตผันแปรที่ทำให้เขาต้องการเลือดในปริมาณมากมาพัฒนาร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งเทียบเท่าปีศาจ


    ทำให้ตอนนี้ตงฟางเริ่มรู้สึกยุ่งยากในการบ่มเพาะเพราะต้องพัฒนา 3 อย่างไปด้วยกัน หนึ่งคือพัฒนาพลังวิญญาณ สองพัฒนาร่างกาย และสุดท้ายพัฒนาพลังจิต


    อย่างไรนั้นตงฟางกลับคิดว่าการแยกย่อยแบบนี้มีประโยชน์สำหรับเขามาก เนื่องจากเขารู้สึกอันตรายมาก หากระดับพลังวิญญาณของเขาสูงกว่านี้ เพราะกลุ่มคนที่ต้องการล่าเขาในอนาคตพวกมันจะต้องใช้ระดับพลังวิญญาณของตงฟางเป็นหลักในการตัดสินใจ


    การที่เขาเป็นระดับจารึกวิญญาณพวกมันจะต้องใช้ระดับผันแปรวิญญาณมาจัดการเขา ส่วนระดับราชาวิญญาณน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ส่งมาเสริมเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจับตงฟางได้


    แต่ถ้าระดับพลังวิญญาณของเขาสูงไปกว่านี้จนเป็นระดับผันแปรวิญญาณ คนที่เดินทางมาจะเป็นระดับราชัน ที่เขาก็ยังไม่กล้าเผชิญหน้าหากไม่ใช่ลอบโจมตี ถ้าพลังจิตของเขาไม่พัฒนาไปเป็นเลเวล 7 เขาจะเป็นเหมือนหนูที่ต้องวิ่งหนีตลอด ตงฟางจึงคิดว่าการแยกพัฒนาแบบนี้ดีที่สุด เขาจะใช้พลังวิญญาณเป็นตัวหลอกล่อ แล้วนำร่างกายและพลังจิตที่เหนือขึ้นไปจัดการ


    กร๊อก~!


    เสียงขยับข้อต่อส่งเสียงดังขึ้นเล็กน้อยจากร่างกายที่ยกระดับกลายเป็นร่างของระดับผันแปรวิญญาณขั้น 1 ตงฟางที่เห็นระดับราชาวิญญาณกำลังยืนอึ้งที่เขามีร่างกายแข็งแกร่งเกินกว่าระดับจารึก เขาจึงถือโอกาสเปิดใช้งานพลังจิตอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับทำให้พวกมันทั้ง 3 อึ้งกว่าเดิมเพราะร่างของเขาไม่ได้กลายเป็นเปลวไฟหรือสายลม ร่างของเขากลับมีสายฟ้าห่อหุ้มส่งเสียงคำรามลั่นของสายฟ้า จนระดับราชารู้สึกเสียวไปทั่วสันหลัง


    “พวกแกทั้ง 3 ไม่มีกลุ่มสินะ บอกได้ไหมว่าพวกแกมาจากไหน”


    ตงฟางเปิดปากพูดเขาอยากรู้เบื้องหลังของระดับราชาทั้ง 3 คน ทันใดนั้นหนึ่งในพวกมันก็เปิดผ้าคลุมหน้าออกจนเขารู้สึกว่าใบหน้ามันคล้ายกับคนที่เขาเคยเห็นมาก่อน


    “ตงฟาง แกคงรู้สึกคุ้นหน้าข้าสินะ ไม่แปลกเลย นั่นก็เพราะว่าข้าเป็นคนของตระกูลจง”


    “อ๋อ~!!!”  ตงฟางอ้าปากพร้อมพยักหน้าขึ้นลง แต่เขารู้สึกตกใจที่ตระกูลจงมีระดับราชาวิญญาณ  เพียงตระกูลระดับกลางของเมืองหลงไห่ไม่น่าจะมีระดับนี้เกิดขึ้น


    “แกไม่สงสัยเหรอตงฟาง ว่าทำไมตระกูลจงมีระดับราชา”


    “สงสัยสิ  ผู้นำตระกูลก็เป็นแค่ระดับจารึกเท่านั้น ในตระกูลยังไม่มีระดับผันแปรเลยด้วยซ้ำ แกกลับเป็นระดับราชา”


    “ฮ่าๆๆๆ” ชายที่เปิดผ้าคลุมหัวเราะเยาะด้วยความดีใจ ตงฟางกลับทำหน้าเหวอเพราะท่าทางของมันกำลังบอกเขาให้รู้ว่ามันชนะเขาแล้ว


    “เดิมทีตระกูลของข้าเป็นตระกูลใหญ่เมืองหลงไห่ แต่เพราะผู้นำตระกูลเห็นพรสวรรค์ของข้ามันมากเกินไปที่จะอยู่ในเมืองจึงส่งข้าไปยังเมืองหลวง ด้วยการใช้สมบัติทุกอย่างแม้กระทั่งแลกสูตรยาไปทั้งหมด เพื่อให้ข้าได้เข้าไปในวิหาร”


    “ทุ่มหมดตัวเลยเหรอกับการเข้าวิหาร”


    “ใช่ แกคงไม่รู้ความยากของมันหรอก คนที่จะเข้าวิหารจะต้องเกิดในเมืองหลวงเท่านั้น หากเป็นคนจากสถานที่อื่นจำเป็นต้องมีความพิเศษมาก ข้านึกว่าตัวเองพิเศษพอแล้วพวกเขากลับมองว่าข้าเป็นเพียงขยะเท่านั้นตระจงจึงนำสมบัติต่างๆออกมาส่งเสริมข้า อย่างน้อยๆหากข้าแข็งแกร่งขึ้น พวกเราจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม”


    “อ๋อ พอจะเข้าใจแล้ว แต่การที่แกกลับมา แกคิดว่ามันจะทำให้ตระกูลเดินหน้าต่อไปหรือถดถอยลงล่ะ”


    “ฮ่าๆๆๆ” ชายสวมผ้าคลุมหัวเราะเยาะเสียงดัง ตงฟางกลับใช้เวลานี้มองเข้าไปในแหวนของเขาเตรียมตัวรับมือกับคนที่มาจากวิหาร เขายังไม่รู้โครงสร้างการแบ่งศิษย์ข้างใน จึงไม่รู้ว่าชายตรงหน้าเรียนอะไรมาบ้าง จำเป็นต้องฆ่ามันให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะนำอาวุธลับออกมา


    “มันจะต้องดีกว่าเดิมสิตงฟาง เพราะเราจะกลายเป็นผู้ครอบครองทักษะนิกายโบราณของแกไง”



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน