
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
อากิเนะรู้สึกกลัดกลุ้มเพราะสิ่งที่มาวินพูด ล้วนแทงใจดำ ช่วงที่ผ่านมา เธอมักจะรู้สึกเคว้งทุกทีเพราะไม่เคยมีเป้าหมายหรือสิ่งที่มุ่งหวังในชีวิต
อากิเนะเงียบงันไปหลายอึดใจภายในรู้สึกหนักอึ้งและสิ้นคำพูด ขณะที่กำลังตื้อตันเธอก็สัมผัสได้ถึงมืออบอุ่นที่เกาะกุมหัวไหล่ เด็กสาวจึงสะดุ้งเล็กน้อย
“ เอ๊ะ! ”
เจ้าของมือข้างนั้นก็คือ..มาวินหนุ่มหัวเขียวก็ดูตกใจไม่แพ้กัน แถมยังรีบชักมือกลับ พร้อมกล่าวแก้ตัวพัลวัน
“ โว้…ขอโทษที ชั้นไม่ได้มีเจตนาทำให้เธอตกใจแค่อยากจะบอกว่า..”
“ บอกอะไร ” อากิเนะเริ่มกลับมาสงสัยแต่ด้วยความเขินอายที่ยังหลงเหลือในจิตใจ จึงได้แต่ก้มหน้าไถ่ถาม
“ บอกว่า…เอ่อ….” มาวินยังคงพูดติดขัดเพราะไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่
“ ถ้าไม่บอก ชั้นไปล่ะ ”ความฉุนเฉียวมากมายพุ่งทะยานขึ้นมา อากิเนะไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องโมโหขนาดนี้ อารมณ์ดังกล่าวนั้นมหาศาลจนทำให้เธอหลงลืมไปว่า…ที่นี่คือโลกแห่งจิตใจ
“ โอเค ยอมแล้ว บอกก็ได้ ”มาวินรีบฉุดรั้ง พร้อมยกมืออีกข้างขึ้นสูง เป็นเชิงยอมแพ้
“ อืม…ว่ามา เร็วๆ ”อากิเนะหันกลับมาฟัง สีหน้าดูลุ้นพอสมควรท่าทางเธอจะจำไม่ได้ว่าตนเองเข้ามาในที่แห่งนี้ทำไม
“ ฮะ…แฮ่มก็แค่จะบอกว่า….อะ…เอ่อ…ไม่ต้องกังวลไป ซักวัน เธอจะเจอเส้นทางของตัวเอง ” มาวินกระแอมไออยู่หลายทีใบหน้าเรียวเล็กที่อ่อนเยาว์ดูขัดเขินเล็กน้อย
“ ฮ้า….ตะ..ตกลงที่เธอจะพูด มีแค่นี้เหรอ” อากิเนะตกใจ เพราะนึกว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรที่มากกว่านั้น
“ อ้าว….ก็ใช่น่ะสิ มันก็แค่นี้แหละ ”เป็นฝ่ายมาวินที่เริ่มสงสัยบ้าง
“ แล้วทำไม เธอต้องทำท่าเขินด้วยล่ะ ”อากิเนะหลบหน้า เธอยังคงถามต่อ ทำให้นายลิงหัวเขียวเริ่มไปไม่เป็นเขาอึกอักอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจบอก
“เอ่อ….ก็เพราะชะ…ชั้นพูดให้กำลังใจคนอื่นไม่ค่อยเป็นน่ะสิสิ่งเดียวที่ทำได้โดยไม่ลำบากใจก็คือ….” มาวินพูดไป ก็เกาจมูกไป แต่ไม่ทันที่หนุ่มหน้าเด็กจะพูดจบอากิเนะก็กล่าวต่อ
“ การกวนประสาทคนอื่นสินะ ”
“ เอ๊ะ! นะ..นี่เธอ ”มาวินถึงกับสะดุ้งตกใจ ทั้งที่ความจริง เขาจะพูดว่า...หยอกล้อผู้อื่นแต่มันก็ใกล้เคียงกับคำว่า......กวนประสาททำให้หนุ่มหน้าเด็กเริ่มหวาดระแวง
“ ยัยนี่รู้สันดาน เฮ้ย! นิสัยของเราได้ยังไงก็เพิ่งจะได้คุยกันไม่ใช่เหรอ ”
คราวนี้เป็นฝ่ายมาวินที่นิ่งอึ้งไปบ้าง ทำให้บรรยากาศดูตึงเครียด แถมอากิเนะยังไม่ใช่ผู้ชำนาญการด้านจำอวดจึงไม่อาจผ่อนคลายอารมณ์ให้กับใคร ถึงกระนั้น เธอก็พยายามแก้ไขด้วยการวกเข้าสู่เรื่องจริง
“ อะ…เอ่อ….ขอโทษทีสาเหตุที่ชั้นรู้นิสัยของเธอ เป็นเพราะ….”
“ รู้แล้ว เหตุที่รู้นิสัยเพราะเธอคือแฟนคลับคนสำคัญที่คอยตามติดชีวิตของชั้นมาตลอด อ้อ…มันเป็นแบบนี้นี่เอง” มาวินแทรกขึ้นมาทันควัน โดยไม่รอให้อากินเนะพูดจบ ทำ.ให้สาวน้อยถึงกับกุมขมับเพราะเธอตั้งใจจะบอกว่า….
“ สาเหตุที่ชั้นรู้ว่าเธอกวนประสาทเพราะโดนเธอเล่นงานในโลกแห่งความจริงอยู่บ่อยๆต่างหากล่ะ ”
เพื่อไม่ให้มาวินต้องเสียศูนย์จากการถูกความจริงเข้าเล่นงานอากิเนะจึงยังไม่อธิบายและปล่อยให้หนุ่มหัวเขียวอยุ่ในโลกแห่งความฝันต่อไป
“ อืม….อย่าเพิ่งเล่าเลยรอจังหวะที่เหมาะกว่านี้ดีกว่า ไม่งั้นตาลิงนี่คงจะเสียใจแน่ๆ ”
ขณะที่สองหนุ่มสาวต่างวัยกำลังสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ฝ่ายมาวินก็สะดุ้งตกใจคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้
“ เอ๊ะ! ตายล่ะลืมไปเลยว่านัดกับยัยจันไว้ ”
“ จัน….ชื่อนี้คุ้นนะ ใช่คนที่นายลิงนี่พูดถึงบ่อยๆหรือเปล่า” คิ้วเรียวของอากิเนะเริ่มกระตุก แต่มารยาทของเธอก็ดีพอที่จะไม่ถามมาวินเลยเป็นฝ่ายขอตัวเสียเอง คล้ายว่า…จันคือบุคคลที่หนุ่มหน้าเด็กเกรงใจ
“ อะ….เอ่อ….คุยกับเธอสนุกมากนะยัยกระต่ายน้อย ตะ…แต่คงต้องขอตัวลาก่อน เพราะชั้นนัดกับจันไว้นี่ก็เลยเวลามาตั้งชั่วโมงแล้ว ชั้นคงอ่วมแน่ๆ ”
อากิเนะรู้สึกขัดเคืองอย่างไม่มีเหตุผลเพราะจันดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับมาวินเอามากๆ จึงถามออกไปตรงๆ
“ จันเป็นใคร ”
มาวินดูตกใจพอสมควรเพราะสีหน้าของอากิเนะเปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยแววคาดคั้นและจริงจังจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากเด็กสาววัยขบเผาะที่เพิ่งรู้จัก
“ ตกลง จันเป็นใครเธอยังไม่ได้บอกชั้นเลย ” อากิเนะถามซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงแข็งกว่าเดิม ทำเอามาวินมึนงงอย่างหนักหน่วง
“ เอ๋….ทำไมยัยกระต่ายน้อยถึงดูคลั่งแบบนั้นหรือจริงๆแล้ว ยัยนี่จะเป็นพวกสติไม่สมประกอบ ”
ถึงตรงนี้ มาวินเริ่มหวาดระแวงแต่ด้วยความที่กลัวว่าอากิเนะจะคลั่งหนักกว่านี้ จึงตัดสินใจบอกความจริง
“ เอ่อ…จันก็คือ….ภรรยาของชั้น ”
อากิเนะหยุดชะงักอย่างฉับพลัน ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ขาดน้ำมันภายในใจรู้สึกปวดแปล๊บอย่างรุนแรง คล้ายมีมีดกรีดแทงอยู่เนืองๆ
“ นะ…นี่มัน ทำไมเราถึงรู้สึกแปลกๆมันเหมือนว่างเปล่าและเจ็บปวด เกิดอะไรขึ้น ” อากิเนะรำพันอยู่ในใจเพราะตั้งแต่เกิดมา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ก่อนที่เรื่องราวจะวุ่นวายไปมากกว่านี้มาวินก็เอ่ยทัก
“ เฮ้…เป็นอะไรไป ทำไมนิ่งแบบนั้นมีปัญหาอะไรรึเปล่า รึว่าถ่านหมด ” หนุ่มหัวเขียวพูดจบ ก็ยกมือขวาขึ้นโบกไปมาแถวใบหน้าของอากิเนะเพื่อดูว่าอีกฝ่ายยังมีสติอยู่หรือไม่
“ เอ๊ะ! เอ่อ…ไม่มีอะไรคะ…คือ..เธอกำลังรอ….คนรักของตัวเอง ” อากิเนะทวนคำ เธอพยายามยิ้มแต่แววตากลับสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ที่ขมขื่นจนมาวินเริ่มสังเกตได้ จึงลองเอ่ยถาม
“ เธอเป็นอะไรรึเปล่า ยัยกระต่ายน้อยทำไมถึงดูเศร้าแบบนั้น ”
“ ฮะ ฮะ ฮะ ไม่มีอะไรนี่ ชั้นสบายนี่ไม่ได้เป็นอะไรเลย ” อากิเนะแสร้งทำเป็นร่าเริง แต่ก็ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า.......สมจริง
“ เหอ เหอ เหอ อะ…เอ่อมะ….ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ยังไง ชั้นขอตัวก่อนนะ จะรีบกลับไปหาเมียน่ะ ”มาวินเริ่มบอกลา ในใจคาดเดาถึงสาเหตุที่เด็กสาวเป็นแบบนี้
“เฮ้อ….สงสัยว่ายัยกระต่ายน้อยเพิ่งเลิกกับแฟนมา เลยยังเศร้าอยู่ เธอก็น่าสงสารนะแต่เราก็ไม่รู้จะปลอบใจยังไง ”
ทันทีที่มาวินกำลังจะไปเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
“ When you rememberthose nights in his arms You know you've gotta make up your mind ”
มันคือเนื้อหาในเพลงที่ชื่อว่า “That One You Love” อากิเนะไม่เข้าใจในความหมายของมันแต่ท่วงทำนองก็ชวนให้รู้สึกถึงความอาวรณ์อย่างชัดเจน
“ ช่างเป็นบทเพลงที่เศร้าจังมันหมายความว่ายังไงนะ ”
แต่ไม่ทันที่เด็กสาวจะฟังจบหนุ่มหัวเขียวก็รีบกดรับสาย เพราะรู้ดีว่าผู้ที่โทรมาคือใคร
“ จ้า…..จะรีบไปเดี๋ยวนี้ชั้นผิดไปแล้ว พอดี สอนเด็กเพลินไปหน่อย ขอโทษซักล้านครั้งเลย ” มาวินรีบขอโทษ อันที่จริงจะเรียกว่า…หงอ ก็ไม่ผิดนัก ทว่าบุคคลที่ปลายสายกลับตอบว่า........
“ ไม่ต้องมาขอโทษนายผิดนัดเป็นครั้งที่ล้านแล้ว คืนนี้นอนนอกบ้าน ”
“ ไม่นะ ไม่ ขอโทษเป็นครั้งที่ล้านหนึ่งก็ได้อย่าให้ชั้นนอนนอกบ้านเลย อากาศตอนกลางคืน มันหนาวนะ ” มาวินเริ่มอ้อนวอนท่วงท่าดูชวนหัวขนาดหนัก แต่สำหรับอากิเนะกลับรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูกเพราะถึงไม่รู้ว่าหนุ่มหัวเขียวทำอะไร แต่สัญชาตญาณก็บอกให้รู้ว่าเขากำลังคุยกับคนรักที่ชื่อว่า“จัน”
“ท่าทางเขาดูมีความสุขนะ หรือว่าเราควรจะออกจากโลกแห่งจิตใจ ไม่ได้สิ ถ้าปล่อยไปโลก TheDark World ต้องวุ่นวาย เพราะมารร้ายตนนั้นแน่ ” อากิเนะเริ่มลังเลเธอจะเลือกอะไร ระหว่างความสุขของมาวินกับการคงอยู่ของโลก
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
