ในที่สุด คุกมังกรโลหิตชั้นที่สามก็จมดิ่งลงสู่ภาพอันโกลาหลที่ยากจะเรียกคืนความเป็นระเบียบได้อีกต่อไป
พื้นศิลาซึ่งเคยมีเพียงคราบหม่นและรอยแตกเก่าคร่ำคร่า บัดนี้ถูกย้อมด้วยโลหิตสีแดงฉานที่ไหลริน กลิ่นคาวคละคลุ้งปะทะประสาทสัมผัสอย่างรุนแรง ซึมแทรกเข้าไปตามร่องหิน ก่อนจะระเหยขึ้นเป็นไอจางๆ ท่ามกลางอุณหภูมิอันเดือดพล่านที่อบอวลอยู่ทุกอณูอากาศ
กลายมาเป็นบทเพลงแห่งความตายที่สะท้อนก้องอยู่ในพื้นที่ปิดทึบแห่งนี้
หวงเยี่ยในคราบของชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งเคลื่อนไหวไปท่ามกลางความโกลาหลนั้นอย่างต่อเนื่อง
【สังหารนักล่ามังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
【สังหารนักล่ามังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
【สังหารนักล่ามังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและเฉียบขาด หมัดที่เหวี่ยงออกไม่เคยพลาดเป้า ออกไล่ล่าสังหารอาชญากรภายในชั้นแห่งนี้ด้วยจังหวะที่รวดเร็วและง่ายดาย ราวกับนักล่าผู้ช่ำชองซึ่งกำลังจัดการเหยื่อที่ถูกกักขังไว้ในกรงแคบ
เลือดสาดกระเซ็นขึ้นสูงก่อนจะโปรยลงมาราวสายฝนสีชาด
ชายฉกรรจ์หลายคนที่เคยโอ้อวดถึงความโหดเหี้ยมของตนเองกลับถอยร่นโดยไม่รู้ตัว
แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความหยิ่งผยองพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวา เมื่อเห็นว่าหวงเยี่ยแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะประเมินได้
“มันไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว!”
“ถ้าไม่ร่วมมือกันละก็..”
“พวกเราต้องตายหมดแน่!”
ก่อนที่กลุ่มอาชญากรจะเริ่มผสานการโจมตีกันอย่างฉับพลัน พวกเขารู้ดีว่าภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีที่ให้หลบหนี ไม่ว่าจะถอยไปทางใดก็ยังอยู่ภายในกำแพงหินสูงชันซึ่งถูกหลอมด้วยพลังพันธนาการ ทุกทิศทางปิดตายหมดสิ้น
เพราะฉะนั้นหากไม่ล้มชายหนุ่มคนนี้ พวกมันก็จะตกเป็นเหยื่อของยมทูตที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างแน่นอน
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำหมัดแน่น กล้ามเนื้อปูดโปนภายใต้ผิวหนังที่ถูกแผดเผามานานหลายปี
“ฆ่ามัน! สังหารไอ้เด็กเวรนี่ให้ได้ มันเป็นสัตว์ประหลาดที่พวกเราจะต้องสังหารมันทิ้งซะ!”
“ไม่งั้นความสงบสุขของคุกมังกรโลหิตชั้นนี้ของพวกเราคงไม่เหลือ!”
“ถูกต้องแล้ว มันคือสิ่งที่ไม่สมควรคงอยู่ภายในคุกมังกรโลหิตชั้นที่สามแห่งนี้ ยังไงก็ต้องจัดการมันให้ได้!”
ทว่าในขณะเดียวกัน น้ำเสียงสายหนึ่งก็ดังขึ้นด้วยความสับสน
“ไอ้เด็กเวร! ทำไมมันถึงดูไม่ร้อนหรือทรมานเลยนะ ร่างกายของมันทำจากอะไรกันเนี่ย หรือว่ามันจะเป็นนักล่ามังกรระดับหก?!”
“ไม่ใช่แล้ว มันเป็นแค่นักล่ามังกรระดับสี่เหมือนกับพวกเรานั่นแหละ เพียงแต่ว่าพวกเรานั่นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มานาน จึงทำให้ร่างกายต้องถูกแผดเผาในทุกๆวัน ซึ่งต่างจากไอ้เด็กเวรนี้ที่เพิ่งเข้ามายังคุกมังกรโลหิตได้ไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ!”
คำพูดเหล่านั้นสะท้อนถึงความไม่เข้าใจและความหวาดระแวงที่กัดกินจิตใจพวกมันเอง
แต่ต่อให้พวกมันจะพูดยังไงออกมาก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ดีเลยซักนิด
เพราะความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ หวงเยี่ยยังคงยืนหยัดท่ามกลางวงล้อมโดยไม่แสดงอาการอ่อนล้าแม้เพียงเสี้ยว
การโจมตีระลอกแรกพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันจากหลายทิศ หมัด ศอก และเข่าถูกเหวี่ยงออกอย่างไม่ยั้ง
มือหยาบกร้านจำนวนมากพยายามคว้าจับร่างของเขาเพื่อกดให้ล้มลง
ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ถอย กำปั้นหนึ่งกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง เกิดเสียงกระทบที่ดังหนักแน่น
ทว่าเพียงชั่วครู่ ผู้ลงมือก็ร้องครางด้วยความเจ็บปวดเสียเอง เหมือนกำลังชกเข้ากับแผ่นเหล็กยังไงยังงั้น
หมัดอีกชุดพุ่งเข้าใส่ศีรษะและลำตัวของเขา หวงเยี่ยไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมรับแรงกระแทกนั้นอย่างตรงไปตรงมา เพราะมั่นใจในสายเลือดมนุษย์ที่ไหลเวียนอยู่ภายในกาย และประสิทธิภาพของร่างกายที่ผ่านการหลอมรวมจนแกร่งกล้าเกินกว่าจะถูกโค่นล้มง่ายๆ
เขาตอบโต้กลับด้วยความเด็ดขาด หมัดของเขาเหวี่ยงสวนไปอย่างรวดเร็ว ร่างหนึ่งล้มลงพร้อมฟันที่กระเด็นเกลื่อนพื้น
“ปัง!”
อีกคนถูกศอกกระแทกเข้าที่ลำคอจนหงายหลังทรุดฮวบ เลือดสาดกระจายอีกระลอกหนึ่ง ทำให้เกิดพื้นหินชุ่มไปด้วยคราบสีเข้มที่ไหลรวมกันเป็นแอ่งเล็กๆเลยก็ว่าได้
“อย่าหยุด! กดมันไว้!”
“อย่าให้มันได้ตั้งตัว!”
พวกมันพยายามใช้จำนวนเข้ากดดัน โถมเข้าใส่ราวคลื่นทะเลที่ซัดกระแทกโขดหิน
ทว่าโขดหินนั้นกลับไม่แตกสลาย กลับยิ่งคมคายขึ้นทุกครั้งที่รับแรงปะทะ
หวงเยี่ยเพียงขยับเท้าเพียงเล็กน้อย ร่างกายบิดหลบอย่างประหยัดจังหวะ จากนั้นจึงสวนกลับด้วยหมัดที่พุ่งตรงเข้าเป้าหมายโดยไม่ลังเล
และไม่จำเป็นต้องถอย เพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่มีทางหนีสำหรับใครทั้งนั้น
ท่ามกลางความโกลาหลที่แผ่กระจายไปทั่วคุกมังกรโลหิตชั้นที่สาม อาชญากรอีกนับสิบคนที่ยังหลงเหลือสติรีบมุ่งหน้าไปยังมุมหนึ่งของคุกภายในชั้นที่สาม พวกมันผลักร่างกันเอง วิ่งฝ่าความโกลาหลไปอย่างร้อนรน ราวกับกำลังแสวงหาฟางเส้นสุดท้ายท่ามกลางไฟนรก
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกัน
“หะ.. หัวหน้า! รีบลงมือเร็วเข้าเถอะขอรับ! ตอนนี้เจ้านักโทษคนใหม่กำลังสังหารพวกเราเป็นผักปลากันอยู่นะ!”
“ท่านหัวหน้าใหญ่มัวทำบ้าอะไรอยู่ จะปล่อยให้ลูกน้องที่จงรักภักดีเช่นพวกเราต้องถูกฆ่าตายไปแบบนี้เรื่อยๆน่ะเหรอ!”
คำวิงวอนเหล่านั้นพุ่งไปยังชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่
ใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้นเฉยชาอย่างยิ่ง แม้ทั่วร่างจะเต็มไปด้วยบาดแผลเก่าใหม่ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ รอยแผลเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาดูอ่อนแอ ในทางตรงกันข้าม มันกลับเสริมให้บุคลิกของเขาดูเย็นชาเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทนรับได้
นัยน์ตาสีดำสนิททอดมองไปยังใจกลางความโกลาหลอย่างไม่เร่งรีบ
ดวงตาคู่นั้นส่องประกายวาวโรจน์ เมื่อจับจ้องไปยังร่างของหวงเยี่ยที่กำลังแสยะยิ้มและโจมตีใส่เหล่าอาชญากรโดยไม่หยุดยั้ง
“หัวหน้าเป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟ ร่างกายยังคงสมบูรณ์แบบ ท่านคงจะสังหารมันได้แน่ๆ!”
“ได้โปรดเถอะขอรับ พวกเราเหลือทางเลือกไม่มากแล้ว!”
ชายหนุ่มบนโขดหินไม่ได้ตอบสนองต่อคำอ้อนวอนเหล่านั้นทันที
เขาเพียงหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตายังคงจับจ้องไปยังหวงเยี่ยอย่างพินิจพิเคราะห์
“ผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟเช่นเดียวกันยังงั้นเหรอ?”
“น่าสนใจจริงๆ ไม่รู้เลยว่าร่างกายของมันได้แปรสภาพไปถึงขั้นไหนแล้ว”
แล้วในวินาทีถัดมา ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะกระโดดลงมาจากโขดหิน
ขณะที่ก้าวลงสู่พื้นดิน เส้นเลือดสีแดงเข้มใต้ผิวหนังก็ได้เริ่มปูดโปน พลังบางอย่างไหลเวียนผ่านแขนทั้งสองข้าง ก่อนที่โครงสร้างของมันจะเริ่มเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อบิดขยาย เส้นเอ็นตึงแน่น กระดูกส่งเสียงกรอบแกรบอย่างชัดเจน
แขนมนุษย์ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นแขนแห่งมังกร เกล็ดสีแดงเพลิงปกคลุมผิวหนังอย่างรวดเร็ว
ปลายมือกลายเป็นกรงเล็บคมกริบที่สะท้อนแสงคบเพลิงราวใบมีดที่ผ่านการลับจนแหลมคม
บรรดาอาชญากรที่วิ่งมาขอความช่วยเหลือต่างเบิกตากว้าง พวกมันยังไม่ทันได้ถอย ชายหนุ่มผมแดงก้าวผ่านพวกมันอย่างไม่รีบร้อน
แล้วกรงเล็บมังกรก็วาดผ่านอากาศเพียงครั้งเดียว
ร่างหลายร่างถูกตัดผ่านกลางลำตัวอย่างไร้ปรานี โลหิตพุ่งทะยานขึ้นสูงก่อนจะสาดกระเซ็นลงพื้นหินอีกครั้ง
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงยกกรงเล็บที่ชุ่มไปด้วยเลือดขึ้น ก่อนที่ปลายลิ้นจะเริ่มเลียผ่านคราบสีแดงเข้มบนคมกรงเล็บอย่างช้าๆ ดวงตาสีดำวาวโรจน์ยิ่งขึ้นเมื่อรับรู้รสชาติของโลหิตสดใหม่ ทำให้ภาพนั้นทั้งวิปลาสและเย็นชาในคราวเดียวกัน
“กลิ่นอายนี้มัน..”
หวงเยี่ยที่ยังคงยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงกดดันในอากาศ
ความร้อนที่เคยกระจายอย่างไร้ทิศทางเริ่มรวมตัวเป็นกระแสเดียวกัน
ชายหนุ่มผมแดงค่อยๆเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาและหวงเยี่ยประสานกันท่ามกลางไอร้อนและกลิ่นคาวเลือด
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำข่มขู่ มีเพียงความเข้าใจบางอย่างที่ส่งผ่านทางสายตา
ผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟสองคนกำลังยืนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน