[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    68 ตัดสิน(ตาแก่หลี่หยุน)

    พรวด!


    เลือดสีแดงพ่นขึ้นไปบนท้องฟ้าเกิดเป็นละอองโปรยไปทั่วจุดที่ตัวแทนตระกูลจงหลอมยา หลังจากฝ่ามือสีม่วงของนักหลอมยาระดับ 5 จากเมืองหลวงใช้พลังของมันฟาดออกไปสุดแรงด้วยการใส่เพลิงสัตว์อสูรระดับ 6 ไปด้วยนั้น ทำเอาผู้นำตระกูลจงลงไปนอนนิ่งบนพื้น


    ตุบ~!


    “ผู้นำตระกูลจงออกจากการแข่งขัน เหลือตัวแทนจากหอประมูลโคมกระจ่างและหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเพียงเท่านั้น”


    ร่างของผู้นำตระกูลจงลงไปนอนสลบบนพื้นดิน ก่อนที่คนในตระกูลจะรีบวิ่งไปรักษาแล้วนำกลับตระกูลกับความพ่ายแพ้ในการแข่งขัน ชาวบ้านที่มุงดูต่างแหวกทางไม่คิดจะขัดขวางเลยสักนิดเดียว ทันทีที่กรรมการประกาศผู้ที่เหลือรอดในสนามการแข่ง ชาวบ้านก็เริ่มมุงดูกันต่อเพื่อดูว่าใครจะกลายเป็นผู้ชนะ


    การหาผู้ชนะไม่ได้วัดกันที่ใครสามารถอยู่เป็นคนสุดท้าย แต่พวกเขาวัดกันที่ใครจะหลอมยาได้คุณภาพสูงกว่ากัน แม้เขาจะเป็นคนสุดท้ายก็ต้องหลอมยาให้ได้ หากว่าทำไม่ได้การแข่งขันในปีนี้จะถือว่าไม่มีใครชนะการประลอง สมบัติทุกอย่างที่ตัวแทนการแข่งนำมาเป็นตั๋วจะถูกส่งคืนกลับเจ้าของ


    “หึ ก็แค่หนอนแมลงตัวหนึ่งเท่านั้น”


    บรึ้ม~!


    ฝ่ามือสีม่วงอัดกระแทกม่านพลังจิตของตงฟางจนระเบิดเสียหายส่งแรงกระแทกเข้ามายังเตาหลอมยาของเขาจนเกิดเป็นควันสีดำพุ่งกระจายไปบนท้องฟ้า ทุกคนที่รู้ว่ายาของตงฟางต้องเริ่มใหม่พวกเขาก็เริ่มเอาใจช่วยตงฟางให้หลอมยาอีกครั้งหนึ่ง


    “นี่นักหลอมยาระดับ 5 เรามาพนันอะไรกันเล่นๆไหม”


    ตงฟางนั่งล้างเตาแล้วเริ่มหลอมยาครั้งใหม่ด้วยสมุนไพรชุดที่ 2 จากตัวแทนที่มอบสมุนไพรให้กับเขา ด้วยการตั้งเตาของตงฟาง ทำเอาอีกฝั่งรู้สึกไม่ชอบเขามากๆ


    “เหอะ คิดเหรอว่าแกจะเอาชนะฉันได้”


    “งั้นแกกล้าพนันไหมล่ะ ไม่กล้าสินะ ช่างเถอะ ยังไงแกก็มาได้แค่นี้”


    กำปั้นสีม่วงพุ่งตงลงมาจากท้องฟ้าเช่นเดิม ครั้งนี้ตงฟางกลับเงยหน้ามองมันด้วยความรู้สึกสนุกสนาน แล้วหันไปมองเจ้าของพลังที่ส่งมาโจมตีเขา พริบตาที่กำปั้นตกกระแทกร่างตงฟางทุกๆอย่างก็ถูกฝุ่นกลบจนไม่สามารถมองเห็นได้


    “เหอะ คิดว่าแกมีสมุนไพรหลายชุดจะหลอมกี่ครั้งก็ได้อย่างนั้นเหรอ แกถามฉันแล้วหรือยังว่ายอมไหม หากแกสามารถทนการโจมตีของฉันได้เรื่อยๆล่ะนะ ฮ่าๆๆๆ”


    เสียงหัวเราะชอบใจดังกังวานออกไปไกล ชาวบ้านที่อยู่รอบๆเริ่มเงียบเสียงเพราะตอนนี้พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง


    “เฮ่ย ดูนั่น เขาสามารถป้องกันได้”


    ชาวบ้านต่างชี้มือไปยังจุดที่ตงฟางยืน ทุกคนเห็นเป็นสิ่งเดียวกันคือเขากำลังใช้ฝ่ามือตบไปยังเตาเพื่อที่จะหลอมยาของเขา แม้บนร่างจะมีรอยของการถูกโจมตี เขากลับสามารถยืนหลอมยาได้


    “มาอีกแล้ว นักหลอมยาระดับ 5 โจมตีอีกแล้ว”


    พลังจิตมหาศาลของตงฟางถูกเรียกไปรวมกันบนหัวเพื่อสร้างม่านพลังจิต ครั้งก่อนเขาเสียพลังจิตไปถึงครึ่ง ครั้งนี้หากเขาใช้งานอีกครั้งพลังจิตของเขาจะต้องใกล้หมดอย่างแน่นอน แต่มันก็คุ้มที่จะลอง เพราะขั้นตอนสุดท้ายในการหลอมยาสำหรับเขา ไม่จำเป็นต้องใช้งานพลังจิตเข้าร่วมด้วย


    เพล้ง บรึ้ม~!


    เกิดระเบิดภายในเตาหลอมยาพร้อมกับร่างของตงฟางลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นดิน ทุกคนที่มองเห็นต่างคิดว่าตงฟางคงจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว ถึงอย่างนั้นเขากลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง พร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้นักหลอมยาระดับ 5 ที่กำลังเริ่มกลั่นเม็ดยาในขั้นตอนสุดท้าย


    “นี่ แกคงไม่สามารถโจมตีฉันได้อีกครั้งแล้วใช่ไหม”


    “เหอะ แล้วยังไง ฉันจะโจมตีแกอีก 1 - 2 ครั้งก็ได้ หากแกออกจากการประลองไป ขอแค่ฉันหลอมยาให้ได้ระดับ 5 ต่อให้มันจะคุณภาพแค่ 1 ส่วนยังไงฉันก็ชนะแกแล้ว”


    “งั้นก็มาแข่งกัน ฉันเหลือสมุนไพรอีก 1 ชุด หากแกคิดว่าตัวเองหยุดฉันได้ก็จงหยุด แล้วอย่ามาเสียใจภายหลังล่ะ”


    ตงฟางยังคงฉีกยิ้มกว้างนำเอาสมุนไพรชุดสุดท้ายของเขาออกมาโยนลงไปในเตาหลอมยา ทุกคนที่รู้ว่ามันเป็นสมุนไพรชุดสุดท้ายต่างก็ลุ้นไม่ต่างกัน ว่าตงฟางจะใช้วิธีไหนหลอมยาระดับ 5 ให้ได้ภายใต้สภาพร่างกายแบบนั้น ทันทีที่เขาโยนสมุนไพร 3 อย่างลงไปในเตาหลอมยา ศัตรูของเขาก็โจมตีอีกครั้ง โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หลอมมันเลยสักนิด


    บู้ม~!


    “เขาป้องกันมันได้~!”


    ชาวบ้านต่างเอาใจช่วยตงฟาง หลังจากเห็นเขายืนต้านพลังของนักหลอมยาระดับ 5 ทันทีที่เสียงชาวบ้านร้องตะโกนออกมา นักหลอมยาก็เริ่มโจมตีอีก 1 ฝ่ามือ แต่มันก็ถูกตงฟางรับเอาไว้ด้วยพลังจิต พลังวิญญาณ และยันต์ของเขาที่เขียนป้องกันตัวเอง  มันที่เห็นว่าตงฟางเริ่มสร้างความหงุดหงิดจึงใส่พลังอีก 1 ส่วนที่เหลืออยู่จากทั้งหมด 2 ส่วนซัดเข้าใส่ตงฟาง จนร่างของเขาลงไปนอนนิ่งไม่ไหวติง


    “ผู้เข้าแข่งคันเหลือเพียงแค่ตัวแทนจาก….”


    “ฮ่าๆๆๆๆ”


    เสียงหัวเราเต็มไปด้วยความรู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก ดังสะเทือนมาจากฝั่งของตงฟาง สร้างความงุนงงให้ชาวบ้านไม่น้อยกับการที่กรรมการถูกแทรกแซงการประกาศจนเขาต้องหุบปากเพื่อดูสถานการณ์ ภายใต้เสียงหัวเราะเยาะของตงฟางทำให้ใครหลายคนสงสัย


    “อย่าพึ่งสิกรรมการ ข้าบอกว่าสมุนไพรของข้าเหลือ 3 ชุด แต่ไม่ได้บอกว่าสมุนไพรของคนอื่นที่มาด้วยไม่เหลือหนิ”


    “หมายความว่ายังไง” กรรมการเกิดความสงสัย สมุนไพรที่เขาเห็นตงฟางใช้รวมทั้งหมด 5 ชุดแล้วที่เสียไป เขาไม่รู้ว่าตงฟางสามารถนำสมุนไพรจากไหนมาใช้อีกจึงขอให้อธิบาย


    “การแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันรูปแบบทีมใช่หรือไม่ เพราะข้าเห็นตระกูลอื่นใช้คนเป็นสิบเพื่อจะหลอมยาระดับ 5 เพียงเม็ดเดียว”


    “ถูกต้อง”


    “งั้นข้าก็สามารถใช้ของคนอื่นที่อยู่ในทีมเดียวกันได้ใช่หรือไม่”


    “ใช่ แล้วเจ้าจะใช้อะไร ในเมื่อตอนนี้คนของเจ้าพ่ายแพ้ไปแล้ว สมุนไพรทุกอย่างก็ให้เจ้าไปหมดแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างถูกทำลาย เจ้าควรจะต้องถูกปรับแพ้”


    “ไม่ ไม่เลย มันยังไม่หมด พวกเขาทิ้งของดีเอาไว้ให้ข้าคนละ 1 อย่างด้วยกัน”


    “ทิ้ง … หมายความว่ายังไง ?”


    “ลองมองไปยังเตาหลอมยาทั้ง 9 ที่อยู่ข้างๆข้าสิ”


    ชาวบ้านรวมไปถึงกรรมการมองไปยังเตาหลอมยาทั้ง 9 ที่ตัวแทนหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเคยใช้งาน ตั้งแต่พวกเขาแพ้เตาก็ถูกทิ้งให้ตั้งไว้ ทว่าการตั้งของเตาชาวบ้านกลับเห็นสิ่งแปลกไป เพราะใต้เตาหลอมยายังคงมีความร้อนสะสมอยู่


    “ยันต์ ใต้เต้ามีพลังของผู้ใช้ยันต์เคลือบเอาไว้ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้ใช้ยันต์ด้วย”


    “แล้วมันหมายความว่ายังไง แม้เขาจะใช้ยันต์ได้แล้วเขาจะหลอมยาจากอะไร สมุนไพรไม่เหลือแล้วไม่ใช่เหรอ”


    ทุกคนต่างเกิดความสงสัย ตงฟางกลับไม่ได้ฟังเสียงรอบข้างเลยสักนิด ตอนนี้เขารู้สึกว่าชีวิตของเขากำลังเปลี่ยน หลังจากถูกกดดันด้วยพลังของระดับจารึกวิญญาณจนเกือบทำให้เขาตาย การที่เขาสลบแล้วยังลุกขึ้นมาใหม่เป็นเพราะตอนนี้เขาก้าวไปอีกขั้นของพลังจิตแล้ว


    “งั้นข้าก็จะแสดงให้ทุกคนดู ว่าข้ายังเหลืออะไรเอาไว้ใช้สำหรับหลอมยาระดับ 5”


    บรึ้ม~!


    เตาหลอมยาทั้ง 9 ระเบิดจากภายในส่งบางอย่างให้ลอยขึ้นมาบนเตามุ่งหน้ามารวมกันด้านหน้าของตงฟาง ทุกคนที่เห็นเหมือนหยดน้ำต่างสีกันล้วนทำหน้าสงสัย


    “นั่นมัน น้ำทิพย์จากสมุนไพร แบบนี้นี่เอง คนทั้ง 9 ที่ออกไปก่อนหน้าพวกเขาหลอมยาทิ้งเอาไว้ โดยยาที่พวกเขาหลอมมาจากสมุนไพรที่ใช้แข่งขัน”


    ผู้ใช้จิตวิญญาณที่มองการแข่งขันตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ทางฝั่งซิงเยียนเธอรู้สึกใจสั่นเพราะตอนนี้มาถึงแผนขั้นตอนสุดท้ายที่เธอและตงฟางตกลงกันไว้แล้ว ทางฝั่งของนักหลอมยาระดับ 5 น่าจะมีพลังเพียงพอแค่การหลอมยา ไม่สามารถโจมตีได้ เธอจึงหวังว่ายาที่ตงฟางหลอมมันจะออกมาเป็นเม็ดยาระดับ 5 ที่คุณภาพมากกว่าอีกฝ่าย


    “เดี๋ยวก่อน แต่มันก็ไม่ใช่ยาที่เจ้าเมืองอยากให้หลอมหนิ ยังไงพวกมันก็มาจากสมุนไพรแต่ละต้น ยังไม่ได้หลอมรวมกัน”


    “แต่ตอนนี้เขากำลังจะหลอมมัน”


    พรึ่บ~!


    ตงฟางพลิกฝ่ามือของเขาขึ้นไปบนท้องฟ้าปรากฎเป็นเปลวเพลิงสีแดงร้อนส่องสว่างจ้าออกมา ด้วยดวงตาที่กำลังเบิกกว้างจากความดีใจตงฟางก็เริ่มใช้พลังจิตก่อรูปร่างให้เป็นก้อนทรงกลมแล้วนำยาจากสมุนไพรทั้ง 9 ชนิดเข้ามาหลอมรวมกันในบอลทรงกลมเกิดจากพลังจิตตรงหน้าของเขา


    “ฮ่าๆๆ โลกเดิมได้แต่เฝ้าฝันถึง การมาโลกนี้กลับได้มาอย่างง่ายดาย ขอบคุณที่ให้โอกาสเกิดใหม่ พลังจิตเลเวล 4 ที่มีรูปแบบการใช้พลังจิตตื่นขึ้นถึง 2 ฉันจะใช้งานมันเป็นอย่างดี”


    บู้ม~!


    ด้วยพลังจิตเลเวล 4 ทำให้ไฟที่เกิดบนฝ่ามือของตงฟางมีความร้อนไม่ต่างจากไฟของสัตว์อสูรระดับ 4 เลยสักนิด แล้วเขายังสามารถใช้ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือเร่งความร้อนของมันขึ้นไปอีก ทำให้ไฟมีความร้อนสูงพอในการหลอมเม็ดยา ทุกคนที่เห็นตงฟางค่อยๆลอยขึ้นไปบนฟ้าต่างแหงนหน้ามองดูการหลอมยาที่เขากำลังใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างตบกันไปมาจนเกิดเป็นทรงกลม


    บู้มบู้มบู้มบู้มบู้มบู้มบู้มบู้มบู้มบู้มบู้ม


    “แก..  แกทำได้ยังไงกัน ข้าไม่ยอมหรอก”


    นักหลอมยาระดับ 5 หันมองตงฟางด้วยความรู้สึกแค้น มันกำลังเข้าสู่กระบวนการปั้นเม็ดยา เหลือเวลาอีก 5 นาทียาระดับ 5 ของมันก็จะเสร็จ แต่หลังจากเห็นกลุ่มก้อนพลังสีแดงของเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ใกล้ๆมันต่างตกใจเพราะอีกฝ่ายนำพลังที่ซ่อนไว้ออกมาหลอมยาสู้กับมัน ที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่พลังใช้หลอมยาเท่านั้น ไม่สามารถส่งพลังออกไปโจมตีได้


    บู้ม~!


    “เปลวไฟสีฟ้า เขาเปลี่ยนสีเปลวไฟไปเป็นสีฟ้าแล้ว”


    ด้วยพลังจิตเลเวล 4 ทำให้พลังจิตของตงฟางพัฒนาขึ้นมาทุกๆอย่าง สิ่งที่เคยมีอยู่แล้วก็ทรงพลัง แต่ที่เขาภูมิใจมากในตอนนี้ก็คือพลังจิต 2 รูปแบบที่ได้มาใหม่ รูปแบบแรกคือ Atmoskinesis สามารถสร้างธาตุและควบคุมมันได้ รูปแบบที่สอง Biokinesis สามารถปรับเปลี่ยนเซลล์ในร่างกายให้กลายเป็นธาตุ  ถึงอย่างนั้นการควบคุมธาตุของเขากลับไม่ได้ตื่นขึ้นมาทั้งหมด การเป็นเลเวล 4 รูปแบบทั้ง 2 ที่ตื่นขึ้นมา มันให้เขาใช้งานธาตุไฟได้เพียงแค่ 1 เท่านั้น ด้วยไฟที่สามารถปรับแต่งมันได้ตามความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาตร์ ตงฟางจึงนำมันมาหลอมยาระดับ 5


    บู้ม~! 


    “ดูนั่น นักหลอมยาระดับ 5 เขาทำสำเร็จแล้ว ในมือของเขาเป็นเม็ดยาระดับ 5”


    เสียงชาวบ้านร้องตะโกนลั่น ทางฝั่งกรรมการเขาลอยเข้าไปตรวจสอบเม็ดยาในทันที นักหลอมยาระดับ 5 ที่รู้ดีว่าตัวมันเองพลังหมดไปแล้วจึงไม่สนใจตงฟางอีก รอเพียงแค่ผลตรวจยาของมันเท่านั้น


    “เม็ดยามังกรเทียนระดับ 5 คุณภาพ….”


    ทุกคนต่างเงี่ยหูฟังเสียงประกาศของกรรมการ ทันใดนั้นผลของเม็ดยาก็ประกาศให้ทุกคนได้ยินเสียง


    “คุณภาพ 3 ส่วน”


    บู้ม~!


    เสียงระเบิดของตงฟางกลบเสียงประกาศที่ดังขึ้นเพียงแค่ครู่ ทุกคนต่างมองดูสิ่งที่ตงฟางถือ ทันทีที่กรรมการเห็นเขาก็รีบพุ่งไปหยิบยาออกมาจากมือของตงฟาง ก่อนจะตรวจสอบคุณภาพมัน


    “เม็ดยามังกรเทียนระดับ 5 คุณภาพ…..”


    “ 6 ส่วน”


    “เย่~!!!”


    ซิงเยียนร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ เธอไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อน แต่ทันใดนั้นร่างของตงฟางก็ล้มตัวลงไปนอนบนพื้น เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปรับตัวเพื่อส่งกลับไปรักษาที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า


    “พ่อคะ เก็บรางวัลมาให้หมด อย่าให้ตกหล่นสักชิน หนูจะพาเขากลับไปรักษาก่อน”


    “ได้ พ่อจะรับหน้าที่นี้ต่อเอง ไว้ใจพ่อได้เลย”


    ใบหน้าของเจ้าของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าฉีกยิ้มกว้าง ทางฝั่งหอประมูลโคมกระจ่างล้วนเต็มไปด้วยความโกรธ มันเสียเงินไปเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นจ้างนักหลอมยามาจากเมืองหลวงและจ้างเจ้าเมืองเป็นคนระบุสูตรยาที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะนำออกมาแข่ง ปรากฎว่าทุกอย่างที่มันลงทุนไปเสียหายยับ


    “ท่านโจวแย่แล้ว การพนันที่ท่านเป็นเจ้ามือ มีคนลงพนันหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะเป็นผู้ชนะการแข่งด้วยเงิน 1,000 ล้านหินวิญญาณ”


    “อร๊ากกกกก”


    —-------------------------------


    “อย่าพึ่งดีใจ ในสายตาของฉันแกยังไม่เริ่มเดินเลยไอ้ลูกเวร รีบๆบ่มเพาะพลัง ไม่อย่างนั้นเมื่อครบ 20 ปีแกแทบจะไม่มีโอกาสได้หายใจในเมืองหลวง”


    “ตาแก่”  ตงฟางที่ลงไปนอนในอ้อมแขนของพี่ซิงเยียนมองไปยังจุดที่เขาได้ยินเสียงส่งออกมา มันเป็นเสียงของพ่อเขาไม่มีผิด ทันทีที่เขามองไปยังต้นเสียง เขาก็เจอเข้ากับชายคนหนึ่งในผ้าคลุมสีดำกำลังส่งเพียงแค่รอยยิ้มมาให้เขา จนรู้ว่านั่นเป็นพ่อ ในระหว่างยื่นมือออกไปเพื่อบอกให้พ่อของเขารอ  พ่อของเขาก็เริ่มหันหลังเดินจากไปพร้อมกับทิ้งท้ายคำพูดบางอย่างเอาไว้พร้อมๆกับสติของเขาค่อยๆดับลงจากอาการเหนื่อย 


    “แกจะเล่นมากแค่ไหนก็ได้เพราะมันเป็นช่วงอายุที่แกจะมีความสุขที่สุด แต่แกต้องไม่ลืมบ่มเพาะพลัง  ฉันไม่สามารถแก้แค้นได้ด้วยตัวคนเดียวเพราะเส้นทางมีให้เดินมากกว่าหนึ่งเส้นทาง ฉันไปเส้นทางแรก ส่วนแกไปเส้นทางที่สอง หากว่าแกพลาด เราจะตายกันที่เมืองหลวง ฉันอยากให้แกจำคำพูดนี้ให้ดี ไอ้ลูกเวร แล้วก็ อย่าลืมพกรอยยิ้ม เป็นเด็กต้องยิ้มหวานสาวจะได้ชอบ”


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน