ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 40 สู่ป่าไม้มืด

    เชนเมื่อตกลงรับภารกิจจากไรม์ก็ทำการเตรียมตัวไปยังป่าไม้มืด ซึ่งเชนได้สอบถามจากไรม์แล้วพบว่าป่าไม้มืดเดินจากที่นี่ไปไม่เกิดสามสิบนาทีก็จะถึง ถนนหนทางที่จะเข้าไปยังที่นั่นจำเป็นต้องเดินเท้าไปเท่านั้นรถไม่สามารถผ่านไปได้ เขาจึงจำเป็นต้องเดินไปด้วยตัวเองเชนตอนนี้อยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ รอบๆ เป็นผืนป่าเขียวชอุ่ม คฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ตัวเมืองมากนักจึงสงบร่มรื่นไม่น้อยเขาทำการสพายดาบเล่มที่ได้จากห้องสมบัติไว้ด้านหลัง ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่เคลื่อนไหวได้ทะมัดทะแมง ซึ่งเป็นชุดที่ริวนำมาให้กับเชนเชนเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่นั้น โดยมีริวเดินมาส่ง"พี่เชน นี่ครับ" ริวที่เดิมตามมาส่ง พูดขึ้นพร้อมยื่นของบางอย่างให้เชน จากที่เชนดูแล้วมันเป็นยาเม็ดหนึ่งขนาดเท่านิ้วก้อย"ยาอะไรน่ะ" เชนหยิบยาเม็ดนั้นมาดูแล้วถามขึ้น"มันชื่อว่ายาซ่อนเมฆน่ะครับ สรรพคุณก็คือมันจะช่วยปกปิดร่องรอยลมปราณทำให้ไม่สามารถสัมผัสได้ครับ" ริวอธิบาย"ปกปิดร่องรอยปราณ? " เชนพูดขึ้นอย่างสงสัย"ครับ พวกสัตว์อสูรน่ะมีสัมผัสที่เร็วกับลมปราณน่ะครับ พ่อเคยบอกผมว่าโดยปกติคนเราก็จะแผ่ปราณออกมาจากร่างโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว ทำให้สามารถสัมผัสปราณนั้นเพื่อระบุตำแหน่งได้ เห็นว่าถ้าสามารถทะลวงไปขั้นพื้นฐานได้ จะมีจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งจนสามารถสัมผัสปราณอย่างที่ว่าได้และยังสามารถระบุความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นได้อีกด้วยล่ะครับ" ริวอธิบายถึงสิ่งที่ได้ยินมา "ยาเม็ดนี้สามารถช่วยกลบปราณที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัวนั้นได้..ถ้าเกิดอยู่ในสถานการณ์คับขันที่ต้องหนีหรือซ่อนก็กินยานี้พวกอสูรจะได้หาไม่เจอไงครับ แต่ยามันมีฤทธิ์แค่สิบนาทีนะครับ ถ้าจะใช้ต้องคำนวณเวลาดีๆ ""เอามาให้พี่จะดีเหรอ ราคาคงไม่น้อยเลยนะ" เชนพูดขึ้นเมื่อได้ยินสรรพคุณของยา"ดีแล้วล่ะครับ ผมมีอีกตั้งสองเม็ดพี่เอาไปเถอะ ถ้าไม่ได้ใช้พี่ค่อยเอามาคืนก็ได้" ริว"ก็ได้..ขอบใจนะ" เชนทำการเก็บเม็ดยาลงกระเป๋า แต่ถ้าเชนรู้ราคาของยาเม็ดนี้เขาต้องไม่กล้ารับแน่นอน ราคาของมันนั้นในตลาดขายกันเม็ดหนึ่งถึง500,000Cred! ทำไมถึงราคาสูงขนาดนี้น่ะหรือก็อย่างที่ริวว่า คนเรานั้นจะปล่อยลมปราณออกมาจากร่างโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้ที่อยู่ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเป็นต้นไปที่มีจิตแข็งแกร่งสามารถตรวจจับปราณและสามารถระบุความแข็งแกร่งของเป้าหมายจากลมปราณที่สัมผัสได้ ยาเม็ดนี้แม้จะออกฤทธิ์เพียงไม่นานแต่ก็สามารถกลบร่องรอยนี้ไปได้ ในช่วงความเป็นความตายสามารถช่วยได้อย่างมหาศาล แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิชาที่จะซ่อนลมปราณเลยซะทีเดียว แต่ในตอนนี้ยังไม่ขอพูดถึงพูดคุยกันอยู่ไม่นานเชนก็ออกเดินไปตามทางที่ทราบมา เพื่อมุ่งตรงไปยังป่าไม้มืดระหว่างทางเป็นป่าไม้เขียวขจีดูสบายตา ลมอุ่นๆ จากช่วงเที่ยงพัดมาทำให้เกิดเสียงใบไม้พริวไหว เนื่องจากลมที่พัดมานี้ทำให้ใบไม้หลุดปลิวออกจากกิ่งก้านปกคลุมอยู่เต็มพื้น เสียงนกและแมลงดังขึ้นเป็นช่วงๆ สร้างชีวิตชีวาให้กับผืนป่านี้ไม่น้อย เมืองไม้หอมนั้นเป็นเมืองที่ค่อนข้างไกลความเจริญ ตัวเมืองตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา เพราะฉะนั้นจะสามารถพบเห็นป่าไม้ได้ไม่ยากมากนักเชนเดินตามทางป่าไม้เหล่านั้นมาได้เกือบยี่สิบนาที อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากป่าด้านข้างจนทำให้ต้องหยุดชะงักพร้อมหันไปมองอย่างเตรียมตัวเผื่อจะเป็นสัตว์อสูร ถึงแม้นี่จะยังไม่ถึงป่าไม้มืดแต่ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะไม่มีอสูรหลุดออกมาจากป่าเสียงฝีเท้าย้ำไปบนพื้นที่มีใบไม้ตกอยู่ประปรายจนเกินเสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายเชนที่หันไปมองก็พบเห็นต้นกำเนิดเสียง เจ้าของเสียงฝีเท้าเป็นชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูจากการแต่งกายทะมัดทะแมงและมีอาวุธสพายไว้ที่หลังก็พอจะบอกได้ว่าเป็นนักล่าไม่ผิดแน่"หือ? " ฝ่ายชายส่งเสียงเมื่อเห็นเชน "น้องชายจะไปไหนเหรอ"เชนสังเกตทั้งคู่ ฝ่ายชายดูแล้วอายุราวๆ ยี่สิบปีปลายๆ ผิวสีแทน ไว้ผมดำสั้น สะพายดาบไว้ด้านหลัง ส่วนฝ่ายหญิงจากที่ดูก็มีอายุไล่เลี่ยกัน เธอมีผมดำยาวถูกผูกเป็นหางม้าดูทะมัดทะแมง หน้าตาธรรมดาไม่ได้สะสวยมากนัก มีมีดสองเล่มเสียบไว้ที่ข้างเอวทั้งสองข้าง"ผมจะไปป่าไม้มืดน่ะ" เชนเมื่อเห็นเป็นมนุษย์ไม่ใช่อสูรอย่างที่คาด ก็ยกเลิกท่าเตรียมพร้อมพูดตอบรับ"ฮ่าๆ พอดีเลย พวกเราเองก็จะไปป่าไม้มืดเหมือนกัน เราเดินไปด้วยกันเถอะ" ฝ่ายชายหัวเราะฮ่าๆ พร้อมพูดขึ้นอย่างเป็นมิตรดูมีอัธยาศัยดีไม่น้อย"ยินดีครับ" เชนยิ้มรับไม่ได้ปฏิเสธ ยังไงเขาก็ต้องไปยังป่าไม้มืดอยู่แล้ว มีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยก็ไม่ได้แย่อะไรทั้งสามเดินพูดคุยกันไป ทำให้เชนรู้ว่าฝ่ายชายนั้นชื่อคิม ส่วนฝ่ายหญิงชื่อไกด์ ทั้งคู่เป็นนักล่าRank Nระดับสองดาว จากการตรวจสอบของเชนทำให้รู้ว่าคิมอยู่ที่ขั้นสามัญ ระดับห้าสิบสอง ส่วนไกด์มีระดับห้าสิบ"นี่เชนก็จะไปหาหญ้าแสงจันทร์เหมือนกันเหรอ" ไกด์พูดขึ้นหลังจากทีี่คุยกันไปสักพัก จนได้รู้ว่าเชนเองก็มาทำสิ่งเดียวกับพวกเขา"ใช่ครับ" เชนพยักหน้ารับ หลังพูดคุยเล็กน้อยก็ได้รู้ว่าหญ้าแสงจันทร์นี้สามารถพบเจอได้เพียงบางที่เท่านั้นและป่าไม้มืดก็เป็นหนึ่งในนั้น มันเป็นส่วนผสมในการทำยาหลายอย่างจึงมีภารกิจหามันอยู่ตลอดเวลา"แต่ว่าก็ว่าเถอะ...น้องชายดูอายุน่าจะสักยี่สิบเองมั้ง แต่ระดับเนี่ยสูงใช่เล่นเลยนะ" คิมเอ่ยเมื่อเห็นระดับของเชน "ตอนฉันอายุเท่าๆ น้องชาย ฉันระดับแค่ยี่สิบเองมั้ง""พอดีมีโชคนิดหน่อยน่ะครับ" เชนยิ้มแห้งๆ รับคำ ถ้าบอกว่าเขาเพิ่งเป็นนักล่ามาไม่ถึงอาทิตย์ไม่รู้คิมจะทำหน้าเช่นไร "แล้วก็เรียกผมว่าเชนเถอะครับ เรียกว่าน้องชายมันดูแปลกๆ ""ได้ๆ เชน ฮ่าๆ " ดูท่าคิมเป็นคนหัวเราะเก่งไม่น้อยเมื่อพูดคุยกันระหว่างทาง ทำให้เชนได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับป่าไม้มืดมาไม่น้อย ป่าไม้มืดนั้นถูกแบ่งออกเป็นสี่เขต ซึ่งมี เขตชั้นนอก เขตชั้นกลาง เขตชั้นใน และเขตใจกลาง ซึ่งยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไหร่อสูรก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น"มีข่าวลือว่า..ในเขตใจกลางของป่าไม้มืดน่ะ มีอสูรขั้นพื้นฐานอยู่ด้วยนะ" คิมพูดขณะกำลังเดิน"มีคนเคยเห็นเหรอครับ" เชนถามขึ้นอย่างสนใจ"จากที่ได้ยินมามีกลุ่มนักล่ากลุ่มหนึ่งเดินลึกเข้าไปถึงเขตใจกลาง...ทั้งกลุ่มถูกฆ่าทั้งหมดมีเพียงแค่คนเดียวที่หนีรอดมาได้ แต่อาการก็สาหัสใกล้ตายเต็มทีแถมดูเหมือนจะเสียสติพูดคุยไม่รู้เรื่อง เขาเอาแต่พึมพำว่าสัตว์ประหลาดๆ จนสุดท้ายก็ตายจากอาการบาดเจ็บ" คิมหยุดพักหายใจ "เพราะงั้นเขตใจกลางถือเป็นเขตที่ไม่มีใครอยากเข้าไปใกล้เท่าไหร่"เชนพยักหน้ารับเมื่อได้ยินเรื่องที่เล่า"แต่หญ้าแสงจันทร์น่ะแค่เขตนอกก็หาได้แล้ว ถ้าดวงซวยหน่อยก็อาจต้องเข้าไปลึกถึงเขตชั้นกลางแต่ก็ไม่เกินนี้หรอก" คิมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ด้วยระดับของพวกเขาถือว่าการลุยเข้าไปยังเขตชั้นกลางถือว่าไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง "โอ๊ะ! นั่นไงป่าไม้มืด เราถึงแล้ว"เชนได้ยินก็มองไปยังเบื้องหน้า ด้านหน้าของเขาอีกไม่เกินร้อยเมตรมีแนวป่าที่แตกต่างจากป่าที่เขากำลังเดินอยู่ไม่น้อย แนวป่าที่เชนเห็นเป็นป่าที่มีต้นไม้ขึ้นจนแน่นขนัดจนไม่อาจมองเห็นเส้นทางด้านในได้มากนัก ต้นไม้เหล่านั้นเองก็มีขนาดสูงใหญ่กว่าป่าที่เขาอยู่สองถึงสามส่วน ชื่อของป่าไม้มืดจากที่เชนดูแล้วอาจมาจากต้นไม้ที่ขึ้นแน่นขนัดของป่า จนแสงจากดวงอาทิตย์สามารถลอดผ่านได้ไม่มากนักทำให้ภายในป่ามืดทึบ"พร้อมนะ" คิมมีสีหน้าจริงจังขึ้นเมื่อทั้งกลุ่มมาหยุดยืนอยู่หน้าป่ารกทึบ หันมาพูดกับเชนและไกด์เชนพยักหน้ารับ ส่วนไกด์ก็ยิ้มรับคำ"งั้นไปเถอะ" คิมพูดพร้อมเดินนำเข้าไปยังป่าโดยมีไกด์เดินตามไม่ห่างเชนเงยหน้ามองต้นไม้สูงใหญ่เบื้องหน้าอยู่ครู่ ก็ก้าวเท้าติดตามทั้งสองหายลับเข้าไปในป่ารกทึบนั้น...




    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน