บทที่ 1 ข้าไม่ดีตรงไหน
“ข้าแจ้งหัวข้อสนทนาแก่องครักษ์เฉินแล้ว ไยท่านต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้ด้วยเล่า”
ฟางจิ้งเหยียนไม่ถูกเชิญให้นั่งเสียด้วยซ้ำไป ทว่าก่อนที่บทสนทนาของทั้งคู่จะเริ่มขึ้น กงเสวี่ยหานผู้เป็เ้าบ้านลอบสะบัดชายแขนเสื้อให้ซือเผยเพื่อใช้แทนคำสั่ง จากนั้นเพียงอึดใจเดียวสาวใช้คนสนิทของคุณหนูฟางผู้มีนามว่า ลั่วหลิน ก็ถูกกันตัวให้ไปรออยู่ที่ศาลาริมน้ำโดยมีซือเผยคอยจับตามองอยู่อีกทอดหนึ่ง
“จิ้งเหยียน! เ้าเลอะเลือนเพียงนี้เชียว? หรือต้องให้ข้าช่วยทวนความจำ?”
ทั้งที่จิ้งเหยียนพยายามรักษาระยะห่างไว้ตลอด แต่ชายตัวร้ายผู้นั้นเคลื่อนไหวว่องไวดุจเงา เพียงวูบเดียวเขาก็เอากายหยาบมาเบียดเสียดอยู่ด้านหลังนาง จากนั้นสอดเรียวแขนใหญ่มาโอบรัดเอวคอดของนางอย่างคนที่น่าชัง พอจิ้งเหยียนออกท่าว่าจะขัดขืนมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรัดเรียวแขนแน่นขึ้นเท่านั้น
“ปล่อยนะ หากไม่ปล่อย ข้าจะเรียกให้ลั่วหลินเข้ามาช่วย”
มือเรียวสวยของนางพยายามแงะเรียวแขนใหญ่ออกจากตัวอยู่หลายนาทีก็ไม่เป็ผล หนำซ้ำเขายังเกยคางคมที่สากกร้านไปด้วยตอหนวดไว้บนเรียวไหล่ของนางราวกับสนิทชิดเชื้อ จากนั้นสูดเอากลิ่นกายของนางเข้าปอดเนือง ๆ ทำอย่างกับคนโรคจิตวิตถาร
“จิ้งเหยียน…เ้าช่างไร้เดียงสานัก ที่นี่คือจวนสกุลกง ผู้ใดจะบุกมาช่วยเ้าได้?”
น้ำเสียงแหบพร่าเป่ารดอยู่ข้างจรหูของนางอย่างทะนงตน กงเสวี่ยหานผู้นี้ช่างเป็บุรุษที่ไร้ยางอายเสียจริง มีอย่างที่ไหนสตรีออกปากปฏิเสธมากล้นถึงเพียงนี้ แต่เขากลับเอาแต่ดื้อด้านไม่ยอมรับฟัง ไม่รู้ว่านี่เป็เวรกรรมอะไรของนางนักหนา ถึงได้มาลงเอยกับเขาเสียได้
“ข้ามาที่นี่ก็เพื่อเจรจาให้ท่านยุติการสู่ขอ เื่คืนนั้นข้าไม่ถือสา ไยท่านถึงได้ปักใจนักเล่า”
ฟางจิ้งเหยียนพูดไว้เพียงเท่านี้ ลำมือใหญ่ที่พันธนาการนางไว้จนคับแน่น บัดนี้เผลอคลายออกช้า ๆ เขารู้อยู่แล้วว่านางมาเพื่อปฏิเสธ แต่ก็ไม่คิดว่าจะจั่วหัวบทสนทนาขึ้นมาไวถึงเพียงนี้ นางไม่ให้โอกาสเขาได้เกี้ยวพาน นางไม่ให้โอกาสเขาได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำหยอกเย้าไปมากกว่านี้
กงเสวี่ยหานคิดคำนึงมาโดยตลอดว่าตนคือบุรุษที่หาญกล้า ไม่ใช่เพียงรวยยศอย่าง แต่กงเสวี่ยหานผู้นี้ยังรวยเสน่ห์อีกต่างหาก ยศถาบรรดาศักดิ์ก็หาได้ด้อยกว่าพวกคุณชายโหว แล้วเหตุใดนางถึงไม่เคย้าเขาเลย
หรือว่านางเบื่อหน่ายที่ต้องยื้อแย่งชิงดีกับสตรีทั่วทั้งใต้หล้า!
ให้ตายสิ! แล้วข้าเคยให้นางไปยื้อแย่งชิงดีกับพวกนางเ่าั้ั้แ่เมื่อไหร่?
มันไม่ดีหรอกหรือ! ที่ข้าเลือกนางั้แ่ต้นยันจบ โดยที่ตัวนางแทบไม่ต้องพยายามทำอันใดเลย!
“แล้วข้าไม่ดีตรงไหน ข้าสู้เสิ่นอวี้สือไม่ได้ตรงไหน!?” เขากัดกรามกรอดเมื่อต้องเอ่ยชื่อศัตรูหัวใจ
เสิ่นอวี้สือ คือบุตรชายคนรองของจวนมหาเสนาบดีเ้ากรมพิธีการ เขาผู้นี้โด่งดังเื่สร้างอาวุธลับ วางผังเมือง และชำนาญการเกี่ยวกับกลไกพิสดารต่าง ๆ ในการสร้างค่ายกล แม้ไม่ได้เก่งกาจด้านการออกรบเหมือนบุรุษในวัยเดียวกัน แต่ยามใดที่แว่นแคว้นมีศึก จะขาดคนผู้นี้ไปไม่ได้เด็ดขาด ด้วยเหตุผลนานาประการดังที่ว่ามา เสิ่นอวี้สือจึงได้รับยศโหวั้แ่ยังเป็หนุ่มน้อย
นับั้แ่นั้นเป็ต้นมาเสิ่นอวี้สือก็มีชื่อเสียงระบือไกล สตรีน้อยใหญ่ในรัศมีเมืองต้าอู่ต่างต้องพูดถึงเขาผู้นี้ ว่ากันว่าสตรีกว่าครึ่งค่อนเมืองปรารถนาจะได้แต่งกับเขา รวมถึงคุณหนูสามจากจวนสกุลฟางก็หาได้ว่างเว้น…
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณชายเสิ่น! หรือข้ายังพูดไม่ชัดเจน ว่าข้ามาที่นี่ก็เพื่อเจรจาขอให้ท่านยุติเื่สู่ขอ”
เมื่อฟางจิ้งเหยียนหลุดออกจากพันธนาการ นางก็รีบไขว้สองมือเกาะหัวไหล่ตัวเองเอาไว้แน่นในทันที ด้วยกลัวว่าจะถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงเป็ครั้งที่สอง ถึงกระนั้นนางก็ไม่ลืมที่จะเชิดหน้าขึ้นน้อย ๆ แล้วย่นจมูกใส่เขาเพื่อบ่งบอกว่านางไม่ชอบใจที่เขาชวนคุยออกนอกเื่
“จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร เพราะเ้าปรารถนาจะแต่งเข้าจวนตระกูลเสิ่น เ้าชอบพอเสิ่นอวี้สือใช่หรือไม่ เ้าจึงไม่ยอมแต่งให้ข้า”
ขณะพูดกงเสวี่ยหานยกปลายนิ้วคลึงขมับของตนเบา ๆ หวังขจัดความกลัดกลุ้ม แต่ครู่หนึ่งเ้าบ้านหนุ่มจำต้องหนักใจมากขึ้นไปอีก เมื่อโฉมสะคราญตรงหน้ารบเร้าและกล่าวตัดรอนซ้ำเติมขึ้นมาว่า
“ข้ากับท่านเหมือนคนที่อยู่กันคนละโลก เดิมทีพวกเราก็ไม่ได้คู่กันั้แ่แรก คู่ของท่านคือคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ต่างหาก”
ฟางจิ้งเหยียนดัดเสียงแข็งเพื่อให้คำพูดของตนดูหนักแน่นขึ้น เป็เช่นนี้แล้วคุณชายกงผู้รักหน้าถือตายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด คงมิกล้าหอบสินสอดไปสู่ขอสตรีที่ไร้ใจอย่างนางเป็แน่
นางรู้ดีว่าคำคุยของเขามันก็แค่คำปลอบใจ ตัวร้ายอย่างเขาจะมาชอบนางร้ายอย่างนางได้อย่างไรกัน เว้นเสียแต่เขารู้สึกผิดกับเื่ราวที่เกิดขึ้นในราตรีนั้น...
“ลู่ชิงเหมยไม่เคยอยู่ในสายตาข้า ไม่มีทางที่ข้าจะลงเอยกับนาง”
“อะอื้อ!”
ว่าเสร็จเขาก็ใช้วิชาตัวเบาที่ตนชำนาญ เพื่อเร่งฝีเท้าเข้าไปเบียดคนตัวเล็กกว่าให้ถอยไปติดข้างผนังกำแพง เ้าบ้านหนุ่มใช้มือเดียวขึงเรียวแขนเล็กเอาไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างหนึ่งเอารองไว้ที่หลังหัวของนางเพื่อป้องกันมิให้กระแทกกับผนังห้อง จากนั้นริมฝีปากร้อนของชายหนุ่มก็โถมทับลงไปบนริมฝีปากบางระเรื่อของนางอย่างเอาแต่ใจ
เขาตวัดลิ้นเข้าไปกวาดกินน้ำหวานในโพรงปากของนางอย่างถือวิสาสะ วินาทีนี้ต่อให้นางส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ เขาก็จะไม่เห็นใจนางเด็ดขาด ก็ใครใช้ให้นางเอ่ยถึงสตรีอื่นต่อหน้าเขา ใครใช้ให้นางไล่ให้เขาไปลงเอยกับลู่ชิงเหมยอะไรนั่น
ที่เขาพร่ำบอกว่าอยากแต่งกับนาง นางแกล้งไม่ได้ยิน หรือนางลืมเอาสมองมาจากบ้านกันแน่ ถึงได้ดื้อด้านไม่ยอมเข้าใจอะไรสักอย่าง!
“อะ…โอ๊ย!!!”
นางไม่เคลิ้มไปตามแรงจูบของเขาแต่อย่างใด หนำซ้ำยังขบริมฝีปากของเขาอีกต่างหาก ช่วยไม่ได้ก็ใครใช้ให้เขาทำตัวรุ่มร่ามกับนางก่อน ขอเตือนไว้ก่อนถ้าเขายังกล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ นางจะทำมากกว่ากัดริมฝีปากของเขา!
“จิ้งเหยียน…เ้ารังเกียจข้าเพียงนี้เชียวหรือ”
เสวี่ยหานใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดเืซิบที่ร่องปาก ก่อนจะฉายแววตาขี้น้อยใจมองไปยังสตรีคนงามที่กำลังยืนขวัญเสียอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล นางมาหาเขาถึงถิ่น ไม่ได้มาเพื่อสานต่อไยรักก็ว่าเจ็บจุกจนหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว แต่นี่นางยังมาตอกย้ำซ้ำเติมอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าเสวี่ยหานคนนี้จะต้องคู่กับสตรีอื่น หาใช่คู่เคียงกับนาง หนำซ้ำนางยังทำทีเหมือนเขาเป็ตัวจัญไรที่เสนอหน้าเข้าไปอยู่ในชีวิตของนาง
แต่แล้วมันอย่างไรเล่า! ความรักความสนใจมันห้ามกันได้เสียที่ไหน!
กงเสวี่ยหานคนนี้ไม่เชื่อหรอกว่า การเกี้ยวพานสตรี การตามตื๊อ ตามรัก มันจะใช้ไม่ได้ผลกับนาง