เมื่อเยี่ยหลงบอกมาแบบนั้น ชายตรงกลางก็กล่าวขึ้น " ดี ดี ถ้าเช่นนั้น ก็ตายเสียเถอะ พวกเราฆ่ามัน "
พอคนตรงกลางบอกมาดังนั้น คนทั้งสามรวมคนตรงกลางแล้ว ก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่เยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นคนพุ่งมา คนก็ทำการเปิดใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นแรก เวทด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง และเปิดใช้วิญญาณยุทธ์สัตว์อัญมณี อัญมณีสีแดง ร่างครึ่งคนครึ่งมังกรไฟปีกผีเสื้อ เข้าทานรับปะทะกับคนทั้งสาม
เยี่ยหลงที่แม้จะได้รับโลหิตเทพมังกรมาจนผิวหนังแข็งแกร่งมากแล้วก็ตาม และถึงแม้จะเปิดใช้อัญมณีร่างครึ่งคนครึ่งมังกรไฟปีกผีเสื้อที่ทำให้ผิวหนังแข็งแกร่งขึ้นอีกชั้น
คนก็ไม่ยืนอยู่นิ่งๆให้คนโจมตี คนทำการเคลื่อนกายหลบไปมาและปัดป้องไปด้วยหากต้องทำการปัดป้อง
เยี่ยหลงทำอย่างนั้นอยู่ได้พักหนึ่ง ในที่สุดคนก็พลาดท่าโดนโจมตีต่อยเข้าหน้าอกไปเต็มๆ
เยี่ยหลงที่โดนโจมตีเข้าหน้าอกอย่างงั้น คนก็เกือบจะกระอักเลือดออกมา แต่คนกลืนมันไปก่อน เพื่อไม่ให้พวกคนที่มาโจมตีตนรู้ตัวว่า ตนได้รับบาดเจ็บ
ส่วนคนที่ต่อยหน้าอกของเยี่ยหลง หรือคือคนตรงกลาง คนก็กระดูกมือหัก และเซถอยหลังไปด้วยความเจ็บจนล้มพร้อมกับร้องออกมา " อ๊าก เจ็บ เจ็บ เจ็บ "
" เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าแค่ต่อยผิวหนังบางๆของมันก็เท่านั้น จะเจ็บอะไรนักหนา " คนทางขวากล่าว
คนตรงกลางที่เซถอยหลังไปจนล้ม ฝืนความเจ็บและกล่าว " ผิวหนังมันแข็งมากระวังด้วย "
เมื่อคนทั้งสองที่เป็นพวกของคนตรงกลางได้ฟังดังนั้น คนก็เกิดลังเลไม่เข้าโจมตีในฉับพลันขึ้น
คนทั้งสองยึกยักไปมา เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น คนก็กะจะเปิดใช้ทักษะเกล็ดปีกมายา
แต่ทว่าเวลาของอัญมณีของเยี่ยหลงก็หมดเวลาเสียก่อน
เยี่ยหลงที่เห็นอัญมณีหมดเวลา คนก็คิดขึ้น ' ชิบหายแล้ว ขนาดโดนโจมตีในร่างครึ่งคนครึ่งมังกรยังบาดเจ็บแทบกระอักเลือด แล้วตอนนี้ไม่มีความแข็งแกร่งของร่างมังกรแล้ว เราคงต้องใช้เวทเพิ่มความเร็วเพื่อหลบและโจมตีกลับแล้วล่ะ "
ทันทีที่เยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็เปิดใช้เวทแอคเซลเข้าโจมตีคน
พวกคนทั้งสามที่มองตามความเร็วของเยี่ยหลงไม่ทัน ก็โดนโจมตีต่อเนื่อง เพราะเคลื่อนกายไม่ได้อยู่ร่ำไป
ชายตรงกลางที่รู้เจ็บมากจนแทบจะสลบอยู่แล้ว คนที่ทนไม่ไหวก็เปิดใช้เวทขึ้น " เวทเขตแดนหน่วงความเร็วสิบเท่า "
ทันทีที่วงเวทเขตแดนปรากฏอยู่เหนือหัวเยี่ยหลง เยี่ยหลงที่อยู่ใต้เขตแดนก็ช้าลงมากในทันที ช้าจนที่เรียกได้ว่าสลอธคลานก็ว่าได้
ชายตรงกลางที่เห็นเยี่ยหลงช้าลงแล้ว คนก็ไม่รีรอ รีบพุ่งไปซัดหน้าของเยี่ยหลงจนกระเด็นไปในทันที
เยี่ยหลงที่กระเด็นไป พอกระเด็นไปจนสุดแล้ว คนก็ค่อยๆลุกขึ้นมาด้วยความช้าอืดอาด พอลุกเสร็จคนก็ถุยเลือดออกมา
ชายตรงกลางที่เห็นว่าเยี่ยหลงลุกขึ้นมาแล้ว คนก็ไม่รีรอช้าพุ่งเข้าซ้ำเยี่ยหลงต่อในทันที
แต่ก่อนที่หมัดของคนจะบรรลุถึงตัวของเยี่ยหลง ดวงวิญญาณของแคนก็ออกมาปัดป้องให้เยี่ยหลงก่อน จนชายตรงกลางที่มาโจมตีเยี่ยหลงต้องถอยกระเด็นกลับไป
ทันควันที่แคนออกมาปกป้องเยี่ยหลงเอาไว้ได้ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฟีนิกซ์ปลดผนึกเสร็จ
เมื่อฟีนิกซ์ปลดผนึกเสร็จ คนก็บอกเรื่องต่อไปกับเยี่ยหลง " ไอ้เยี่ยหลง กลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติ ต้องใช้เลือดในการเปิด นำเลือดของมึงมาเร็ว "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็พยายามจะนำมือไปปาดเลือดที่ตนถุยไว้ที่พื้น
แต่คนก็ช้าเหลือเกิน แคนที่เห็นแบบนั้น ก็ไม่รีรอช้ารีบใช้พลังเวทชักนำหยดเลือดของเยี่ยหลงไปให้ฟีนิกซ์ในทันที
พอฟีนิกซ์ได้หยดเลือดของเยี่ยหลงมาแล้ว คนก็นำเลือดไปติดไว้บนกำแพง
พอฟีนิกซ์ทำเสร็จ วงแหวนเวทเคลื่อนย้ายมิติก็ปรากฏใต้เท้าของเยี่ยหลง
เมื่อวงแหวนเวทเคลื่อนย้ายปรากฏใต้เท้าเยี่ยหลง ดวงวิญญาณของฟีนิกซ์และแคน ก็ไม่รีรอช้า รีบเข้าไปในตัวของเยี่ยหลงในทันที
ชายตรงกลางที่ต้องการจัดการกับเยี่ยหลง เมื่อเห็นดังนั้น คนก็กล่าวขึ้น " มันกำลังจะหนีแล้ว รีบจัดการมันเร็ว "
ครั้นชายตรงกลางบอกเสร็จ และพุ่งใส่เยี่ยหลงเป็นคนแรก ชายอีกสองคนที่เห็นดังนั้น ก็พุ่งใส่เยี่ยหลงตามคนไป
แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว เยี่ยหลงถูกย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งเสียก่อน
ชายทางขวาที่เห็นแบบนั้น ก็หัวเสียและกล่าว " โธ่เว้ย มันหนีไปจนได้ "
ชายตรงกลางบอกกับชายทางขวา " ใจเย็นๆ " จากนั้นคนก็มาสัมผัสกับกำแพงที่มีอักขร และกัดนิ้วมือตนจนเลือดออก และลองใช้เลือดตนป้ายอักขรแบบเดียวกับที่ฟีนิกซ์ทำ
ผลปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายตรงกลางที่เห็นแบบนั้น ก็กล่าว " ช่างมันก็แล้ว "
ชายทางซ้ายถาม " ในเมื่อเราตามมันเข้าไปยังอีกมิติหนึ่งไม่ได้ เราควรทำอย่างไรดี "
ชายตรงกลางตอบ " ไม่จำเป็นต้องตามมันไปหรอก เพราะอีกไม่นาน มันก็ต้องออกมาตรงจุดเดิมจากจุดที่มันหายไปเป็นแน่ เพราะจากที่ข้าดูอักขรบนกำแพง น่าจะเป็นกลไกเคลื่อนย้ายไปอีกมิติหนึ่ง ซึ่งก็น่าจะเป็นมิติที่อันตรายมาก มันถึงได้ถูกผนึกเอาไว้ "
ชายคนทางซ้ายกล่าว " เจ้ากำลังจะบอกว่า หากมันต้องการจะมีชีวิตอยู่ต่อ ยังไงมันก็ต้องยอมออกมาใช่หรือไม่ "
ชายตรงกลางบอก " ใช่ "
" แล้วเราจะรอมันอยู่บนนี้ในนี้เลยรึเปล่า " ชายทางขวาถาม
ชายตรงกลางตอบ " ไม่ เราจะลงไปข้างล่าง รอให้ชาวบ้านทำพิธีเสร็จ ค่อยขึ้นมารอมันบนนี้ที่เดิม "
" แล้วถ้ามันออกมาก่อนที่ชาวบ้านจะขึ้นมาทำพิธี หรือ ตอนที่เราลงไปแล้วพอดี เราจะทำยังไง " ชายทางขวาถาม
ชายตรงกลางตอบ " ก็แค่ไล่ล่ามันอีกครั้ง อย่างไรเราก็เห็นใบหน้ามันแล้ว คงจะหาตัวได้ไม่ยาก บวกกับเรามีเวทติดตามที่ติดไว้กับม้วนคัมภีร์สวรรค์ ยังไงมันก็หนีเราไม่พ้น "
ชายตรงกลางกล่าวต่อ " แต่ด้วยความไม่ประมาท ข้าจะเปิดดูตำแหน่งมันทุกๆครึ่งของครึ่งชั่วยามก็แล้วกัน เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเราลงไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวชาวบ้านขึ้นมา พวกมันจะหาว่าเรามาลบหลู่เทพของพวกมันเอาได้ "
ชายทั้งสองที่ได้ยินชายตรงกลางว่ามาแบบนั้น คนก็พยักหน้าเข้าใจ และพากันออกถ้ำเดินลงภูเขาไป
ตัดมาทางด้านเยี่ยหลง เมื่อมาโผล่ยังอีกมิติหนึ่งแล้ว สิ่งที่คนเห็นเป็นอย่างแรกเลยก็คือ พื้นที่ทุ่งหญ้าสีทองอันกว้างใหญ่
คนที่เห็นก็หันซ้ายหันขวามองหลัง ก็เจอแต่ทุ่งหญ้าสีทองอันกว้างใหญ่ คนที่แม้จะไม่ไว้วางใจ แต่ด้วยความเจ็บคนจึงนั่งลงไป พร้อมกับถอดกำไลสะกดพลัง
ครั้นคนนั่งลงไปแล้ว คนก็กล่าวกับฟีนิกซ์ " คุณฟีนิกซ์ครับ ของยืมพลังฟื้นฟูของคุณฟีนิกซ์หน่อยได้มั้ยครับ "
ฟีนิกซ์ตอบ ' ได้ตามคำขอได้น้อง '
ทันทีที่ฟีนิกซ์บอกเสร็จ เปลวไฟสีฟ้าก็ปรากฏลุกขึ้นบนตัวของเยี่ยหลงบริเวณที่โดนโจมตีมา
ไม่นานไฟก็ดับลงไป พร้อมกับเยี่ยหลงที่หายเจ็บและลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
ครั้นเยี่ยหลงหายเจ็บแล้ว จู่ๆก็มีเสียงอันน่าเกรงขามดุจเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิที่เยี่ยหลงเคยได้ยินมา ก็ดังขึ้นให้เยี่ยหลงได้ยิน " มนุษย์หนุ่มน้อย ยินดีต้อนรับสู่สนามทดสอบของเทพราชสีห์แสงสุริยัน "
เยี่ยหลงที่ได้ยินดังนั้น ก็หันไปทางซ้ายทางทิศเสียงที่บังเกิด คนจึงพบกับดวงตาสีทองขนาดใหญ่คู่หนึ่ง ที่กำลังจ้องตนมา
เยี่ยหลงที่เห็นแบบนั้น ก็กล่าว " นี่คือ สนามทดสอบสืบทอดสายเลือดเทพอย่างงั้นฤา "