ตอนที่ 20 ดาบเล่มแรก
กายหยิบหมอนปิดหูทั้งสองนอนต่อโดยไม่สนใจอะไรเขานอนจนเย็นก็แอบออกจากบ้านไปเดินเล่นนอกบ้านหาอะไรกินเพราะทั้งวันเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
ยามเย็นในบริเวณบ้านของเขานั้นมันเต็มไปด้วยเสียงที่ดังออกมาจากบ้านของผู้อยู่อาศัยรอบๆ ในยานที่กายอยู่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเป็ชนชั้นแรงงาน อยู่ในเขตอุตสาหกรรม
บ้านบางหลังกายก็รู้จักอย่างบ้านที่กายเดินผ่านนี้เป็บ้านของลุงมูโรที่ทำงานที่โรงงานแยกชิ้นส่วนและเป็เพื่อนกับลุงแฟรงค์ซึ่งลุงมูโรมักจะเมาอยู่บ่อยครั้งหลังเลิกงาน จึงมักทะเลาะกับป้าเวเรียเมียของลุงแกอยู่บ่อยครั้ง
“กายหลานจะไปไหน กินอะไรหรือยัง” ป้าเวเรียถามขณะที่ถือไม้นวดแป้งอยู่
“เออ...ยังครับแต่เดียวกำลังจะออกไปหาอะไรกินอยู่”
“งั้นรอแปปรอตรงนี้อย่าพึ่งไปไหนนะ” หลังจากนั้นป้าเวเรียก็กลับไปในบ้านสักพักก็ออกมาพร้อมกับห่อกระดาษ
“เอานี้ไปกิน”ป้าเวเรียเปิดห่อกระดาษออกด้านในมีขนมที่ดูเหมือนจะเป็คุกกี้อยู่มันคือขนมแป้งแข็งที่ทำง่าย ๆเพียงแป้งเหลวและน้ำตาลผสมกันและนำไปอบก็ได้เป็ขนมที่เหมือนคุกกี้ที่คนรวย ๆกินกัน
“ขอบคุณครับ”กายพูดด้วยความจริงใจ ป้าเวเรียมักจะใจดีกับเด็ก ๆ แถวนี้เสมอ เมื่อก่อนเธอจะทำขนมแป้งแข็งแจกเด็กในระแวกบ้านแต่หลังจากที่เธอเสียลูกสาวไปก็ไม่ค่อยได้แจกขนมอีกเลย
“ไม่เป็ไรจริงสิวันนี้ค่าฝุ่นเยอะอย่าออกมาข้างนอกนานละเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”ป้าเวเรียเตือนด้วยความเป็ห่วงจากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน
กายเอาห่อขนมมาเก็บไว้ในเสื้อจากนั้นก็ขยับหน้ากากกันฝุ่นเก่าๆ เอาผ้าพันอีกครั้งและไปต่อ
.............
กายเข้ามาในร้านเกมเสมือนจริงหมายเลข8 ซึ่งมีคนเล่นเกมอยู่มากพอสมควรเนื่องด้วยตอนนี้เป็เวลาเย็นละเป็วันหยุดคนจึงเยอะกว่าปกติเขาเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในสุดก็เจอกับเจ้ซาเรีย
“เจ้ซาเรียสวัสดีครับ”กายทักทายด้วยรอยยิ้ม
“อืม...วันนี้มาไวกว่าปกติ”ซาเรียพูดไปก็เก็บเงินลูกค้าในร้านไป
“พอดีวันนี้ผมหยุดงานก็เลยว่างว่าแต่ผมขอกินอาหารที่ร้านนะ”
“ตามสายกินเสร็จแล้วก็ไปจดลงบัญชีด้วย”
“ครับ...”กายเดินเข้าไปหลังร้าน ‘ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ดี’
ระหว่างที่จัดการมื้อใหญ่กายก็กินขนมแป้งแข็งที่ได้มาด้วยมันเป็รสชาติที่อร่อยไม่เคยเปลี่ยน ‘หวานและหอมจากน้ำตาลและแป้งที่ไหม้เล็กน้อยเสียอย่างเดียวมันแข็งไปหน่อย แต่ถ้าไม่แข็งก็ไม่ใช่ขนมแป้งแข็งสิ’
เขากินหมดไปหนึ่งชิ้นอย่างรวดเร็วแต่ขณะที่กำลังจะหยิบขึ้นมากินอีกชิ้นก็นึกขึ้นได้จึงเอามันไปแบ่งให้ซาเรียกินบ้างตอนแรกเธอก็มองแปลก ๆ แต่ก็รับห่อขนมไว้
กายเห็นแบบนั้นก็ยิ้มๆ ออกมาอย่างน้อยเธอก็ไม่ปฏิเสธนั้นหมายความว่าเขากับเธอเริ่มสนิทขึ้นมาอีกเล็กน้อยกายรู้ว่าเขาต้องพึ่งพาเธอในหลาย ๆ เื่ทั้งที่เขาไม่ได้สร้างประโยชน์ให้เธอเลยในตอนนี้
‘ฉันจะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวังในวันที่แดนาเปิด’เขาสัญญากับตัวเองอย่างน้อยเจ้ซาเรียก็ดีกับเขามากกว่าคนที่บ้าน
วันที่18 เมษายน ปีที่ 70 เวลา 00:00 น.
กายลืมตาขึ้นมาในเกมเขายังคงนั่งอยู่หน้าเตาหลอมในมือขวาถือค้อนอีกมือจับคีมคีบเหล็กดิบที่เป็แดงออกส้มอยู่
ปัง!
เขายังคงทุบเหล็กด้วยความเคยชินเหมือนกับในตอนแรกๆ เสียงค้นที่ปะทะกับเหล็กร้อน ๆ เกิดสะเก็ดไฟกระเด็นออกอุณหภูมิที่ร้อนแรงแม้จะเที่ยงคืนกว่าแล้วไม่ได้ทำให้เขาลดละในการทำให้เหล็กบริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย
รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้วกายจึงต้องหยุดมือจากงานที่ทำลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาแต่พอมองดูตัวเองที่เต็มไปด้วยเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวเขาจึงรีบกลับไปที่ห้องจากนั้นก็อาบน้ำและพักผ่อนประมาณสองชั่วโมงหลังจากนั้นประมาณ 8 โมงกว่า ๆ ก็รีบไปกินข้าวที่โถงอาหารและไปที่ห้องเรียน
วันนี้กายต้องไปฟังการสอนศิลปะการต่อสู้ฟัน ที่เขาลงเรียนไว้ ซึ่งเป็วันสุดท้ายแล้ว เขาฟังไปก็หาวไป‘การง่วงนอนในเกมไม่ใช่เื่ที่ดีเลยจริง ๆ ’
จนในที่สุดข้อความก็ขึ้น“ฟังการสอนครบกำหนด เรียนรู้ “ศิลปะการต่อสู้ ฟัน 0 /2 (1.26%) สำเร็จ”
“เยี่ยม!”กายะโออกมาด้วยความดีใจ คนในห้องหันมามองเขาด้วยสายตาเดียวกันส่วนอาจารย์ผู้สอนนั้นเดินออกไปทันทีที่สอนเสร็จ
“ไม่มีอะไรข้าแค่ดีใจที่เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้สำเร็จ”
“เ้าเรียนรู้สำเร็จจริงๆ อย่างนั้นเหรอ พอจะสอนข้าได้ไหม” ศิษย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆหันไปถามเขาด้วยท่าทีจริงจรัง
“หือ...เ้าไม่ได้เรียนรู้ได้แล้วเหรอหลังจากที่ฟังอาจารย์สอน”
“ข้าไม่ใช่อัจฉริยะสักหน่อยที่ฟังเนื้อหาจบแล้วจะเข้าใจเื่ศิลปะการต่อสู้ฟัน ขั้น 1 และ 2 ทั้งหมดได้ ตกลงเ้าเข้าใจแล้วจริง ๆ หรือเปล่าช่วยสอนให้ข้าหน่อยได้ไหม”
กายได้ยินดังนั้นก็งงเพราะเขานึกว่าเพียงแค่ฟังครบชั่วโมงพวกเราก็เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้แล้ว ดูเหมือนจะมีความต่างระหว่างNPC กับ ผู้เล่นอยู่แต่มันก็สมเหตุสมผล ถ้า NPC พวกนี้เพียงแค่ฟังการสอนครบชั่วโมงทุกคนก็เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้แล้วสมดุลของเกมก็คงพัง‘แต่นั้นไม่ได้ความว่าผู้เล่นเหมือนโกงพวก NPC เพราะมีระบบเกมช่วยเหรอ’
เขาคิดอย่างนิ่งเงียบจนสรุปได้ว่าความต่างของผู้เล่นกับ NPCไม่ได้มีแค่นี้แน่ ๆ ‘NPC อาจจะมีในสิ่งที่ผู้เล่นไม่มีก็ได้แบบนั้นสมดุลของเกมถึงจะยังคงอยู่ ไม่งั้นผู้เล่นก็คือคนที่ทำลายสมดุลของโลกราชัน’
“แสดงค่าสถานะ”กายเรียกดูค่าสถานะของตัวทันที หลังจากกลับมาที่ห้องพัก
“ชื่อ: เดวิน”
“อายุ: 19”
“เพศ: ชาย”
“ระดับ: นักรบฝึกหัด ขั้น 1”
"ศิลปะการต่อสู้:
ทุบ1/1 (10%)
ฟัน0/2 (3%)"
กายมองดูหน้าต่างสถานะด้วยความดีใจแต่ตัวเลขมันยังคงเป็ขั้น 0 นั้นหมายความว่า เขายังคงไม่สำเร็จขั้นแรกของศิลปะการต่อสู้แต่อย่างน้อยเขาก็เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แล้ว
‘เหลือก็แค่ฝึกฝนซ้ำๆ เท่านั้น ก่อนที่แดนาจะเปิด แต่ก่อนอื่นข้าต้องสร้างดาบให้สำเร็จก่อน’
“หาว...ไม่ไหวการอดนอนหนึ่งคนมันทำให้ง่วงและทรมานมากจริงข้าคงต้องนอนก่อน...” เขาพูดออกมาด้วยความง่วงจากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนและหลับไป
บางครั้งการนอนหลับในเกมมันก็รู้สิ่งดีมากไม่ต่างจากการนอนหลับในโลกความเป็จริงเลยแม้แต่น้อยที่ว่าไม่ต่างคงต้องบอกว่ารวมถึงอากาศที่ร้อนด้วยเขาตื่นขึ้นมาด้วยเหงื่อที่เต็มตัว ผ้าปูที่นอนชื้นเล็กน้อยจากเหงื่อ
กายเช็ดน้ำลายข้างปากลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย‘นอนตอนกลางวันอากาศร้อนแบบนี้ทำให้รู้สึกมึนหัวเป็บ้าเลย’
‘ถ้าข้ามีเหรียญทองมากกว่านี้จะต้องเช่าห้องพักที่ระดับสูงของสถาบันให้ได้’กายลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างห้อง ตอนนี้ด้านนอกนั้นเป็เวลาเย็นแล้วดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มที่สาดไปตามก้อนเมฆยามเย็น
......
ที่โรงตีเหล็กไร้เวลากายจัดการทำเหล็กแท่งของทั้ง 3 วันตามจำนวนที่กำหนด 150 แท่งจนเสร็จทำให้หลังจากนี้เขาจะได้มีเวลาในการตีดาบได้อย่างเต็มที่
สองวันต่อมาแดดตอน10 โมงเช้าเริ่มร้อนแรงขึ้น กายยังคงตีเหล็กอยู่ในโรงตีเหล็กไร้เวลาเขามีเวลานอนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในแต่ละวันมีหลายครั้งที่เขาทำพลาดจึงได้แค่เหล็กกล้าชั้นรองที่ยังมีสิ่งเจือปนอยู่สูง
ทำให้ต้องควักเงินไปซื้อแร่เหล็กจากอาจารย์ช่างโลหะจอห์นมาอีก30 กิโลกรัมเป็เงินถึง 15 เหรียญทอง
และในวันนี้กายก็ใกล้จะทำสำเร็จแล้วเพราะเขามาถึงขั้นตอนการขึ้นรูปดาบเมื่อคืนที่ผ่านมาด้วยขอบตาดำที่ดำเหมือนหมีแพนด้า ปากที่แห้งแตกจากอากาศที่ร้อนเขามองดาบที่เปลี่ยนเป็สีแดงส้มจากความร้อน เขาใช้คีมที่จับสองมือค่อย ๆ ลากดาบตรงหน้าไปชุบแข็งเป็ครั้งสุดท้าย
กายรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากถึงกับกลืนน้ำลายที่เหนี่ยวข้นอย่างต่อเนื่องเพราะความตื่นเต้น
ฟู!......
เสียงดาบที่จุ่มลงไปในสารชุบแข็งที่เรียกว่าน้ำมันมูลซี ซึ่งมันได้มาจากยางของต้นไม้มูลซีที่ราคาถังละ 10 ทอง (20 ลิตร)แต่แน่นอนว่ากายได้ใช้มันฟรี ๆ เพราะในโรงตีเหล็กไร้เวลามันคือของพื้นฐานที่สุด
หลังจากยกขึ้นมาตัวดาบกลับไปได้ดำหรือมีคาบอะไรเลยแม้แต่น้อยแต่มันกลับขาวสะอาดราวกับผ้าสีขาวที่เงางามสุด ๆ
“ข้าทำสำเร็จฮ่า ๆ ข้าทำสำเร็จ” กายมองดูมันด้วยสายตาที่สั่นเขารู้สึกว่าทุกอย่างที่ทุ่มเทลงไปนั้นมันคุ่มค่าอาการเหนื่อยล้าทั้งหมดเหมือนจะหายไปทันที
“ต้องใส่ด้ามให้มัน”กายรีบไปหาด้ามดาบซึ่งเขาเคยเห็นของพวกนี้จำนวนมากหลังจากค้นหาอยู่นานเขาก็เจอกับด้ามที่เข้ากันได้กับตัวดาบเพียงปัดฝุ่นเล็กน้อยและเก็บรายละเอียดพอเป็พิธีก็ได้ด้ามดาบดูเรียบง่าย แต่มันกลับไม่ได้ทำลายความงดงามของดาบเลยแม้แต่น้อย
กายมองดูดาบสีขาวเงินยาว1.5 เมตรด้วยสายตาที่ตกตะลึงในความสวยของมันดาบบริสุทธิ์มากจนสะท้อนเงาของเขาบนใบดาบ
ไม่มีอะไรสามารถทำให้มันหม่นหมองลงได้เขากลัวว่าคมของมันจะไม่คมดังนั้นจึงเอาไปลับอีกสองสามครั้งด้วยหินลับมีดเบอร์1,000กริท ตามด้วย 5000 กริท และปิดท้ายด้วยหินลับมีดความละเอียด 10,000กริททำให้มันคมมากจนแม้แต่เขาก็ยังไม่กล้ามองคมมันโดยตรง เพราะรู้สึกขนลุกแปลก ๆ(กริท คือความละเอียดของหินลับมีด)
‘นี่คือดาบของข้าแต่รูปร่างของดาบดูจะเหมาะกับผู้หญิงใช้มากกว่าแต่ว่ายังไงมันก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ข้าสร้างได้ละนะ’ เขาประคองดาบขึ้นมาด้วยความพอใจจากนั้นก็หาผ้าเก่า ๆ แถวนั้นมาพันมันไว้ แต่ดาบคมเกินทำให้ผ้าที่พันขาด
“เชี่ย! คมขนาดนี้เลยเหรอ”
กายไม่มีทางเลือกจึงเดินไปดูในโกดังอีกรอบก็เจอกับปลอกดาบไม้พุๆ จึงเอามันมาใส่ไว้ก่อน
‘คงต้องใช้เ้านี่ไปก่อนจากนั้นค่อยไปหาช่างไม้ ทำปลอกดาบดี ๆ สักอัน’
กายถือจับดาบขึ้นมาจากนั้นก็ใช้เศษผ้าที่ยังใช้ได้ผูกมันติดกับหลังและเดินออกไปจากโรงตีเหล็กกลับไปที่ห้องพักด้วยขอบตาที่ดำ
“หาว....เห้อ...”กาวหาวออกมาพร้อมกับหางตาที่มีน้ำตาเล็กน้อยพร้อมกับเซไปเซมาเพราะความง่วงนอน
จนทำให้เขาไม่ระวังไปชนเข้ากับกลุ่มของศิษย์ปี1 แต่ดูเหมือนโลกจะกลมเพราะคนที่เขาเดินชนคือคนของกลุ่มวิลเลียมและลูคัส
“โอ๊ะ...ขอโทษทีข้าไม่ได้ตั้งใจ”