The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 67 มาเยือนศูนย์บัญชาการอีกครั้ง

    บืนๆๆพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็ขับรถเข้ามาถึงเขตของศูนย์บัญชาการ จากสภาพที่เห็นเขาพบว่าอาณาเขตของศูนย์บัญชาการแห่งนี้มีการขยับขยายเพิ่มเติมจากเดิมมากพอสมควร.
    และจากการขยายอาณาเขตเช่นนี้แสดงว่าจำนวนคนภายในศูนย์บัญชาการต้องมีปริมาณเพิ่มขึ้นไม่น้อยอย่างแน่นอน ซึ่งมันอาจจะมากถึงหลายหมื่นคนด้วยซ้ำ
    และทิศทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป เป็นประตูทางด้านทิศตะวันออกของศูนย์บัญชาการทหาร ซึ่งเขาเคยมาแล้วในครั้งที่พาครอบครัวของเกรทมาส่ง
    ยิ่งระยะทางระหว่างพวกเขากับศูนย์บัญชาการขยับเข้าใกล้กันมากเท่าไหร่ ทัศนวิสัยที่เขามองเห็นยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งทำให้เขาสามารถมองเห็นบริเวณนั้นได้อย่างชัดเจนแม้ว่าระยะห่างของเขาจะมากถึง 10 กิโลเมตรก็ตาม
    จากที่เห็นเขาพบผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าที่เต็มไปด้วยผู้คน ไม่สิต้องบอกว่ามันเต็มไปด้วยพวกทหารตำรวจหลายร้อยนายยืนเรียงรายกันเป็นระเบียบพร้อมด้วยอาวุธครบมือ คุ้มเชิงอยู่บริเวณประตูทางเข้าศูนย์บัญชาการทหารเสียมากกว่า
    การคุ้มเชิงที่ดูจะแน่นหนาเกินกว่าเหตุนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการทราบข่าวการเคลื่อนไหวของทางเขาแล้วอย่างแน่นอน
    ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด แม้ปัจจุบันระบบสื่อสารทั้งทางดาวเทียมและอินเตอร์เน็ตจะถูกตัดขาดและอยู่ในช่วงซ่อมแซมบำรุงรักษาก็ตาม
    แต่การสื่อสารก็ยังไม่ได้ถูกตัดขาดไปหมดเสียทีเดียว เนื่องจากพวกเขาหันมาเลือกใช้วิทยุสื่อสารแทนไปก่อนชั่วคราว
    ด้วยเหตุนี้หลังคิลฟื้นสติขึ้นมามันจึงวิทยุติดต่อไปทางศูนย์บัญชาการทันที ทั้งแจ้งข่าวและคำพูดต่างๆของเขาให้กับหัวหน้าของมันฟัง รวมทั้งข้อเสนอของเขาด้วย ซึ่งนั่นก็ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วเช่นกัน
    ถึงแม้ว่าเขาจะพาคนติดตามมาด้วย ซึ่งนับรวมกันแล้วมีเพียงแค่ 3 คนเท่านั้นก็ตาม ทว่าท่าทีของเขานั้นกลับไร้ซึ่งความกังวลใดๆ แม้แต่น้อย กลับกันการเดินทางมาครั้งนี้ของเขานั้นแทบไม่ต่างจากการออกมาพักผ่อนเลยด้วยซ้ำ
    ทว่าทางเกรทและคิลกลับมีท่าทีตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคิลที่มันนั่งตัวเกร็งมาตลอดทาง ซึ่งนับตั้งแต่ที่พวกเขาขับรถออกมาเขาก็ยังไม่เห็นมันกระดิกตัวเลยแม้สักครั้งเดียว
    หืม แปลกคนจริงๆ
    สำหรับเกรทนั้นเท่าที่เขาสังเกตเห็นพบว่าเธอมีท่าทีที่กังวล โดยเฉพาะกับแววตาของเธอที่มักจะแสดงให้เห็นถึงความหวั่นวิตกต่อสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
    ยิ่งระยะทางหดสั้นเข้าใกล้ศูนย์บัญชาการมากเท่าไหร่ การแสดงออกของเกรทยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้นจนแทบไม่ต่างจากคนขี้หวาดระแวงแม้แต่น้อย
    "อย่าคิดมากเลยเกรท ทำในสิ่งที่ทำได้ก็พอ"
    "หากเลือกได้ ก็ไม่อยากให้เกิดการปะทะหรอกนะ"
    "แต่เกรท กลัวว่าทางนั้นจะไม่ยอมเหมือนกัน"
    หิหิ"พี่ก็ว่างั้น ไม่งั้นคงไม่ขนกันมาต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคลั่งขนาดนี้หรอกจริงมั้ย"
    "เอ่ะ"คำพูดของเขาทำให้ทุกๆคนพากันหันหน้าไปมองยังทิศทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป พบว่าบริเวณด้านหน้าศูนย์บัญชาการต่างเต็มไปด้วยกองกำลังร่วมหลายร้อยคน
    แต่ละคนต่างอยู่ในสภาพพร้อมรบสุดๆ ไม่หมดแค่นั้นพวกมันแต่ละคนต่างถืออาวุธสงครามครบมือ ยืนเรียงรายกันอย่างเป็นระบบระเบียบ ดูองอาจและกล้าหาญในเวลาเดียวกัน
    "เตรียมตัวกันด้วยละ นานะ สน""ครับ/คะ"
    ทั้งสองคนที่เขาพามาด้วย คนหนึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยเคลื่อนพลเร็ว สายโจมตี อีกคนคือหัวหน้าหน่วยกองกำลังที่ 3 แห่งหน่วยบุกทะลวง ทั้ง 2 ปัจจุบันล้วนมีระดับอยู่ที่ 20 ซึ่งถือว่าเป็นบรรทัดฐานเบื้องต้นสำหรับบุคคลที่จะถูกแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยได้
    ส่วนเกรทและคิลที่ได้ยินคำพูดของเขา ทั้งสองต่างตื่นตัวและเริ่มระแวดระวัง โดยเฉพาะคิลที่เริ่มกังวลว่าตนเองอาจจะไม่ปลอดภัย หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นมา
    ด้วยความที่อยู่คนละฝ่าย หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาตัวมันเกรงว่าด้วยสภาพพิการเช่นนี้ของมัน อาจจะทำให้มันมีโอกาสโดนลูกหลงไปด้วยก็ได้
    แต่สำหรับเขาคิดว่าต่อให้มันแขนด้วนไปข้าง ก็ไม่ได้หมายความว่าความสามารถของมันจะลดระดับลงจนทำสิ่งใดไม่ได้หรอกนะ
    ซึ่งไม่แน่ว่าระดับความสามารถของมันที่เหลืออยู่ในสภาพนี้อาจจะพอๆกับพวกหัวหน้าหน่วยของเขาเลยก็เป็นได้
    บืนๆๆๆๆ
    "หยุดรถ!!!"
    ชายฉกรรจ์สวมชุดและอุปกรณ์ครบมือ เดินมายืนเบื้องหน้าเส้นทางเดินรถของพวกเขา มันยกมือขึ้นเพื่อแสดงให้ทางเขาหยุดรถ ตามที่มันสั่ง
    "หยุดรถก่อนสน""ครับ"
    เอียดแอดดรถถูกจอดห่างจากตำแหน่งกองกำลังร่วม 500 เมตร เขาเปิดประตูรถเดินลงมา ด้วยท่าทางไม่ยี่หระกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้แม้แต่น้อย
    หากเขาลองมองย้อนกลับไปดูในรถจะพบว่าทุกๆคนไม่เว้นกระทั่งคนของเขาต่างมีสีหน้าและท่าทางที่ตึงเครียด พวกเขากำลังแสดงอาการให้เห็นถึงความหวั่นวิตกกับสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลเช่นนี้
    ตึกๆ
    แกรกๆๆๆๆๆปืนทุกกระบอกในบริเวณนั้นต่างถูกยกขึ้นและชี้ปลายกระบอกมายังตำแหน่งของเขาที่เดินเข้ามา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ยิ่งตึงเครียดเมื่อท่าทีของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดเกรงใดๆ
    "สวัสดีครับคุณไกร""ไม่คิดว่าจะให้เกียรติออกมาต้อนรับกันอบอุ่นขนาดนี้"
    เขาเดินลงมาหยุดยืนเบื้องหน้ากองกำลังติดอาวุธร่วมร้อยนายที่ออกมาต้อนรับกันอย่างพร้อมเพียง พร้อมกล่าวทักทายเสมือนคนคุ้นเคยกัน
    ทั้งๆที่ทั้งสองฝ่ายต่างพบเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แถมการเจอกันครั้งแรกยังเรียกว่าไร้ซึ่งความประทับใจกันอย่างสิ้นเชิง
    "หิ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน"ไกรเดินออกมายืนด้านหน้ากองกำลัง แล้วชี้นิ้วมาทางเขา พร้อมกล่าวคำพูดไม่สบอารมณ์ออกมา ด้วยท่าทีเดือดดาล ยิ่งมันเห็นสภาพพิการของคิล ตัวมันยิ่งสะเทือนใจ
    เพราะอะไรนะหรือ นั่นก็เพราะคิลคือหนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของมันที่มีฝีมือมากที่สุด แม้ว่ามันจะมีความสามารถเป็นรองเพียงเหล่าหัวหน้ากลุ่มต่างๆในศูนย์บัญชาการทหารแห่งนี้ก็ตาม
    แต่มันเองก็คาดไม่ถึงจริงๆว่า ระดับคิลยังพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วให้แก่ชายหนุ่มคนนี้ได้ แม้ว่าการเจอกันครั้งแรกระดับความสามารถของชายหนุ่มคนนี้ที่มันได้เห็นนั้นจะน่าหวาดหวั่นไม่น้อยก็ตาม
    ทว่ามันกลับไม่คิดฝันเลยว่าด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน ความห่างชั้นของคิลและชายหนุ่มคนนี้จะเทียบกันไม่ติด จนกระทั่งทำให้มันกระทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไป และผลกระทบนั้นก็ตกลงมาที่ลูกน้องของมันที่ได้รับความพ่ายแพ้ พร้อมทั้งเสียแขนไปข้างอย่างที่เห็นเช่นนี้
    "คิดจะเอายังไง"เขาปรับท่าทีใหม่เปลี่ยนบุคคลิกมาเย็นขาทันที พร้อมทั้งหันสายตาไปมองทางไกรและลูกน้องของมันที่ยืนเรียงรายกันอยู่ด้วยสายตาไร้อารมณ์
    ทว่าการกระทำของเขานี้แม้จะดูไร้พิษสง แต่มันกลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายกดดันอ่อนๆที่สะกดข่มคนของไกรให้ต้องหวั่นเกรง ซึ่งสังเกตได้จากใบหน้าของแต่ะคนที่ปรากฏหยาดเหงื่อขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
    แม้ว่าไกรจะมีอายุมากกว่าเขาเป็นสองเท่า ทว่าท่าทีที่เขาแสดงออกมานั้นกลับไร้ซึ่งความเคารพหรือนอบน้อมตามประสาคนอ่อนวัยกว่า
    เพราะด้วยความประทับใจครั้งแรกที่ได้เจอกันรวมทั้งการตัดสินใจของไกรที่สำหรับเขาแล้วมันช่างไร้ยางอายสิ้นดีนั้น ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจ จนเกิดเป็นความรังเกียจ และส่งผลให้เขารู้สึกว่าคนประเภทนี้ ไม่ควรค่าแก่การให้ความเคารพมากที่สุด
    แถมเหตุการณ์ครั้งนี้ยังกระตุ้นให้เขารู้สึกเดือดดาล จนอยากจะเข้าไปฆ่าพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าท่าทีที่เขาแสดงออกไปจะดูเหมือนไม่สนใจอะไร ทว่าลึกๆในใจของเขานั้นกลับพยายามอดทนอดกั้นความโกรธที่ใกล้จะปะทุจนสุดๆแล้วตังหากเล่า
    "หน่อยยย!!""ลดอาวุธลง!!""ตามมา"พรึบ
    กองกำลังเมื่อได้ยินคำสั่งการจากไกรทุกคนพลันลดอาวุธลงกันอย่างพร้อมเพียง ไม่เพียงแค่นั้นคำพูดที่ไกรกล่าวออกมายังแสดงเจตนาว่ามันยอมถอยไปก้าวหนึ่งจริงๆ
    แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่เพราะไกรยอมอ่อนข้อให้เขา ทว่าความกลัวตายต่างหากที่ทำให้มันต้องยอมฝืนกลืนความแค้นเอาไว้ ด้วยแรงกดดันที่เขาปล่อยออกมา ทำให้มันรู้สึกไม่ต่างจากยืนอยู่บนขอบเหว ที่หากผิดพลาดเพียงครั้งเดียวชีวิตของมันอาจจะจบสิ้นได้ภายในเสี้ยวพริบตา
    ส่วนกองกำลังของมัน เมื่อได้ยินคำสั่งผู้บัญชาการสั่งให้ลดอาวุธลง หัวใจของพวกมันพลันลิงโลดด้วยความดีใจ เพราะว่าหลังสิ้นคำสั่งให้ลดอาวุธ แรงกดดันที่พวกมันได้รับพลันมลายหายไปจนหมด จึงทำให้พวกมันทุกคนสามารถสูดลมหายใจเข้าปอดได้อีกครั้งในที่สุด

    "ถ้าไม่คิดจะอธิบาย""คงไม่จำเป็นต้องคุยกันแล้วละมั้ง"
    แทนที่เขาจะทำตามสิ่งที่ไกรกล่าว กลับกันเขาดันยืนนิ่งและเอ่ยคำพูดกวนๆกลับไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ที่แม้แต่นานะกลับสนยังตามไม่ทัน
    "กะ แก!!""หนอยย"
    "ฮืม""ผู้บัญชาการสูงสุดต้องการที่จะเจรจาด้วย"
    ไกรแสดงท่าทีขบฟันกรอดๆหันมาจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น ทว่ามันรู้ซึ้งดีถึงความแข็งแกร่งของชายคนนี้จากที่ได้เห็นมากับตารวมทั้งข่าวที่คิลได้แจ้งมาด้วย หากมันทำอะไรไปไม่คิด เกรงว่าคนทั้งหมดที่นี้จะตายกันจนเกลี้ยง และกระทั่งตายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
    เพราะฉะนั้นมันจึงฝืนระงับอารมณ์ของตัวเองลง แล้วหันมาพูดจาดีๆกับเขาแทน แม้ว่าคำพูดและน้ำเสียงของมันจะฟังดูแหม่งๆ ชอบกลก็ตามที
    "ฮืม""พูดแบบนี้""ค่อยน่าสนใจหน่อย"
    เขาไม่ได้มีท่าทีสนใจท่าทางกับคำพูดของไกรแม้แต่น้อย กลับกันเขาดันพูดสวนกลับไปเสมือนล้อเลียนท่าทีนอบน้อมและยอมอ่อนข้อลงของไกรอย่างขบขันแทน พร้อมๆกับผายมือเชิญให้ไกรนำทางตนเองไป
    "กรอด"ไกรที่เห็นท่าทางของเขา มันที่เสียหน้าและโกรธแค้นกลับทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีแล้วออกเดินนำไปอย่างไม่เต็มใจ

    หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสามคนรวมทั้งเกรทต่างพากันเดินตามไกรเข้าไปยังศูนย์บัญชาการกันอย่างพร้อมเพียง โดยมีกองกำลังร่วมร้อยนายเดินเรียงรายตามหลังกันมาอย่างเป็นระบบระเบียบ เสมือนกองกำลังกลุ่มนี้ถูกพามาเพื่อคอยคุ้มเชิงพวกเขาไม่ให้คิดที่จะเล่นตุกติกยังไงยังงั้น
    แต่มีหรือที่คนเพียงแค่นี้จะครณามือเขาได้
    หิหิ
    End