ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 66 : ความกล้าหาญของคนขี้ขลาด

    'ไอ้เด็กนี่มีความผิดปกติ ใบหน้าซีดขาว ดวงตามีกังวลแม้จะพยายามยิ้ม นี่เป็นลักษณะของคนที่ดูฝืนทำ'


    คิดแบบนี้เซี่ยซีหานสำรวจทั่วตัวเด็กชายทันที


    ร่างเด็กชายดูมีเหงื่อหลั่งมากกว่าปกติ ลำคอของมันมองดีๆ เห็นเหมือนมีรอยบีบของมืออย่างแรง แขนเจ้าเด็กนี้ก็มีรอยช้ำเป็นจ้ำ... แม้เด็กชายจะพยายามซ่อนด้วยเสื้อแขนยาว แต่ก็มีบางจุดที่เลยเสื้อออกมา แสดงให้เห็นว่า เด็กชายมีปัญหาอย่างแรง แต่เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเซี่ยซีหาน เขากลับฝืนยิ้มและทำดูเหมือนปกติ ดวงตาของเด็กชายฉายแววเฉลียวฉลาดได้เป็นอย่างดี


    ดวงตาของเซี่ยซีหานปรากฏวงเวทย์ เขามองสำรวจตรอก ซอกซอยต่างๆ ที่อยู่ในระยะสายตาอย่างละเอียด เซี่ยซีหานมองเห็นคนชุดคลุมกำลังมองมาทางเขาและเด็กชาย เซี่ยซีหานเริ่มคาดการณ์อะไรบางอย่าง


    ในชีวิตของเซี่ยซีหาน ตัวเขานั้นขี้ขลาด แต่ก็มักมีเรื่องประหลาดที่แม้แต่ตัวเซี่ยซีหานก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง คือ ทุกครั้งที่เมื่อตัวของเซี่ยซีหานต้องการปกป้องอะไรสักอย่าง แม้ใจของเขาจะกรีดร้องให้ตัวเขาเองหลีกหนีจากปัญหา แต่ขาของเขากับเดินเข้าหาปัญหาอย่างไม่รู้ตัว


    "เจ้าชื่ออะไร" เซี่ยซีหานถามเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ แต่แอบแฝงความประหลาดใจเล็กน้อย


    เด็กชายที่มีดวงตาที่ดูเฉลียวฉลาดอายุราว 10 ถึง 12 เขารีบยิ้มและแนะนำตัวเอง มือของเด็กชายตบไปที่อกตัวเองเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ "คุณชายข้าชื่อจื้อเพ่ย ท่านอาจจะไม่รู้อะไร ข้าคือชายที่สามารถแนะนำสมุนไพรชั้นยอดให้ท่านได้ ในราคาส่วนลดมากกว่า 2 ใน 10 ส่วน นอกจากนั้น สมุนไพรใดๆ ที่ท่านต้องการ ข้าจื้อเพ่ยก็มีเส้นสายหาให้ท่านได้มาโดยง่าย ดูจากการแต่งตัวของคุณชาย ท่านน่าจะเป็นพ่อบ้านหรือข้ารับใช้ของนายท่านผู้มีเกียรติสักคน คุณชายท่านลองคิดดู หากท่านสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูกกว่าปกติถึง 2 ใน 10 ส่วน ท่านจะ..."


    พูดถึงตรงนี้จื้อเพ่ยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเป็นอันรู้กัน สื่อเป็นความว่า... เอ็งอุบอิบเจ้านายเอ็งได้ถึงสองส่วนเลยนะโว้ย... ถ้ามากับข้า นี่มันช่าง... เป็นอุบายของโจรชั้นต่ำหรือคนขายตรงที่น่ารังเกียจจริงๆ


    แต่เซี่ยซีหานกับได้แต่หัวเราะในใจ คิดไปว่าไอ้เด็กนี่ไม่ได้เห็นสง่าราศีของมัน ที่เป็นหนุ่มหล่อสูงสง่า แต่เจ้าเด็กจื้อเพ่ยมันดันเข้าใจผิดว่าเซี่ยซีหานเป็นข้ารับใช้ของใครสักคนที่มีฐานะดี


    แต่ความเข้าใจผิดของเด็กชายจื้อเพ่ยก็ไม่นับว่าผิด เสื้อผ้าของเซี่ยซีหานนั้นดูราคาถูกและธรรมดามาก


    ธรรมดาจนเจ้าของร้านสมุนไพรห้าร้าน แทบจะคิดว่ามันเป็นลูกค้าธรรมดา ถ้าไม่ติดว่ามันมีโทเคนของผู้มีเกียรติของอาณาจักร เซี่ยซีหานก็คงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีดุจราชา


    เซี่ยซีหานมองไปมุมไกล มันเห็นชายที่กำลังจ้องมองมัน สุดท้ายเซี่ยซีหานก็ตัดสินใจตกหลุมพรางโง่ๆ นี่


    ปกติเซี่ยซีหานไม่ชอบความวุ่นวาย หรือเข้าไปเสี่ยงกับปัญหา แต่ในใจลึกๆ ของเซี่ยซีหานรู้สึกว่า หากวันนี้มันละเลยเด็กชาย มันอาจจะรู้สึกผิดกับตัวเองตลอดไป เซี่ยซีหานเป็นคนที่รังเกียจความรู้สึก ที่ตัวเองต้องทำผิดต่อคนอื่นมากที่สุด


    และเพราะแบบนั้นในชีวิตเก่า เมื่อพ่อแม่ของเซี่ยซีหานได้เสียชีวิตไป เขาจึงได้ทุ่มเททุกอย่างให้กับน้องสาว


    นั่นเพราะว่าทุกๆ ครั้ง ที่เขานึกถึงพ่อและแม่ และพบว่าตัวเองมักขี้บ่นและด่าว่าพวกท่านในใจ และทำตัวเกียจคร้านในการงานทุกอย่างที่ท่านร้องขอ รั้งรอด้วยคำว่า 'เดี๋ยว' มันจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้


    แต่ตัวเซี่ยซีหานกลับไม่ได้ทำอะไรเลย ในช่วงอายุ 14 - 17 เขาคือชายหนุ่มที่จมอยู่กับความล่อตาล่อใจของเครื่องเล่นเกม หนังสือการ์ตูน หญิงสาวที่ไม่เคยปรากฏตัวอยู่ในชีวิตจริง แต่อยู่ในมือถือที่เซี่ยซีหานเห็นพวกเธอได้แต่ในมือถือ ผ่านเว็บบล็อกและเว็บวิดีโอบล็อกส่วนตัวที่แสนวุ่นวาย และมีแต่เรื่องไร้สาระของพวกเธอ เขาคิดว่านี่คือชีวิตที่ยอดเยี่ยม


    แต่สุดท้ายเซี่ยซีหานกลับพบว่า ในวันที่เขาได้เสียพ่อกับแม่ เขาเป็นแค่ชายที่น่ารังเกียจที่รั้งรอทุกอย่าง ผัดวันประกันพรุ่งด้วยคำว่า 'เดี๋ยว' จะทำสิ่งนั้นจะทำสิ่งนี้ แต่เขากลับไม่เคยทำสิ่งที่น่าภูมิใจให้พ่อกับแม่ของเขาได้เห็นเลยสักครั้ง


    การกิน เล่น นอน คือความเจ็บปวดของเซี่ยซีหาน ในวันที่เขายังเป็นวัยรุ่น


    แต่ตั้งพ่อและแม่ได้จากเขาไป เซี่ยซีหานก็ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นอีกเลย... แต่มันก็สายไปแล้ว ทุกสิ่งไม่อาจจะเรียกกลับคืน


    และการที่เซี่ยซีหานสูญเสียสิ่งสำคัญนี้ไป เขาจึงได้เปลี่ยนตัวเอง แม้พ่อและแม่ที่จากไปจะไม่ได้เห็น แต่เซี่ยซีหานเชื่อว่า นี่คือสิ่งที่พวกท่านจะภูมิใจ


    'ความกล้าหาญของคนขี้ขลาด'


    ...


    ช่วงบ่ายวัน แสงอาทิตย์ส่องฉายผ่านรอดต้นไม้ใหญ่ไหวเบาๆ ต้นแล้วต้นเล่า เซี่ยซีหานถูกเด็กชายจื้อเพ่ย พาออกนอกตัวเมืองที่แนวเขาที่มีป่าหนา


    แต่... ฟุดฟิด ฟุดฟุด


    ก่อนที่จะเขาเขตป่าหนาที่สุด ร่างของเซี่ยซีหานก็จำต้องหยุดเดิน กลิ่นคาวเลือดและซากศพเหม็นที่คุ้นเคย โชยเข้ามาที่ปลายจมูกของเขาชัดจริงๆ


    จื้อเพ่ยเด็กชายรับรู้ว่า เซี่ยซีหานสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว เขาตะโกนเสียงดังพร้อมวิ่งหนีไปที่พุ่มไม้หนาด้านหนึ่ง


    "นายท่าน ข้าพาเหยื่อมาให้ท่านแล้ว"


    จื้อเพ่ยเด็กชายแม้จะวิ่งเร็วอย่างไร สำหรับเซี่ยซีหานนั้น ก็แสนเชื่องช้า ใต้พุ่มไม้หนา เซี่ยซีหานเห็นสายตาสั่นระริกของเขา และปากขยับเบาๆ ที่แม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่เซี่ยซีหานก็อ่านริมฝีปากของเด็กชายได้คำว่า


    'พี่ชายข้าขอโทษ พี่ชายข้าขอโทษ โปรดให้อภัยข้าด้วยเถอะ'


    ทิศทางจากกลิ่นซากศพเหม็นอันคละคลุ้ง เซี่ยซีหานมองไปยังทิศทางนั้น เขาเห็นกลุ่มชายร่างใหญ่เดินออกมาจากพุ่มไม้หนา เสื้อผ้าของแต่ละคนยังมีร่องรอยของเลือดเปรอะอยู่ แต่ละคนมองเซี่ยซีหานด้วยสีหน้ายียวน


    ด้วยดวงตาเวทย์แห่งวิหครุ่งอรุณ เซี่ยซีหานมองผ่านพุ่มไม้หนาและแสงเงาดำทึบ จากการโดนกิ่งใบของต้นไม้ใหญ่บดบังได้อย่างชัดเจน ด้านหลังกลุ่มชายร่างใหญ่เหล่านั้น มีศพหลายศพนอนระเกะระกะอยู่


    สภาพของศพเหล่านั้นดูเหมือนไม่มีใครตายดีเลย บ้างก็ถูกดึงเล็บ บ้างก็ถูกตัดนิ้ว แม้แต่ศพที่ถูกตัดคอ หลายๆ ศพ ลูกตาก็หายไป ช่างเป็นการตายอย่างทรมานจริงๆ


    "พี่ชายข้า ข้าแค่ผ่านทางมาเพื่อหาซื้อสมุนไพรเท่านั้น หาพี่ชายไม่ว่าอะไร ข้าน้อยยุ่นอี้ขอตัวนะขอรับ" เซี่ยซีหานแสร้งพูดน้ำเสียงสั่นกลัว


    เหล่าชายร่างใหญ่มองเซี่ยซีหานอย่างเยาะเย้ย ก่อนชายที่ดูโหดเหี้ยมที่สุดจะพูดขึ้น


    "ไอ้หนุ่มเสียใจด้วยเรื่องซื้อสมุนไพร ความโง่และความโลภเล็กๆ อันงี่เง่าของเจ้า พาให้เจ้ามาสู่จุดจบตรงนี้ ดูเหมือนว่าวันนี้เจ้าจะหาซื้อสมุนไพรไปหลายหมื่นเหรียญเหล็กนิ เจ้านายของเจ้าคงจะร่ำรวยไม่น้อย..."


    ในขณะที่โจรพูดถึงตรงนี้ เซี่ยซีหานก็พูดขัดอย่างร้อนรน


    "พี่ชาย... พี่ชายทั้งหลาย ท่าน... ท่านอยากได้อะไรก็เอาไป ข้า ข้าขอเพียงข้ากลับไปอย่างมีชีวิตได้ก็พอ"


    "ถุ้ย เจ้าคิดว่าพวกข้าโง่เหมือนเจ้างั้นรึ ถ้าข้าปล่อยเจ้าไป ปัญหาก็คงตามหลังพวกข้ามามากมาย" กล่าวจบเหล่าชายร่างใหญ่ก็พยักหน้าให้กัน


    ชายร่างใหญ่สุดมองไปทางเด็กชายจื้อเพ่ย มันยิ้มเยาะและหัวเราะในคอก่อนพูด "วันนี้เจ้าทำได้ดี ข้าจะให้ข้าวดีๆ กับเจ้ากินละกัน"


    เซี่ยซีหานเข้าใจเด็กชายจื้อเพ่ยมากขึ้นอีกนิด มันเหล่สายตามองเด็กชายครู่สั้น ก่อนดึงสายตากลับมา


    และแสร้งพูดประโยชน์หนึ่งอย่างร้อนรน


    "พี่ชายท่านรู้อะไรไหม นายข้าเขาเป็นถึงนักรบผู้มีตราสัญลักษณ์สามดาบบนอกซ้าย พวกท่านไม่รู้หรอกว่า นายข้าแข็งแกร่งขนาดไหน หากเขารู้ว่าท่านขโมยสมุนไพรของเขาไป พวกท่านจะต้องเดือดร้อนและอาจจะตายทั้งหมด แต่ถ้าท่านปล่อยข้าไป ข้าจะทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น"


    ชายร่างใหญ่กลุ่มโจรหัวเราะกันแทบจะทั้งหมด ราวกับเจอคนโง่แบบนี้มาไม่มาก


    ชายร่างใหญ่สุดดึงมีดออกมา จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงไร้กังวล ใบหน้ามันเหี้ยมเกรียม ระหว่างพูดชายร่างใหญ่เอาใบมีดที่มีเลือด แตะสัมผัสลิ้นของมัน


    "ฮะฮาฮ่า ไอ้หนูเจ้าคิดว่า พวกข้าจะกลัวเจ้านายของเจ้าที่เป็นเพียงนักรบสามดาบงั้นรึ เจ้ารู้อะไรหรือไม่ว่า หัวหน้าของพวกข้าคือใคร เขาคือ 'โหย่งเต๋อ' นักรบสี่ดาบแห่งกองกำลังดาบเถื่อน เมื่อเจ้านายเจ้ารู้แบบนี้ เจ้าคิดว่า... เจ้านายของเจ้าจะมีปัญญาทวงทรัพย์จากนายของข้าโหย่งเต๋อได้อีกเหรอ"


    ดวงตาของเซี่ยซีหานมีแววตาประหลาด มุมปากไม่อาจจะปกปิดรอยยิ้ม


    "พี่ชายข้าขอถามท่านอีกเรื่องได้ไหม"


    "อะไร..."


    "พวกท่านชอบตายเป็นศพแบบไหน..." แววตาของเซี่ยซีหานเปลี่ยนไป จากสั่นระริกอย่างร้อนรน เป็นเย็นชาจนน่ากลัว

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน