" เคล็ดวิชาผลาญสุริยันนี้ จะเพิ่มพูนศักยภาพของกายาให้แข็งแกร่งหลายเท่าตัว ในขณะที่เปิดที่เปิดใช้งาน "
" แต่ต้องแลกกับปราณพลังที่แห้งเหือดลงอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อเคล็ดวิชาผลาญสุริยันถูกเปิดใช้ "
" ปราณพลังทั่วร่างจะแปรเปลี่ยนกลายเป็เกราะกายที่แข็งแกร่ง เป็พลังโจมตีที่ทรงพลานุภาพ "
" สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ห้าถึงสิบเท่า ขึ้นอยู่กับสภาวะของผู้ใช้ในขณะนั้น "
" แลที่สำคัญมีข้อจำกัดในเื่ของเวลา เมื่อเปิดใช้งานแล้วเคล็ดวิชาผลาญสุริยันนี้จะมีเวลาสองเค่อ ในการคงสถานะสูงสุด "
" ข้าอยากให้ผู้มีวาสนาได้รับมัน แต่ข้ามิอยากให้ผู้มีวาสนาใช้ออกอย่างพร่ำเพรื่อ เพราะมันจะสูบกลืนอายุขัยของผู้ใช้งาน "
" เพราะเคล็ดวิชาผลาญสุริยันนี้เป็วิชาต้องห้าม จำเป็จึงเปิดใช้ "
หานลี่ถึงกับสะ้ทานทั่วร่าง เมื่อครุ่นคิดว่าในโลกนี้มีวิชาที่ยอดเยี่ยมแลเป็อันตรายถึงชีวิต
" แต่หากมีไว้ ย่อมดีกว่ามิมีสิ่งใด " หานลี่พึมพำ
หานลี่มองยังตัวอักษรที่เลือนลาง แลซึบซับเอาทุกตัวอักษร
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม หานลี่ถอนจิตออกจากจารึกโบราณ
" ต้องออกตามหาสมุนไพรอีกหลายชนิด " หานลี่พึมพำ
" ในตำราสุมนไพรระบุไว้ว่า สมุนไพรเหล่านี้ล้วนแล้วเป็สมุนไพรที่หาได้ยาก " หานลี่พึมพำ
" มิเห็นจะยากขอเพียงมีเงิน " หานลี่พึมพำ
หานลี่หยัดกายลุกยืน แลโค้งศีรษะให้แก่จารึกโบราณ
ชายหนุ่มเดินออกจากตำหนัก แลมองจ้องยังชายชรา
" ตายแล้ว " หานลี่ส่ายหน้าอย่างช้าๆ
" ต้องโง่งมเพียงใด จึงตกตายลงที่นี่ " หานลี่พึมพำ
" เมื่อรู้ว่าไปต่อมิไหวใยมิถอยออก " หานลี่ส่ายหน้าช้าๆ
" ไป " หานลี่ทะยานร่างลงไปตามบันได
เมื่อมาถึงร่างชรา หานลี่เร่งค้นร่างของชายชราอย่างรวดเร็ว
" มีหินฟ้าดินสามร้อยก้อน แลสมบัติอีกเล็กน้อย " หานลี่พึมพำ
หานลี่เก็บร่างของชายราไว้ในแหวนมิติ แลทะยานร่างออกจากขั้นบันไดอย่างรวดเร็ว
หานลี่มุ่งหน้าเข้ายังป่าลึก เขาเองพยายามหลบเลี่ยงผู้คน เพราะมิอยากมีเื่กับผู้ใด
หากพลั้งมือสังหารคนจากตระกูลใหญ่หรือสำนักใหญ่ๆแล้ว ชีวิตคงลำบาก
ราวห้าชั่วยามที่ทะยานร่างอยู่ ระหว่างทางมีสัตว์อสูรมากมายที่เข้ามา หานลี่ทำการสังหารแลเก็บเกี่ยวอย่างช่ำชอง
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ที่ริมน้ำ สองตากวาดมองทั่ว
" พักที่นี่แล้วกัน " หานลี่พึมพำ พลางเร่งก่อไฟ แลนำเนื้อพยัคฆ์ขาวออกมาย่าง
หานลี่ครุ่นคิดถึงสวีอวี้ซวง แลคำพูดของผู้บิดาของนาง เขาพลันถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" มิง่ายเลยที่จะพบพานกับสาวงามที่มีใจให้ " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มวาดอักษรลงบนฝ่ามือซ้าย " คลาย " เมื่อวาดเสร็จ เขาใช้มือฝ่ามือซ้ายตบเข้าที่กลางอก
" วู๊มมม " มวลอากาศรายรอบพลันบิดเบี้ยว
หานลี่คิ้วขมวด เพราะเขามิได้รับรู้ถึงเื่ราวของชาวยุทธเลย คล้ายกับเป็เพียงคนธรรดาสามัญ ไร้ปราณพลัง ไร้ััพิเศษ
หานลี่นำสุราหมักออกมา แลดื่มกินคู่เนื้อพยัคฆ์ขาวย่าง
หลังจากดื่มกินจนเมามาย หานลี่นึกครึ้มถึงนางในดวงใจ
" มิรู้ว่าข้ามีใจให้นางั้แ่เมื่อใด เพราะอยู่คู่เคียงกายกันมิกี่วัน " หานลี่พึมพำ
หานลี่วาดอักษรลงยังฝ่ามือซ้าย แลโยกตัวไปมา
" แสงจันทร์ฉายสาดส่อง ตกกระทบริมโค้งน้ำ "
" โฉมงามทุกข์ระทม เฝ้ามองจันทร์อย่างเดียวดาย "
" ยกจอกดื่มด่ำร่ำสุรา ใจอาวรณ์ยากหลับใหล "
" ถามคู่ร่วมเรียงใต้เงาจันทร์ ใยเล่าจึงแค้นเคือง "
เสร็จสิ้นการร่ายบทกวี หานลี่เร่งตบฝ่ามือซ้ายลงกลางอก
พลันได้ยินเสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทิศ ทั้งบทกวีที่เขาร่ายดังก้องอยู่ในโสต
" เป็เช่นนี้นี่เอง " หานลี่พึมพำ
" มิน่าเชื่อว่า ร่างกายของข้าจะมีสิ่งมหัศจรรย์แฝงอยู่ ทั้งยังทรงพลังยิ่ง แลจับต้องสิ่งใดล้วนกลายเป็สิ่งล้ำค่า " หานลี่พึมพำ
" เหมือนดั่งว่ามิใช่ร่างกายของข้า " หานลี่พึมพำ พลางยกจอกสุราขึ้น
" อึก " สุราหมักไหลลื่นลงคอจนหมดจอก
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" พี่หาน " สวีอวี้ซวงยืนพิงหน้าต่างในห้องของตน
ั์ตาหงส์มองยังจันทราที่สาดแสงนวลเหลืองปกคลุมทั่วแดนดิน
" ข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก " นางพึมพำ
" บทกวีเมื่อครู่คงเป็บทกวีแทนใจของท่านใช่รึไม่ " สวีอวี้ซวงพึมพำ
ั์ตาหงส์พลันแดงก่ำหยาดน้ำตาไหลหลั่งอาบย้อมพวงแก้มจนเปียกปอน
สวีอวี้ซวงหยิบตุ๊กตาหงส์์ออกมาดู พลางใช้นิ้วเรียวดั่งลำเทียนลูบไล้ทั่ว
หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อแสงตะวันสาดส่องโลมเลียทั่วร่าง เขาเร่งชันกายลุกนั่ง สองตากวาดมองทั่ว
" สัตว์อสูร " หานลี่พึมพำ
" เหตุใดพวกมันมิจู่โจม รึว่าภาพัแผ่กลิ่นอายออก " หานลี่พึมพำ
" น่าจะเป็เช่นนั้น " หานลี่พึมพำ เขาหยัดกายลุกยืน แลเก็บข้าวของ
ชายหนุ่มเดินไปยังริมน้ำ พลางย่อตัวลง แลเร่งล้างหน้าอย่างรวดเร็ว
" ไป " หานลี่ทะยานร่างพุ่งข้ามแม่น้ำอย่างรวดเร็ว
" โฮกก " สัตว์อสูรในป่ากู่ร้องคำรามดังสนั่นลั่น
" ครืนน " เพลิงโทสะของพวกมันแผ่ออกอย่างบ้าคลั่ง
" หึ " หานลี่แสยะยิ้มออกมา พลางมองจ้องยังเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายที่เรียงขวางทาง
" มา " หานลี่สะบัดมือออกเรียกขวานผ่าฟืนออกมา
" วู๊มม " มวลอากาศรายรอบพลันเบี้ยวบิด
" ตัวใดจะเป็รายแรก " หานลี่เอ่ยออกมา
แม้นจะทำทีเป็ใจกล้า แต่แท้จริงแล้วเขาหวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง เพราะจำนวนที่มากมายของสัตว์อสูร
" แท้จริงแล้วข้าเข้ามาที่เพื่อสิ่งใด " หานลี่พึมพำ
" เห็นอยู่ว่านี่เป็ถิ่นของสัตว์อสูร ทั้งหากเข้าไปลึกกว่านี้เห็นที จะพบเจอกับสัตว์อสูรตัวใหญ่ขั้นฝึกสูง " หานลี่พึมพำ
" เช่นนั้นแล้ว " หานลี่พึมพำ
เขาผินกายกลับแลทะยานร่างออกจากป่าข้ามแม่น้ำ กลับไปยังเขตของมนุษย์อย่างรวดเร็ว
" ตูมม " เสียงะเิดังสนั่นลั่นแดนดิน
" ครึกครัก " ผืนพาราสั่นะเืเลื่อนลั่น
" ครืนน " แรงสันะเืทะยานออกกว้างไกลกลืนกินแดนดินไปหลายลี้
ชายหนุ่มรั้งกายไว้ พลางกวาดตามองหาสิ่งที่เกิดขึ้น
ฝูงชนมากมายต่างพุ่งทะยานไปยังูเาลูกหนึ่ง เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มมิรอช้าเร่งทะยานร่างตามติด
เขาลอบสังเกตเหล่ายอดยุทธ " โดยมากแล้วอยู่ที่ขั้นหลอมรวมิญญา " หานลี่พึมพำ
" มีขั้นหลอมรวมฟ้าดินอยู่หนึ่งในสิบ " หานลี่พึมพำ
" ทั้งขั้นหลอมรวมฟ้าดินยังเป็เหล่าชายชรา ที่คาดว่าน่าจะมาพิทักษ์เหล่าอนุชน " หานลี่พึมพำ
เขาทะยานร่างตามอยู่ห่างๆ จนในที่สุดก็ถึงจุดหมาย
สองตาของหานลี่พลันเบิกกว้าง เมื่อพบพานเข้ากับหลุมใหญ่
" หลุมนี้ใหญ่โตยิ่งนัก น่าจะกว้างราวสิบลี้ได้ " หานลี่พึมพำ
" แต่ความลึกนี่มิรู้ " หานลี่พึมพำ
หานลี่สืบเท้าเดินเข้าหาหลุมใหญ่อย่างเชื่องช้า เพื่อจะมองว่าหลุมั์ลึกเพียงใด
" ไอ้หนูรู้รึยังว่าลึกเพียงใด " ชายชราร้องถาม
" ยัง " หานลี่ร้องออกไป
" มันจะไปยากอันใด " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้าหา
" ไอ้สวะ " ชายหนุ่มผู้นั้นร้องเรียก
หานลี่ผินกายมองยังชายหนุ่ม " มีอันใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
ชายหนุ่มยกเท้าถีบเข้ากลางอกของหานลี่เต็มแรง
" อ่อค " ร่างของหานลี่ปลิวลอยไปตามแรงถีบร่วงหล่นลงไปในหลุมั์
" เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าลึกเพียงเพียงใด " ชายหนุ่มยกเท้าของตนขึ้นพลางใช้มือปัดฝุ่นรองเท้าของตน