การทดสอบผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เข้าร่วมการทดสอบ แต่กลับพบคนที่มีพรสวรรค์เพียง แค่ 2 คนเท่านั้นในตอนนี้ทำให้นิกายที่มารับสมัครนั้น กำลังมองหน้ากัน ว่าใครจะได้รับสมัคร 2 คนที่มีพรสวรรค์
“พวกท่านไม่ต้องนั่งมองหน้ากันขนาดนี้หรอก ข้าก็กล่าวไปแล้วเราจะทำตามกฎ ต่อให้พวกท่านนั่งมองหน้ากันนานแค่ไหนหาก เด็กคนนั้นไม่เลือกพวกท่านก็อดอยู่ดี” หว่างโป้กล่าวออกมาและเดินไปทางหลินฝานในทันที
หลินฝานที่ที่กำลังมองการทดสอบอยู่ด้านบน กำลังตัดสินใจว่าเขาจะลงไปทดสอบด้วยดีหรือไม่เพราะในตอนนี้ระดับพรสวรรค์ของหลินฝานนั้น เป็นระดับตำนานส่วนระดับของหลินฝานนั้นสูงเกินกว่าดาวดวงนี้จะรับไหว ระบบจึงทำการระงับระดับขั้นของหลินฝานเอาไว้ชั่วคราวหากไม่อย่างนั้น ดาวดวงนี้อาจจะพัฒนาผิดพลาด ไปได้
“ท่านหลิน วันนี้ท่านไม่ไปทดสอบกับเขาด้วยอย่างงั้นหรอ” หว่างโป้ที่เดินมาถึงกล่าวถามหลินฝานในทันที
“ข้ากำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะไปทดสอบดีหรือไม่ แต่น้องสาวของข้านั้น จะลงไปทดสอบแน่นอน เพียงแต่ข้าขอสอบถามเรื่องนิกายทั้งหมดที่มา จะทราบว่าท่านหว่างจะแนะนำนิกายให้น้องสาวข้าจะได้หรือไม่” หลินฝานกล่าวออกมา
“โอ๋ ได้แน่นอนเรื่องแค่นี้ สบายมาก ท่านรู้พรสวรรค์ของน้องสาวทานหรือไม่ ข้าจะได้แนะนำนิกาย ที่ดีสำหรับพรสวรรค์ของเธอ” หว่างโป้กล่าวถามออกมา
หลินฝานมองไปยังหลินปิงในทันทีหลังจากที่หลินโป้กล่าวถามพร้อมกับ พยักหน้าให้หลินปิงและชิวเหยียน (จำชื่อเพื่อไม่ได้ เปลี่ยนชื่อใหม่เลยละกันนะครับ) เพื่อนของหลินปิงออกมา
“คนนี้น้องสาวข้า ชื่อหลินปิง ส่วนคนนี้เพื่อนน้องสาวข้า น้องสาวข้าอีกคนนั้นละ ชื่อชิวเหยียน พวกเธอสองคนนั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสีเหลืองทั้งคู่ ข้าก็เลยไม่อยากให้พวกเธอทั้งสองลงไปททดสอบก่อน จึงมาปรึกษาท่านนี้ละ” หลินฝานกล่าวออกมาพร้อมกับแนะนำน้องสาวทั้งสองให้หว่างโป้ แต่เมื่อหว่างโป้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของทั้งสอง ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที เพราะหว่างโป้คิดถึงรางวัลที่เขาจะได้หากมีสองคนนี้และระดับพรสวรรค์สีเหลืองเป็นรองเพียงระดับตำนานเท่านั้น
“ที่ท่านกล่าวออกมานั้นเป็นความจริงหรือไม่ หากมันเป็นความจริง ข้าก็มีนิกายที่จะแนะนำท่านอยู่ เพียงแต่นอกกายที่ข้าจะแนะนำนั้นท่านไม่สามารถเข้าไปในนิกายได้เพราะนิกายรับแต่สาวกหญิงเท่านั้น” หว่างโป้กล่าวออกมา
หลินฝานที่ได้ยินนั้น กลับไม่ตกใจอะไรเพราะหากเขาไม่สามารถเข้าร่วมนิกายเดียวกับน้องสาวได้ เขาก็ไปเขาอีกนิกายจะเป็นอะไรไป เพียงแต่น้องสาวของหลินฝานนั้น ติดซูอ้าวเป็นอย่างมากแทบจะอยู่ไม่ห่างกันเลย เรื่องนี้หลินฝานจะให้หลินปิงเป็นคนตัดสินใจเอาเอง
“ข้านะไม่มีปัญหาเรื่องนี้หรอก เพียงแต่น้องสาวข้านั้นมีความรัก จึงไม่คิดว่าเธอจะทนความห่างไกลได้นะสิ ข้าก็เลยจะให้นางเป็นคนตัดสินใจ” หลินฝานกล่าวออกมาและหันหน้ามองไปยังหลินปืงในทันที
“ท่านพี่ไม่ต้องมาถามข้าหรอก ข้าจะอยู่นิกายเดียวกันกับซูอ้าวเท่านั้น” หลินปิงกล่าวออกมา
หลินฝานที่รู้คำตอบอยู่แล้วทำได้แค่เบ้ปากเท่านั้น
“ก็ตามที่นางกล่าวออกมานั้นละ ข้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ท่านมีนิกายอื่นจะแนะนำอีกหรือไม่” หลินฝานกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
“เอ่อจะมีก็มีนั้น แต่อาจจะไม่ดีเท่านิกายที่ข้าจะแนะนำในตอนแรกนะสิ” หว่างโป้กล่าวออกมา
“ไม่เป็นอะไรหรอก เพียงแค่ให้น้องสาวข้าได้ประสบการณ์ในการอาศัยอยู่ที่นิกาย และเข้าสังคมก็พอแล้ว ส่วนเรื่องการฝึกตนนั้นข้าบอกได้เพียงในที่นี้ ไม่มีใครสามารถทำอะไรพวกเธอทั้งสองคนได้หรอก” หลินฝานกล่าวออกมา
“หืม ท่านว่าอย่างไรนะ จริงหรือที่ว่าดาวดวงนี้ไม่มีใครสามารถต่อกรพวกเธอได้นะ” หว้างโป้กล่าวถามย้ำออกมา
“ไม่ใช่ดาวดวงนี้ แต่เป็นในตอนนี้” หลินฝานกล่าวออกมาและหันหน้าไปทาง ผู้อาวุโสนิกายทั้ง 20 คน ทำให้หว่างโป้รับรู้ได้ทันทีว่าหลินฝานหมายถึงอะไร
“นี้ท่านอย่าล้อเล่นแบบนี้สิ ผู้อาวุโส ที่มานั้นอาจจะไม่แข็งแกร่งแต่พวกเขาทุกคนนั้นอยู่เซียนขั้นต่ำ กันทั้งนั้น หากจะให้กล่าวออกมานั้น พวกเธอยังเด็กเกินไปที่จะไปถึงระดับนั้น” หว่างโป้กล่าวออกมาคิดว่าหลินฝานพูดเล่น