ตอนที่ 85 ร่มปกปักหทัย
“การประมูลของเราได้ดำเนินมาเกินครึ่งทางแล้วนะครับ” พิธีกรชายพูดขึ้น เขาหันไปมองผู้เข้าร่วมประมูลมากมายที่รายล้อม น่าแปลกที่ถึงแม้จะจัดงานมาหลายชั่วโมงแล้วแต่กลับไม่มีผู้ใดลุกออกจากงานก่อนเวลาแม้แต่น้อย
บรรยากาศกำลังคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง การเผยโฉมของสมบัติวิเศษล้ำค่ามากมายทำให้เหล่าผู้เข้าร่วมต่างเฝ้ารอดูว่ากลุ่มการค้าอิสึกะจะนำสิ่งใดมานำเสนอต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
“ทางเราต้องขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างมากที่ให้ความสนใจงานประมูลของกลุ่มการค้าอิสึกะเช่นนี้ พวกเราย่อมไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังสำหรับสมบัติในช่วงหลัง” พิธีกรหญิงพูดด้วยรอยยิ้ม เหล่าผู้เข้าร่วมต่างนั่งหลังตรงกันอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อพิธีกรกล่าวเช่นนี้ย่อมหมายความว่าสมบัติชิ้นต่อ ๆ ไปย่อมสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ก่อนหน้านี้สมบัติส่วนมากยังคงคาอยู่ในระดับนักสลักเท่านั้น แม้จะมีสมบัติระดับอริยะโผล่มาบ้างแต่ก็เพียงเพื่อสร้างความตื่นเต้นเท่านั้น สำหรับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงสมบัติระดับนักสลักย่อมไม่นับเป็นอะไรดี
สมบัติระดับนักสลักที่หลายคนประมูลมานั้นย่อมถูกส่งมอบให้แก่เยาวชนและชนรุ่นหลังในขุมอำนาจของตน ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตแห่งอริยะในการขีดเขียนชะตาย่อมไม่สนใจสมบัติระดับนักสลัก
คงจะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมงานประมูลได้ผ่านทางเส้นสายกับบุคคลสำคัญ คนเหล่านั้นเมื่อต้องเข้าร่วมประมูลด้วยวิธีนี้ย่อมหมายความว่าตัวเขาเองนั้นไม่มีผู้สนับสนุนอย่างแท้จริง ไม่มีทรัพยากรมหาศาลจากขุมอำนาจหรือผู้อาวุโส ต้องฝ่าฟันหามาด้วยสองมือและโชคของตน
นิทานคือหนึ่งในนั้น หลายคนที่รู้จักนิทานหลังจากที่เขาทำเรื่องใหญ่ในงานเลี้ยงราชวงศ์ก็ย่อมคิดเช่นนี้ แม้พวกเขาจะรับรู้ว่านิทานอยู่ฝักฝ่ายขององค์หญิงไพลินแต่ดูจากสถานะแล้ว เขาสมควรไม่ได้รับทรัพยากรดังเช่นหน่ออ่อนของขุมกำลัง
แต่ปัจจุบันนี้คงมีเพียงไม่กี่คนที่ทราบว่านิทานพัฒนาระดับขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว เขามีผู้สนับสนุนกึ่งยัดเยียดแล้วคนหนึ่ง และคนคนนั้นคือเพื่อนสนิทของเขาเอง นอกจากตัวเขาเอง อินจันทร์ ตาไกรและอริยะแปลงเพลิง คงมีเพียงองค์หญิงไพลินเองและคนอีกเล็กน้อยที่เธอจะเล่าให้ฟังเท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ ดังนั้นระดับพลังของเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
และเขาชอบการที่ตนมีไพ่ในมือที่อีกฝ่ายไม่รู้ ยิ่งเยอะเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกปลอดภัย
“ช่วงหลังของเรา สมบัติส่วนมากจะอยู่ในระดับอริยะทั้งสิ้นครับ!” พิธีกรชายพูดขึ้น เป็นการประกาศความสามารถของกลุ่มการค้าอิสึกะที่สามารถจัดหาสมบัติได้มากมาย แม้แต่นิทานยังตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ เขาได้สมบัติให้คีตาแล้วและแน่นอนว่าเขาพอใจกับมันมาก หากตัวเขาเองยังไม่ได้เลย!
เขายังคงมีเงิน2ล้านห้าแสนไกอาเช่นเดิม แม้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ตัวเขาจะใช้เงินเพียงแค่นี้เพื่อซื้อหาสมบัติสักชิ้นแต่เขาก็ยังแอบคาดหวังไม่ได้
“ชิ้นแรกของช่วงหลัง เราขอนำเสนอวัตถุสลักคำระดับกึ่งอริยะ ผลงานของท่านไอเด็น ลูกศิษย์ของปรมาจารย์เดนดัล ผู้ถูกกล่าวขานว่าเป็นอันดับหนึ่งในด้านการรังสรรค์สมบัติวิเศษครับ!” พิธีกรชายโบกมือเล็กน้อย คนรับใช้ก็เข็นรถเข็นคันหนึ่งเข้ามา ด้านบนถูกปิดไว้ด้วยผ้าสีดำเพื่อบดบังสิ่งของภายใน
“ไอเด็นเข้ากราบกรานผู้รังสรรค์อันดับหนึ่งอย่างปรมาจารย์เดนดัลเมื่ออายุ 45ปี ยามนั้นเขาเป็นเพียงนักสลักเอก ผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อไอเด็นอายุ 60ปี ปีเดียวกันกับที่เขาก้าวขึ้นเป็นอริยะ” พิธีกรหญิงอธิบายเสริมอย่างชาญฉลาด เรียกความสนใจของคนทั้งโถงไว้ที่วัตถุสลักคำชิ้นนี้
“แม้ปัจจุบันนี้อริยะไอเด็นจะสร้างสรรค์สมบัติวิเศษระดับอริยะมากมายและมีถึงสองชิ้นที่เป็นถึงระดับผู้แสวงวิถี หากชิ้นนี้คือหนึ่งในสมบัติระดับสูงชิ้นแรกที่เขาสร้าง แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่เล็กน้อยทำให้การสลักคำที่สามนั้นล้มเหลว หากตัววัสดุที่ใช้ทำวัตถุสลักคำชิ้นนี้นั้นถึงระดับอริยะอย่างไม่ต้องสงสัยค่ะ” พิธีกรหญิงร่าย เธอบรรจงหยิบห่อผ้านั้นขึ้นมาบนฝ่ามือ ก่อนเดินไปอยู่ข้าง ๆ พิธีกรชายอีกท่าน
“วัตถุสลักคำชิ้นนี้จึงมีคำแห่งพลังเพียงสองคำ หากคุณภาพของตัววัตถุเองกลับขึ้นไปถึงระดับอริยะ ทางเราจึงขอจัดให้สมบัติชิ้นนี้อยู่ระดับกึ่งอริยะครับ” พิธีกรชายบอกจุดด้อยของมันอย่างชัดเจน หลายคนผู้เฝ้ารอต่างขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ สมบัติครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ย่อมยากแก่การใช้งาน
“ผมขอนำเสนอทุกท่าน ร่มปกปักหทัยครับ!” พิธีกรผู้นั้นดึงผ้าสีดำออก เผยให้เห็นตัวร่มสีฟ้าเข้มคันหนึ่ง
ตัวร่มสีฟ้าเข้มคันนี้ บริเวณด้ามทำจากไม้ชนิดหนึ่งที่นิทานไม่รู้จัก หากเขากลับสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งอย่างไร้ที่ติของมัน บริเวณใบร่มเป็นผ้าสีน้ำเงินเข้มผืนหนึ่ง หากเมื่อนิทานลองสังเกตดูดี ๆ เขาจึงพบว่ามันไม่ใช่ผ้าแต่เป็นหนังของสัตว์อสูรตัวหนึ่ง
ผืนเนื้อของใบร่มนี้ไร้ลวดลายใด ๆ อย่างที่หนังสัตว์ควรมี เพียงเรียบลื่นไปทั้งผืนราวกับผ้าไหมคุณภาพดี หากบนตัวหนังนั้นกลับสลักรูปลวดลายโบราณคล้ายกับเถาไม้หรือเส้นขีดเขียนสีดำสนิท ลวดลายเหล่านั้นพาดอย่างรุงรังไปทั่วใบร่ม
บริเวณยอดสุดของร่มกลับมีรูปสลักของดวงใจกลับหัวสีฟ้าสดสวย มองทะลุได้ดั่งแก้ว คล้ายกับหัวลูกศร วัสดุของดวงใจสลักนี้นิทานมองไกล ๆ แล้วรู้สึกว่ามันคล้ายกับแร่บางอย่างแต่ตัวเขาไม่แน่ใจนัก แม้จะมองทะลุได้แต่กลับไม่เปราะบางแม้แต่น้อย
“ร่มคันนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ของต้นหอมแสนลี้อายุหลายร้อยปีที่สูงใหญ่หลายเมตร เพียงชิ้นนี้ก็ควรค่าแก่การนำไปสร้างสมบัติระดับอริยะมากมายครับ” พิธีกรชายกางคันร่มออก เผยให้เห็นคันจับไม้สวยงามแข็งแกร่ง
“ส่วนของใบร่มนั้นทุกท่านของสังเกตเห็นแล้ว มันถูกสร้างขึ้นจากการฟอกหนังของหนึ่งในราชันย์แห่งทะเล ฉลามสูบชีวิต สัตว์อสูรระดับอริยะ แม้แต่ตรงปลายคันร่มนี้ก็เป็นหัวใจของมันที่ถูกนำไปขึ้นรูปและผสานเข้ากับแร่นานาชนิด เกิดเป็นหัวหอกอันแหลมคมค่ะ” พิธีกรหญิงอธิบายพลางชี้จุดต่าง ๆ อย่างชำนาญ
“ดังนั้นร่มคันนี้สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธแทงเช่นหอกได้ ยามกางออกก็สามารถใช้เป็นโล่ขนาดใหญ่ได้เช่นกันค่ะ” พิธีกรหญิงพยายามมองปฏิกิริยาตอบสนองของเหล่าผู้เข้าร่วม พวกเขาเหล่านั้นยังคงมีสีหน้านิ่งเฉยแม้จะมีท่าทางสนใจอยู่บ้างก็ตาม
เธอเม้มปากเล็กน้อย ลอบมองหน้ากับพิธีกรชายข้างตัว พวกเขาต่างจนใจได้แต่อธิบายต่อไป
“คำแห่งพลังคำแรกที่ถูกสลักไว้คือ หวนคืน ครับ มีความสามารถทำให้ร่มคันนี้กลับคืนสู่เจ้าของด้วยตนเอง รวมถึงสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อีกด้วย” พิธีกรชายโยนร่มคันนี้ไปทางด้านหลังด้วยแรงประมาณหนึ่ง ร่มกระเด็นไกลออกไป หากเมื่อพิธีกรชายเพียงกางมือเล็กน้อย ร่มคันนี้ก็แหวกฝ่าอากาศกลับคืนสู่มือของเขาอย่างรวดเร็ว
นิทานมองภาพนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ความยินดีลอบปรากฏขึ้นในใจของเขา
“คำแห่งพลังคำที่สองคือ ประจุ ค่ะ ร่มคันนี้สามารถประจุพลังจิตวิญญาณ ธาตุต่าง ๆ ผลพิเศษเช่นพิษหรือการทำลายล้างลงไปในร่มคันนี้ได้ ยามที่มันโจมตีถูกศัตรู จะให้ผลเช่นเดียวกันกับสิ่งที่ถูกประจุเข้าไป” พิธีกรหญิงชูมือขึ้นเล็กน้อย ไฟกลุ่มใหญ่พลันถูกจุดขึ้นบนฝ่ามือของเธอ เธออัดมันลงไปในตัวร่ม ตัวร่มค่อย ๆ กลายเป็นสีแดงจาง ๆ อย่างว่องไว ไอความร้อนถูกแผ่ออกมาจากตัวร่ม
พิธีกรชายสะบัดเพียงเล็กน้อยคลื่นเพลิงก็ปรากฏตามหลังตัวร่ม คล้ายกับคบเพลิงขนาดยักษ์ที่ทิ้งเส้นสายแห่งเพลิงไว้ตามหลัง
"อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเรามองว่าสามารถเป็นประโยชน์อย่างยิ่งคือความสามารถในการป้องกันครับ" พิธีกรชายยิ้ม พลางหยิบร่มมากางออก ถือตั้งขวางไว้ด้านหน้าตนราวกับโล่
ด้วยใบร่มขนาดใหญ่ทำให้เมื่อกางออกแล้วร่มคันนี้ถึงกับแทบจะบังร่างของเขามิด เหลือโผล่ออกมาเพียงส่วนหัวเล็กน้อย หากเขาย่อตัวลง ร่มคันนี้ย่อมบดบังเขาได้ทั้งร่าง
ไฟถูกจุดขึ้นอีกครั้งในมือของพิธีกรหญิง ไฟลูกนั้นหมุนวนจนกลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์พลังทำลายล้างสูง นิทานเพียงเห็นก็สีหน้าซีดลง พลังของลูกไฟนั้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอริยะมาก อย่างน้อย ๆ ไม่มีทางด้อยไปกว่าการโจมตีเต็มพลังของนักสลักโท
เธอชี้นิ้วไปทางร่มอย่างสง่างาม ลูกไฟยักษ์นั้นก็พุ่งเข้าหาพิธีกรชายด้วยความเร็วสูง เมื่อปะทะกัน เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ด้านหน้าของเวทีปรากฏแสงวูบวาบขึ้นเป็นม่านพลังที่สลายการโจมตีตกค้าง
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้อ่อนข้อเลยแม้แต่น้อย พลังโจมตีระดับนั้นต่อให้เป็นอริยะหากรับไปตรง ๆ ย่อมต้องบาดเจ็บไม่มากก็น้อย
หลังจากกลุ่มควันมลายหายไป เผยให้เห็นร่มสีฟ้าเข้มคันใหญ่ที่ไร้รอยขีดข่วน พิธีกรชายโผล่ออกมาจากด้านหลังด้วยรอยยิ้มในสภาพไร้บาดแผลใด ๆ เขาเพียงปัดเสื้อผ้าเบา ๆ ไล่ฝุ่นควัน
“ด้วยวัสดุที่สูงค่าคงทน ในฐานะของผลงานแรก ๆ ของท่านไอเด็นซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก และด้วยความหลากหลายของมันที่สามารถใช้โจมตีได้เช่นหอกและป้องกันได้ดั่งโล่ ร่มปกปักหทัยคันนี้เป็นสมบัติชั้นเลิศอย่างไม่ต้องสงสัยครับ” พิธีกรชายกล่าวอย่างตื่นเต้น เขาพยายามเรียกความสนใจของผู้เข้าร่วม
น่าเศร้าที่ความพยายามของพวกเขาไม่สัมฤทธิผล คนจำนวนมากต่างเมินร่มคันนี้ไปอย่างไม่ไยดี ไม่แสดงท่าทีสนใจอย่างเห็นได้ชัดเช่นสมบัติชิ้นอื่น ๆ แม้แต่น้อย มีเพียงคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่แสดงท่าทีสนอกสนใจหลังจากได้เห็นความแข็งแกร่งของตัวร่มในฐานะโล่แล้ว
พิธีกรทั้งสองลอบมองหน้ากัน พวกเขาลอบถอนหายใจ พวกเขาคาดเดาไว้แล้วว่าย่อมต้องเป็นเช่นนี้
ผู้ที่เชี่ยวชาญหอกย่อมรู้ดีว่ารูปทรงและความยาวของร่มจะถ่วงรั้งพวกเขาแค่ไหน มันอาจใช้เพื่อจู่โจมแทงได้ หากย่อมไม่สามารถใช้เพลงหอกควบคู่ได้
ยังไม่นับรวมเรื่องที่พวกเขาจะจับร่มคันนี้สองมือเช่นหอกอย่างไร
ผู้ที่เชี่ยวชาญโล่ย่อมรู้ดีว่าน้ำหนักมีผลต่อการป้องกันของโล่แค่ไหน แม้ตัวใบร่มจะแข็งแกร่ง หากน้ำหนักของมันกลับเบาจนสามารถถือได้อย่างสบาย มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะถูกซัดปลิวไปโดยที่ร่มไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
ยังไม่นับรวมที่ร่มคันนี้ยามกางออกใหญ่โตถึงขั้นเกือบบดบังมนุษย์ผู้ใหญ่คนหนึ่งมิด ดังนั้นมันย่อมบดบังสายตาผู้ถือเช่นเดียวกัน
คำแห่งพลังพวกนั้นน่าสนใจอยู่บ้าง โดยเฉพาะคำแห่งพลัง ประจุ หากมันก็จำเป็นต้องใช้โจมตีโดยตรง ซึ่งร่มคันนี้ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง
เหล่าผู้ที่เข้าร่วมงานประมูลนี้ย่อมประกอบไปด้วยผู้แข็งแกร่งและโชกโชนจำนวนมาก พวกเขาย่อมมองออกถึงความครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของสมบัติชิ้นนี้ดี กลุ่มการค้าอิสึกะย่อมอธิบายรายละเอียดและผลเสียอย่างชัดเจน หากวิธีการใช้งานที่ไม่เหมาะสมนั้นย่อมไม่ถูกรวมเป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย
พวกเขาถึงขนาดอธิบายว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพื่อทำให้คนสนใจมากขึ้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยากขายร่มคันนี้มากเพียงไร
“ทางเราขอเปิดราคาร่มปกปักหทัย สมบัติระดับกึ่งอริยะด้วยราคาเพียง 2ล้านไกอาเท่านั้น แม้มันจะมีจุดบกพร่อง แต่คุณค่าของมันย่อมไม่มีทางต่ำหากอยู่ในมือของผู้ที่เห็นค่า” พิธีกรหญิงพูดขึ้น เธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะโน้มน้าวคนจำนวนมาก
พวกเขาทั้งสองกวาดตามองไปรอบโถงเพื่อหาผู้ที่สนใจหากกลับไม่มีผู้ใดเสนอราคาขึ้นแม้แต่น้อย ผู้ที่สนใจเพียงเล็กน้อยช่วงแรกนั้นต้องการซื้อไปเพื่อนำไปย่อยสลาย นำวัตถุดิบไปสร้างสมบัติชิ้นอื่น หากเมื่อเทียบกับราคา 2ล้านไกอาแล้ว ก็ดูจะไม่คุ้มค่ากับค่าจัดการภายหลัง
ราคาของมันถือว่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับวัสดุที่ใช้สร้าง หากปัญหาหลักคือรูปร่าง หนังของฉลามสูบชีวิตถูกฟอกและกางออกเป็นรูปเหลี่ยม ยากต่อการนำไปจัดสร้างเกราะหรือเสื้อผ้า ไม้ของต้นแสนลี้นั้นเป็นลักษณะของคันจับ ความยาวไม่เพียงพอต่อการนำไปจัดสร้างพลอง และการหักมันย่อมไม่ใช่ผลดี
พวกเขาจึงมองว่าร่มคันนี้แม้จะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ไม่คู่ควรกับการซื้ออย่างแท้จริง ยังไงก็ยังมีสมบัติระดับอริยะแท้จริงรออยู่หลังจากนี้
พิธีกรทั้งสองมองหน้ากันอย่างไร้ทางเลือก พวกเขาลอบถอนหายใจอย่างหมดหนทาง ร่มคันนี้ถูกประมูลขายหลายครั้งแล้ว และไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะถูกประมูลไป ทางกลุ่มการค้าอิสึกะคิดจะนำมันไปหลอมสร้างใหม่ หากมันก็ไม่ได้มีคุณค่ามากพอที่กลุ่มการค้ายักษ์ใหญ่เช่นพวกเขาจะเสียเวลามากเช่นนั้น
เมื่อไม่มีผู้ใดเสนอราคา พวกเขาจึงเตรียมข้ามสมบัติเช่นนี้ไปเหมือนเช่นเคย พิธีกรหญิงส่งสัญญาณมือให้เด็กรับใช้ทางด้านหลังเตรียมสมบัติชิ้นถัดไป
“2ล้านไกอาครับ”