ตอนที่ 165 สามผลไม้ลึกลับ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“นี่มันอะไรกัน? สถานที่แบบนี้ไม่ได้ปรากฏในข้อมูลที่ได้รับมา มันมีที่แบบนี้อยู่ใกล้ประตูอบิสตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เฟิร์สรู้สึกมึนงงที่มาเจอสถานที่แบบนี้
สถานที่ที่มีมอนสเตอร์นับพันรวมตัวกันอยู่ใกล้อาณาเขตของประตูไปไม่เท่าไหร่ ที่แบบนี้แคลนย่อมต้องใช้กำลังกวาดล้างมันไปแล้วอย่างแน่นอน
ทีมกวาดล้างครั้งก่อนพึ่งผ่านไปแค่เดือนกว่าๆ เท่านั้น ไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่สังเกตเห็นต้นไม้ประหลาดต้นนี้
ต่อให้ไม่มีข้อมูลก็เห็นได้ชัดว่ามอนสเตอร์จำนวนมากล้วนมารวมกันเพราะผลไม้ประหลาดที่ส่งกลิ่นหอมนั่น
แถมเฟิร์สได้ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่นี้แล้ว แต่พวกมอนสเตอร์กลับไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
“แปลกมาก ... ต้นไม้ต้นนั้นดูไม่เหมือนต้นไม้ธรรมดา กลิ่นอายของมันที่แผ่ออกมาแทบไม่ต่างไปจากกลิ่นอายของมอนสเตอร์ทรงพลังตนหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วอบิสแห่งนี้จะมีมอนสเตอร์ต่างชนิดได้ยังไง”
โดยทั่วไปแล้วอบิสแต่ละแห่งล้วนมีมอนสเตอร์อาศัยอยู่เพียงแค่ชนิดเดียวเท่านั้น ไม่มีมอนสเตอร์สายพันธุ์อื่นปะปนเข้ามา
แต่ต้นไม้ต้นนั้นกลับต่างออกไป มันทำให้เฟิร์สสงสัยว่ามันจะเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์
“เรื่องนี้น่าแปลกเกินไปแล้ว ถ้าฉันเข้าไปใกล้กว่านี้ มอนสเตอร์เหล่านี้จะรู้ตัวหรือไม่นะ?” เฟิร์สเริ่มสงสัย
เขาตัดสินใจทะยานเข้าไปใกล้อีก และใกล้อีก
เนื่องจากมอนสเตอร์เหล่านี้มีพลังรบต่ำกว่าแรงค์ SS จึงทำให้ม่านพลังป้องกันอักขระของเขายังคงใช้ได้ผล
ต่อให้พวกมันมีจำนวนนับพัน เขาก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด
หากคนนอกได้เห็นการกระทำที่บ้าบิ่นของเขา พวกเขาจะต้องหัวใจวายตายแน่ ไม่มีทางที่คนคนเดียวจะต่อสู้กับมอนสเตอร์นับพันได้
ทว่า ... เหตุการณ์ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
เหล่ามอนสเตอร์ไม่ได้สนใจเฟิร์สเลยแม้แต่น้อย สายตาของพวกมันกลับมองเหมือนเฟิร์สไม่ต่างไปจากมอนสเตอร์ที่อยู่ข้างๆ
แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของพวกมันย่อมไม่มองเป็นมิตรอย่างแน่นอน
เฟิร์สสังเกตเห็นว่าสายตาพวกนี้ไม่ได้มองเพียงแค่เขาเท่านั้น แต่มันยังเป็นสายตาที่ใช้มองมอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่รอบข้าง ราวกับว่าไม่ว่าใครหน้าไหนก็ล้วนเป็นศัตรูทั้งสิ้น
เมื่อเห็นดังนั้นเฟิร์สจึงเลือกที่จะเดินต่อไปข้างหน้า
ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่ต้องการที่จะดันตัวเองไปอยู่ด้านหน้า แต่ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตไม่ต่างกับตึกเจ็ดชั้นจึงทำให้พวกมันเบียดเสียดยัดเยียดมากพอแล้ว ที่เฟิร์สสามารถเดินไปข้างหน้าต่อได้ก็เพราะเขามีร่างกายที่เล็กกว่าเท่านั้น
“โอ้ เป็นพลังเปลวเพลิงที่ร้อนแรงมากจริงๆ”
ทางที่เฟิร์สเดินดุจทางเดินของไฟนรก อย่างที่รู้กันว่าเมื่อมอนสเตอร์เหล่านี้มารวมตัวกันพลังความร้อนจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ
ไม่ต้องพูดถึงมอนสเตอร์นับพันที่อยู่ที่นี่ ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นสามารถแผดเผาทำลายเวเนเตอร์ดาราแดงที่ไม่ถึงขั้นได้ในพริบตาเดียว
ทว่าเฟิร์สในตอนนี้ที่ได้รับการคุ้มครองจากพลังอักขระกลับไม่รู้สึกอันใด เขายังคงก้าวเดินต่อไปราวกับกำลังเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน
กรรจ์
แต่เหล่าเจ้าถิ่นที่สังเกตเห็นกลับไม่พอใจยิ่งนัก พวกมันส่งเสียงคำรามออกมาและส่งจิตสังหารอย่างอาฆาต
เฟิร์สหันไปมองส่งสายตาตอบโต้
จิตสังหารที่พลุ้งพล่านสาดซัดโต้กลับออกไป
ต่างฝ่ายต่างดูเหมือนไม่ยอม แต่มอนสเตอร์พวกนั้นกลับไม่ได้เคลื่อนไหวโจมตีแต่อย่างใด
พวกมันแค่รู้สึกไม่พอใจเท่านั้นที่เฟิร์สสามารถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้
ตอนนี้เฟิร์สจึงหยุดอยู่แค่กลางทางเท่านั้น เพราะสายตาที่เริ่มอาฆาตมากขึ้น คล้ายเป็นคำขู่ว่าหากเขากล้าก้าวเข้าไปอีกเรื่อยๆ พวกมันจะโจมตีเขาในทันที
แม้เฟิร์สจะไม่ได้เกรงกลัวพวกมัน แต่เขากลับสนใจในสถานการณ์นี้มากกว่า
ยิ่งเฟิร์สได้เห็นมอนสเตอร์เหล่านี้กำลังรอคอยอะไรบางอย่างเขาก็ยิ่งสงสัย
สายตาของเขาจึงหันกลับไปจดจ้องที่ต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง
“นั่นมัน!” เฟิร์สตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าต้นไม้ต้นนั้นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากในตอนแรกเขามองมันจากระยะไกล อีกทั้งยังมีคลื่นพลังของเหล่ามอนสเตอร์สุดจะผันผวนคอยรบกวน จึงไม่สามารถมองเห็นต้นไม้ต้นนั้นได้ชัดเจน
ทว่าตอนนี้ที่เข้าใกล้ เขาก็พบแล้วว่าต้นไม้ต้นนั้นแปลกประหลาด มันเติบโตอย่างรวดเร็ว
กิ่งก้านสาขาขยายออกไปเป็นเมตรๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังส่งกลิ่นอายของมอนสเตอร์ตัวหนึ่งออกมาอย่างชัดเจน
แต่ที่น่าสังเกตยิ่งกว่านั้นก็คือผลไม้บนต้นสามลูกที่เขียวสดเริ่มมีรวดลายสีแดงปรากฏขึ้น
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันกำลังรอคอยผลไม้เหล่านั้น”
ทุกสิ่งนั้นน่าแปลกเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วเมื่อพวกมันเห็นสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเช่นเฟิร์ส พวกมันก็จะโจมตีอย่างบ้าคลั่งทันที
มอนสเตอร์เหล่านี้มีสติสัมปชัญญะไม่ต่างไปจากสัตว์เดรัจฉาน ตามวัฏจักรการใช้ชีวิตของมันวันๆ ทำแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิร์สเห็นพวกมันสงบเสงี่ยมแบบนี้ แม้แต่รายงานข้อมูลอบิสที่มนุษยชาติเก็บรวบรวมมาก็ยังไม่เคยมีเรื่องเหล่านี้
“ดูเหมือนว่าพวกมันจะกำลังรอคอยผลไม้ทั้งสามลูกนั้นจริงๆ ต้นไม้ต้นนั้นมีบริเวณอย่างชัดเจนที่พวกมอนสเตอร์ไม่ล่วงล้ำเข้าใกล้ แถมมันยังสงบเสงี่ยมเป็นอย่างมาก” เฟิร์สใช้สัมผัสตรวจสอบทั่วบริเวณและพบสิ่งผิดปกติเหล่านี้
น่าเสียดายที่ที่นี่มีคลื่นรบกวนมากเกินไปจึงทำให้เขาไม่สามารถขยายขอบเขตสัมผัสออกไปตรวจสอบอย่างชัดเจนได้
“ต้นไม้ต้นนั้นดูเหมือนกำลังอยู่ในช่วงสำคัญ และมอนสเตอร์เหล่านี้ก็เหมือนเป็นสิงโตที่รอคอยตะครุบเหยื่อ เอาเถอะ ... ฉันเองก็ไม่ได้รีบร้อนมากนัก จริงๆ แล้วก็อยากเห็นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”
เฟิร์สตัดสินใจรอคอยการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์นี้ ร่างของเขายังอยู่ในจุดที่ไฟลุกโชนอย่างโชติช่วง การรวมตัวของมอนสเตอร์ประเภทนี้นับพันแทบจะทำให้ที่นี่ไม่ต่างไปจากทะเลเพลิงเลยแม้แต่น้อย
เฟิร์สจับสังเกตไปที่ต้นไม้ต้นนั้นตลอด และเขาก็พบว่ามันเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือมันใช้ลาวาใต้พื้นดินเป็นแหล่งพลังงาน ทำให้ลำต้นปรากฏลวดลายสีแดงและลามไปถึงผลทั้งสามที่ออกมาด้วย
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
ตอนนั้นเองกลิ่นหอมของผลไม้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
กลิ่นหอมเหล่านี้เป็นเหมือนยาเสน่ห์ที่ยั่วยวน พาให้เหล่ามอนสเตอร์เกิดความบ้าคลั่ง
คลื่น! คลื่น! คลื่น!
เสียงการเคลื่อนที่อันอึกทึกดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
เฟิร์สพบว่าเสียงเหล่านั้นมีที่มามาจากการเคลื่อนไหวของฝูงมอนสเตอร์
“ดูเหมือนว่ากลิ่นหอมของผลไม้นั่นจะล่อให้มอนสเตอร์มากมายจะชุมนุมที่นี่ พวกมันทุกตัวดูเหมือนต้องการผลไม้นั้น”
เวลานั้นเองมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่พึ่งมาใหม่ มันไม่สามารถทนการล่อลวงของผลไม้เหล่านั้นได้ไหว
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
ร่างสูงใหญ่โจมตีมอนสเตอร์ทุกตัวที่ขวางทาง ซึ่งดูเหมือนว่าพลังรบของมันจะเหนือยิ่งกว่าตัวอื่น
โครม!
เฟิร์สรีบกระโดดขึ้นไปเหยียบบนบ่าของมอนสเตอร์ตัวหนึ่งในทันที เขากลัวว่าหากเกิดเหตุชุลมุนเขาจะถูกมอนสเตอร์เหยียบจมอยู่ใต้เท้า
แม้มอนสเตอร์ตัวนั้นจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่มันก็สนใจมอนสเตอร์ที่กำลังพุ่งเข้ามามากกว่า
กรรรรรรรรรจ์
เมื่อมอนสเตอร์ตัวหนึ่งไม่ทำตามกฏระเบียบ มอนสเตอร์หลายตัวจึงส่งเสียงคำราม
แล้วไม่นานการตะลุมบอนจึงปะทุขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
มอนสเตอร์ที่กล้าบุกเข้ามา ถูกมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนรุมทึ้ง
ภาพอันน่าสยดสยองปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า เศษซากของมอนสเตอร์ตัวนั้นถูกรุมกระชากฉีกขาดลอยล่องกระเด็นไปทั่วบริเวณ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงครู่เดียวเท่านั้น จากนั้นทุกอย่างก็สงบลง และมอนสเตอร์ที่เกรี้ยวกราดเหล่านั้นก็กลับมาให้ความสนใจผลไม้ทั้งสามลูกนั้นตามเดิม
“ว่าแล้วนี่ต้องเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติ พวกมันไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ต้นไม้นั่น และดูเหมือนว่าพวกแนวหน้าที่อยู่ใกล้ต้นไม้จะแข็งแกร่งไม่น้อย แท้จริงแล้วผลไม้นั่นคืออะไรกันแน่?”
เฟิร์สร่อนลงจากบ่าของมอนสเตอร์เพราะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ฉุนเฉียวของมัน หากเด็กหนุ่มไม่ลงจากบ่าของมัน มันจะทำให้เขาต้องกลายเป็นเหมือนมอนสเตอร์ตัวนั้นอย่างแน่นอน
เฟิร์สไม่ได้กลัว แต่เขาเองก็ให้ความสนใจกับผลไม้ทั้งสามลูกนั้นมากกว่า
“หวังว่ามันจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”
เขายอมเสียเวลาเพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์นี้แทนที่จะลงมือต่อสู้เพื่อบ่มเพาะ
แล้วหลังจากนั้นไม่นานนั้นเอง กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ก็แผ่ขยายออกมาปกคลุมมาถึงพื้นที่ที่เฟิร์สอยู่
ทันทีที่กิ่งด้านของต้นไม้ต้นนั้นปกคลุม เฟิร์สก็พบว่าความร้อนบริเวณนี้ได้เพิ่มมากขึ้น
แม้แต่เขาเองก็ยังรับรู้ในความลำบากภายใต้ความร้อนนี้
ตอนนั้นเอง ...
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
จู่ๆ พลังความร้อนที่รุนแรงกระหน่ำระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน แผ่นดินรอบด้านสั่นไหวและแยกออก เสียงระเบิดดังครึกโครมทั่วทุกที่ แค่คลื่นสั่นสะเทือนจากพลังความร้อนที่ระเบิดขึ้น ก็มากพอที่จะสังหารผู้แข็งแกร่งขอบเขตดาราแดงที่ต่ำกว่าเก้าแฉกให้ดับดิ้นได้แล้ว