เจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明

    ตอนที่ 147 ยกระดับพันธุกรรม

    ดำรงค์วางแผนในใจอย่างคร่าวๆ จากนั้นจัดการกับทรัพยากรล้ำค่าที่ได้มาเมืองลำหยงทั้ง 3 ประการคือ1.[บันทึกการแปรรูปสมุนไพร] ส่งต่อให้ทีม R&D (research and development) เพื่อหาวิธีสกัดยาออกจากได้เช่นเดียวกับขวดตาตัวอย่างเหล่านั้น2.[วิชาดาบคู่สังหาร] ส่งต่อให้กับหน่วยวิชาการทหารของเกียดเซก เพื่อใช้ฝึกสอนนักรบเกียดเซกทุกคน ..ดำรงค์ค่อนข้างคาดหวังกับองค์ความรู้เหล่านี้มากจริงๆ3.[พัดเหยี่ยวจันทรา] ให้สายลับคนเดิมทำการส่งมันให้ถึงมือ `ตันก๋ง' เพื่อซื้อใจ และอีกเหตุผลคือ เพื่อให้เขาคุ้นชินกับอาวุธสุดประเสริฐนี้ เมื่อจัดการทุกสิ่งในเมืองให้เข้ารูปเข้ารอยแล้ว ดำรงค์จำเป็นต้องจัดการเรื่องสำคัญ ก่อนที่จะปลีกตัวเพื่อเสาะหา อาจารย์สุมาเต็กโช โดยคาดหวังคำแนะนำดีๆจากยอดคนในตำนานผู้นี้ ..นั่นคือเรื่องสาวๆ ?? “พี่มีเรื่องไหว้วานและฝากฝัง น้องๆทั้งสองคนเลย~~”ดำรงค์พยายามทำเสียงให้ดูอบอุ่นขึ้น เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงามทั้งสอง..โดยปกติแล้ว ยิ่งมนุษย์ได้อยู่ร่วมกันจะยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย-สนิทกันมากขึ้นและย่อมจะสบายใจขึ้น แต่มันไม่ใช่กับความสัมพันธ์ของทั้งสาม   สาวน้อย 'หลิ่งจี' ทำตาโตแล้วกล่าวอย่างรู้ทัน“ท่านพี่ต้องการไปเตร็ดเตร่นอกบ้านอีกกระมัง ?”…เอ่อ … 'ดำ' ถึงกับไปไม่เป็นเลยจริงๆ “พี่หลิ่งจี อย่าแกล้งท่านเจ้าเมืองอีกเลย..”องค์หญิงเจาจฺวินช่างงดงามอ่อนหวาน แม้นชายใดแม้เพียงแค่เห็นหน้าก็เหมือนวิหกที่ต้องเผลอตกลงมาจากนภา เพราะลืมกระทั้งการขยับปีก !! แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความนุ่มนวลนี้กลับมียอดฝีมืออันดับต้นๆซ่อนอยู่ .. เป็นยอดฝีมือที่สามารถปลิดศีรษะของศัตรูลงมาเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที  และวิชาเกาทัณฑ์ที่แม้แต่เทพสงครามลิโป้ยังไม่อาจทาบติดยอดฝีมือผู้นั้นก็คือ ‘หูฮันเซีย’  หรือก็คือคอสเพลย์ราคาถูก ที่เจาจฺวินใช้ปกปิดร่องรอยของตนมาโดยตลอด และบัดนี้มีเพียง ‘ดำ’ เท่านั้นที่รู้ !! “ก็อย่างที่น้องหลิ่งจีพูด ..เพียงแต่พี่ชายจำเป็นต้องไปจริงๆ เกียดเซกยังต้องการยอดฝึมืออีกมาก เพื่อปกป้องประชาชนของพวกเรา”ดำรงค์พยายามชักจูงสาวงามทั้งสองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด….….โดยทั้งคู่จะอยู่เพียงในเมือง และทำการโจมตีจากระยะเท่านั้น  เน้นย้ำให้ ‘หูฮันเซีย’ อยู่แต่ในเมือง .. องค์หญิงเจาจฺวินนับตั้งแต่มาอยู่ที่เกียดเซก กลับพัฒนาความรู้ความสามารถของตนอย่างมากมายนัก ตำราทุกประเภท โดยเฉพาะตำราพิชัยสงคราม องค์หญิงผู้นี้กลับให้ความสนใจมากมายเหลือเกิน ..เพราะครานั้นที่ภูเขาหินนอกด่าน หากตอนนั้นมีเสนาธิการกองทัพซักคน ..จากที่พวกเขาเคยสูญเสีย อาจจะกลายเป็นผู้ชนะขึ้นมาก็ได  และนี่จะเป็นโอกาสที่สำคัญในฐานะแม่ทัพ-เสนาธิการ ..หาใช่ขุนศึกรอใส่เดี่ยวกับข้าศึกเท่านั้น..เมื่อองค์หญิงเจาจฺวินพยักหน้า ดำรงค์ก็เหมือนได้รับอิสระภาพเสียที…..…….. ส่วนวาสนาที่ได้มาในจังหวะสุดวิกฤตหลังต่อสู้กับลิโป้นั่นเป็นสิ่งช่วยพัฒนาลูกครึ่งแวมไพร์อย่างดำรงค์ในแบบที่พลิกฟ้าคว่ำดินเลยทีเดียว โครงสร้างพันธุกรรมของเขามีการพัฒนา !!!โดยไม่เกี่ยวกับระบบ 108 ผู้ปกป้องโลกธาตุแห่งชมพูทวีป แต่ร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไป ..ธาตุไฟระดับสูงจากลิโป้ ช่วยให้ธาตุทองจากทักษะ #ปีตกสิณ (ระบบฯ ลอกเลียนมาจาก ‘เอียมเซียง’ เมื่อครั้งนั้น) แทรกซึมในอณูเนื้อและกระดูกทั้วทั้งร่างของดำรงค์ถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก นอกจากธาตุมืดแล้ว ดำรงค์ยังมีธาตุทองแฝงอยู่ด้วย !!แม้ไม่มากนัก แต่มันกลับช่วยให้เขาทนต่อไฟ และแสงแดด ได้มาขึ้นเป็นเท่าตัวหากได้มีโอกาสปะทะกันอีกครั้งกับลิโป้  สิ่งนี้จะช่วยเหลือชายหนุ่มได้อย่างมหาศาล จากที่เคยเป็นรองมาโดยตลอด วันนี้กลับไม่อาจคาดเดาว่าใครจะฝ่ายเพลียงพล้ำกันแน่..  
    error loadedศึกเซียงหยง  ----------------เมืองเซียงหยง----------------  ฝ่ายเตียวสิ้วเมื่อรู้ว่าโจโฉยกทัพมา จึงให้หนังสือไปถึงเล่าเปียวให้ยกมาตีกระหนาบ  เตียวสิ้ว และเตียวเสียน ยกทหารมาตั้งค่ายอยู่เมืองคอยจะรบด้วยโจโฉ ..จากนั้นปล่อยสกิลปากออกไป อ้ายช่างพูดดีแต่เจรจาลวงให้คนเชื่อ อันกูนี้รู้อยู่ว่ามึงโกหกหยาบช้าเหมือนหนึ่งสัตว์เดียรัจฉาน โจโฉได้ยินก็โกรธ จึงเคาทูทหารเอกควบม้าออกรบ ฝ่ายเตียวสิ้ว จึงส่งเตียวเสียนทหารเอกออกรบเช่นเดียวกัน  เฟี้ยงๆ ..ฟ้าบ!!!แค่ 3 เพลง เตียวเสียนก็ถูกเคาทูเอาทวนแทงถูกตกม้าตายไปกับตา เตียวสิ้วเห็นว่าจะสู้โจโฉไม่ได้แน่ ก็ควบม้าพาทหารหนีเข้าเมืองเซียงหยงไป แล้วเปลี่ยนไปตั้ังรับเต็มกำลังโจโฉจึงสั่งให้ตั้งประชิดล้อมเมืองไว้  แต่คูเมืองเซียงหยงทั้งกว้างทั้งลึก จึงสั่งให้ทหารไม้และหญ้าไว้จำนวนมาก เพื่อใช้ข้ามคูน้ำดังกล่าวไปให้ได้แล้วให้สร้างหอคอยสูง ทั้ง 4 มุมเพื่อดูความเคลื่อนไหวภายในเมืองตลอดเวลา ..หากแม้นด้านใดอ่อนแอ โจโฉย่อมเข้าโจมตีด้านนั้นตามหลักพิชัยยุทธ์ พิชัยสงครามซุนวู “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”การรบถ้ารู้จักการวางแผนที่ดีมีสิทธิที่จะชนะทุกร้อยครั้งเหมือนสิงโต ถ้าคราวใดที่ไม่สามารถจะล่าเหยื่อได้จะไม่ออกล่าเหยื่อ ในสงครามเมื่อมีการรู้กำลังของกองทัพของเราเองรู้ความสามารถของแม่ทัพ รู้ความสามารถของกองทหารของฝ่ายเรา โอกาสรบชนะจะมีครึ่งหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่เราเรียนรู้กองกำลังของข้าศึก เรียนรู้ความสามารถของแม่ทัพข้าศึก และรู้ความสามารถของกองทหารของข้าศึก โอกาสรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งก็ไม่ไปไหนไกล แต่เมื่อใดก็ตามที่ออกรบ แม่ทัพไม่รู้กำลังของตัวเอง ไม่รู้กำลังของกองทหารตัวเอง ไม่ว่าจะออกรบกี่ครั้งก็ต้องแพ้ย่อยยับกลับมาทุกครั้ง ทุกอย่างน่าจะออกมาดีอย่างแน่นอน ?หากแต่ว่ากุนซือของฝ่ายตรงข้ามคือกาเซี่ยง ..ผู้มีสติปัญญาระดับสูงล้ำ !! ฝ่ายกาเซี่ยงเป็นปรึกษาของเตียวสิ้ว เมื่อสังเกตุได้ดังนั้นจึงตักเตือนซึ่งโจโฉให้ทำการทั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าทำกลอุบาย ข้าพเจ้าจะคิดซ้อนกลโจโฉ ให้เสียทีแก่เราให้จงได้  !! เตียวสิ้วได่ยินก็ยินดี ท่านอาจารย์จะคิดซ้อนกลนั้นประการใด ? กาเซี่ยงจึงออกอุบายให้ข้าพเจ้าเห็นโจโฉขึ้นดูบนหอคอยถึงสามเวลา เห็นผู้คนซึ่งรักษาหน้าที่ด้านตะวันออกนั้นเบาบาง โจโฉจึงให้ขนเอาไม้แลหญ้าไปไว้ข้างตะวันตก จะให้เราจัดแจงป้องกันระวังข้างด้านตะวันตก แล้วโจโฉจะคิดการข้างด้านตะวันออกในเวลากลางคืนเป็นมั่นคง ข้าพเจ้าจะให้ชาวเมืองแต่งตัว ปลอมเป็นทหารขึ้นรักษาหน้าที่ฝ่ายด้านตะวันตก แล้วจะยกเอาทหารนั้นมาซุ่มไว้หน้าที่ตะวันออก ถ้าโจโฉยกมาทำการเมื่อใด จึงให้จุดประทัดสัญญา แล้วจะยกทหารซึ่งซุ่มไว้นั้นตีกระหนาบ เห็นโจโฉจะเสียทีแก่เราเป็นมั่นคง !!..….คืนวันนั้นโจโฉเมื่อเห็นเตียวสิ้วเกณฑ์ทหารขึ้นรักษาหน้าที่ตะวันตกจำนวนมาก แต่ด้านตะวันออกกลับไม่มีนายทหารดูแล จึงใช้ไม้และหญ้าที่มี ส่งทหารข้ามคูน้ำเพื่อโจมตีด้านตะวันออกอย่างง่ายดาย ..แต่ ปั้งๆๆๆเสียประทัดสัญญาณดังนั้น พร้อมกับทหารที่ซุ่มอยู่ ต่างแตกฮือเข้าฆ่าฟันทหารโจโฉล้มตายประดุจใบไม้ร่วง !! เราถูกซุ่มโจมตี ..เร่งถอยกลับ !!! ฝ่ายทหารโจโฉก็พากันถอยหลังกลับออกมา เตียวสิ้วยกทหารติดตามฆ่าฟันออกไป จนถึงค่ายทหารของโจโฉ  ในครั้งนี้มหาอุปกราชโจมสูญเสียหนัก(อีกแล้ว)เตียวสิ้วคุมทหารไล่สังหารไปประมาณสามร้อยเส้น (12 km.) พอเวลารุ่งขึ้นเตียวสิ้วก็พาทหารกลับเข้าเมือง ..ทิ้งซากศพหลายหมื่นซากไว้เบื้องหลัง…