นนท์ออกสำรวจทั่วแดนเทพราวสิบวัน " ไว้ข้ามาคราหน้า จะพาพวกเจ้าไปตรวจสอบอีกหลายสถานที่ " นนท์เอ่ยขึ้น
" ข้าต้องกลับแล้ว " นนท์ร่ำลาทุกคนแล้วเสร็จ จึงไปยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้าย
" ครืน " ห้วงมิติพลันสั่นไหว นนท์ถึงกับแตกตื่นกวาดตามองทั่ว
" เกิดสิ่งใดขึ้น ใยห้วงมิติของแดนเทพจึงผันผวนเช่นนี้ " นนท์พึมพำด้วยใจที่เต้นระรัว
" แควก " ห้วงมิติพลันฉีกขาดอุโมงค์มิติล่มสลาย ร่างของนนท์ถูกดูดออกจากห้วงมิติ ล่องลอยอยู่ท่ามกลางห้วงจักรวาลอันมืดมิด
นนท์เรียกเรือเหาะออกมา แล้วทะยานเข้าไปในเรือเหาะ " หาโลกสักใบเพื่อตรวจสอบก่อน "
แดนเทพ
" ห้วงมิติที่ไอ้หนูเดินทางไปเมื่อครู่พังงั้นรึ " หมาป่าเพียงเอ่ยเสียงดังออกมา แต่ท่าทีที่แสดงออกมานั้นกลับไม่ยี่หระ
" ผู้อาวุโสสูงสุด ท่านมิวิตกรึ " หมาป่าส่ายหน้า
" คนอย่างไอ้หนูหื่นกาม มีอันใดให้น่าวิตกกัน " หมาป่าเอ่ยเสียงเรียบ
" เจ้าที่ดูไอ้หนูถูกทัณฑ์สวรรค์ชะล้างถึงเก้าระลอก ยามนั้นเจ้ารู้สึกเช่นไร " หมาป่ามองยังผู้อาวุโสที่มาใหม่
" ทั้งทัณฑ์สวรรค์ระลอกสุดท้ายยังระเบิดร่างของไอ้หนูหื่นกามเป็นผุยผง มันยังกลับคืนมาได้ " หมาป่าแสยะยิ้ม
" มันนั้นเป็นลูกรักของสวรรค์โดยแท้จริง " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า
" ใช่ พี่เขยของข้าตายไปแล้วกี่ครั้ง ยังฟื้นกลับมาได้ นับประสาอันใดกับห้วงมิติฉีกขาด " น้องสิบเอ่ยขึ้นบ้าง
" ผู้อาวุโสทุกท่านมิต้องกังวล เมื่อถึงเวลาน้องเขยข้าก็จะมายังแดนเทพเอง " เอี้ยชิงเอ่ยขึ้น
" มิรู้ว่าครานี้พี่นนท์จะไปยังจักรวาลใด " หยางฟงมองออกไปยังท้องนภาสีทอง
นนท์เร่งเรือเหาะไปยังโลกที่ใกล้ที่สุด ตาคมถึงกับแข็งค้าง
" ช่างเหมือนกันแดนเทพยิ่งนัก " นนท์พึมพำ แล้วบังคับเรือเหาะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
นนท์สูดกลิ่นอายเทพเข้าเห็มปอด " ปรานเทพเข้มข้นยิ่งกว่าแดนเทพแห่งนั้นเสียอีก "
" เจ้าเป็นผู้ใด มาที่นี่เพื่ออันใด " ทหารยามห้าอักขระเอ่ยถาม
" พี่ชาย ข้าเดินทางผ่านอุโมงค์มิติมา อุโมงค์มิติของข้านั้นมันพังทลาย ข้าจึงมาปรากฎตัวที่นี่ " นนท์มองจ้องยังทหารยาม
" คงจะเป็นที่วายุจักรวาลถล่มอุโมงค์มิติของเจ้าจนฉีกขาด เอาล่ะ เจ้าเข้าไปได้ ในเมืองมีแท่นค่ายกลเคลื่อนย้ายเจ้าใช้มันกลับไปยังโลกของเจ้าได้ " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องจ่ายค่าเข้าเมืองรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" หากเจ้าเดินทางกลับโดยทันใด เจ้ามิต้องจ่าย แต่หากเจ้าอยากเที่ยวชมเมือง เจ้าต้องจ่ายผลึกปรานสวรรพสิ่งสิบก้อน " นนท์พยักหน้าแล้วยื่นผลึกปรานให้ทหารยาม
" เข้าไปได้ " นนท์พยักหน้าแล้วเดินเข้าเมือง
" ช่างมั่งคั่งยิ่งนัก " นนท์เดินเที่ยวชมเมืองอยู่ครู่หนึ่งจึงไปยังร้านค้าสินแร่
" คุณชายท่านต้องการซื้อหรือขายเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" เจ้ามีแผนที่จักรวาลรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ที่นี่มีแผนที่จักรวาลอยู่สามแบบเจ้าค่ะ แบบที่หนึ่งเป็นแผนที่จักรวาลไท่ ( สงบสุข ) แบบที่สองแผนที่รวมจักรวาลโดยรอบ แบบที่สามรวมทุกจักรวาลเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องการแบบที่สาม " พนักงานหญิงถึงกับตกใจ
" คุณชาย เอ่อ " นนท์ยกยิ้มแล้วยื่นแหวนมิติให้ดู
" คุณชายโปรดรอสักครู่ " นนท์พยักหน้า
นนท์เดินดูสินแร่ต่างๆที่อยู่ในร้าน " แร่ทองอนันตกาลนี่ " นนท์จับจ้องที่แร่ทองอนันตกาล
" คุณชายแผนที่จักรวาลแบบที่สามมาแล้วเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้าแล้วตรวจสอบยังแผ่นหยก
" เจ้าขายเท่าใด " นนท์เอ่ยถามราคา
" แผนที่จักรวลแบบที่สามทางร้านขายที่สองแสนผลึกปรานสรรพสิ่งเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้าแล้วยื่นผลึกปรานให้ไป
" แร่ทองอนันตกาลเจ้าขายเช่นไร " นนท์ชี้นิ้วไปยังแร่ทองอนันตกาล
" คุณชาย แร่ทองอนันตกาลของทางร้านขายชั่งละหนึ่งร้อยผลึกปรานสรรพสิ่งเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" ที่แดนเทพก็มีมากนัก แต่คุณภาพมิได้สูงมากขนาดนี้ " นนท์ครุ่นคิด
พนักงานหญิงเห็นนนท์ครุ่นคิด " คุณชาย แร่ทองอนันตกาลของทางร้านแม้นจะราคาสูงกว่าจักรวาลแห่งอื่นมากนัก " พนักงานหญิงยกยิ้ม
"แต่เมื่อเทียบคุณภาพแล้ว สินแร่ของเราถือว่าคุณภาพสูงกว่ามาก หากท่านเป็นนักหลอมสร้างยิ่งสินแร่คุณภาพสูง ยิ่งหลอมอาวุธออกมาได้ง่ายและคุณภาพสูง " นนท์มองยังแร่ทองอนันตกาลที่อยู่ในมือ
" ทั้งยังสามารถหลอมสร้างอาวุธระดับมหาศาสตรายอดเทพสวรรค์ได้ " นนท์พยักหน้า
" เจ้านำแร่ทองอนันตกาลมาให้ข้าสิบล้านชั่ง " พนักงานขายถึงกับตาโต
" สิบล้านชั่ง " นนท์พยักหน้า
" คุณชายรอสักครู่ " นางเร่งวิ่งไปในทันที
" คุณชาย " นนท์ผินกายกลับมองยังชายชรา
" ผู้เฒ่า ท่านเรียกข้ารึ " นนท์เอ่ยถามผู้เฒ่า
" ข้าคือหม่าติ้งอี้ เป็นผู้ดูแลโรงประมูลตระกูลหม่า อีกสามวันการประมูลพันปีจะบังเกิดขึ้น ข้าหม่าติ้งอี้ขอเชิญคุณชายเข้าร่วมงานประมูลในครั้งนี้ " ผู้ดูแลหม่า สะบัดมือ
" นี่คือบัตรเชิญ และรายการของที่เข้าประมูล " นนท์รับบัตรเชิญ
นนท์ส่งจิตรเข้าไปยังรายการประมูล ตรวจดูรายการของเข้าประมูล นนท์ถึงกับตัวสั่น
ผู้ดูแลหม่าเห็นสภาพของนนท์พลันยกยิ้มออกมา " คุณชาย ข้าเชื่อว่าของในรายการนั้น จะต้องมีสิ่งที่ท่านอยากได้ ข้าหวังว่าจะได้พบท่านในวันประมูล "
" ผู้ดูแลหม่า ข้าจะไปแน่นอน " หม่าติ้งอี้พยักหน้าแล้วผินกายจากไป
" คุณชาย สินแร่ทองอนันตกาลสิบล้านชั่งเจ้าค่ะ " นนท์รับแหวนมิติมาตรวจสอบ
" เจ้าคิดข้าเท่าใด " นนท์เอ่นถาม
" คุณชาย ท่านซื้อมากเช่นนี้ ทางร้านยินดีลดราคาให้ท่าน ชั่งละห้าผลึกปรานเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" เก้าร้อยห้าสิบล้านผลึกปราน " พนักงานหญิงพยักหน้า นนท์ยื่นผลึกปรานให้นาง
" แม่นาง จักรวาลแห่งนี้ชื่อว่าเช่นใด " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย จักรวาลแห่งนี้ชื่อจักรวาลไท่ และโลกนี้ชื่อว่าโลกไท่ " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องไปแล้ว " นนท์โยนผลึกปรานสรรพสิ่งให้พนักงานขายร้อยก้อนแล้วผินกายจากมา
" ไปที่โรงเตี้ยมดีกว่า " นนท์เดินหาโรงเตี้ยมมิพบจึงมุ่งไปยังร้านสุรารึมบึง
" คุณชายท่านต้องการสิ่งใด " เสี่ยวเอ้อเอ่ยถาม
" ข้าต้องการสุราและอาหาร " นนท์เอ่ย แล้วเดินตามเสี่ยวเอ้อไปนั่งที่โต๊ะติดบึง
" คุณชายรอสักครู่ " นนท์ครุ่นคิดถึงรายการของที่เข้าประมูล
" เตาสรรพสิ่ง ในที่สุดก็พบเจอ " นนท์พึมพำออกมา
" ตามข้อมูลของไอ้แก่แซ่กวน เตาสรรพสิ่งถูกประมูลโดยตระกูลจี๋แห่งโลกอู่อี้ ที่อยู่ยังจักรวาลปฐมภูมิ แต่ทำไมถึงมาไกลถึงจักรวาลไท่ได้ " นนท์พึมพำ
เตาสรรพสิ่ง โลกเล็กของราชันย์หลงเฟย ผลึกวิญญาณของราชันย์อสูรสวรรค์ และปรานเทพอสูร นี่เป็นสิ่งที่นนท์ได้ส่งศิษย์ฝีมือดีออกตามหา แต่ก็ยังไร้วี่แวว
แต่สิ่งที่น่าฉงนสำหรับนนท์มากที่สุดก็คือ จู่จู่ อุโมงค์มิติพลันฉีกขาด แล้วร่างถูกดูดมายังโลกใบนี้ และยังมีโอกาสได้เตาสรรพสิ่งที่ตามหามาเนิ่นนานกลับคืน
" น่าแปลกจริงๆ " นนท์พึมพำ
" คุณชายสุราและอาหารมาแล้วขอรับ " เสี่ยวเอ้อจัดแจงวางทั้งสองอย่างลงที่โต๊ะ
" คุณชาย ทั้งสิ้นสามร้อยห้าสิบผลึกปรานสรรพสิ่งขอรับ " นนท์ตรวจดูอาหารและสุราพลางพยักหน้า แล้วโยนผลึกปรานให้ไป
" เสี่ยวเอ้อ โลกไท่เป็นเช่นไร ข้าเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก " นนท์โยนผลึกปรานให้เสี่ยวเอ้อห้าก้อน เสี่ยวเอ้อฉีกยิ้มจนถึงหู
" คุณชาย โลกไท่แท้จริงแล้วชื่อว่าโลกจินเหอ ( ธารทอง ,แม่น้ำทอง ) " นนท์พยักหน้า
" เหตุใดจึงเปลี่ยนชื่อ " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ
" สุราดี " นนท์ยกยิ้มให้เสี่ยวเอ้อ
" คุณชาย ที่ต้องเปลี่ยนชื่อเพราะว่าสงครามระหว่างตระกูลเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โลกจินเหอมิเคยมีคำว่าสงบสุข " นนท์พยักหน้า
" เหตุใดจึงเกิดสงคราม " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย สงครามเกิดขึ้นเพราะการอ้างสิทธิ์เหนือธารทอง " นนท์ครุ่นคิด
" ธารทองรึ " เสี่ยวเอ้อพยักหน้า
" แล้วธารทองที่เจ้าว่าอยู่ที่ใด " เสี่ยวเอ้อชี้นิ้วไปยังเทือกเขา
" คุณชาย อยู่ที่นั่น ข้าขอเตือนท่าน หากท่านเข้าไปแล้วพลัดเข้าไปในเขตของตระกูลใหญ่หรือสำนักใหญ่ ให้ท่านหนีโดยเร็วไว้ เพราะคนเหล่านั้นมิมีการเจรจา " นนท์พยักหน้า
" ธารทองนั้นเป็นสถานที่เช่นไร " นนท์ยังคงสงสัย
" ธารทองนั้น เป็นสถานที่ใช้ในการฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหลายจักรวาล เพราะธารทองปลดปล่อยปรานเทพออกมาจึงเป็นเหตุให้ผู้คนมากมายเข้าจับจองพื้นที่ริมธารทองในตำแหน่งที่ดีที่สุด "
" นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เกิดสงครามที่โลกไท่ " เสี่ยวเอ้อพยักหน้า
" ที่โลกไท่ มีผู้หยั่งรู้อักขระสูงสุดได้กี่ตัว " นนท์เอ่ยถาม
" เท่าที่ข้าจำได้ ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหม่าหยั่งรู้ได้สิบแปดอักขระ และตระกูลอื่นหยั่งรู้ได้สิบเจ็ดอักขระ " นนท์พยักหน้า
" หากเป็นเช่นที่เจ้าว่า ที่โลกไท่ยังคงสงบสุขเช่นทุกวันนี้มิใช่เพราะตระกูลหม่ารึ " เสี่ยวเอ้อพยักหน้า
" ถือเป็นโชคดีที่ตระกูลหม่าอยู่ตรงกลาง " นนท์พยักหน้า แล้วเร่งมือจัดการสุราอาหาร
" ไปดูที่ธารทองก่อน " นนท์ทะยานร่างไปยังเทือกเขาใหญ่
" ที่นี่รึ " นนท์ทอดตามองยังแม่น้ำสีทองที่หลั่งไหลมาจากเทือกเขา แล้วโค้งวนเข้าบรรจบที่แนวตีนเขา นนท์กวาดตามองผ่านเนตรมังกร
" ม่านกักปรานเทพรั่วนี่ "นนท์พึมพำ
" นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแม่น้ำปรานเทพ " นนท์ครุ่นคิด
เมื่อม่านพลังกักปรานเทพรั่วจึงเป็นเหตุให้น้ำปรานเทพไหลทะลักออกมา ก่อเกิดเป็นแม่น้ำปรานเทพ แต่ครานั้นชนพื้นเมืองคงเรียกขานว่าธารทองและใช้ชื่อธารทองเป็นชื่อของโลกตน
" หากให้ยอดยุทธโลกไท่เติบโตได้ นั่นเป็นการดี แต่หากการเติบโตแล้วออกนอกลู่นอกทาง ก็จะเป็นปัญหาในอนาคต ที่ต้องตามแก้กันอีก " นนท์มองยังรอยรั่วของม่านพลังกักปรานเทพ
" จะทำอย่างไรดี " นนท์ลอยตัววนเวียนไปมา
" เจ้าน่ะ มาทำอันใดที่นี่ " นนท์ผินกายมองยังต้นเสียง
" เจ้าพูดกับข้ารึ " นนท์เอ่ยถาม
" มีเจ้าเพียงผู้เดียว " ชายหนุ่มผุ้นั้นเอ่ยขึ้น
" เมื่อครู่เจ้าว่าเช่นใด " นนท์เอ่ยถาม
" ข้าถามเจ้าว่า เจ้ามาทำอันใดที่นี่ " นนท์ได้ยินดังนั้นจึงทะยานร่างจากไป ชายหนุ่มถึงกับงุนงง
" มันเป็นผู้ใด " ชายหนุ่มพึมพำ
" หาที่ซ่อนก่อนดีกว่า " นนท์พึมพำ ลอยตัวหาเส้นปรานมังกร เมื่อพบนนท์ได้ผสานร่างเข้ากับผืนดินแล้วดำดิ่งไปยังเส้นปราน
" เร่งกลั่นผลึกปรานสรรพสิ่งดีกว่า เตาสรรพสิ่ง เป็นของที่นำเข้าประมูลท้ายๆ ราคาน่าจะสูงมาก " นนท์หายเข้าไปในแหวนห้วงมิติ
" อาชาเพลิง เจ้ามาช่วยข้ากลั่นผลึกปรานสรรพสิ่งที " นนท์เรียกร่างของเหล่าอสูรคลั่งออกมา แล้ววาดมือส่งแสงสีทองเข้าขจัดไอมารในร่างเหล่าอสูร
" เริ่มกันเถิด " นนท์ อาชาเพลิงและอาชาสวรรค์ ต่างเร่งกลั่นผลึกปรานสรรพสิ่ง
" มากพอแล้ว " นนท์มองยังกองผลึกปรานสรรพสิ่งที่มากมายราวร้อยล้านล้านก้อน นนท์สะบัดมือผลึกปรานกองสูง ลอยเข้าไปเก็บยังคลัง นนท์กระโจนขึ้นหลังอาชาเพลิง
" พาข้า ตรวจดูให้ทั่ว " อาชาเพลองออกเดินอย่างเชื่องช้า
" เจ้ามีลูกสามตนแล้วรึ " นนท์ตบที่หัวของมัน แล้วใช้อีกมือลูบที่หัวของอาชาสวรรค์
" ไว้เมื่อถึงเวลา ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังบ้านเกิดของบรรพชนพวกเจ้า " สองอาชาต่างพยักหน้า
" ทำไมพวกร่างทองที่โลกมังกรจึงฝึกได้ช้านัก " นนท์คิดถึงคราที่ไปยังโลกลึกลับของร่างทองทั้งหลายที่โลกมังกร พบว่าขั้นฝึกของร่างทองทั้งหลายนั้นเพิ่มขึ้นช้ามาก ทั้งที่ได้หลอมไขกระดูกของตนแล้ว
" สถานี่ที่ก็เหนือกว่าผู้อื่น ทั้งยังมิมีสิ่งใดกวนใจในยามฝึกฝน เหตุใดขั้นพลังจึงมิได้สูงตามทรัพยากรและเวลาที่จ่ายไป " นนท์ถอนหายใจ
" ฮี้ " อาชาเพลิงร้องขึ้น เสมือนมันรับรู้ว่าผู้เป็นนายกลัดกลุ้มใจ
" มิมีสิ่งใดให้เจ้าต้องกังวล " นนท์ลูบหัวของทั้งสองอาชา
เมื่อตรวจสอบทั่วแหวนห้วงมิติแล้ว นนท์เร่งทำการหลอมกระบี่จากแร่ทองอนันตกาล
" ครืน " แรงกดดันแผ่กระจายออกทั่ว นนท์พยักหน้า
" ศาสตราวุธสวรรค์ขั้นกลาง " นนท์ยกยิ้มออกมา
นนท์เริ่มทำการหลอมศาสตราวุธสวรรค์มากมาย ทั้งเสื้อเกราะอีกนับมิท้วน
" ฟื้นฟูพลังก่อน " นนท์หย่อนร่างของตลงในบ่อน้ำปรานเทพ