ตอนที่ 105
หลังจากที่แท่งน้ำแข็ง ร่วงหล่นลงมาหมดแล้ว ชิงเทียน ก็ได้ทำการสลายม่านพลัง ก่อนที่จะนำดาบชิงหลง มาถือไว้ในมือ พร้อมกับปีกสายฟ้า ที่ปรากฏขึ้นที่กลางแผ่นหลัง
‘ศาสตราเทพฝ่าเวหา'
เส้นแสงสีทอง พุ่งเข้าหาอสูรวานร ด้วยความเร็วสูง แต่ในขณะที่คมดาบ กำลังจะเฉือนเข้าไปในผิวหนัง เส้นขนสีขาวโพลนของมัน ก็แปรเปลี่ยนเป็นผลึกน้ำแข็ง ทำให้ไม่สามารถโจมตี ผ่านการป้องกันเข้าไปได้ และทันใดนั้นเอง หมอกควันจำนวนมาก ก็ถูกพ่นออกมาจากปากขนาดยักษ์
สายตาของชิงเทียน พร่ามัวไปชั่วขณะ เขาใช้พลังปราณ แผ่ขยายออกไป เพื่อทำการค้นหาตำแหน่งของศัตรู แต่ก็พบว่า หมอกควันโดยรอบ มีความสามารถในการปิดกั้น การรับรู้ทุกรูปแบบ
‘เนตรสะกดสรรพธาตุ'
ดวงตาของชิงเทียน เปล่งแสงสีฟ้าออกมาอย่างกระทันหัน ส่งผลให้หมอกควัน ที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ สลายหายไปในพริบตา ก่อนจะใช้โอกาศที่ศัตรูกำลังสับสน สร้างหอกเพลิงขนาดใหญ่ ซัดไปที่กลางหน้าอกอสูร วานรจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น แต่ทว่าหลังจากที่ฝุ่นควันจางลง อสูรวานร กลับไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย
‘โฮกกกกก!!!!'
อสูรวานร กู่ร้องคำรามเสียงดังสนั่น พร้อมกับใช้ดาบในมือ ฟาดฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ซึ่งในขณะเดียวกัน ชิงเทียน ก็กำลังตั้งรับการโจมตี อย่างยากลำบาก เนื่องจากเสียเปรียบด้านพละกำลัง จนตอนนี้ แขนขวาของเขา เริ่มด้านชาจนไร้ความรู้สึก
“แย่หล่ะสิ...ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ฉันคงหมดแรงก่อนแน่" ชิงเทียนบ่นออกมา ตอนนีัความหวังเดียวของเขา คือการเนตรสะกดเทพ ผนึกการเคลื่อนไหวของศัตรู แล้วเล็งไปที่จุดอ่อน บริเวณดวงตาเพียงเท่านั้น แต่ทว่า ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตเช่นนี้ จำเป็นต้องใช้สมาธิในระดับสูง ทำให้เขาไม่สามารถใช้งานขณะที่กำลังต่อสู้ได้
หลังจากต่อสู้ยาวนาน ถึงหนึ่งหนึ่งชั่วโมง ในที่สุด ร่างกายของชิงเทียน ก็เริ่มมาถึงขีดจำกัด แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังคงรอคอยโอกาศ ที่จะใช้พลิกสถานการณ์ อย่างใจจดใจจ่อ และในจังหวะที่อสูรวานร กำลังจะร้องคำรามขึ้นอีกครั้ง กระสุนที่มองไม่เห็น ก็ถูกยิงเจาะทะลุเข้าไปในลำคอ จนอสูรวานร กรีดร้องออกมา ด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะมีพลังบางอย่าง เข้ามาผนึกการเคลื่อนไหว
ชิงเทียน ชี้ดาบไปด้านหน้า พร้อมกับเพลิงทีฟ้า ที่ลุกท่วมตัว พุ่งตัวทะลวงเข้าไปในดวงตา ที่กำลังเบิกกว้าง แล้วปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา จนศรีษะของอสูรวานร ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ โชคดีที่ชิงเทียน เคยมีประสบการณ์ กับศัตรูเช่นนี้มาก่อน จึงทำให้รับรู้ถึงจุดอ่อน และวิธีในการรับมือ
หลังจากที่ทำความสะอาด และล้างคราบเลือด เรียบร้อยแล้ว ชิงเทียน ก็เดินมุ่งหน้าต่อไป จนกระทั่ง มาหยุดอยู่ด้านหน้าม่านแสงสีฟ้า ซึ่งน่าจะเป็นประตู สำหรับบททดสอบถัดไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวเท้าเข้าไป โดยไร้ความลังเล จากนั้นร่างของเขา ก็ถูกส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาน้ำแข็ง ที่รายล้อมไปด้วยผืนทะเลอันกว้างใหญ่ และในขณะที่ชิงเทียน กำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ได้มีเสียงหนึ่ง ดังมาจากทางด้านหลัง
“ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมเต่าเฒ่า ว่าให้ใช้ตะขาบเงาของข้าไปสู้แทน เจ้าลิงนั่นถือดาบซะเปล่า แต่ดันสมองทึบ จดจำกระบวนท่า ที่ข้าสอนให้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ช่างเป็นลิงที่น่าสมเพชจริงๆ"
เมื่อชิงเทียนหันไปดู เขาก็พบกับ เต่ายักษ์ขนาดมหึมาและอสรพิษ ที่ขดพันอยู่รอบลำตัว ซึ่งตอนนี้พวกเขา ต่างก็กำลังจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่าย ราวกับศัตรูที่เป็นคู่แค้นกันมานาน
“หุบปาก!! ก็เจ้าเองไม่ใช่รึไง ที่คัดค้านไม่ให้ข้าสร้างหมวกเกราะให้มัน" ใบหน้าของเต่ายักษ์ บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ แต่ทว่า ทันทีที่สังเกตุเห็นชิงเทียน เต่ายักษ์ ก็เหมือนพึ่งจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่ม อย่างสุภาพ “อะแฮ่ม…ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือสัตว์เทวะเสวียนอู่ ส่วนเจ้างูกาฝากนี่ มีชื่อว่าเฮ่ยอัน"
เฮ่ยอัน แสดงสีหน้าไม่พอใจ “ใครเป็นกาฝากกันห่ะ!? คิดว่าข้าอยากจะเกิดเป็นหางเจ้านักรึไง"
ชิงเทียน ที่มองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ เนื่องจากเขาไม่คิดว่า จะได้มาเห็นสัตว์เทวะ ในสภาพเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งเขายังไม่เข้าใจว่า ทำไมตนเองถึงมาโผล่ยังสถานที่แห่งนี้ได้
เสวียนอู่ เมินคำพูดของเฮ่ยอัน ก่อนจะจ้องมองชิงเทียน ด้วยแววตาอันล้ำลึก “เอาล่ะ…เจ้าพร้อมจะรับการทดสอบจากข้ารึยัง"
“ข้ายอมรับ" ชิงเทียน ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับละทิ้งความสงสัย เกี่ยวกับบททดสอบก่อนหน้านี้ พร้อมกับนำดาบชิงหลง ขึ้นมาถือไว้ในมือ
“หึ หึ หวังว่าเจ้าจะทำให้ข้า รู้สึกสนุกขึ้นมาได้บ้างนะ" เสวียนอู่หัวเราะในลำคอ ทันใดนั้น ก้อนน้ำแข็งจำนวนนับหมื่น ก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า ราวกับฝนดาวตก
หลังจากที่ชิงเทียน ได้เห็นการโจมตีเช่นนั้น ใบหน้าของเขา ก็ซีดเผือดขึ้นมาในทันที เพราะก้อนน้ำแข็งเหล่านั้น มีขนาดพอๆกับรถบรรทุก และด้วยจำนวนที่มากมายขนาดนั้น ก็เพียงพอที่จะลบเมืองทั้งเมือง ให้หายไปจากแผนที่ได้เลยทีเดียว
ชิงเทียน สร้างม่านพลังขึ้นมาถึงสิบชั้น เพื่อป้องกันการโจมตีในครั้งนี้ ซึ่งสิ้นเปลืองพลังปราณเป็นอย่างมาก แต่ยังไงซะ นี่ก็เป็นหนทางเดียว ที่จะสามารถรักษาชีวิตของเขาได้ และในไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงระเบิดก็ดังอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับพื้นดินที่สั่นสะเทือน ไม่ต่างจากการเกิดแผ่นดินไหว ขณะเดียวกัน ม่านพลังของชิงเทียน ก็ค่อยๆแตกออกทีละชั้น จนในที่สุด ม่านพลังก็เหลือเพียงชั้นสุดท้าย ก่อนที่ก้อนน้ำแข็งทั้งหมด จะร่วงหล่นสู่พื้นดิน
ชิงเทียน ถอนหายใจออกมา ด้วยความโล่งอกการรับมือกับฝนดาวตกเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเลยแม้แต่น้อย และในขณะที่ชายหนุ่ม กำลังคิดหาหนทาง ในตอบโต้อยู่นั่นเอง เงาของเขาที่กำลังฉายอยู่บนพื้น ก็เกิดการสั่นไหว พร้อมกับปากขนาดยักษ์ ที่พุ่งขึ้นมาจนเผยให้เห็นเขี้ยวพิษ อันแหลมคม แต่ด้วยไหวพริบและสัญชาตญาณ ที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี จึงทำให้ชิงเทียน ไหวตัวหลบได้ทันเวลา
‘บัญญัติแห่งความพินาศ'
ดาบชิงหลง ถูกชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ชิงเทียนรู้ดีว่าพลังป้องกันของเสวียนอู่นั้น แข็งแกร่งที่สุด ในบรรดาสัตว์เทวะทุกตน ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะปลดปล่อยการโจมตี ที่ทรงพลังที่สุดออกมา
“โอ้ววว…ไม่เลวเลยนี่!!" เสวียนอู่ เงยหน้ามองดาบยักษ์ ที่กำลังพุ่งลงมาราวอุกกาบาต ด้วยความตื่นเต้น ขณะที่ ส่วนหัวของเฮ่ยอัน ก็ได้มุดหายกลับเข้าไปในเงา
“จะมัวมองทำบ้าอะไร รีบกลับเข้าไปในกระดองเร็วเข้า ตอนนี้พวกเรา ลดความเข็งแกร่งลงมาอยู่ในระดับ ขอบเขตเสมือนเซียนแล้วนะ!!" เฮ่ยอัน ที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเสวียนอู่ ตะโกนออกมาจนสุดเสียง
เมื่อคมดาบตกลงสู่พื้น ก็เกิดแรงระเบิดขึ้น จนพื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ทุกสิ่งที่อยู่ขอบเขตการทำลาย ล้วนสูญสลายหายไป จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก แต่ทว่า กระดองของเสวียนอู่ กลับยังคงไร้ซึ่งความเสียหาย
ใบหน้าของชิงเทียน เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ที่แม้แต่การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด ยังไม่สามารถทำอะไรเสวียนอู่ได้ มิหนำซ้ำ ดวงตาขนาดใหญ่เหล่านั้น ยังถูกปกคลุมไปด้วยชั้นผลึก ซึ่งน่าจะมีความแข็ง ไม่ต่างจากขนของอสูรวานร ทำให้ตอนนนี้ เขาแทบจะหมดหนทางที่จะชนะ แต่ทันใดนั้นเอง ชิงเทียน ก็เหมือนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะเผยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
จนกระทั่งในจังหวะที่เสวียนอู่ ลุกยืนขึ้นอีกครั้ง ชิงเทียนก็พุ่งเข้าหาเสวียนอู่ อย่างไม่หวั่นเกรง โดยมีปีกอัสนีสีทอง ปรากฏขึ้นที่กลางหลัง เพื่อรีดเค้นความเร็ว จนก้าวข้ามขีดจำกัด ก่อนจะมุ่งตรงไปยังส่วนท้องของเต่ายักษ์
‘บัวนรกผลาญวิญญาน'
ชิงเทียน นำพลังสำรอง จากแก่นปราณออกมาใช้ อย่างไม่ลังเล ทันใดนั้น บัวเพลิงขนาดมหึมา ก็ปรากฏขึ้น ใต้ท้องของเสวียนอู่ พร้อมกับปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าจริงๆเหรอว่า ตรงนั้นคือจุดอ่อนของข้า" เสวียนอู่ หัวเราะออกมา
ชิงเทียนแสยะยิ้ม “เปล่าเลย...ข้าเล็งสิ่งอื่นเอาไว้ต่างหาก"
เมื่อสิ้นคำของชายหนุ่ม เสาเพลิงขนาดใหญ่มก็พวยพุ่งออกมา ดันร่างของเต่ายักษ์ พุ่งขึ้นไปบนอากาศ ทำเอาเสวียนอู่และเฮ่ยอัน เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้น ในสภาพหงายท้องรับแสงอาทิตย์
“จ...เจ้าเด็กบ้า พลิกตัวข้ากลับเดี๋ยวนี้นะ" เสวียนอู่และเฮ่ยอัน ครวญครางออกมา พลางใช้ขาตะเกียกตะกายไปอากาศ
ชิงเทียน ยืนมองผลงานของตนเอง ด้วยความภาคภูมิใจ โชคดีที่เขาเคยศึกษา เกี่ยวกับชีววิทยา จึงทำให้รู้ว่า หากทำเช่นนี้ เต่ารู้สึกไม่สบายตัว และหากทิ้งไว้นาน ก็อาจจะเป็นอันตรายถุงชีวิต “หากท่านยอมแพ้ ข้าจะยอมช่วยก็ได้นะ"
“ข...เข้าใจแล้ว ข้ายอมแพ้ พอใจเจ้ารึยัง?" เสวียนอู่ กล่าวอย่างไม่ลังเล เพราะความจริงแล้ว เขาก็อยากดับสูญเช่นกัน เพียงแต่ต้องการจะทดสอบ ความสามารถของชายหนุ่มเท่านั้น
ในที่สุดร่างกายของเสวียนอู่ ก็พลิกกลับมาอีกครั้ง แท้ว่าสายตาทั้งสองคู่ จะมองชิงเทียน ด้วยความโกรธเคืองก็ตาม “หลังจากที่สู้กัน เจ้าคงจะรู้ซึ้ง ถึงความยอดเยี่ยมของข้าแล้วสินะ"
“แค่หงายท้องก็ยอมแพ้แล้วเนี่ยนะ" เฮ่ยอัน กรอกสายตามองบน
“หุบปาก!!' เสวียนอู่ตวาดลั่น ด้วยความอับอาย ก่อนที่ร่างกาย จะสลายกลายเป็นโล่เหล็กสีนิล ในขณะที่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณ แตกดับโดยสมบูรณ์
ชิงเทียน คว้าโล่สีดำมาดู ก็พบว่า ลวดลายบนโล่ มีลักษณะ คล้ายกระดองเต่า แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงที่สุดก็คือ มันสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นมีดสั้น ที่มีอำนาจบงการความมืด ซึ่งอาจจะเกิดจาก พลังของเสวียนอู่และเฮ่ยอัน ที่แยกตัวกันเป็นเอกเทศ ขณะเดียวกัน ชิงเทียนก็ได้ทำการหยดเลือด เพื่อสร้างตราประทับ จากนั้นรอยสักรูปเต่าและอสรพิษ ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบนของแผ่นหลัง
----------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771