ตอนที่ 28 แผนการของสองสาวสวย
แม้มีศักดิ์เป็ถึงผู้อำนวยการแต่หลี่เจิ้งอีกลับไม่สามารถช่วยลูกสาวตัวเองได้ตอนนี้หลิวเฟยจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านั้นเขาถึงได้เ็ปและสิ้นหวังยิ่งนัก
หลิวเฟยมาที่ห้องฉุกเฉินพร้อมกันกับพวกเขาและมองไปที่สาวแรกรุ่นที่นอนอยู่บนเตียง รูปโฉมของเธอเปลี่ยนไปเมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วเขาจึงส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
ดูจากโครงหน้าของเธอแล้วเธอน่าจะสวยและอายุยังน้อย อายุของเธอน่าจะประมาณยี่สิบกว่าปีและอาจกล่าวได้ว่าเธออยู่ใน่วัยที่กำลังสวยสะพรั่งที่สุด ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดกลับต้องมาเจอกับหายนะเช่นนี้ช่างหน้าอนาจใจจริง ๆ
เป็ดังที่คาดการณ์ไว้เธอได้รับการช่วยชีวิต แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมาและพบว่าเธอกลายเป็เช่นนี้เธอจะต้องได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน
เขามองไปที่หลี่เจิ้งอีที่กำลังขมวดคิ้วและพูดเสียงเข้มว่า"เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาใช่ไหม ? "
หลี่เจิ้งอีพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"เป็อุบัติเหตุทางรถยนต์ ถูกชนจนรถคว่ำและไฟก็ไหม้ ... "
เมื่อพูดถึงเื่นี้ดูเหมือนว่าจู่ ๆเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองไปที่หลิวเฟยอย่างประหม่าแล้วพูดว่า"อาจารย์หลิว ทักษะทางการแพทย์ของคุณยอดเยี่ยมขนาดนั้นจะสามารถรักษารอยแผลถูกไฟไหม้ของเธอได้ไหม ? "
เมื่อเขาพูดเช่นนี้แสดงว่าเขากำลังยืนอยู่ในจุดของความเป็พ่อ เพราะจากมุมมองของหมอแล้วแม้ว่าทักษะทางการแพทย์จะดีขนาดไหนก็ยังมองออกว่าแผลไฟไหม้ของเธอนั้นร้ายแรงเกินไปหากจะช่วยเธอได้คงต้องพึ่งปาฏิหาริย์เท่านั้นความเป็ไปได้ในการฟื้นฟูใบหน้าของเธอให้กลับมาปกตินั้นมีน้อยเหลือเกิน
แม้ว่าหลิวเฟยจะมีตำราชิ้นเอกอย่างทักษะห้าชี่ไหลเวียนแต่เขาก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเื่นี้นัก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า"ผมจะลองดู แต่ขอให้ผู้อำนวยการหลี่รับปากคำขอของผมทั้งสองด้วย ! "
หลี่เจิ้งอีรีบตอบกลับไปว่า"อย่าเรียกว่าคำขอสิ อยากจะให้ผมทำอะไรก็ขอมาได้เลย ตราบใดที่สามารถช่วยให้ทำให้รูปโฉมลูกสาวของผมกลับมาเป็เหมือนเดิมหรือบรรเทาลงได้ผมก็ยินดีตอบตกลง !"
หลิวเฟยพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นผมจะขอพูดตามตรงเลยแล้วกันนะครับอันดับแรกผมหวังว่าเื่ที่ผมช่วยผ่าตัดให้ลูกสาวคุณจะไม่เผยแพร่ออกไปทุกคนที่รู้เื่นี้ขอให้เก็บเป็ความลับ ตอนนี้ผมเป็แค่เกษตรกรตัวเล็ก ๆ ผมไม่อยากมีปัญหาใด ๆ "
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำพูดนี้ของเขาคือการปฏิเสธคำเชิญให้เข้าร่วมทำงานกับโรงพยาบาลเฟิ่งฮวงหลี่เจิ้งอีได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา "น่าเสียดายจริง !แต่ทุกคนล้วนมีความไฝ่ฝันและผมก็สามารถเข้าใจเื่นี้ได้ เื่นี้ไม่ยากผมจะพยายามกำชับทุกคนแล้วกัน”
"ขอบคุณมากครับ !ความคิดต่อไปของผมคือรอให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยเริ่มทำการการรักษาแผลไฟไหม้ตอนนี้ร่างกายเธออ่อนแอเกินไปและยากที่จะบอกได้ว่าเธอจะฟื้นเมื่อไหร่การรักษานี้ผมจะเป็คนนำเอง พวกคุณทำตามผม คุณคิดเห็นว่าอย่างไร ? "
หลี่เจิ้งอีตอบอย่างไม่ลังเล "เื่นี้ไม่มีปัญหามันควรจะเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว การช่วยชีวิตเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะหากไม่มีชีวิตอยู่แล้ว รูปโฉมกลับมาดูดีแล้วจะมีประโยชน์อะไร ? "
หลิวเฟยพูดต่อว่า:"ความคิดของผมตอนนี้คือต้องผ่าตัดและรักษาด้วยกอเอี๊ยะจีน ผมจะเป็คนผสมยาเองแต่ตัวยาบางชนิดอาจจะมีราคาสูงหน่อยนะครับ... "
หลี่เจิ้งอียังไม่ทันจะพูดภรรยาของเขาก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างมั่นใจ "เื่นี้ไม่มีปัญหาพวกเราทำงานมาตลอดชีวิต ยังมีเงินเก็บอีกเยอะ หากเงินเก็บเหล่านี้ไม่พอพวกเราก็จะทำทุกวิถีทาง ขอเพียงคุณสามารถช่วยลูกสาวเราได้"
หลิวเฟยจึงพูดขึ้นว่า "เอาล่ะถ้างั้นผมจะเขียนรายการให้พวกคุณเอาใบสั่งยาไปซื้อสมุนไพรมา จากนั้นผมจะรวบรวมและกลั่นยาออกมาเอง"
หลี่เจิ้งอีรู้สึกตื่นเต้นมากจึงจับมือของเขาและพูดว่า"ผมเชื่อมั่นในฝีมือคุณ ขอให้คุณรักษาตามวิธีของคุณได้เลยไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ยังไงพวกเราก็ต้องขอบคุณคุณ ! "
หลิวเฟยยกมือขึ้นปฎิเสธแล้วพูดว่า"ในเมื่อผมรับผิดชอบเื่นี้แล้ว มันก็ถือเป็โชคชะตาผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถแน่นอน ส่วนเื่อื่นนั้นค่อยว่ากันดีกว่า"
ทันทีที่เขาพูดจบซูเฉียวก็เดินมาอยู่ข้าง ๆและพูดขึ้นด้วยอารมณ์ตื่นเต้น “ผมขอโทษจริง ๆผมไม่คิดว่าทักษะทางการแพทย์คุณจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ผมและภรรยาไม่ควรปฏิเสธคุณเพราะอคติแบบนั้นเลย ดูสิ……”
หลิวเฟยชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งเขาไม่คิดเลยว่าเพราะเหตุการณ์นี้ จะทำให้อีกหนึ่งเหตุการณ์เปลี่ยนไปเขายิ้มให้กับโม่อวี้เล็กน้อยแล้วพูดกับซูเฉียวว่า "ประธานซูท่านคิดมากไปแล้ว เดิมผมแค่อยากจะมาดูอาการป่วยของภรรยาคุณเท่านั้น เช่นนั้น ...ผู้อำนวยการหลี่ ผมขอดูรายงานการตรวจของเธอหน่อยได้ไหม ? ”
หลี่เจิ้งอีรีบพูดโดยไม่ปฏิเสธ"แน่นอน ไม่มีปัญหา ! "
หลิวเฟยอ่านรายงานการตรวจของเมิ่งจวินจากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังห้องผู้ป่วยเพื่อจับชีพจรของเธอพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพูดว่า"มะเร็งปากมดลูกของเธออยู่ในระยะสุดท้ายซึ่งรักษาได้ยากจริง"
ซูเฉียวรีบพูดขึ้นทันที"ผมรู้ ผมเข้าใจดี ผมไม่คาดหวังว่าจะต้องรักษาเธอให้หายผมแค่อยากให้เธอมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักสองสามปี ! "
พูดจบชายร่างใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
เมิ่งจวินภรรยาของเขาก็เสียใจมากเช่นกันเธอเหลือบมองหลิวเฟยและพูดขอโทษ "ฉันขอโทษจริง ๆฉันไม่ควระโใส่คุณแบบนั้น"
ก่อนหน้านี้ที่เธอทำแบบนั้นเพราะไม่้าให้สามีของเธอล่วงเกินตระกูลลู่และแน่นอนว่าหลิวเฟยเข้าใจได้
บนโลกนี้คนกวาดหิมะหน้าประตูยังคงคำนึงถึงคนส่วนใหญ่แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าไปยุ่งเื่ของคนอื่นอย่างห่วงใย
เขาปลอบประโลมเธอสองสามประโยคและพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า"การที่จะรักษาให้กลับมาหายเป็ปกติ 100% นั้นเป็ไปได้ยากมาก แต่ถ้าคุณเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือกับผมผมคิดว่าผมสามารถทำให้คุณมีชีวิตอยู่ต่ออีกได้อย่างน้อย 2 ปี"
เมื่อเมิ่งจวินได้ยินเช่นนี้เธอก็ตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา
ริมฝีปากของซูเฉียวสั่นเทาเขาพูดออกมาอย่างไม่เป็ภาษาว่า "จะ....จริงหรือ ? "
หลิวเฟยพูดขึ้น“เื่นี้ย่อมเป็ธรรมดา ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะเชื่อใจผมหรือไม่ ! "
"แน่นอนผมต้องเชื่อใจคุณอยู่แล้ว !คุณพาลูกสาวของผู้อำนวยการกลับออกมาประตูผีนั่นได้ แล้วทำไมพวกเราจะไม่เชื่อคุณวางใจเถอะ ไม่ว่าจะให้พวกเราทำอะไร พวกเราก็จะช่วยอย่างเต็มที่ ! ”
"ดีมาก ! ” หลิวเฟยเอ่ย“งั้นเราทั้งสองมาเริ่มลงมือกันขอผมปรึกษากับหมอผู้ช่วยของคุณเพื่อกำหนดแผนรักษาก่อน จากนั้นผมจะบอกว่าทำอย่างไรไม่ต้องประหม่าไป มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพราะว่ามันคือสิ่งสำคัญที่สุด ! "
เมิ่งจวินพยักหน้าเธอส่งสีหน้าไปยังซูเฉียว ซูเฉียวจึงรีบพูดขึ้นว่า"ในเมื่อคุณไม่ได้คิดอะไรมาก แถมยังเต็มใจที่จะช่วยชีวิตภรรยาผมอีกตัวผมก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมจะเพิ่มราคาอาหารทะเลทั้งหมดของคุณขึ้นกิโลละ 2 หยวนถึงโรงแรมของเรามีรายได้กำไรน้อยลงก็ไม่เป็ไร ! สำหรับผู้จัดการโม่ ผมจะเลื่อนตำแหน่งให้คุณเป็รองผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมพร้อมทั้งให้ทำหน้าที่จัดซื้อไปด้วยคุณคิดว่าเป็อย่างไรบ้าง ? "
ความสุขเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนทำให้โม่อวี้รู้สึกงงงวยไปหมด
เธอค่อย ๆ ผ่อนคลายลงและพูดออกไปว่า"ประธานซู ขอคุณคิดให้ดีก่อนนะคะ หากท่านร่วมมือกับพวกเราในเื่นี้ก็เท่ากับว่าจะทำให้ตระกูลหลู่ไม่พอใจคุณได้... "
ซูเฉียวตอบกลับอย่างจริงจังว่า"ไม่พอใจก็ไม่พอใจไปสิ ! ถึงแม้ตระกูลหลู่จะแข็งแกร่งมากแต่อย่างน้องพวกเราก็เป็ถึงโรงแรมห้าดาว ดังนั้นเราไม่ต้องไปกลัวเขา ! ถ้าพวกเขากล้าเล่นสกปรกล่ะก็ต้องมีการแตกหักกันไปข้าง คุณอย่าลืมนะว่าธุรกิจของลูกชายของผม หลายปีมานี้ทำกำไรดีจะจ้างบอดี้การ์ดสักคนมาคอยปกป้องพวกคุณก็ไม่มีปัญหา"
โม่อวี้พูดอย่างตื่นเต้นว่า"ถ้าเป็เช่นนั้น ก็ขอบคุณคุณมาก ๆ ! "
"นี่คือสิ่งที่พวกคุณสมควรได้"ซูเฉียวเอ่ย
แม้ว่าหลิวเฟยจะรู้สึกขอบคุณประธานซูมากแต่เขาก็ยังสงบนิ่งและพูดขึ้นว่า"ถ้าเป็เช่นนั้นพวกเราก็จะเดินไปเคียงข้างคุณและโรงแรมของคุณ ! หลู่อิงปินไม่ใช่คนดีมันต้องเล่นสกปรกแน่ ๆผมหวังว่าหวังคุณจะช่วยไหว้วานลูกชายของคุณ จ้างบอดี้การ์ดมาเพิ่มเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยของโรงแรม"
ซูเฉียวพูดว่า "วางใจได้กว่าผมพาโรงแรมมาได้ถึงระดับนี้ได้ผ่านอะไรมาตั้งมากมายผมจะจัดการเื่นี้อย่างจริงจัง ส่วนเื่ภรรยา ผมก็ฝากคุณด้วยนะ"
"ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้วผมก็จะทำให้สุดความสามารถแน่นอน ! " หลิวเฟยเอ่ย
หลังจากพูดคุยกับพวกเขาสักพักหลิวเฟยก็ได้จัดทำรายการสมุนไพรจีนและนำไปมอบให้กับหลี่เจิ้งอีจากนั้นจึงพูดคุยปรึกษาแผนการรักษาใหม่กับหมอที่รักษาเมิ่งจวินก่อนที่จะขึ้นไปบนเตียงคนไข้และหลับตางีบสักพัก
เก้าโมงกว่า ๆ ของเช้าวันรุ่งขึ้น เขาหิ้วยาจีน 6 ถุงใหญ่เดินออกจากโรงพยาบาลโม่อวี้ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นที่มีอยู่ในใจได้อีกต่อไปเธอเอียงศีรษะและหอมเข้าที่แก้มของเขาไปหนึ่งฟอดพร้อมพูดว่า "หลิวเฟยนายนี่ช่างมหัศจรรย์จริง ๆคิดไม่ถึงว่าจะมีสถานการณ์ที่พลิกผันอะไรเกิดขึ้นขนาดนี้ ไปกันเถอะ ไปทานอาหารมื้อเที่ยงที่บ้านฉันกันครั้งนี้ฉันจะลงมือเข้าครัวทำอาหารเอง ! ”
หลิวเฟยกระแอมเบา ๆ "ได้แต่เอาไว้คราวหน้านะ"
พอโม่อวี้คิดถึงครั้งก่อนที่เขาพูดแบบเดียวกันก็ยกมือขึ้นทุบเขาแล้วพูดด้วยความเคือง "นายมันคนสารเลว คุณ ... เป็แบบนี้ตลอดเลยนี่จงใจใช่ไหม มันน่าโมโหจริง ๆ ! "
หลิวเฟยยิ้มและพูดว่า"นี่คุณไม่เห็นหรอว่าผมหิ้วยาจีนมามากมายขนาดนี้ ? ผมจะนำมันไปอบ ! จริง ๆ นะ ไว้วันหลังเถอะ"
โม่อวี้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า"งั้นก็ได้เดินทางดี ๆแล้วกัน คราวหน้าก็อย่าพูดประโยคแบบนั้นอีก ไม่งั้น ... ฉันนี่แหล่ะจะกินนายเอง ! "
พูดจบเธอก็ทำท่าคุกคามหลิวเฟยเธอเปลี่ยนจากหญิงสาวที่คุ้นเคยกลายเป็โลลิตัวน้อยในทันที
หลิวเฟยอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วจงใจแสร้งเป็โง่งม "ผมไม่ใช่พระถังซัมจั๋งนะคุณกินเข้าไปแล้วไม่เพียงแต่รสชาติจะแย่ ดีไม่ดีอาจติดคอตายได้นะ ! "
โม่อวี้ยื่นแขนขาวออกมาช้อนคางของเขาแล้วพูดว่า"เื่จะติดคอหรือไม่ติดคอตาย ต้องกินก่อนถึงจะรู้ นายว่าไหมล่ะ ? "
เมื่อเห็นท่าทางที่มีเสน่ห์เย้ายวนของเธอหลิวเฟยก็กระแอมและกำชับให้เธอระวังตัวและรีบไปโดยเร็ว
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านหลิวเจีย เขามอบหมายให้หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวรับผิดชอบในเื่การรับสินค้า ส่วนเขาหมกตัวอยู่ที่บ้านเพื่อต้มยาจีน
หลังจาก่บ่ายที่ไปส่งของในเมืองเสร็จเนื่องจากอาหารทะเลทั้งสามชนิดราคาเพิ่ม ในที่สุดเขาก็ได้กำไรมาบ้าง
เดิมทีตั้งใจจะซื้อของบางอย่างกลับไปฉลองแต่ใครจะไปรู้ว่าหลี่อวิ๋นโหรวกลับโทรหาเขาก่อน บอกว่าที่บ้านเตรียมอาหารไว้แล้วให้เขารีบกลับไปเร็ว ๆ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเื่นี้ทำให้เขาสงสัยเป็อย่างมากหลี่อวิ๋นโหรวกลายเป็คนมีน้ำใจขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่
เมื่อเขากลับถึงบ้านก็พบว่าเธอและหลิวอวี้เหลียนได้เตรียมอาหารไว้จริงๆแถมพวกเธอยังซื้อไวน์แดงและเหล้าขาวมาไว้อีกอย่างละ 2 ขวดนั่นทำให้เขารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ
เขาล้างมือและนั่งที่โต๊ะอาหารตามคำขอของเธอทั้งสองจากนั่นเขาลองชิมอาหารก่อนแล้วพูดขึ้นว่า "วันนี้ดวงอาทิตย์คงขึ้นมาจากทิศตะวันตกสินะผมก็เลยมีลาภปาก อาหารนี้อร่อยจริง ๆ ! "
หลี่อวิ๋นโหรวและหลิวอวี้เหลียนที่สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวรีบรินไวน์ให้เขาอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ยกแก้วขึ้นคารวะเขาพร้อมกัน"เนื่องจาก่นี้นายเหนื่อยมามากแล้ว พวกเราขอยกย่องนายในนามของตัวแทนหมู่บ้าน ! พวกเราชนแก้วแล้วทีนี้ตานายบ้าง……”
“ชน……”
หลิวเฟยเหลือบมองแก้วเหล้าขาวแก้วหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วมองไปที่แก้วไวน์แดงของพวกเธอ ขณะที่กำลังจะหยุดพวกเธอก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกระดกจนหมดแก้ว
เขายิ้มอย่างขื่นขมพร้อมทั้งส่ายหัวไม่หยุด"สองสาว พวกเธอแสดงความเคารพกันอย่างนี้หรือ พวกเธอกำลังมอมเหล้าฉันสินะพวกเธอวางแผนอะไรกันอยู่หรือเปล่า ? "
หลิวอวี้เหลียนถอนหายใจพร้อมพูดว่า"วางแผนกับพี่เนี่ยนะ ? พวกเรายังต้องกลัวว่าพี่จะเมาอีกหรือ อย่าหลงตัวเองเลย เร็วเข้าเป็ผู้ชายยกครั้งเดียวให้หมดแก้ว ! "
หลิวเฟยมองไปที่พวกเธอจากนั้นจึงยิ้มและพูดว่า "มันก็แค่เหล้าไม่ใช่หรือ ? ได้ฉันจะดื่มมันเอง ! "
เขายกดื่มภายในรวดเดียวหลิวอวี้เหลียนแทบรอไม่ไหวที่จะเติมให้กับเขาอีกแก้วนี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาโดนให้ดื่มอยู่คนเดียว หลิวเฟยแทบจะแน่ใจแล้วว่าพวกเธอสองคนต้องคิดวางแผนอะไรอยู่แน่นอนแต่ก็มีอีกสิ่งที่เขายังไม่รู้คือ มีบางคนที่พยายามทำบางอย่างกับเขาคืนนี้เขาถูกลิขิตให้ต้องเผชิญกับ "งานเลี้ยงอันมีเลศนัย"และยังต้องเผชิญกับเื่ "... " อีกด้วย