"เป็อย่างไรบ้าง ท่านเริ่มคุ้นชินกับเมืองหลวงบ้างรึยัง"
"อื้อ ก็ใช้ได้ มิน่าล่ะหนุ่มๆสาวๆถึงอยากจะมาเมืองหลวงกัน สาวงาม อาหารอร่อย ผู้คนก็เป็มิตรดี" เฟิงเหยาพูดพร้อมสะบัดพัดในมือไปมาเบาๆ
"เมืองหลวงงั้นรึดี ข้าว่าแถบชานเมืองน่าจะน่าอยู่กว่าตั้งเยอะ ทั้งผู้คนที่ค่อยช่วยเหลือกัน แถมธรรมชาติที่สวยงามอีกต่างหาก"
"มันก็มีดีกับไม่ดีปะปนกันไป จริงไหม"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น"
"งั้นเราหาโรงเตี๊ยมนั่งกันดีรึไม่ตอนนี้ก็อากาศก็เริ่มจะร้อนแล้ว"
"งั้นข้ามีโรงเตี๊ยมจะแนะนำรับรองว่า ชาดี ขนมอร่อย แน่นอน"
"ฮ่าๆ ท่าทางจะดีจริงไปสักหน่อยคงจะไม่เสียหายอะไร"
จากนั้นซานซานกับคุณชายเฟิงก็เดินไปยังโรงเตี๊ยมหมินฉางตามคำแนะนำและชักชวนของคนร่างเล็ก ไม่นานนักทั้งสองคนก็มาถึงหน้าทางเข้า
"โรงเตี๊ยมหมินฉางรึ"
"ใช่แล้ว ข้าว่าเดินเข้าไปด้านในกันดีกว่า"
"เชิญสาวงามก่อน"
พอเดินเข้าไปผู้คนมากมายที่เดินสวนกันเป็ธรรมดาของที่นี่
"ซานซาน" พี่จือเหยี่ยนทักขึ้น
"ยุ่งมากใช่ไหม"
"อื้อ นิดหน่อยว่าแต่วันนี้เ้ามากับใครรึ"
"คุณชายท่านนี้คือคุณชายเฟิง เขาเป็แขกของข้าเอง เขาพึ่งมาเปิดร้านผ้าไหมแพรและพวกเครื่องประดับในเมืองหลวง"
"อ่อเช่นนี้นี่เอง"
"ไว้ว่างๆเชิญแม่นางไปเลือกของที่ร้านข้าได้ตามสบาย ข้าจะส่งให้ฟรีเป็พิเศษในฐานะสหายของซานซาน" คุณชายเฟิงพูด
"น้ำใจท่านล้นเหลือ ข้าไม่เอาของฟรีๆจากท่านหรอกของซื้อของขาย ไว้ข้าจะไปอุดหนุนร้านของท่านก็แล้วกัน ว่าแต่เ้าเถอะซานซาน อยากจะกินอะไรล่ะวันนี้"
" ข้าขอชาร้อนหอมๆอร่อยๆสักกา แล้วขนมกุ้ยฮวา ขนมเกาลัดเชื่อม "
"อื้อนั่งรอที่นี่ก่อนนะ ข้าจะให้คนนำมาให้"
"อื้อ" ซานซานตอบตกลงแล้วส่งยิ้มกว้างให้พี่จือเหยี่ยนไปหนึ่งที หญิงสาวที่เดินจากไปถึงกับฉีกยิ้มและส่ายหัวเบาๆ
"ดูเ้าจะคุ้นเคยที่นี่เป็อย่างดี"
"จะว่าเช่นนั้นก็ได้ ข้าเติบโตและฝากท้องที่นี่มาั้แ่เด็ก"
"ั้แ่เด็กเลยรึ"
"อื้อ ท่านอาจจะไม่รู้ ข้าเติบโตจากหอนางโลม แต่ข้าไม่ได้อดอยากอะไรนะ การที่มาที่นี่บ่อยคงจะเป็เพราะความใจดีของพี่จือเหยียน กับ ขนมที่อร่อยด้วยล่ะมั้ง" ไม่นานนักขนมและชาก็มาวางที่โต๊ะ
"เออ...ขอข้าเสียมารยาทถามเ้าสักเื่ได้รึไม่"
"อื้อ ท่านว่ามาสิ"
"เ้าไม่คิดถึงพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดรึ ถ้าเ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็ไร"
"มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร ถ้าถามว่าคิดถึงพ่อและแม่ผู้ให้กำเนิดบ้าง สำหรับข้าแล้ว ข้านึกหน้าพ่อแม่ไม่ออกเลยสักนิด ข้าบอกได้แค่นี้"
"เอาล่ะเราไม่คุยกันเื่นี้ดีกว่า จะพูดไป ข้ากับเ้านั้นก็พูดถูกคอกันดีนะว่าไหม"
"นั้นสิไม่รู้ทำไมทั้งๆพึ่งเจอกันแท้ๆ" พูดตามจริงจากใจ เธอไม่รู้ทำไมถึงได้กล้าพูดเื่ของตัวเองให้เขาตรงหน้าฟังได้อย่างสบายใจ ความรู้สึกที่มีต่อเขาเมื่อรู้จักเขามานานแล้ว....
"ซูซานซาน!" ซานซานที่กำลังนึกอะไรบ้างอย่างอยู่ถึงกับสะดุ้งเพราะเสียงใครบ้างคน
"ลี่หยางท่านมาได้ยังไง"
2 ยามก่อนหน้านี้
" คิดยังไงเรียกให้ข้ามาจวนท่านเนี่ยไม่พอให้ข้าหอบกองกระดาษที่ค่ายเอามาให้ท่านที่นี่อีก หรือ ว่า่นี้ไม่ห่างเมียหลงเมีย"
คนที่ถูกกล่าวถึงไม่สะทกสะท้านอะไรเขาจดจ้องอยู่กับกระดาษในมือ
"เอาเถอะๆถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศ ว่าแต่ซานซานไปไหนซะละั้แ่ข้ามาถึงที่นี่ยังไม่เห็นนางเลย"
หลังจากพูดจบคนที่ก่อนหน้านี้ไม่สนใจกับสิ่งที่ลู่เหยียนพูดเลยสักนิดพอมีชื่อของเมียรักขึ้นมาเขาถึงกับเงยหน้ามองอย่างนิ่งเผยแพร่รังสีอำมหิต จนทำให้คนที่ถูกจ้องอย่างลู่เหยียนถึงกับขนลุกซู่
"เดี๋ยวๆ ไม่ต้องมองข้าแบบนั้นเลยนะ ข้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับเมียสุดที่รักของเ้าหรอกนะ ข้ามีคนที่ข้าชมชอบอยู่แล้ว เมียของสหายก็เหมือนเป็สหายของข้าด้วย ที่ถามถึงเพราะปกติจะเห็นนางเดินไปมาให้เห็นแต่วันนี้กับไม่เห็นแม้แต่เงา "
"ข้าบอกเองว่านางไปไหน" เสียงปริศนาที่ดังขึ้นกลางวงสนทนาทำให้ชายหนุ่มทั้งสองหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน และเสียงของคนที่พึ่งมาไม่ใช่ใครที่ไหน เว่ยอิงหลาน ชายาของเขาอีกคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมสาวใช้ข้างกาย
"อิงหลาน" ลู่เหยียนพูด
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
"อื้อประมาณนั้น"
"อยากรู้ไหมล่ะว่าซานซานท่านไปไหน"
"เ้าจะมาหาเื่อะไรอีก เห็นรึไม่ว่าข้ามีแขก" ท่านอ๋องที่กำลังจดจ้องมองกระดาษในมืออยู่ร้องทักขึ้นอย่างเสียงนิ่งเรียบ
"ข้าไม่ได้มาหาเื่เสียหน่อย ข้าแค่จะมาบอกความจริงที่ข้าเห็นมา"
"เ้าไปเห็นอะไรมา"
"ก็แค่เห็นชายาท่านที่รักนักรักหนา เดินควงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เดินเข้าร้านนั้นทีร้านนี้ที เดินควงกันไปทั่วตลาด "
หลังหญิงสาวพูดเสร็จท่านอ๋องไม่รอช้าที่จะลุกพรวดออกจากที่นั่งแล้วเดินออกจวนไปทันที "ลี่หยางเดี๋ยวสิ รอข้าด้วย" ลู่เหยียนก็ไม่รอช้าที่จะเดินตามสหายดูจากสีหน้ากำลังฉุนเฉียวเอาเื่อยู่เหมือนกัน
ไม่นานรถม้าก็มาจอดยังหน้าโรงเตี๊ยมหมินฉาง
"ซูซานซาน!" ซานซานที่กำลังนึกอะไรบ้างอย่างอยู่ถึงกับสะดุ้งเพราะเสียงใครบ้างคน
"ลี่หยางท่านมาได้ยังไง"
"ซานซาน"
"อ้าว! ลู่เหยียนท่านก็มาด้วย"
"คุณชายทั้งสองคนนี้คือ... "
"อ่อ! ลืมแนะนำ นี่คือสามีข้า อ๋องสิบเอ็ด และ ส่วนนี่แม่ทัพลู่เหยียน พวกท่านทั้งสอง นี่คุณชายเฟิง "
"ข้าคงเสียมารยาทกับพวกท่านทั้งสองไปเชิญนั่งดื่มชาก่อน"
"ไม่ล่ะ ข้าขอพาชายาข้ากลับจวนก่อน" ลี่หยางตอบกับอย่างเรียบๆ ไม่ทันจะได้พูดโต้ตอบอะไร ร่างเล็กก็ถูกมือใหญ่คว้าข้อจูงเดินออกจากโรงเตี๊ยมทันที
"ลี่หยางข้าเจ็บนะ"
"พระชายา" เสี่ยวจูร้องทักหลังจากวิ่งออกตามมาจากโรงเตี๊ยม
ท่านอ๋องไม่สนคนที่ตามมาทีหลังฉุนร่างเล็กให้เข้าไปนั่งบนรถม้า จากนั้นท่านอ๋องก็ยอมปล่อยมือออกจากข้อแขนร่างเล็ก
"ท่านเป็อะไร บีบข้อมือข้าช้ำแดงหมดแล้วเนี่ย"
"เ้ารู้ใช่ไหมว่าเ้าผิดอะไร"
"ข้าผิด? "
และเขาก็ไม่ได้พูดต่อว่าเธอผิดอะไร ซึ่งทำให้ซานซานถึงกับนั่งคิดหนักอีกครั้ง
"อย่าบอกนะท่านกำลังหึงข้าน่ะ"
"มันใช่ได้รึที่เ้ามาเดินคุยอย่างสนิทสนมกับชายหนุ่มกลางใจเมืองอย่างนี้ เ้าแต่งงานมีสามีแล้วนะ"
"ท่านกำลังงี่เง่า เอาแต่ใจ ข้าไม่ได้ไปคนเดียวหน่อย เสี่ยวจูก็อยู่กับข้า"
"ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่วางใจ นับจากนี้ อย่าไปไหนมาไหนกับเขาอีก"
"ท่านหึงไม่เหตุผล ข้าจะมีสหายเป็ของตัวเองก็ไม่ได้ นับจากนี้ท่านก็ล่ามโซ่ตรวนข้าไว้อย่างนกในกรงของท่านต่อไป พอใจท่านรึยัง "
ไม่นานรถม้าก็มาจอดยังหน้าจวน ซานซานไม่รอช้าที่จะเดินลงทันทีโดยไม่เสียงร้องทักของอีกฝ่าย
"เดี๋ยวซานซาน ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด"
ซานซานไม่รอที่จะฟังคำใดๆอีก รีบสาวเท้าเดินกับเรือนกล้วยไม้ทันทีแต่ระหว่างทางก็พบคนที่ยืนกอดอกและยืนยิ้มเยาะอย่างสะใจอยู่ไม่ไกล
ซานซานรับรู้ได้เลยว่าเื่ที่เกิดขึ้นเพราะใคร าประสาทกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วสินะ ........