ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่69 นิวเคลียร์

       บ้านหลังนั้นได้เกิดประกายไฟสาดแสงสีส้มออกมาตามช่องหน้าต่างประตูบ้าน แล้วจากนั้นมันก็ได้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงซึ่งกินพื้นที่ไกลหลายกิโลเมตร แรงระเบิดนั้นได้ทำลายเมืองนี้ทั้งเมืองและลากยาวไปจนถึงชายป่าแล้วจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีก็ได้เกิดดอกเห็ดสีขาวราวกับกลุ่มเมฆที่ล่องลอยบนท้องฟ้า

    …………………………………….,..

       ก่อนหน้านี้ไม่นาน

       ในค่ายทหารแห่งหนึ่งที่กว้างใหญ่หลายร้อยไร่ได้มีกำแพงใหญ่ที่ทำขึ้นจากปูนหลายร้อยตันจนสูงชะลูดหลายสิบเมตร ในนั้นมีตึกสูงแห่งหนึ่งที่ด้านหน้าติดป้ายว่ากองบัญชาการเด่นหราสะดุดตาติดเอาไว้ ในห้องชั้นบนสุดของนึกได้มีชายแก่คนหนึ่งซึ่งมีหน้าตาเหี่ยวย่น ดวงตาทั้งสองของเขานั้นมันไม่ต่างจากสัตว์ร้ายกระหายเลือด นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานตัวประจำของเขาพร้อมกับถ้วยกาแฟร้อนๆ ที่มีควันพวยพุ่งออกจากปากแก้ว ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยตู้เก็บเอกสารมากมายจนแน่นเอี๊ยด

        เขาค่อยยื่นมือไปจับหูแก้วเซรามิกสีไข่มุกเพื่อจะดื่ม แต่ทว่าก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ ถ้วยกาแฟเสียก่อน เขาจึงได้ละมือที่บ่งบอกว่าผ่านกาลเวลามายาวนานจากกาแฟไปยังโทรศัพท์แบบหมุนรุ่นดึกดำบรรพ์พ์แทน เมื่อยกขึ้นมาแนบกับหู เสียงปลายสายก็ได้ดังขึ้นทันที

       " ท่านครับ เราเจอคนที่ท่านให้ตามหาแล้วครับ ตอนนี้เขาได้ลงมือสังหารคนของเราไปหลายคนแล้ว จะเอายังไงดีครับท่าน "

       " ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน "

       ชายชราถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

       " อยู่ที่ที่พิกัด…. ครับท่าน "

       " ส่งคนไปเพิ่มฆ่ามันให้ได้ เอาหน่วยล่าสังหารไปด้วย "

       " ได้ครับท่าน "

       หลังจากที่ว่างสายชายชราก็ได้ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังสีดำแล้วเดินตรงไปยังประตู เมื่อเขาปิดประตูดังปังอย่างรุนแรงก็ได้เดินไปตามทางอย่างเร่งรีบตรงป้ายหน้าของของเขาเขียนด้วยตัวอักษรสีทองเอาไว้ว่า

       ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

       นายทหารชราได้ลงมายังชั้นล่างแล้วเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ติดบันได

       ข้างในห้องแห่งนี้นั้น เต็มไปด้วยชายหนุ่มในชุดทหารที่นั่งประจำโต๊ะคอมของพวกเขาคนละเครื่อง และมีนายทหารนายหนึ่งซึ่งเขานั้นมีอายุน่าจะมากที่สุดในห้องถ้าไม่นับคนที่พึ่งเข้ามา เขาได้นั่งโต๊ะหลังสุดติดประตูเข้าออกแล้วจ้องมองไปยังลูกน้องที่กำลังกดแป้นพิมพ์มือประวิงกันอยู่

       เมื่อเขารับรู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา เขาก็ได้หันกลับหลัง360องศาไปมองยังคนที่พึ่งเปิดเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาก็ได้ลุกขึ้นยืนตัวตรงทำความเคารพชายชราทันที

       " ท่านคำปันครับ ตอนนี้คนของเราที่ท่านให้ส่งไปตายกันหมดแล้วครับ "

        เขารายงานด้วยสีหน้าเหมือนวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด

       " ตายหมดแล้ว เฮอ ทำไมมันแข็งแกร่งได้รวดเร็วขนาดนี้กันนะ "

       ชายชราในชุดทหารพูดขึ้นด้วยท่าทีปลงตกก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสุขุมเหมือนเดิม

       เหล่าทหารที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมได้หันหลังกลับมายังคนที่ส่งเสียงรบกวนพวกเขา แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ส่งเสียงดังนั้นเป็นใครพวกเขาก็ได้ทำความเคารพแทน คำปันได้ส่งสัญญาณให้พวกเขาทำงานของตัวเองต่อ

       " แล้วเราจะทำยังไงดีครับท่าน "

       ผู้ที่เป็นลูกน้องที่พึ่งกล่าวรายงานได้กล่าวถามขึ้นด้วยเสียงเหมือนคนกำลังคิดหนักว่าจะทำยังไงต่อไปดี ซึ่งเขาก็คิดแบบนั้นจริงๆ

       " ดูท่าทีไปก่อน ถ้ายังทำอะไรเขาไม่ได้ ก็คงต้องใช้ สิ่งนั้นแล้วล่ะ "

       ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนกับคิดไม่ตก เขาได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้อย่าได้ใช้เจ้าสิ่งนั้นเลย

       " ครับท่าน แต่ตอนนี้คงจะทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเขาได้เข้าไปในค่ายทหารที่เป็นที่หลบภัยของพวกเราแล้วครับท่าน แล้วดูเหมือนว่าเขาจะกำลังเล่นสนุกกับคนของเราอยู่ด้วยครับ "

       " ถ้าเป็นแบบนั้นก็ใช้สิ่งนั้นซะเราจะได้ไม่เสียหายมากเกินไป "

       " แต่…ท่านคนของพวกเราก็…."

       ลูกน้องกล่าวแย้งด้วยเสียงตะกุกตะกัก

       " จัดการซะนี้เป็นคำสั่ง "

       คำปันขึ้นเสียงเล็กน้อยจึงทำให้ลูกน้องที่กำลังกล่าวแย่งได้หยุดลงพร้อมกับสั่งการลูกน้องของเขาต่ออีกทอด

       " เปิดใช้งาน นิวเคลียร์ พิกัดเป้าหมาย ….."

       นายทหารชั้นผู้น้องรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

    …………………………………………

       กลับมาที่ปัจจุบัน

       ภูมินั้นที่โดนนิวเคลียร์ไปในระยะเผาขนนั้น ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้นร่างกายของเขาได้กระเด็นไปไกลหลายกิโลเมตรและถูกกลบฝังด้วยเศษดินและเศษซากอาคารบ้านเรือน เขานั้นได้ค่อยๆ เจาะรูเล็กๆ ด้วยพลังธาตุลาวาของเขาขึ้นไปด้านบนเพื่อให้อากาศได้ไหลเข้ามาแล้วใช้มิเนอร่าบางส่วนขุดดินนุ่มๆ ให้เป็นโพรงที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ภูมินั้นถึงจะได้รับบาดเจ็บเป็นแผลหลายแห่งแต่ก็ไม่มีชิ้นส่วนไหนของร่างกายที่ขาดหายไป

       เขาได้ครอบร่างกายด้วยมิเนอร่าจนหมดทุกส่วนเพื่อรักษาบาดเแผลของตัวเองโดยควบคุมความร้อนของมันให้น้อยลงเพื่อไม่ให้พลังของตัวเขาเองหลอมละลายพื้นดินมากเกินไปแล้วเขาก็ได้นอนมันทั้งอย่างนั้นเพื่อจะให้การรักษาบาดแผลนั้นรวดเร็วขึ้น

       ภูมิที่กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ปกติได้นอนหลับอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาเกือบๆ สามวันโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ว่าในตอนนี้ตัวของภูมินั้นได้กลับมาเป็นปกติหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ดวงตาที่เคยปิดสนิทได้ค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ

       จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ขุดรูดินเพื่อให้ตัวเองออกมา เมื่อได้ออกมาจากในโพรงดิน เขาก็ได้มองไปรอบๆ ทั่วทั้งบริเวณในตอนนี้นั้นพื้นดินกลายเป็นแอ่งขนาดใหญ่ที่สามารถใส่จังหวัดทั้งจังหวัดเข้าไปได้ ด้านล่างไกลๆ นั้นสายตาของเขาก็ได้กระทบเข้ากับผู้คนมากมายที่อยู่ในชุดลายพรางสีเขียวกำลังถืออาวุธเดินไปเดินมา พร้อมกับสุนัขหลายตัวที่กำลังเดินนำหน้าพวกเขา ทันใดนั้นสุนัขสีน้ำตาลดำทั้งหลายก็ได้หันมายังจุดที่เขาอยู่แล้วพากันวิ่งเขามาจนคนที่ถือสายจูงวิ่งตามไม่ทัน

       เขาที่อยู่ตรงปากหลุมอันใหญ่ยักษ์นั้นก็ได้ดันตัวเองออกจากรูแล้ว เขากำลังจะวิ่งเข้าหาพวกมันเดียวเช่นกัน แต่กลับมีเสียงของใบพัดที่ตัดอากาศดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนว่ามันกำลังใกล้เขาเข้ามาทุกที แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเฮลิคอปเตอร์หลายสิบลำ ได้บินเข้ามาจากทางด้านซ้ายมือของเขา แล้วทันใดนั้นพวกมันก็ได้สาดกระสุนลงมายังพื้นดินแล้ววิ่งเข้าหาภูมิเรื่อยๆ

       ภูมินั้นก็ไม่ได้รอรับลูกกระสุนเขากลับเปิดใช้งานซิงโครไนซ์แล้วบินขึ้นไปหาพวกมันที่กำลังบินเข้ามา เขาพยายามบินฉวัดเฉวียงไปมาเพื่อหลบลูกกระสุน และแล้วภูมิก็ได้มาถึงยังเฮลิคอปเตอร์ลำแรก ภูมิได้โจมตีเข้าที่โคนปีกของมันด้วยกำลังแขนที่มากมาย จนมันขาดออก ทำให้เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นร่วงลงจูบพื้นดินในทันที แล้วแถมด้วยเสียงระเบิดอันกึกก้องพร้อมกับก้องไฟที่ลุกไหม้
















    คล้ายกับเรื่องธรณีคลั่ง(ใหม่) ที่คุณอ่าน