ตอนที่ 5 วันประหลาด
“ไอ้ดาววันนี้แกเป็อะไร ฉันเห็นแกยิงธนูฉับๆ หน้านี่บูดยิ่งกว่านมหมดอายุ”มิ้นต์ถามเพื่อนรักในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินผ่านตึกเรียนต่างๆเพื่อไปยังห้องเรียนใน่บ่าย
เมื่อ่เช้าที่ผ่านมาพวกเธอไม่มีเรียนเนื่องจากวันนี้เป็วันสุดท้ายของการเรียนในภาคเรียนนี้พวกเธอได้ทยอยสอบปลายภาคกันไปหมดแล้ว ่บ่าย พวกเธอมีนัดส่งงานเพียงวิชาเดียวเท่านั้นแถมเป็วิชาเอกเสียด้วย
ดาวใช้เวลาว่างใน่เช้าไปซ้อมธนูที่สมาคมโดยมีมิ้นต์ติดสอยห้อยตามไปด้วยอย่างที่เคยทำเป็ประจำมิ้นต์ไม่ได้อยากไปดูเพื่อนหรอก เธออยากไปดูหนุ่มๆที่มาฝึกซ้อมในสนามมากกว่าดาวหันมามองหน้าเพื่อนแล้วตอบด้วยใบหน้ากลุ้มใจ
“ก็วันนี้พี่ที่สมาคมบอกว่าฝีมือฉันยังไม่ถึงขั้นน่ะสิการที่เราตั้งใจทำอะไรมากๆแล้วมันออกมาไม่ดี มันก็รู้สึกแย่นะแก”
“ฝีมือไม่ถึงขั้นเหรอ?ฉันเห็นแกก็ยิงเข้าเป้าตั้งหลายดอก นี่ยังไม่ถึงขั้นอีกเหรอ?” มิ้นต์ถามเธอก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกีฬาชนิดนี้เท่าไร ดาวทำหน้าเศร้าก่อนจะตอบเพื่อนสนิท
“พี่เขาบอกว่าอย่างฉันอะ แค่ยิงได้ ถ้าฉันอยากเป็นักกีฬาฉันต้องยิงให้ดีกว่านี้ เอาจริงๆนะฉันเองก็รู้ตัวอยู่แหละ แต่แค่รับไม่ได้”
ดาวตั้งใจกับกีฬานี้มากเธออยากตามรอยพ่อของเธอ แต่ดูเหมือนพร์นี้เธอจะไม่ได้รับมาจากพ่อเลยมิ้นต์มองเพื่อนอย่างเห็นใจ เธอแตะไหล่ดาวเบาๆ
“เอาน่ามันต้องมีสักวันที่ทำได้สิดาว”
ดาวยิ้มแห้งๆให้กับเพื่อนเป็เวลาเดียวกับที่พวกเธอมาถึงห้องเรียนพอดี ภาพแรกคือแก๊งนางฟ้า กุ๊กกิ๊กก้อย แก้ม กำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ซึ่งดาวก็ไม่ได้สนใจวันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำกับใครทั้งนั้นขอนั่งเงียบๆเรียนหนังสือของเธอไปโดยที่ไม่มีใครมากวนใจดีกว่า
แต่ถึงแม้เธออยากจะอยู่อย่างสงบมากแค่ไหนไม่วายปัญหาก็เข้ามาหาเธอจนได้ เพื่อนที่กำลังนั่งรออยู่แถวหลังคนหนึ่งร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น
“พวกเราอาจารย์บอกกำลังจะเข้ามา เขาส่งรายชื่อคนที่ยังไม่ได้ส่งรายงานมาในกลุ่มด้วย”
ดาวรีบเข้ากลุ่มแชทที่เพื่อนบอกทันทีเธอถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อพบว่าชื่อของตัวเองอยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้ส่งรายงานเธอขมวดคิ้วกล่าว
“เฮ้ย! ฉันมีชื่อในกลุ่มไม่ได้ส่งงานได้อย่างไง?”
อันที่จริงตอนนี้เธอเป็คนเดียวที่ยังไม่ได้ส่งรายงานเลยตั้งหากและวิชานี้เป็วิชาที่หน่วยกิตเยอะเสียด้วยซึ่งอาจารย์ก็เลื่อนส่งงานมาแล้วหลายรอบก่อนหน้านี้ แต่ดาวจำได้ว่าเธอส่งงานไปั้แ่รอบแรกๆแล้ว
หญิงสาวรีบพิมพ์ข้อความลงไปทันทีเพื่อแจ้งว่าเธอส่งงานไปเรียบร้อยแล้วอาจารย์กลับตอบกลับมาว่าไม่พบรายงานของดาว สุดท้าย อาจารย์ก็ตัดสินใจหอบรายงานทั้งหมดมาให้ถึงห้องเรียนเพื่อให้หญิงสาวค้นหา
“อะ ดาริกาเธอลองดูสิว่ามีของเธอไหม?” อาจารย์หนุ่มกล่าวพลางวางรายงานลงบนโต๊ะ โดยที่ดาวก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปหารายงานของเธอโดยมีมิ้นต์คอยช่วย
วันนั้นดาวไปทำรายงานที่หอของมิ้นต์จนดึก แถมดาวยังเป็คนช่วยมิ้นต์ทำเสียด้วยซ้ำตอนส่งงาน พวกเธอก็ไปส่งพร้อมกัน เธอจึงมั่นใจว่าถ้ามิ้นต์มีชื่อส่งเธอก็ต้องมีชื่อส่งแล้วเช่นกัน
ทั้งสองคนช่วยกันหาอยู่ครู่หนึ่งหาอย่างไรก็ไม่มีชื่อของดาวบนหน้าปกรายงาน สุดท้ายแล้วดาวก็ต้องหน้าจ๋อยก่อนจะหันไปมองมิ้นต์อย่างไม่เข้าใจ
“เจอไหม ดาริกา?”อาจารย์หนุ่มผู้หล่อเหลาถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงของเขามีความประชดประชันอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เจอค่ะอาจารย์”ดาวกล่าวเสียงเบา คิดจนหัวจะแตกว่ารายงานของเธอไปอยู่ที่ไหน เล่มออกจะใหญ่
“อาจารย์สั่งงานนี้ไปนานมากแล้วนะแถมเลื่อนเวลาส่งมาหลายรอบ อาจารย์ไม่คิดว่าเธอจะไร้ความรับผิดชอบแบบนี้”อาจารย์หนุ่มที่ดูหัวเสียกล่าวตำหนิ
ดาวก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ารายงานของเธอหายไปได้อย่างไงเธอเป็คนวางมันไว้บนโต๊ะอาจารย์เองกับมือ ดาวจึงยืนยันคำเดิม
“แต่หนูส่งแล้วจริงๆนะคะอาจารย์ตอนที่หนูเข้าไปส่งอาจารย์คุยโทรศัพท์อยู่ เลยอาจจะจำไม่ได้” หญิงสาวให้เหตุผลเธอหมายความว่า ‘อาจารย์อาจจะคุยโทรศัพท์เพลินจนลืมไปแล้วว่าเธอส่งงานไว้บนโต๊ะ’
“นี่เธอกำลังหาว่าอาจารย์สะเพร่างั้นเหรอ?”อาจารย์หนุ่มขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ เขาแปลความหมายคำพูดของดาวไปอีกเื่ซึ่งดาวเองก็ส่ายหน้าพัลวัน
“เปล่าค่ะอาจารย์”
“เทอมนี้เธอเตรียมตัวได้C-เถอะ ดาริกา อาจารย์ไม่ชอบคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้วทำตัวแบบนี้การให้เกียรติคนอื่นเป็สิ่งสำคัญ จะมาพูดจาไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้นี่พิสูจน์แล้วว่าการได้เกรด A เกือบทุกวิชาไม่ได้ทำให้จิตใจของคนคนนั้นสูงขึ้น”
ทุกคนในห้องนิ่งอึ้งไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา พวกเขาเห็นใจดาวอยู่ไม่น้อยแต่ก็รู้ว่าอาจารย์หนุ่มท่านนี้มีอารมณ์ที่ไม่คงที่และไม่มีใครอยากมีปัญหากับอาจารย์ประจำสาขาวิชา
ดาวได้แต่กัดฟันทนต่อคำพูดของอาจารย์เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เอ่ยคำใดออกไป เพราะรู้ว่าอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์แต่จู่ๆมิ้นต์ก็สะกิดเธอเบาๆ
“ดาวดูนี่”
มิ้นต์เปิดรายงานเล่มหนึ่งให้เธอดูก่อนจะพบว่าบริเวณมุมบนขวามือของหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งมีรูปหัวใจที่เขียนด้วยปากกาแดงดวงเล็กๆอยู่ตรงนั้น
ดาวมองหน้ามิ้นต์ก่อนที่มิ้นต์จะเปิดกลับไปดูชื่อเ้าของรายงานสุดท้ายความจริงก็กระจ่าง เพราะชื่อที่อยู่บนหน้าปกรายงานนั้นคือชื่อของกุ๊กกิ๊กหล่อนจัดการเปลี่ยนรูปแบบหน้าปกเสียใหม่ แต่หล่อนคงไม่รู้ว่าข้างในมีตำหนิที่ดาวไม่ได้ตั้งใจทำติดมาด้วย
่ดึกของวันทำรายงานขณะที่ดาวและมิ้นต์กำลังนั่งง่วงเหงาหาวนอนขณะทำรายงานดาวได้วาดรูปหัวใจดวงเล็กๆด้วยปากกาแดงลงไปบนมุมกระดาษตามที่เธอชอบทำมันไม่ได้เป็เื่สลักสำคัญอะไร ดาวเพียงแค่ชินมือกับการวาดรูปหัวใจก็เท่านั้นไม่คิดว่าวันนี้มันจะมีประโยชน์ขึ้นมาจนได้
เธอหันไปหาอาจารย์โยธินอาจารย์หนุ่มรูปหล่อขวัญใจสาวๆ ซึ่งก็เป็อาจารย์ประจำภาควิชาของเธอด้วยหญิงสาวกล่าว
“อาจารย์ นี่ไงคะงานของหนู”ดาวรีบนำรายงานไปให้อาจารย์ดูก่อนจะอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้อาจารย์ฟัง
“หนูมั่นใจว่ารายงานนี้เป็ของหนูค่ะถ้าอาจารย์อยากดู ไฟล์งานก็ยังอยู่กับหนูค่ะ”
“เธอกำลังกล่าวหาว่าเราสวมรอยรายงานเธอเหรอดาว?”กุ๊กกิ๊กตีหน้าใสซื่ออย่างที่เธอชอบทำต่อหน้าทุกคนเสมอ
สำหรับเพื่อนๆและอาจารย์ในชั้นเรียนแล้วกุ๊กกิ๊กก็คือสาวน้อยน่ารักที่สุภาพและบ้องแบ๊วน่าทะนุถนอม แต่สำหรับดาวแล้วแม่นี่ยิ่งกว่านางมารร้ายเสียอีก รูปลักษณ์ภายนอกของเธอมีไว้หลอกผู้คนเท่านั้นเพื่อความเด่นดัง หล่อนสามารถสร้างเื่ร้ายๆได้อย่างไม่น่าเชื่อแต่มันก็เป็เื่ที่ดาวไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่อยู่โรงเรียนเก่าเธอก็ทำให้เพื่อนลาออกมาแล้ว
ดาวยืนจังก้ามองกุ๊กกิ๊กอย่างเอาเื่เธอเคยเห็นเหตุการณ์น้ำเน่าแบบนี้แค่ในละครหลังข่าวเท่านั้นไม่คิดเลยว่าเธอต้องมาเผชิญมันด้วยตัวเอง เธอกล่าว
“เธอทำอะไรก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนะกิ๊ก ฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะร้ายกาจขนาดนี้”
“ดาริกา หยุดก้าวร้าวเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นอาจารย์จะไล่เธอออกไปจากชั้นเรียน” อาจารย์หนุ่มดุเสียงหนักเพราะรู้สึกเสียหน้าที่นักศึกษามาทะเลาะกันต่อหน้าในชั้นเรียนของเขาแต่แทนที่ดาวจะหยุด เธอกลับหันมากล่าวกับเขา
“อาจารย์เอาแต่ว่าหนูไม่ถามหาหลักฐานด้วยซ้ำ”
อารมณ์อันบูดบึ้งเริ่มทำให้ดาวหมดความอดทนในความเป็จริง เธอไม่ควรทำกิริยาแบบนี้กับครูบาอาจารย์แต่คำพูดดูถูกก่อนหน้านี้ทำให้เธอขาดสติไปเสียแล้ว อาจารย์หนุ่มเองก็เช่นกัน
“ก้าวร้าวเกินไปแล้วนะเด็กอย่างเธอ หน้าตาก็ไม่ดี นิสัยก็ไม่ดี”
ทุกคนในห้องนิ่งอึ้งเข้าไปอีกไม่คิดว่าอาจารย์หนุ่มที่พวกเขานับถือจะนำเื่หน้าตามาเปรียบเทียบและตัดสินคนอื่นเช่นนี้หากเขาแค่คิด คงไม่มีปัญหา แต่นี่เขาดันหลุดปากพูดออกมาต่อหน้าทุกคนเสียอย่างนั้น
เพื่อนๆที่ร่วมชั้นเรียนกับดาวจะรู้ดีว่าปกติดาวเป็คนเฮฮาสนุกสนานและเรียนเก่ง ไม่เคยก้าวร้าวแบบนี้ใส่ใครเลย การที่หญิงสาวถูกเหยียดหยามเื่รูปร่างหน้าตาโดยที่คำพูดเ่าั้ออกมาจากปากคนที่สั่งสอนเธอเสียด้วย มันจึงยิ่งฟังดูเป็การบูลลี่ที่ร้ายกาจและมันก็ทำให้ดาวเ็ปเป็อย่างมาก
ดวงตาของหญิงสาวพร่าเลือนเพราะโทสะกำลังบดบังภาพทุกอย่างเบื้องหน้าเธอไม่ได้เสียใจที่ถูกเหยียดหยามเื่หน้าตา แต่เธอเสียใจที่ความสามารถมากมายที่เธอมีถูกด้อยค่าจนไม่สามารถทดแทนเื่รูปร่างภายนอกได้และเธอก็ไม่คิดเลยว่าคนที่ด้อยค่าเธอจะเป็อาจารย์ของเธอเอง
เมื่ออารมณ์โกรธอยู่เหนือเหตุผลความทรงจำที่หญิงสาวเคยสัญญาว่าจะปิดผนึกมันไว้โดยไม่เข้าไปยุ่งก็ปรากฏขึ้นในสมองอย่างแจ่มชัดเธอนึกถึงภาพตอนที่อาจารย์มักจะปฏิบัติกับนักศึกษาหญิงที่หน้าตาดีโดยเฉพาะกุ๊กกิ๊กเป็พิเศษเขามักจะพูดคุยดีๆ หรือแม้แต่ให้คะแนนพิเศษ
ต่างจากเธอและเพื่อนสาวบางคนที่อาจารย์มองว่าไม่สวยเข้าตาเขาก็มักจะมองเมิน ไม่สนใจ ตอนแรกก็แค่คิดว่าอาจารย์เป็แค่คนเ้าชู้ทั่วไปที่ชอบสาวสวยแต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขามองคนที่มีรูปร่างหน้าตา และตัดสินไปแล้วว่าพวกเธอต่ำเตี้ยเรี่ยดินเธอจึงกล่าวสวนออกไปทันทีโดยไม่คิด
“อ่อนี่เพราะหน้าตาหนูงั้นเหรอคะ? ถ้าหนูสวยกว่านี้อาจารย์จะฟังและจะเชื่อในสิ่งที่หนูพูดทุกอย่างเลยใช่ไหมคะ?”ดาวกล่าวอย่างขาดสติ อาจารย์หนุ่มก็ขึ้นเสียงกลับ
“เธออย่ามาขึ้นเสียงนะก้าวร้าวเหมือนคนไม่มีการศึกษา”
“งั้นเหรอคะคนไม่มีการศึกษาแบบหนูนี่แหละที่รู้เื่ที่อาจารย์ไปเที่ยวชะอำ” ด้วยความโกรธ ดาวดันเผลอหลุดปากพูดเื่ที่เธอคิดว่าจะไม่ยุ่งไปเสียแล้วคำพูดของดาวทำให้นักเรียนกว่าสามสิบชีวิตในห้องตะลึง
เื่ของเื่คืออาจารย์หนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาท่านนี้เรียนจบมาจากต่างประเทศและเข้ามาเป็อาจารย์ประจำภาควิชาของเธอดาวสังเกตมานานแล้วว่าอาจารย์หนุ่มมักจะมองสาวสวยๆ ด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปและมักจะปฏิบัติกับสาวสวยเ่าั้ดีกว่านักเรียนคนอื่นๆแตกต่างจากตัวเธอที่โดนใช้และพูดจาไม่ดีใส่อยู่เสมอทั้งๆที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรแย่ๆกับอาจารย์เลย
วันหนึ่งขณะที่เธอไปช่วยอาแทนทำงานที่ชะอำ เธอบังเอิญไปพบอาจารย์โยธินกับกุ๊กกิ๊กเดินเที่ยวด้วยกันอยู่บริเวณชายหาดชื่อดังแต่พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเธอ ประเด็นคืออาจารย์โยธินมีแฟนสาวอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเดียวกันนี่เองดังนั้น การไปเดินจับมือถือแขนกับสาวอื่น แถมยังเป็ลูกศิษย์ของตนเองด้วยแล้วมันก็ยิ่งไม่ใช่เื่ดี
ในความเป็จริงแล้ว ดาวก็ไม่ได้อยากยุ่งเื่ของพวกเขาเสียเท่าไรแต่เมื่อหลุดปากออกไปแล้ว มันก็เอากลับคืนมาไม่ได้ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่แน่ใจว่าอาจารย์มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเื่รายงานของเธอหรือไม่แต่เธอก็้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเธอเอง
ท่าทางของอาจารย์เปลี่ยนไปทันทีเขาหันไปมองนักศึกษาในห้องที่ดูแตกตื่นตาค้าง เมื่อเห็นดังนั้น อาจารย์จึงเปลี่ยนสีหน้าท่าทางและลดโทนเสียงลง
“ดาริกาออกมาคุยกับอาจารย์เดี๋ยวนี้” อาจารย์โยธินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างได้สติเขาเดินนำหน้าดาวออกไปนอกห้องเรียน โดยที่ดาวก็เดินตามอาจารย์ออกไปพร้อมกับความรู้สึกที่ยังขุ่นมัว
“เธอรู้เื่อะไร?”อาจารย์หนุ่มถามหน้าตึง คิ้วขมวดมุ่นอยู่เหนือสันจมูก
“รู้ความจริงค่ะ”ดาวยังคงเชิดหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ เื่นี้เธอไม่ผิดและเธอก็จะไม่ยอม
“ความจริงอะไร?เธอรู้ใช่ไหมว่าการที่เธอกล่าวหาอาจารย์แบบนี้อาจารย์สามารถฟ้องเธอข้อหาิ่ประมาทได้ อาจารย์เสียหายนะ”
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะอาจารย์?”ดาวถาม เธอมองลอดแว่น ดูกิริยาท่าทางของอาจารย์หนุ่มที่ดูไม่ค่อยมั่นใจ
ท่าทางของอาจารย์โยธินดูเลิ่กลั่กผิดจากที่เขาเป็เล็กน้อยสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่คงกำลังทำให้เขาควบคุมตัวไม่ได้ ดาวที่เห็นกิริยานั้นจึงถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายจู่ๆก็เกิดรู้สึกว่าการเถียงอาจารย์แบบนี้มันไม่คุ้มเอาเสียเลย เธอมองอาจารย์หนุ่มก่อนจะกล่าวอย่างจริงใจ
“อาจารย์คะ เอาจริงๆนะหนูแค่อยากได้ความยุติธรรมเท่านั้น รายงานเล่มนั้นเป็ของหนูจริงๆหนูแค่อยากให้อาจารย์ฟังหนูก่อนที่จะตัดสินหนูจากหน้าตาอาจารย์เข้าใจความหมายของสิ่งที่หนูพูดไหมคะ?”หญิงสาวมองลึกเข้าไปในดวงตาของอาจารย์โยธิน เธอหมายความตามที่พูดทุกประการ
ฝ่ายอาจารย์หนุ่มเองก็กำลังสบสายตากับลูกศิษย์และคิดตามที่เธอพูดความตรงไปตรงมาของเธอกลับทำให้เขารู้สึกสะกิดใจอย่างบอกไม่ถูก หากตัดเื่หุ่นอวบๆผิวคล้ำแดดและแว่นตา เธอก็เป็ผู้หญิงที่หน้าตาโอเคอยู่ไม่น้อย
“อาจารย์คะ อาจารย์ฟังหนูอยู่รึเปล่า?”ดาวเรียกสติของอาจารย์โยธิน ก่อนที่เขาจะได้สติและกล่าวราวกับคิดได้แล้ว
“เอาล่ะอาจารย์เข้าใจแล้ว งั้นบอกมาสิว่าอาจารย์ควรทำอย่างไง?”ท่าทางของอาจารย์หนุ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเขารู้สึกผิดหรือกลัวถูกเปิดโปงความลับกันแน่
“หนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าอาจารย์จะหาความจริงเื่รายงานหรืออาจารย์จะให้หนูส่งรายงานใหม่หนูได้หมดค่ะ แต่ขออย่างเดียว อย่าดูถูกเื่รูปร่างหน้าตากันก็พอ”ดาวกล่าวตรงๆจนอาจารย์โยธินเองนั่นแหละที่รู้สึกผิด เขาพูดสิ่งเ่าั้ออกไปโดยไม่ทันคิดเช่นกันตอนนี้ เขาจึงเป็ฝ่ายยอมเสียเอง
“เอาอย่างนี้ได้ไหม?เธอไม่ต้องส่งรายงานแล้วล่ะ อาจารย์เชื่อว่านั่นคือรายงานของเธอแต่อาจารย์ขอสองเื่นะ หนึ่ง อย่าไปบอกใครเื่อาจารย์กับกุ๊กกิ๊ก และสองอย่าไปบอกใครเื่กุ๊กกิ๊กสวมรอยเอารายงานของคนอื่นมาส่ง มันจะไม่ดีกับอาจารย์”
นั่นไงอาจารย์ยอมรับออกมาเองแล้ว เื่ระหว่างเขากับกุ๊กกิ๊กและดูเหมือนเขาจะรู้เื่ที่กุ๊กกิ๊กไม่ได้ทำรายงานด้วยตนเองอยู่แล้วด้วยยิ่งคิดดาวก็ยิ่งเจ็บใจ แต่ต่อให้โวยวายไปก็ไม่เกิดประโยชน์ดาวทวงถามโดยไม่ทันให้อาจารย์ได้คิด
“แล้วเื่คะแนนล่ะคะ?”
“อาจารย์สัญญาว่าคะแนนรายงานของกิ๊กจะได้น้อยกว่าเธอแน่นอนอาจารย์จะคุยกับกิ๊กเื่นี้เอง เธอทำตามที่ขอได้ไหม?”
ดาวมองหน้าอาจารย์โยธินอยู่ครู่หนึ่งเธอคิดว่าเธอเห็นแววสำนึกผิดในแววตาของเขาแว๊บหนึ่งก่อนที่เธอจะตัดสินใจพยักหน้ารับ
“ได้ค่ะอย่างไงหนูต้องขอโทษอาจารย์ด้วยนะคะที่พูดอะไรออกไปโดยไม่คิด”หญิงสาวสำนึกผิดอย่างที่กล่าวจริงๆ เธอหลุบตาต่ำเป็เชิงยอมรับผิดเช่นกัน
ท้ายที่สุดเหตุการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนคลี่คลายไปได้ด้วยดี แต่มันกลับทิ้งความรู้สึกแย่ๆไว้ในใจของหญิงสาวเธออดคิดไม่ได้เลยว่า จะมีใครเจอเื่อะไรแบบนี้เหมือนเธอบ้างหรือไม่
...........................................................................
วันสุดท้ายของการเรียนปีหนึ่งในรั้วมหาลัยของดาวเป็ไปอย่างทุลักทุเลหญิงสาวในชุดนอนลายการ์ตูนนั่งอยู่หน้าระเบียงบ้านเพียงลำพังคืนนี้อาแทนออกไปทำงานตามปกติ ทิ้งเธอให้อยู่บ้านคนเดียวอย่างเคย หากวันนี้ดาวไม่มีเรียนเธอก็คงติดสอยห้อยตามอาแทนไปทำงานด้วยแล้ว
จิตใจของหญิงสาวขุ่นมัวอย่างบอกไม่ถูกเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้เธอเดินหน้าต่อไปไม่ได้เธอถูกถากถางเื่ที่เธอเล่นกีฬาที่เธอรักได้ไม่ดีถูกเพื่อนร่วมชั้นขโมยงานไปส่งโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้แถมยังโดนอาจารย์พูดดูถูกเื่รูปร่างหน้าตาอีกด้วย อะไรจะเป็วันที่ดีขนาดนี้
หญิงสาวนั่งอยู่ที่พื้นตรงระเบียงห้องนอนกอดหมอนอิงใบใหญ่คิดเื่ราวต่างๆวนซ้ำไปซ้ำมาราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ปล่อยให้สายลมยามดึกพัดผมยาวให้ปลิวเคลียไหล่
เธอลองคิดเล่นๆดูว่าผู้คนมากมายบนโลกใบนี้จะกำลังทำอะไรอยู่มีสักกี่คนที่กำลังนั่งมองดาวบนท้องฟ้าอย่างที่เธอทำมีใครบ้างไหมที่มีเื่ให้หดหู่ใจได้อย่างเธอ จริงๆชีวิตเธอก็ไม่ได้แย่นะแต่ถ้าหากเธอมีโอกาสใช้ชีวิตของผู้อื่น เธอก็อยากจะลองดูเหมือนกันอยากจะรู้ว่ามันจะแตกต่างกันมากแค่ไหน หากเธออยู่ในร่างที่สวยกว่าขาวกว่าที่เธอเป็อยู่ตอนนี้
ดวงตากลมโตเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเช่นที่เธอชอบทำเป็ประจำการได้มองท้องฟ้าสีนิลอันกว้างใหญ่มันทำให้หัวของเธอโล่งสบายดวงดาวมากมายทำให้เธอคิดได้ว่าท่ามกลางความมืดมนก็ยังมีความสวยงามและแสงสว่างอยู่ ถึงตอนนี้เธอจะไม่ได้ใส่แว่นแต่ก็สามารถมองเห็นดวงดาวและดวงจันทร์ได้ชัดเจน เสียดายที่แสงไฟของเมืองใหญ่ทำให้ดวงดาวที่เธอเห็นน้อยกว่าที่มันเป็อยู่มากในโลกที่สับสนวุ่นวาย ดวงดาวเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนแท้ในยามเหงา
อันที่จริงแล้ว ดาวไม่ได้สายตาสั้นแต่อย่างใดเธอใส่แว่นไว้เพื่อปกปิดความอ่อนแอและปมด้อยเื่หน้าตาของเธอเท่านั้นซึ่งมันก็ได้ผล ผู้คนสนใจเธอน้อยลงและการมองโลกผ่านเลนส์แว่นตาทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีเกราะป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็นตัวตนของเธอได้สาวน้อยผู้เข้มแข็งตรงไปตรงมาไม่เคยมีอยู่จริง ทุกอย่างคือสิ่งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อจะแสดงให้โลกเห็นว่าเธอไม่ได้อ่อนแอ
เสียงข้อความดังขึ้นดึงความสนใจของดาวไปจากดวงดาราระยิบระยับเบื้องบนหญิงสาวก้มลงมองข้อความที่มิ้นต์ส่งให้กับเธอ โดยมีใจความว่าครอบครัวของมิ้นต์มารับเธอกลับต่างจังหวัดเรียบร้อยแล้วและจะกลับมาอีกครั้งใน่เปิดเทอมดาวยิ้มก่อนจะส่งข้อความอวยพรให้เพื่อนเดินทางปลอดภัยในใจแอบคิดอิจฉาคนที่มีครอบครัวอยู่รอบข้างอยู่เหมือนกัน
หน้าจอโทรศัพท์ดับลงในจังหวะที่เเสงบางอย่างสะท้อนเข้าตาของดาวเข้าอย่างจังหญิงสาวหรี่ตาก่อนจะพยายามเพ่งมองไปยังที่มาของมัน ภาพแสงสีแดงเรืองรองปรากฏขึ้นตรงโต๊ะทำงานของเธอภายในห้องนอน
หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างขัดใจก่อนจะย่นจมูกเพราะนึกขึ้นได้ว่าที่มาของแสงนั้นก็คือสร้อยคอจีนโบราณราคาสองพันห้าของเธอนั่นเอง
ว่าแล้ว ร่างเพรียวก็ถลาไปยังสร้อยคอเส้นนั้นทันทีก่อนจะคว้าถุงที่ใส่มันขึ้นมามองอย่างหัวเสีย หน้าแป้นแล้นของคุณป้าชาวจีนลอยเข้ามาในความคิดไม่หยุด‘อะไรเข้าสิงให้เธอหลงกลยัยป้านั่นนะ?’หญิงสาวนึกโมโหอยู่ในใจ
นิ้วเรียวขยับเล็กน้อยในขณะที่ดวงตากลมโตจ้องมองอัญมณีสีชาดไม่วางตาเธอคิดขึ้นมาได้ว่า ั้แ่ได้สร้อยเส้นนี้มาเธอยังไม่ได้แกะมันออกมาจากถุงเลยเพราะมัวแต่กลัวว่าสีจะลอก
‘งี่เง่าจริงๆเลย’หญิงสาวคิด ความจริงก็คือความจริง เธอคงหนีสัจธรรมข้อนี้ไปไม่ได้
ว่าแล้วดาวก็จัดการแกะถุงใสนั้นออกและเทสร้อยคอดังกล่าวออกมาจากถุงราวกับมันไม่มีราคาใดๆเร็วเท่าใจคิด เธอใช้มือคว้าสร้อยเส้นนั้นทันทีโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้นเองแสงสว่างรอบข้างก็ดับวูบราวกับปิดสวิตช์ ก่อนที่แสงจ้าสีขาวจะสว่างวาบขึ้นมาในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
ร่างบางทะลึ่งพรวดขึ้นมาอย่างเร็วสีรุ้งในตาสลับไปมาเร็วยิ่งกว่ารถแข่ง เธอหอบหายใจอย่างหนักรู้สึกเหมือนจมอยู่ใต้สายนทีนับร้อยปี
ดาวกะพริบตาถี่ๆ แขนเรียวหนักอึ้ง สมองชาหนึบ ในขณะที่ภาพต่างๆหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอราวกับน้ำหลากผ้าม่านบางๆสีขาวรอบตัวยิ่งทำให้หญิงสาวสับสน เธอสูดหายใจเอากลิ่นหอมแปลกๆเข้าปอดรับรู้ในเวลาต่อมาว่าเธออยู่ที่ใดสักที่ที่ไม่คุ้นเคย และแน่นอนมันไม่ใช่ระเบียงบ้านของเธอ
หญิงสาวยังคงสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน เธอจัดการตวัดมือเปิดผ้าม่านอย่างแรงก่อนจะถลาออกมาจากสิ่งที่เธอก็เพิ่งรู้ว่านั่นคือเตียงนอนของเธอเองแต่เอ๊ะ! ทำไมเตียงของเธอมันดูแปลกตาไปจากเดิม เธอจำได้ว่ามันเคยมีสีฟ้าทำไมตอนนี้มันจึงเป็สีขาว แถมโครงสร้างทั้งหมดก็เป็ไม้สีเข้มที่เธอแน่ใจว่าไม่มีอยู่ในห้องนอนของเธอ
ดาวเริ่มมองไปรอบๆตัวอีกครั้งอย่างประหลาดใจเธอจัดการขยี้ตาแรงๆเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้ไม่ได้เกิดจากอาการดวงตาพร่ามัวหรือไม่ได้เกิดจากสารเคมีที่เธอเผลอไปััมันเข้าตอนนี้ทุกอย่างรอบกายของเธอมันดูผิดแปลกและไม่ถูกต้องเอามากๆ เธอจำไม่ได้เลยว่าเธอมาอยู่ในห้องไม้สีทึมๆแปลกตานี้ได้อย่างไร
หญิงสาวพยายามมองหาแสงสว่างที่ลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อยเธออยากจะมองเห็นบรรยากาศในห้องนี้ชัดเจนขึ้นเสียหน่อย แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาทำให้ลวดลายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดาวยังแอบคิดอยู่เลยว่าเธอรู้สึกคุ้นตากับลวดลายไม้แบบนี้อยู่เหมือนกันแต่พยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
เธอก้าวเดินไปในห้องอย่างไรจุดหมายจนกระทั่งขาของเธอไปชนเข้ากับชุดโต๊ะและเก้าอี้ไม้ที่ถูกตั้งอยู่กลางห้อง มันสวยงามและดูวินเทจชะมัดในความคิดของหญิงสาวแต่ต่อให้ดาวพยายามคิดอย่างไงก็คิดไม่ออกว่าเธออยู่ที่ไหนเมื่อครู่เธอยังอยู่ในห้องนอนที่บ้านของเธออยู่เลยตอนนี้เธอกลับมาอยู่ในห้องพักที่ตกแต่งแบบจีนโบราณเสียอย่างนั้นนี่เธอฝันไปรึเปล่า?
ว่าแล้วมือเรียวก็ตวัดขึ้นมาจับหน้าของตัวเองตามสัญชาตญาณแต่ดาวกลับรู้สึกใที่แขนเสื้อของเธอสะบัดขึ้นมาโดนหน้าของเธอด้วยหญิงสาวหันลงไปมองทันที วินาทีนั้นเองเธอก็รู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังสวมใส่ชุดสีขาวกรุยกรายซึ่งเธอไม่เคยใส่มันมาก่อนเลยในชีวิต
ดาวรีบวิ่งเข้าไปหาโต๊ะโบราณริมหน้าต่างมีกระจกบานเล็กๆตั้งอยู่มือเรียวหยิบกระจกทองเหลืองขึ้นมาส่อง คนที่มองตอบกลับมาทำให้หัวใจของหญิงสาวแทบหยุดเต้นเพราะสิ่งที่เธอเห็นมันคือตัวเธอเอง แต่เป็ตัวเธอในอีกเวอร์ชัน เวอร์ชันที่ผอมสวย บอบบาง และขาวจั๊วะ ดาวจัดการจับหน้าตัวเองบิดไปมาอยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจแล้วว่านี่คือเวลาที่ควรจะแหกปากได้แล้ว
“อ๊ายยย….!!!”