ตอนที่ 43 วันแรกบนเกาะพนาอัคคี
หลังจากมอบรางวัลให้กับเซี่ยวไป๋เสร็จ จางหม่านโถวก็เดินออกจากห้องไปยังห้องรับแขกที่กลางบ้านเพื่อพบกับเกาหญ่าที่กลับมาจากห้องอาบน้ำ ปล่อยให้เซี่ยวไป๋นอนพักอยู่ในห้องต่อไป เขาต้องการจัดการเรื่องทุกอย่างบนเกาะนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุดและออกเดินทางวันนี้เลย เขายังไม่ชินกับการขับเรือแบบใหม่ แม้ว่าจะฝึกการขับเรือกับพลูตัสมาแล้วก็ตาม เขาไม่สามารถใช้เรือที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ นั่นเป็นเรือที่หายากมากและมีระดับสูงเกินกว่าคนทั่วไปจะมีใช้ได้ ดังนั้นเขาต้องขับเรือไปยังเกาะพนาอัคคีด้วยตัวเอง
“เกาหญ่า เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้ดี จากนี้ไปข้าจะออกไปทำภารกิจที่เกาะพนาอัคคี อาจจะใช้เวลาหลายวันจึงจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นเจ้าจงฝึกฝนด้วยตัวเอง อย่าได้เกียจคร้านแม้แต่น้อย” จางหม่านโถวสั่้งเกาหญ่า
“รับทราบเจ้าค่ะ” เกาหญ่าตอบรับ
“บ้านนี้มีห้องนอนสองห้อง เจ้านอนห้องที่ติดกับห้องรับแขกนะ ห้องด้านในข้ามอบให้เซี่ยวไป๋พัก” จางหม่านโถวบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เนื่องจากเจ้ามีระดับพลังสูงกว่า เจ้าก็ดูแลนางให้ดีอย่าให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับนางได้” จางหม่านโถวตอบและออกคำสั่ง มันไม่ต้องการให้เกิดปัญหาระหว่างเซี่ยวไป๋กับเกาหญ่า มันมั่นใจว่าเซี่ยวไป๋จะไม่หาเรื่องเกาหญ่าก่อนแน่ ดังนั้นมันจึงสั่งให้เกาหญ่าดูแลเซี่ยวไป๋ เมื่ออยู่ใต้คำสั่งแบบนี้ นางย่อมไม่อาจทำร้ายเซี่ยวไป๋ได้ เขายังกังวลอยู่เรื่องที่เกาหญ่าอาจจะอิจฉาเซี่ยวไป๋ที่ถูกปล่อยออกจาก[ฮาเร็ม] เพราะมันเห็นได้ชัดว่าปฏิกริยาของเกาหญ่าต่อเซี่ยวไป๋นั้นไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่เมื่อครู่ที่ผ่านมา
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” เกาหญ่าตอบรับ
“มีเสบียงเก็บอยู่ในห้องเก็บของใกล้ห้องครัว เจ้าสามารถใช้ได้ตามสบาย เจ้ายังสามารถไปล่าสัตว์บนเกาะนี้มากินได้เช่นกัน ข้าจะกลับมาดูเป็นระยะๆ เจ้าคงไม่อดตายบนเกาะนี้แน่” จางหม่านโถวสั่งกำชับ เกาหญ่ามีร่างเดิมเป็นสัตว์กินเนื้อ การให้นางกินแต่ผักเป็นเพื่อนเซี่ยวไป๋นั้นออกจะใจร้ายเกินไปหน่อย จางหม่านโถวจึงบอกให้นางออกไปล่าสัตว์มากินได้
“ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้าจะไม่มีทางปล่อยให้เซี่ยวไป๋อดตายแน่” เกาหญ่าตอบรับ
“เจ้าไม่ต้องหาสัตว์ให้ เซี่ยวไป๋กินหรอก นางกินแต่ผัก นางปลูกกินเองได้ เจ้าไม่ต้องห่วง ถ้างั้นข้าไปก่อนล่ะ เจ้าก็ไปพักผ่อนได้ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มฝึก เจ้าฝึกร่วมกับเซี่ยวไป๋ได้แต่ระวังอย่าทำให้นางได้รับบาดเจ็บ อย่างไรเสียตอนนี้เจ้าก็มีฝีมือสูงกว่านาง” จางหม่านโถวกำชับอีกครั้งก่อนออกเดินทาง เกาหญ่าก็พยักหน้ารับโดยดี
การขับเรือนั้นยากกว่าที่จางหม่านโถวคาดไว้ แม้ว่าจะมีกระจกวิเศษช่วยในการตรวจดูเส้นทาง หากแต่มันไม่รู้จักกระแสน้ำ ดังนั้นเรือมักเคลื่อนออกจากทิศที่มันต้องการให้ไปอยู่เสมอ มันไม่อาจละไปจากแท่นบังคับได้เลย ต่างจากเรือลำเก่าที่มันสามารถฝึกวิชาได้ขณะอยู่บนเรือ มันคิดถูกแล้วที่จะไม่เดินทางไปกลับเกาะร้างบ่อยๆ มันต้องทุ่มเทเวลาฝึกฝนตัวเองด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากที่จะต้องสืบข่าวและแทรกซึมเข้าสังคมของเกาะพนาอัคคี
หลังจากเดินเรือมานาน 3 ชั่วโมง จางหม่านโถวก็มาถึงท่าจอดเรือของเกาะพนาอัคคี เกาะนี้มีท่าจอดเรือหลายแห่ง บางแห่งเป็นท่าของทางการมีแต่เรือของทางการเข้าจอดได้ บางแห่งเป็นท่าเรือของพรรคใหญ่ เรือทั่วไปไม่อาจไปจอดได้ แต่ก็มีท่าเรือสาธารณะที่รับเรือทุกประเภทอยู่ไม่น้อย แต่มีค่าธรรมเนียมจอดที่ต้องจ่ายให้เจ้าของท่า แตกต่างกันไปตามข้อกำหนดของแต่ละท่า จางหม่านโถวไม่รู้อะไรเรื่องนี้มากนัก เมื่อมันพบท่าจอดเรือสาธารณะมันก็เข้าจอดทันที
“เจ้าเพิ่งเคยมายังเกาะพนาอัคคีสินะ” เสียงคนงานท่าเรือถามขึ้นหลังจากช่วยจางหม่านโถวเทียบเรือเข้าท่าเสร็จ
“ใช่แล้ว ข้าเพิ่งมาเป็นครั้งแรก มีโรงเตี๊ยมแถวนี้หรือไม่” จางหม่านโถวถามขึ้นทันที มันต้องการที่พักและโรงเตี๊ยมก็เป็นแหล่งหาข่าวชั้นยอดอีกด้วย
“เจ้ามาทำอะไรที่เกาะนี้ จะอยู่นานแค่ไหน เจ้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจอดเรือด้วย” คนงานถามแทนที่จะตอบคำถามของจางหม่านโถว
“ข้ามาแสวงโชคให้ตัวเองน่ะ ข้าเพิ่งได้รับอิสระ” จางหม่านโถวตอบน้ำเสียงเป็นปกติ
“ข้าว่าเจ้าโกหก ทาสที่เพิ่งได้รับอิสระไม่มีทางมีเรือเป็นของตนเองได้” คนงานท่าเรือพูดเสียงแข็งจ้องตาจางหม่านโถวเขม็ง
“ข้าออกจากตระกูลมาน่ะ นี่ก็เรียกได้ว่าได้รับอิสระ ท่านแม่มอบเรือลำนี้เป็นของขวัญวันเกิดให้กับข้า ข้าก็ใช้มันหนีออกจากเกาะมา” จางหม่านโถวโกหกหน้าตาย
“ช่างเป็นลูกกตัญญูเสียจริง” คนงานท่าเรือมีน้ำเสียงไม่พอใจ
“ท่านอาจอยากให้คนไร้พรสวรรค์แบบข้าออกจากตระกูลด้วยตัวเองก็ได้ เลยให้เรือแก่ข้า ดีกว่าให้นางขับไล่ด้วยตัวเอง” จางหม่านโถวยังโกหกได้หน้าตาเฉย
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เจ้าจะอยู่บนเกาะนี้นานเท่าไหร่ ข้าจะได้คิดค่าธรรมเนียมจอดเรือถูก” คนงานท่าเรือพูดน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าคิดค่าธรรมเนียมอย่างไร ขอข้าคิดดูก่อนว่าจะจอดนานเท่าไหร่” จางหม่านโถวถามแทนคำตอบ
“จอด 1 วัน 40 เหรียญแดง จอด 1 เดือน 25เหรียญขาว จอด 1 ปี หรือซื้อที่จอดถาวรต้องไปคุยกับเจ้าของท่าเรือเอาเอง” คนงานท่าเรือตอบแบบไร้อารมณ์
“ถ้าข้าจ่ายค่าจอด 1 เดือนข้าสามารถเอาเรือออกไปและกลับมาจอดใหม่ได้ตลอดภายใน 1 เดือนใช่หรือไม่” จางหม่านโถวตอบ มันไม่อยู่เพียงวันเดียวแน่ ค่าจอด1 เดือนเท่ากับค่าจอดรายวัน 60 กว่าวัน หากสามารถกลับมาจอดได้หลายครั้งย่อมประหยัดกว่าการจ่ายรายวัน อย่างไรเสียมันก็ไม่อยู่บนเกาะร้างนานอยู่แล้ว เดือนหนึ่งมันคงอยู่บนเกาะร้างไม่เกิน 10 วัน
“ใช่ เช่าที่จอด 1 เดือนแปลว่าเจ้าสามารถใช้ที่จอดนี้ได้ 1 เดือน เจ้าจะจอดเรือนานกี่วันเป็นเรื่องของเจ้า จอดวันเดียวก็ต้องจ่าย 1 เดือนไม่มีลดให้ แต่ถ้าเกิน 1 เดือนเมื่อไหร่ต้องจ่ายเพิ่ม” คนงานท่าเรือตอบสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“ถ้าอย่างนั้นขอเช่าที่จอด 1 เดือนก่อนแล้วกัน” จางหม่านโถวตอบทันที
“เจ้าสามารถกลับมาจอดที่นี่ได้ภายในเวลา 1 เดือน ช่องจอดนี้จะเป็นของเจ้าคนเดียว หากเจ้าเปลี่ยนเรือต้องแจ้งให้เจ้าของท่ารับรู้ทุกครั้ง ใบสัญญาและกุญแจปลดโซ่คล้องเรือสามารถรับได้ที่จุดจ่ายเงิน จงแจ้งว่าช่องจอดเรือของเจ้าคือช่องหมายเลข 69” คนงานท่าเรือบอกน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย อย่างไรเสียตอนนี้จางหม่านโถวเป็นลูกค้าเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่พวกมาจอดแค่ชั่วคราว
“แล้วเรื่องโรงเตี๊ยมล่ะ” จางหม่านโถวถามต่อ
“มีโรงเตี๊ยมหลายโรงในบริเวณนี้ มีหลายระดับราคา เมื่อเจ้าออกจากท่าเรือไป เจ้าจะเห็นโรงเตี๊ยมตามถนนเอง ไปเลือกได้ตามใจเจ้าเลย” คนงานท่าเรือตอบแบบไม่สนใจอะไรนัก
“ได้งั้นข้าไปล่ะนะ” จางหม่านโถวลงจากเรือทันที มันไม่มีสัมภาระใด ทุกอย่างอยู่ในแหวนมิติหมดแล้ว แหวนมิติที่มันใส่อยู่บนมือซ้ายตอนนี้นั้นเป็นแหวนธรรมดา แหวนไร้สิ้นสุดนั้นเก็บไว้ในช่องลับตรงอกเสื้อของมัน ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้แหวนไร้สิ้นสุด มันไม่อยากใส่ให้สะดุดตาผู้อื่น
หลังจากจ่ายเงินค่าที่จอดเรือแล้ว มันก็เดินตามถนนออกไปยังตัวเมืองทันที เมื่อออกจากถนนย่อยสู่ท่าเรือมาถึงถนนหลัก สิ่งที่มันเห็นนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้มันเป็นอย่างมาก ปีศาจมากมายหลายเผ่าพันธุ์ เดินขวักไขว่อยู่เต็มไปหมด มันสามารถเห็นร้านค้าเสื้อผ้า โรงเตี๊ยม ร้านอาหาร ร้านค้าอื่นๆอยู่สองข้างทางของถนนสายหลักนี้ มันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีปีศาจมากมายขนาดนี้ มันไม่อาจสัมผัสได้ถึงระดับพลังของปีศาจว่าเป็นระดับใด แต่มันรู้ว่าหากร่างกายยังมีส่วนที่เป็นอวัยวะสัตว์อยู่ แปลว่าพวกมันระดับต่ำกว่าระดับกายมนุษย์ ซึ่งหมายความว่าพวกมันไม่อาจเอาชนะจางหม่านโถวในตอนนี้ได้แล้ว
จางหม่านโถวเลือกโรงเตี๊ยมที่ดูดีแห่งหนึ่ง โรงเตี๊ยมนี้มี 5 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร ชั้นสอง ส่วนหนึ่งเป็นห้องสำหรับทานอาหารของแขกพิเศษ และอีกส่วนหนึ่งเป็นที่พัก ชั้น 3 – 5 นั้นเป็นห้องพักทั้งหมด มันเลือกโรงเตี๊ยมนี้เพราะมีทั้งห้องพักและร้านอาหาร เป็นที่ซึ่งเหมาะกับการหาข่าว โรงเตี๊ยมนี้ไม่ต่ำต้อยเกินไป และไม่หรูหราเกินไป หากพักโรงเตี๊ยมต่ำต้อย มันย่อมไม่มีโอกาสได้พบคนระดับกลางหรือระดับสูง การคบหาแต่คนระดับล่างไม่ช่วยให้มันได้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับมัน โรงเตี๊ยมที่หรูหรามากๆย่อมสิ้นเปลืองเกินไปสำหรับมันในตอนนี้ มันต้องใช้เงินที่มีให้เพียงพอต่อการอยู่ในเกาะนี้จนถึงจุดที่มันสามารถหาเงินได้เพียงพอก่อนมันจึงจะพักในโรงเตี๊ยมที่ดีกว่านี้ได้
“เถ้าแก่ ข้าต้องการห้องพักราคาถูกสักหน่อย ท่านพอจะมีหรือไม่” จางหม่านโถวถามเถ้าแก่ที่ยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน
“มีห้องบนชั้นสอง เหนือห้องอาหาร ห้องแถวนั้นจะมีกลิ่นอาหารและเสียงจากร้านห้องอาหารรบกวน เราจะลดราคาให้เป็นพิเศษ เจ้าจะพักห้องนั้นหรือไม่” เถ้าแก่บอกออกมาตามตรง ห้องแบบนี้ปกติลูกค้าไม่ต้องการเข้าพัก หากจัดให้ลูกค้าทั่วไปจะโดนต่อว่าและเสียลูกค้าได้ ดังนั้นห้องพวกนี้จะเสนอให้กับลูกค้าที่มองหาห้องราคาถูกเท่านั้น
“ไม่มีปัญหา คิดค่าห้องอย่างไร” จางหม่านโถวยินดีที่จะพักในห้องนั้น นับเป็นโชคดีของมัน มันสามารถแอบฟังคนในร้านอาหารคุยกันได้ถ้ามันตั้งสมาธิฟัง แถมราคาห้องพักยังถูกอีกด้วย
“เนื่องจากเป็นห้องราคาถูก ค่าพักคืนละ 80 เหรียญแดง มีซาลาเปากับน้ำชาให้กินในตอนเช้าส่งตรงถึงห้อง” เถ้าแก่บอกด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
“ถ้าข้าพัก 1 เดือนสามารถลดราคาได้หรือไม่” จางหม่านโถวถามขึ้นทันที ไม่น่าเชื่อว่าค่าที่พักจะแพงกว่าค่าจอดเรือเสียอีก อันที่จริงแล้วท่าจอดเรือนั้นเอาเรือที่จอดระยะยาวไปจอดผูกกับเสาในทะเลทำให้ต้นทุนต่ำกว่าโรงเตี๊ยมมาก
“หากพักหนึ่งเดือนคิดค่าที่พัก 40 เหรียญขาวเท่านั้น แต่ผ้าปูที่นอนจะเปลี่ยนให้ทุก 10 วัน ไม่เปลี่ยนให้ทุกวันเหมือนพวกที่จ่ายค่าที่พักรายวันนะ” เถ้าแก่ตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองเช่นเคย
“ได้ ไม่มีปัญหา ข้าขอพัก 1 เดือนแล้วกัน” จางหม่านโถวตอบตกลงในทันที การจ่ายค่าที่พัก 1 เดือนนั้นได้ส่วนลดถึงครึ่งหนึ่ง หากมันพักที่นี่เกินครึ่งเดือนก็ถือว่าคุ้มแล้ว เนื่องจากมันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้เลย กว่าจะหางานหาเงินไปอยู่ที่พักที่ดีกว่านี้ได้ก็คงใช้เวลานานเกินครึ่งเดือนอย่างแน่นอน “เจ้าเข้าพัก 1 เดือนต้องจ่ายค่าที่พักล่วงหน้า หลังจากจ่ายแล้วข้าจะให้เด็กรับใช้พาเจ้าไปที่ห้อง”
จางหม่านโถวจ่ายเงินและเดินตามเด็กรับใช้ไปยังห้องพักของมัน แค่วันแรกที่มันมาถึงก็ใช้เงินไปแล้ว 65 เหรียญขาว นี่เกือบเท่ากับค่าแรง 3 เดือนของคนชั้นแรงงานเลยทีเดียว แต่มันมั่นใจว่าปีศาจระดับกายมนุษย์นั้นย่อมไม่มีทางมีรายได้แค่ระดับค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นมันย่อมหางานที่มีรายได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำได้ไม่ยากนัก
จางหม่านโถวออกเดินสำรวจย่านการค้านี้ มันแทบไม่ต่างจากย่านการค้าในเมืองใหญ่ของดาวเขียวคราม เพียงแต่ย่านการค้านี้ไม่มีหอนางโลม แต่ก็ไม่แปลกเพราะประชากรบนดาวดวงนี้เกือบทั้งหมดเป็นเพศหญิง จะมีหอนางโลมไปเพื่ออะไร มันเดินสำรวจดูราคาสิ้นค้าต่างๆเพื่อทำความเข้าใจถึงค่าครองชีพในเมืองนี้ แม้ว่าราคาสินค้าพื้นฐานและค่าแรงขั้นต่ำจะคงที่มาตลอด แต่สินค้าที่ระดับสูงกว่าสินค้าพื้นฐานนั้น ย่อมมีราคาสูงได้ตามแต่กำลังซื้อของแต่ละเมือง รวมถึงความขาดแคลนและความต้องการสินค้านั้นๆ ดังนั้นในแต่ละเมืองราคาสินค้าต่างๆจะแตกต่างกันออกไป อย่างเช่นเกาะพนาอัคคีแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตอาวุธ มีเหมืองแร่ผลิตอาวุธมากมาย รวมถึงร้านค้าอาวุธด้วย ดังนั้นราคาอาวุธระดับต่ำกว่าเหล็กกล้าดำในเมืองนี้จะถูกกว่าเกาะระดับ 3 อื่นๆที่ไม่ได้ผลิตอาวุธเป็นหลัก
หลังจากเดินสำรวจเมืองอยู่พักใหญ่ จางหม่านโถวก็กลับไปยังโรงเตี๊ยมที่มันพัก มันยังไม่ทันจะได้เข้าไปในโรงเตี๊ยมก็ได้ยินเสียงดังเอะอะออกมาจากโรงเตี๊ยม นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติแน่นอน จางหม่านโถวลดความเร็วลง มันพยายามฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงเตี๊ยม เสียงเหมือนมีการต่อสู้กันอยู่ในนั้น มันไม่รู้ว่ากฎเกณฑ์ของชาวยุทธที่นี่เป็นอย่างไร แต่โดยทั่วไปแล้วชาวยุทธจะไม่ลงมือในที่สาธารณะที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ก็มีพวกไม่สนใจธรรมเนียมอะไร ลงมือทุกที่ที่มันต้องการอยู่เช่นกัน พวกที่วรยุทธด้อยกว่าก็ต้องหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้เอาเอง และนี่ก็เป็นสถานการณ์เช่นนั้น
แขกในร้านอาหารส่วนใหญ่วิ่งออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว เสียงการต่อสู้ภายในยังคงดังอยู่เรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการลงมืออยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า ขณะที่ผู้คนวิ่งออกจากร้านไม่หยุดหย่อน เงาร่างสายหนึ่งก็ลอยออกจากร้านมาตกกระแทกพื้นถนนท่ามกลางเหล่าปีศาจมุงมากมาย ร่างที่นอนอยู่บนพื้นนั้นเป็นปีศาจตัวนิ่ม สังเกตได้จากเกร็ดบนผิวหนังรอบตัวนาง ที่ตอนนี้เด่นชัดขึ้นอย่างมาก เชื่อว่านี่เป็นการใช้พลังเร่งความแข็งแกร่งให้เกร็ดเพื่อเพิ่มพลังป้องกัน บนเสื้อผ้าของนางมีรอยขาดไหม้อยู่หลายจุด
---------------
นอกเรื่องท้ายตอน
จางหม่านโถว: นี่ลุงจะจบตอนแบบนี้จริงๆหรือ
ตาลุงติดเกมส์: ใช่สิ จะให้ตอนนี้ยาวไปไหน
จางหม่านโถว: ใครเขาสนใจว่ากี่ตัวอักษรกันลุง เขาสนว่าค้างไม่ค้าง
ตาลุงติดเกมส์: แค่นี้ค้างแล้วเหรอไม่เห็นมีอะไรสำคัญเลย
จางหม่านโถว: ข้าเป็นคนรู้สึกค้างได้ง่าย
ตาลุงติดเกมส์: งั้นเจ้าควรดองไว้หลายๆตอนแล้วค่อยอ่านทีเดียว
จางหม่านโถว: ข้าเป็นพระเอกต้องแสดงทุกตอนจะให้ข้าดองได้อย่างไร
ตาลุงติดเกมส์: นี่เอ็งยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกอีกหรือ