จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 หนึ่งฟ้าดิน

            เสียงตะโกนด้วยความโกรธของจางอี้เหวินดึงดูดความสนใจจากทุกคน

            แม้ว่าในจำนวนคนเหล่านี้จะมีคนจำนวนมากที่ไม่ต้องการให้จางอี้เหวินได้รับตำแหน่งผู้ดูแลหอตำราแต่ทุกคนต่างมีความสงสัยเรื่องของ “ซวีอู๋” ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันถึงอย่างไร ก็เป็นอย่างที่จางอี้เหวินได้พูดมา บนป้ายศิลาไม่มีชื่อของ “ซวีอู๋”จึงรู้สึกเหมือนเขายังไม่เคยผ่านการทดสอบในขั้นแรกด้วยซ้ำ แล้วจะเป็นผู้ดูแลหอตำราได้อย่างไร?

            ฉินอวี่ละสายตากลับมา แต่ก็ยังไม่รีบเข้าไปหาจางอี้เหวิน เพราะถึงอย่างไรหอตำราก็ต้องให้คำอธิบายกับเหตุการณ์นี้เพื่อหยุดคำวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าศิษย์ทั้งหมด

            จากนั้น ฉินอวี่ก็มองไปทางฉู่สยง และประสานมือทั้งสองข้างแสดงการทักทาย“ฉินอวี่คารวะศิษย์พี่ฉู่”

            ฉู่สยงมองฉินอวี่และพยักหน้าเล็กน้อย นิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างสงสัย “ศิษย์น้องฉิน รู้จัก ‘ซวีอู๋’ คนนั้นหรือ?”

            ฉินอวี่ฝืนยิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อย “ข้าเป็นเพียงศิษย์ใหม่อีกทั้งยังเป็นคนที่ใกล้ตาย จึงรู้จักเพียงไม่กี่คน แต่ครั้งนี้ดูน่าแปลกยิ่งนักบนแผ่นศิลาไม่มีชื่อของซวีอู๋ แต่ทำไมเขาจึงได้เป็นผู้ดูแล”

            อันที่จริงฉู่สยงต้องการถามว่าฉินอวี่รู้จักกับผู้ดูแลคนไหนหรือไม่เพราะเขาได้ยินฉู่เยว่ฉานเล่าให้ฟังว่าฉินอวี่ได้เดิมพันกับจางอี้เหวินเอาไว้แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเรื่องทุกอย่างกลับกลายเป็นเช่นนี้

            เพียงแต่ เมื่อได้ยินคำตอบของฉินอวี่ ฉู่สยงก็พยักหน้าและไม่คิดอะไรอีก

            ถึงอย่างไร ฉินอวี่ก็เป็นศิษย์ใหม่และยังเป็นคนใกล้จะตายอีกด้วยแล้วจะรู้จักกับผู้ดูแลได้อย่างไร

            “จริงสิ ศิษย์พี่ฉู่ ไม่ทราบว่าแดนขัดเกลาอยู่ที่ใดกัน?” ก่อนหน้านี้ฉินอวี่ได้เคยวางแผนเอาไว้เช่นกันว่าจะหาสถานที่สำหรับฝึกฝนและมีความสนใจต่อแดนขัดเกลาที่ฉู่เยว่ฉานเคยพูดถึง

            “เหอๆ ที่นั่นเป็นสถานที่ฝึกฝนยุทธ์ และฝึกวินัยสำหรับศิษย์ขั้นเทียนชุ่ยในหนึ่งปีจะเปิดให้เข้าได้เพียงหนึ่งครั้ง หากศิษย์น้องฉินต้องการจะเข้าไปคงต้องรอในปีหน้า และต้องฝึกฝนก้าวสู่ขั้นเทียนชุ่ย” ฉู่สยงกล่าวช้าๆ

            ฉินอวี่พยักหน้า และเริ่มมีแผนการบางอย่างขึ้นมาในใจหากต้องการเข้าไปยังแดนขัดเกลา จะต้องเข้าสู่ขั้นเทียนชุ่ยให้ได้ภายในเวลาหนึ่งปี

            ในตอนนี้ เมื่อจางอี้เหวินเห็นว่าผู้ดูแลลี่ยังไม่ปรากฏตัวออกมาเขาจึงยิ่งแน่ใจว่าจะต้องมีสิ่งผิดปกติในเรื่องของผู้ดูแลเขาคิดไปว่าฉินอวี่เป็นคนติดกระดาษแดงแผ่นนี้ด้วยความโกรธจางอี้เหวินจึงวิ่งตรงไปยังประตูทางเข้า และคิดจะฉีกกระดาษแดงแผ่นนั้นทันที

            “ครืน!” มีเสียงดังขึ้นทันทีกระดาษแผ่นสีแดงที่ดูแสนจะธรรมดาได้เปล่งแสงสว่างออกมาสั่นสะเทือนใส่จ้างอี้เหวินจนกระแทกออกไป

            เมื่อเห็นสิ่งนี้ทุกคนต่างก็ประหลาดใจ

            ขณะที่จางอี้เหวินกำลังจะเข้าไปที่นั่นอีกครั้งเสียงตะโกนอันเย็นชาก็ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

            ผู้ดูแลลี่อวิ๋นค่อยๆ เดินออกมาจากหอตำรา มองจางอี้เหวินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            เมื่อจางอี้เหวินพบกับลี่อวิ๋น เขาก็พูดขึ้นด้วยความโกรธ “ผู้ดูแลลี่โปรดให้คำอธิบายกับข้าด้วย! เหตุใดบนแผ่นศิลาจึงไม่มีชื่อของ ‘ซวีอู๋’!”จางอี้เหวินพูดอย่างตรงประเด็นออกไปทันที ในเรื่องที่ไม่มีอักษรของ “ซวีอู๋”อยู่บนแผ่นศิลา ซึ่งทำให้ทุกคนต่างอยากรู้เช่นกัน

            ลี่อวิ๋นรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย อย่าว่าแต่จางอี้เหวินเลยแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลยเช่นกันว่า “ซวีอู๋” ผู้นี้โผล่มาได้อย่างไรหากว่ากันตามกฎของหอตำรา ลี่อวิ๋นจะต้องส่งรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบในครั้งนี้ให้กับประมุขแห่งหอตำราจากนั้นประมุขแห่งหอตำราจะเป็นคนตัดสินว่าผู้ใดจะได้เป็นผู้ดูแล

            แต่ครั้งนี้มีเพียงจางอี้เหวินที่ผ่านการทดสอบ หากว่ากันตามเหตุผลแล้วจางอี้เหวินจึงจะได้เป็นผู้ดูแล เพียงแต่ประมุขกลับพูดเพียงประโยคเดียว“มีคนเหนือกว่าจางอี้เหวินแล้ว” จากนั้นจึงนำกระดาษแดงนี้ส่งให้กับลี่อวิ๋นซึ่งเรื่องนี้ทำให้ลี่อวิ๋นสับสนเป็นอย่างมาก

            เมื่อจางอี้เหวินถามออกมาเช่นนั้น สีหน้าของลี่อวิ๋นก็เคร่งขรึม“เรื่องนี้ท่านประมุขเป็นคนตัดสิน อีกอย่าง ซวีอู๋ผู้นี้ทำการทดสอบขั้นที่สองได้ดีกว่าเจ้าบางที ซวีอู๋นี้อาจจะไม่ใช่ชื่อเดิมของเขา!”

            ความหวังสุดท้ายที่อยู่ในใจของจางอี้เหวินได้ถูกลี่อวิ๋นทำลายลงเสียแล้วก่อนหน้านี้เขาก็เคยคิดว่า “ซวีอู๋” น่าจะเป็นเพียงนามแฝงแต่เมื่อนึกถึงการเดิมพันนั้น จางอี้เหวินก็เริ่มจะตีโพยตีพายขึ้นมาว่าตนเองต้องกลายเป็นลูกน้องของคนใกล้ตายนะหรือ? เป็นแบบนี้สู้ฆ่าเขาให้ตายเสียดีกว่าด้วยความไม่พอใจที่มี จางอี้เหวินจึงพูดต่อด้วยความโกรธ “ข้าไม่เชื่อคนไหนคือซวีอู๋? ข้าต้องการจะแข่งกับเขาแบบซึ่งหน้า”

            “เจ้าเด็กเวร การตัดสินใจของท่านประมุขเจ้าขัดขืนได้หรือ?” เสียงของลี่อวิ๋นดังขึ้นมาอย่างดุเดือด

            “ผู้ดูแลลี่บอกไปแล้วว่าชื่อนี้คือนามแฝงหรือเจ้ากล้าจะไม่เชื่อคำท่านประมุข?” ศิษย์คนหนึ่งที่ไม่ชอบจางอี้เหวินได้ถือโอกาสนี้ซ้ำเติมเข้าไป

            “ข้าบอกแล้ว ว่าในสำนักมีต้องมีคนทำได้ดีกว่า เมื่อหนึ่งเดือนก่อนมีใครบางคนกล่าวไว้ว่าตำแหน่งผู้ดูแลต้องเป็นของเขาเท่านั้นนะ”มีศิษย์คนหนึ่งส่งเสียงขึ้นมาท่ามกลางผู้คน

            จางอี้เหวินรู้สึกได้เพียงร่างกายที่มีพลังพลุ่งพล่านสีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวคล้ำ จากนั้นจึงรีบวิ่งหนีไปอย่างเก้อเขิน

            ฉินอวี่ไม่ได้ขัดขวางจางอี้เหวิน เขาในตอนนี้กำลังเหมือนคนคลุ้มคลั่งหากพูดเรื่องการเดิมพันขึ้นมาในตอนนี้อาจทำให้จางอี้เหวินระเบิดอารมณ์ออกมามากกว่านี้แน่นอนหากทำอะไรล้ำเส้นเกินไปในตอนนี้ แม้ว่าฉินอวี่จะไม่กลัวจางอี้เหวินแต่นี่อาจทำให้จางอี้เหวินอาจต้องเจ็บปวด ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉินอวี่ต้องการ

            แม้ว่าจางอี้เหวินจะดูโอหังไปบ้างแต่ความรู้และความจำของเขานับว่าไม่เลวเลยทีเดียว และมีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้

            เมื่อฉู่เยว่ฉานเห็นว่าฉินอวี่ไม่ได้ขัดขวางจึงมองฉินอวี่ด้วยความประหลาดใจ “ศิษย์น้องฉินเรื่องการเดิมพันนั้นถือว่าแล้วกันไปเถอะ เจ้าเองก็ค่อยๆ ฝึกฝนไปอีกไม่นานข้าต้องเก็บตัวบำเพ็ญเพิ่มเติม เพื่อเตรียมเข้าการทดสอบในครั้งถัดไป

            ฉู่สยงก็หันหน้ามองฉินอวี่เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

            ฉินอวี่พยักหน้า ส่งสายตามองฉู่เยว่ฉานที่กำลังจากไปจากนั้นฉินอวี่ก็หันหลังกลับออกไปเช่นกัน

            หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ฉินอวี่ก็สวมชุดคลุมสีดำ สวมหน้ากากไว้และเดินทางมายังหอตำรา ในตอนนี้ผู้ดูแลลี่กำลังฉีกกระดาษแดงแผ่นนั้นลงพอดีฉินอวี่จึงเดินตรงไปยังด้านข้างของผู้ดูแลลี่ และหยิบป้ายคำสั่งออกมาก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ข้าคือซวีอู๋”

            ลี่อวิ๋นหันกลับมาอย่างรวดเร็วศิษย์ที่ยังไม่ไปไหนต่างหันมองมาทางฉินอวี่ในชุดคลุมสีดำด้วยดวงตากลมโต

            นี่คือซวีอู๋หรือ? ผู้ดูแลคนใหม่?

            ลี่อวิ๋นเหลือบมองป้ายคำสั่ง และกวาดสายตามองฉินอวี่อีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตามข้าไปพบท่านประมุข”

            ฉินอวี่พยักหน้าเขาก็มีความสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของประมุขแห่งหอตำรายิ่งนักแต่สิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่าคือลักษณะของสิ่งที่อยู่บนยอดเขา

            ขณะที่ลี่อวิ๋นนำทางไปนั้นฉินอวี่ก็ตามเข้าไปทางประตูลับบานหนึ่งของหอตำราแต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นบันไดหินที่คดเคี้ยวไปตลอดทาง มุ่งหน้าไปสู่ยอดเขา

            ตลอดทางที่เดินมา ลี่อวิ๋นคอยมองฉินอวี่อยู่ตลอดเวลาเขามีความสงสัยและอยากรู้เรื่องของฉินอวี่เป็นอย่างยิ่งก่อนหน้านี้ที่เขาพูดเรื่องนามแฝงขึ้นมา ก็เพียงเพื่อคัดค้านจางอี้เหวินแต่ในความเป็นจริงจางอี้เหวินไม่ได้จดจำลำดับรายชื่อเลยแม้แต่น้อย

            บางทีศิษย์คนอื่นอาจจะไม่ได้จดจำรายชื่อที่อยู่บนแผ่นศิลาแต่ลี่อวิ๋นกลับจำได้เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้เขาเคยดูมันมาแล้วรายชื่อที่อยู่บนป้ายศิลาไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรืออาจกล่าวได้ว่าชื่อของซวีอู๋นี้ไม่ได้เป็นเพียงนามแฝงแต่ก็เป็นไปได้เช่นกันว่ายังไม่ผ่านการทดสอบขั้นที่หนึ่งเรื่องนี้ทำให้ลี่อวิ๋นยิ่งรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น

            ซวีอู๋ผู้นี้ถูกกำหนดมาโดยท่านประมุข แต่ถ้าดูจากนิสัยของท่านประมุขแล้วคงจะไม่มีทางฝ่าฝืนกฎระเบียบอย่างแน่นอน

            เมื่อมาถึงศาลาโบราณที่อยู่ใกล้กับยอดเขา ลี่อวิ๋นก็หยุดฝีเท้าลง“ท่านประมุขอยู่ด้านบน เจ้าขึ้นไปสิ”

            ฉินอวี่พยักหน้า และเดินไปตามบันไดหินเพียงลำพัง

            ครู่ต่อมา ทันทีที่ฉินอวี่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของยอดเขาร่างกายของเขาก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

            กระท่อมหลังหนึ่ง ต้นไม้ต้นหนึ่ง หินก้อนหนึ่ง และคนคนหนึ่งผู้อาวุโสที่สวมชุดเรียบง่ายได้นั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนใหญ่เค้าโครงที่ดูเรียบง่ายเช่นนี้ แต่กลับดูเหมือนมีพลังอันน่ากลัวและแข็งแกร่งทำให้ฉินอวี่ตกตะลึงไปในทันที

            ขณะที่ตกอยู่ในภวังก์ฉินอวี่ก็มองเห็นผู้อาวุโสคนหนึ่งกำลังแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวบ้างก็ส่งเสียงตะโกน บ้างก็ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด บางครั้งก็นิ่งเงียบเสียงแต่ละเสียงที่เปล่งออกมาต่างดังกึกก้องอยู่ในหูของเขาอย่างชัดเจน

            ในช่วงเวลาที่เลือนรางนี้ฉินอวี่ก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนทำหน้าบูดบึ้งอยู่ด้านล่างของก้อนหินเพื่อทำให้ผู้อาวุโสพูดอะไรขึ้นมาและบางครั้งก็เข้าไปในห้องและมองดูผู้อาวุโสคนนั้นที่อยู่บนก้อนหินอย่างทุกข์ใจ

            ในช่วงเวลาอันเลือนรางนี้ฉินอวี่มองเห็นผู้อาวุโสคนหนึ่งกำลังเงยหน้าตะโกนเสียงดังอยู่บนก้อนหินเมื่อสิ้นเสียงอันกึกก้องเด็กผู้หญิงที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องก็ได้โผเข้าหาผู้อาวุโสอย่างบ้าคลั่ง

            “พี่ชาย พี่เป็นอะไรไป? พี่ ท่านอย่าทำให้เสี่ยเอ๋อตกใจพี่... ได้โปรดอย่าทิ้งเสี่ยเอ๋อไป... เสี่ยเอ๋อกลัว...”

            ภายใต้หน้ากาก น้ำตาของเขาได้ไหลออกมาอย่างเงียบๆ

            เรื่องทั้งหมดนี้ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานแต่ในความเป็นจริงมันได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานหลายปีแล้ว

            ขณะที่ฉินอวี่กำลังครุ่นคิดเรื่องราวมากมายอยู่นั้นผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนก้อนหินก็หันกลับมาทันที ใบหน้าของเขาดูเหี่ยวย่นดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาจับตามองไปทางฉินอวี่อย่างเงียบๆ

            สายลมพัดผ่านต้นไม้อันแข็งแรงและกิ่งก้านอันเขียวชอุ่มแกว่งไกวไปตามแรงพัดของสายลมใบไม้ร่วงหล่น ตกลงบนศีรษะของผู้อาวุโส สายลมพัดผ่านเข้ามาเป็นครั้งที่สองพัดชุดสีขาวดั่งดวงจันทร์และเส้นผมที่หงอกขาวของเขาปลิวไสวขึ้นทันที

            “ผู้ดูแลซวีอู๋” ผู้อาวุโสค่อยๆ พูดขึ้นมาน้ำเสียงของเขาดูอ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ

            ฉินอวี่จึงตื่นขึ้นจากความทรงจำ ภาพที่อยู่ตรงหน้าก็แตกสลายไปในทันทีฉินอวี่รู้สึกตกใจอย่างมาก แม้แต่ความคิดทั้งหมดของเขาต่างถูกระงับไว้อย่างรวดเร็วเขาสงบจิตใจ มองไปยังผู้อาวุโสที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนใหญ่และมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ดูอบอุ่น แม้ว่าเขาจะมีความสงสัยแต่ก็ยังคงยกมือขึ้นประสานแสดงความเคารพ “ฉินอวี่คารวะท่านประมุข”

            “ไม่ต้องมากพิธี ไม่ว่าเจ้าจะมีสถานะเช่นไร นับแต่วันนี้ไปเจ้าคือผู้ดูแลฝ่ายในของหอตำราสำนักยุทธ์ว่านจ้ง คอยรับผิดชอบฝ่ายในของหอตำราส่วนที่เหลือผู้ดูแลลี่จะคอยบอกเจ้าเอง ไปเถอะ” ผู้อาวุโสกล่าวอย่างอ่อนโยน

            “ขอรับ! ท่านประมุข” ฉินอวี่พยักหน้า จากนั้นจึงหันหลังกลับออกไปและแอบตกใจอยู่ในใจ เขาไม่อาจรับรู้ระดับฝึกฝนของคนผู้นี้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะถึงระดับสูงสุดแล้วก็เป็นได้

            ความสงสัยที่อยู่ในใจของฉินอวี่ก่อนหน้านี้ ด้วยสภาวะอารมณ์ของเขาไม่น่าจะมีปฏิกิริยาเช่นนั้นได้แต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขากลัวคือการก้าวสู่โลกแห่งมายาและภาพมายานี้คือการทดสอบสุดท้ายของผู้ดูแลหอตำรา

            เพียงแต่ สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกคือประมุขแห่งหอตำราคงจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในภาพมายาของตนเองแล้ว เพียงแต่ประมุขคงจะนึกไม่ถึงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกมายาของตนเองที่ได้เห็นคือเรื่องอะไร

            เมื่อลงมาจากยอดเขา ลี่อวิ๋นยังคงรออยู่ตรงศาลาโบราณเมื่อเห็นฉินอวี่กำลังลงมา ลี่อวิ๋นก็รีบประสานมือแสดงความยินดี “ยินดีกับผู้ดูแลซวีอู๋”

            ฉินอวี่ไม่ได้รู้เลยว่าในขณะที่เขาจากออกไปประมุขแห่งหอตำรายังคงมองดูฉินอวี่อยู่ตลอดทาง และพึมพำกับตนเอง “สวรรค์เลือกคนที่โกงหลักแห่งกรรมของเซียนอสูรมาเป็นผู้ดูแล มัน... มันเป็นไปได้จริงหรือ?”

            คำตอบที่มีให้กับประมุขคือเสียงของใบไม้ไหวที่กระทบกับสายลม

            ประมุขหอตำราหันมองไปทางต้นไม้เก่าแก่ ราวกับกำลังสับสนอย่างมากนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่โดยไม่มีการตอบสนอง ก่อนจะถอนหายใจและกวาดสายตาไปมองตัวอักษรที่คดเคี้ยวซึ่งสลักไว้บนต้นไม้หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หลับตาลง

            ตัวอักษรเหล่านั้นได้แก่ “หนึ่งดารา หนึ่งโลหิต หนึ่งเรือน หนึ่งฟ้าดิน”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311