ทีแรกกลออินมองดูเลเนอริลกินอย่างเสียอาการแบบนั้นก็แทบกลั้นขำไม่อยู่ เขาต้องเก็บภาพตรงหน้านี้เอาไว้ให้แม่นยำเพื่อที่จะได้ไปเล่าให้เพื่อนฝูงชาวคนแคระของเขาได้มีส่วนร่วมขำไปกับเขาด้วย เอลฟ์ที่ทำท่าสูงส่งมาตลอดกำลังกินอาหารแบบเดียวกับคนแคระแถมยังทำท่าเคลิบเคลิ้มแบบนั้น เขาจะพลาดได้ยังไงอยากเห็นมากกว่านี้สักหน่อยน่า พูดกับเลเนริลว่า“มันก็อร่อยจริงๆ นั่นล่ะนะ แต่รู้อะไรมั้ย มันยังไม่อร่อยที่สุด ถ้าเธอยังไม่ได้ลองดื่มเอลตามสักอึก เอาสิข้าเลี้ยงเอง”“ไม่จำเป็น ถ้าข้าจะดื่มละก็ ข้าจ่ายเองได้!” เลเนอริลปฏิเสธทันควัน ยังไงเธอก็ยังไม่ยอมรับน้ำใจจากคนแคระเด็ดขาด“เอาน่าๆ ข้าขออภัย ถือว่าข้าเลี้ยงเพื่อมิตรภาพ ยังไงก็ลองดูหน่อย แต่ถ้าท่านไม่กล้าข้าก็ไม่ว่าร๊อก”กลออินพูดแล้วก็สั่งเอลให้เธอหนึ่งเหยือก เลเนอริลมองเอลตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ เธอไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแบบนี้มาก่อน แต่พอนึกตอนที่กลออินดื่มเอลเข้าไปอย่างสะใจ ก็ยังคงติดตาเธออยู่และกลิ่นหอมเรื่อๆ โชยออกมาจากแก้วก็หอมหวานน่าลิ้มลองอยู่ ความอยากลองก็ค่อยๆ เอาชนะความไม่แน่ใจทีละน้อย(นี่มันก็แค่เครื่องดื่มเอง ฟรีด้วยนะ!)เธอไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้รับรสชาติที่ดีที่สุด ทดลองจิบเอลเข้าไปอึกหนึ่งสัมผัสแรกความขมฝาดก็แทบทำให้เธอถ่มทิ้งทันที แต่หลังจากนั้นนิดเดียวกลิ่นหอมๆ และความหวานของผลไม้หมักก็ตามมา(เอ๊ะ! ใช้ได้นี่นา)เลเนอริลรู้สึกว่ามันผสมเข้ากับกลิ่นของชีสและเบคอนย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากเล็กน้อยนั้นอย่างลงตัว ช่วยตัดกลิ่นคาวและแก้เลี่ยนได้ดีเลยกระดกต่อจนหมดเหยือกกลออินเห็นภาพนี้ก็กลั้นขำอย่างสุดชีวิต เอลฟ์สาวคนนี้น่าสนใจจริงๆ เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เหรอเนี่ยอลันเห็นเธอจิบคำเล็กๆ ในครั้งแรกก็คิดว่าคงไม่เป็นไร ที่ไหนได้หันมาอีกทีเธอคว่ำเหยือกซะแล้ว ห้ามทันซะที่ไหนได้แต่ยกมือค้างไว้อยู่แบบนั้น เขาเห็นภาพแบบนี้มาจนชินตาจากในร้านของเขาผู้หญิงที่ดื่มไวน์ต่างน้ำในร้านของเขาเพียงเพราะว่ารสชาติมันอ่อนดื่มง่าย ซึ่งลงเอยด้วยการเรียกต้องแท็กซี่ให้ทุกรายไป(เธอคงจะเป็นนักดื่มละมั้ง)เลเนอริลเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เธอยิ้มเก่งขึ้น ใบหน้าที่หวานซึ้งอยู่แล้วยิ่งดูหยาดเยิ้มกว่าเดิม ที่ไม่น่าเชื่อคือเธอเป็นฝ่ายขอ’ชนแก้ว’กับกลออินเองอีกต่างหาก ราวกับว่าพวกเธอเป็น’เพื่อนสนิท’กันมานานเอลหมดไป 2 เหยือกแล้ว และยังกินซูเฟล่ชิ้นที่ 2 เข้าไปอีกด้วย เลเนอริลก็เอวังหมอบพับอยู่ที่โต้ะตามระเบียบกลออินก็เริ่มรู้สึกตีงๆขึ้นมาหลังจากที่เรียกให้คิดเงินแล้วก็เลยขอตัวกลับ “ ฮา เป็นคืนที่วิเศษจริงๆ ข้าคงต้องกลับไปหาเมียแล้วล่ะ ส่วนของเธอข้าจ่ายให้เอง เอ่อ...ฝากที่เหลือด้วยล่ะ ท่านอลัน” กลออินลุกขึ้นอย่างเร็วจนพุงยื่นๆของเขาชนเข้ากับขอบโต้ะดังตึง ชี้ไปที่เลเนอริลที่กำลังนอนฟุบอยู่แล้วยักคิ้ว หันมามองอลันด้วยสายตาที่อลันอยากจะเรียกว่า’อ้อน’กำปั้นมากๆ "อืม เอลเหยือกละ 1 เหรียญเงิน ซูเฟล่ 4 ชิ้น...รวม 4 ทองกับ 4 เหรียญเงิน" อลันคิดเงินให้เขา ในใจกลับกังวลว่าจะทำยังไงก็แม่เอลฟ์นักดื่มคนนี้ดีล่ะเนี่ยเอลิน่ารีบวิ่งไปที่คนแคระเฒ่าทันทียื่นมือแบออก “ปู่กลออิน เก็บเงินค่ะ” “ยัยหนูน้อย เก่งจังนะ” กลออินเห็นเอลิน่าเข้ามาเก็บเงินอย่างจริงจังก็ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู แล้ววางเงินไว้ในมือเล็กๆนั่น "ไปล่ะ" เขากล่าวลา อลันมองไปที่กลออินอย่างช่วยตัวเองไม่ได้อีกครั้งบุ้ยใบ้ไปที่เลเนอริล ส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าต้องการความช่วยเหลือ“เนย์ๆๆ ไม่ได้ร๊อก ที่บ้านข้ามีเตียงเดียวเอาไว้นอนกับเมียเท่านั้น” กลออินโบกมือ ‘ควับๆๆ’ ทันที ก่อนจะออกไปยังหันมาหาอลันทำท่าเอานิ้วเชือดคอยิ้มๆให้เขาอีกต่างหาก(คนแคระ!)อลันนึกได้คำเดียวในใจ....
Adar Spring Credit:deviantart.com