ตอนที่ 4
ผู้ร่วมทางคนใหม่
กว่าฝนจะหยุดตกลงมาก็เป็เวลาเช้าวันใหม่แล้ว ขบวนเดินทางทั้งสองที่หยุดพักหลบฝนั้แ่เมื่อคืนต่างก็พากันเตรียมตัวที่จะออกเดินทางกันต่อแล้ว
ยามนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งนักราวกับว่าเมื่อวานมิได้มีพายุฝนตกหนักมาก่อน ดั่งคำที่ว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอท้องฟ้าเบื้องหน้าของนางในยามนี้งดงามมากจริง ๆ
กลุ่มก้อนเมฆรวมตัวกันเป็รูปร่างคล้ายกับปลาทองที่กำลังแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า
“เสี่ยวหนิง” นางเอ่ยเรียกสาวใช้คนสนิทที่กำลังตรวจดูสิ่งของที่ถูกลำเรียงขึ้นไปยังรถม้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เ้าคะ คุณหนู” นางขานรับคำคุณหนูของตนทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกก่อนจะเดินไปที่ทางด้านหน้าทางเข้าอารามที่คุณหนูของนางยืนอยู่
“บ่าวมาแล้วเ้าค่ะ คุณหนูมีสิ่งใดจะสั่งหรือเ้าคะ”
“เ้าลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าดูสิ”
สิ้นเสียงของคุณหนูที่เอ่ยออกมาเสี่ยวหนิงก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าทันที ก่อนจะร้องออกมาเสียงดังด้วยความดีใจ
“บนท้องฟ้า เมฆปรากฏเป็รูปปลาทองเป็มงคลนักเ้าค่ะคุณหนู”
“ข้ารู้แล้ว จึงได้เรียกให้เ้ามองอย่างไรเล่า” นางเอ่ยขึ้นพลางยิ้มอย่างเอ็นดูสาวใช้ของนาง
ไม่เพียงแค่หลิวซือนัวกับเสี่ยวหนิงเท่านั้นที่ได้เห็นเมฆมงคลนี้เพราะเสียงดีใจและตื่นเต้นของเสี่ยวหนิงเมื่อครู่ทำเอาทุกคนที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นต่างก็เงยหน้าขึ้นไปมองเมฆมงคลบนท้องฟ้าเช่นเดียวกันหมดไม่เว้นแม้กระทั่งคนในขบวนเดินทางอีกขบวนหนึ่ง ซึ่งแม้พวกเขาจะขึ้นม้าเตรียมออกเดินทางกันแล้วก็ยังแหงนหน้าขึ้นมองเมฆมงคลนี้เช่นเดียวกันก่อนที่จะพากันออกเดินทางทันที
พวกเขาไม่ได้มีท่าทีหรือการส่งเสียงดังใด ๆเช่นขบวนของพวกนาง เพียงแค่จากไปเงียบ ๆ โดยไม่มีแม้แต่คำล่ำลาแม้สักครึ่งคำ
หลังจากที่ขบวนพวกเขาออกไปได้ไม่นานขบวนของนางจึงได้ออกเดินทางต่อไปเช่นเดียวกัน
นางและเสี่ยวหนิงนั่งอยู่ในรถม้าตลอดทางมีเพียงแค่แวะลงไปทานอาหารกลางวันและพักเหนื่อยกันเพียงเวลาสองก้านธูปเท่านั้นพวกนางก็พากันออกเดินทางต่อจากที่เสี่ยวชิงบอกมาคืนนี้พวกนางน่าจะโชคดีมีโรงเตี้ยมให้เข้าพักไม่ต้องแวะพักในป่าหรือแถววัดร้างอีก
นี่ก็จวนจะเย็นมากแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วยามฟ้าก็คงจะมืดตามที่เสี่ยวชิงบอกพวกนางก็น่าจะไปถึงโรงเตี้ยมที่ว่าก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป
“คุณหนูขอรับ ทางข้างหน้าดูเหมือนจะเป็ขบวนเดินทางที่พักอยู่กับเราเมื่อคืนขอรับดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีปัญหาบางอย่าง” เสียงเสี่ยวชิงเอ่ยบอกนางผ่านจากช่องหน้าต่างของรถม้า
“เช่นนั้น เ้าก็เข้าไปดูพวกเขาหน่อยเถอะพวกเราถือโอกาสพักสักเดี๋ยวก็แล้วกัน” นางเอ่ยขึ้นอย่างมีน้ำใจ
ไม่นานรถม้าของหลิวซือนัวก็หยุดลง นางให้เสี่ยวหนิงประคองนางลงมาจากรถม้าก่อนจะมองไปยังรถม้าของขบวนเดินทางอีกขบวนหนึ่งถึงได้เห็นว่ารถม้าของพวกเขานั้นมีปัญหา ล้อของรถม้าคันนั้นหลุดหายไปไหนก็ไม่ทราบ
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่เพียงรถม้าของพวกเขาเท่านั้นที่มีปัญหาผู้ที่เคยโดยสารอยู่ภายในก็น่าจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งนางรู้ดีว่าผู้ที่โดยสารอยู่บนรถม้าก็คือบุรุษตาบอดผู้นั้นแน่นอนและเขาก็คงเป็เหตุให้เวลานี่ทุกคนในขบวนเดินทางของเขาและของนางต่างพากันไปยืนมุมอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่จนไม่อาจเห็นชายตาบอดผู้นั้นได้ว่าเขาได้รับาเ็หรือไม่
นางและสาวใช้คนสนิทแม้จะอยากรู้เหตุการณ์อยู่บ้างแต่ก็เลือกที่จะยืนรั้งอยู่ไกลๆ เท่านั้น ไม่ได้พากันเดินเข้าไปมุงดูร่วมด้วยแต่อย่างไร
“คุณหนูขอรับคุณชายของพวกเขาได้รับาเ็ที่ศีรษะเพราะตกลงมาจากรถม้าขอรับ”
เป็เสี่ยวชิงที่เข้ามารายงานนางหลังจากที่เมื่อครู่เขาได้เข้าไปดูอาการของคุณชายท่านนั้นอีกทั้งยังพาผู้ติดตามคนหนึ่งของขบวนข้าง ๆ กลับมาด้วยผู้หนึ่ง
“คาราวะคุณหนู ข้าน้อยกู่เหอขอรับเป็หัวหน้าขบวนเดินทางของคุณชายในครั้งนี้”
“พวกท่านมีอะไรจะให้พวกข้าช่วยใช่หรือไม่ มีสิ่งใดก็รีบเอ่ยมาเถอะ”หลิวซือนัวเอ่ยถามขึ้นนางรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องมีสิ่งใดให้นางช่วยแน่ ๆ ถึงได้เข้ามาแนะนำตัวกับนางทั้งที่เมื่อคืนนี้ต่อให้จะนำชามาให้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็น้ำใจแต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าพวกเขาอยากจะแนะนำตัวหรือทำความรู้จักใดๆ กับคนในขบวนของพวกนางเลย
“เช่นนั้นข้าน้อยขอเอ่ยตามตรงเลยนะขอรับรถม้าเราไปต่อไม่ได้แล้วขอรับอีกอย่างคุณชายของเราก็ยังได้รับาเ็ที่ศีรษะอีกด้วยแม้แผลจะไม่รุนแรงนักแต่ก็กระทบกระเทือนกับดวงตาที่รักษาอยู่ไม่น้อยทีเดียวหากให้ขึ้นม้าและขี่ไปเกรงว่าจะยิ่งกระทบกระเทือนมากขึ้น จึงอยากจะขอให้คุณชายของข้าน้อยโดยสารรถม้าของคุณหนูไปพร้อมกันกับท่านได้หรือไม่เมื่อครู่ข้าถามพี่ชิงแล้วเห็นว่าจุดหมายของพวกท่านก็คือโรงเตี้ยมกลางป่าเช่นกัน”กู่เหอร่ายยาวออกมาทันที
แน่นอนว่าเห็นคนเดือดร้อนอีกทั้งยังมาขอให้ช่วยเช่นนี้นางไม่มีทางที่จะปฏิเสธไม่ช่วยแน่หากว่าตนพอจะช่วยเหลือได้
“ข้ายินดีให้คุณชายของพวกท่านโดยสารไปกับข้าด้วยอีกเดี๋ยวข้าจะให้เสี่ยวหนิงจัดที่ในรถม้าเอาไว้ให้เขาอีกครู่หนึ่งท่านก็พาคุณชายท่านมาเถอะ”
“ขอบคุณ ขอบคุณมากขอรับคุณหนู”
รถม้าเคลื่อนตัวออกมาแล้ว ที่นั่งยาวฝั่งตรงข้ามกับที่นางนั่งอยู่ในเวลานี้ถูกจับจองด้วยบุรุษตาบอดผู้หนึ่งซึ่งในยามนี้เขามีผ้าผูกเอาไว้ที่ศีรษะและมีผ้าสีดำผูกเอาไว้ที่ตาร่างสูงนอนอยู่อีกฝั่งอย่างนิ่งเฉยนางไม่รู้ว่ายามนี้เขาหลับหรือว่าตื่นอยู่กันแน่แต่หากมองจากการที่เขาไม่ได้ขยับตัวเลยั้แ่ถูกพาขึ้นรถม้ามาเป็ไปได้มากว่าเขาอาจจะกำลังหลับอยู่
เพราะผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นผู้นี้มีปัญหาด้านสายตาแน่นอนว่าม่านและหน้าต่างของรถม้าย่อมต้องถูกปิดจนสนิทเพื่อไม่ให้มีแสงรอดเข้ามามากจนเป็ปัญหาแน่นอนว่าเมื่อหน้าต่างถูกปิดสนิทลมและอากาศภายนอกย่อมไม่สามารถผ่านเข้ามาได้เช่นกัน
เพื่อกันไม่ให้ภายในรถม้าอบอ้าวจนเกินไปนางจำต้องให้เสี่ยวหนิงเปลี่ยนไปขี่ม้ากับเสี่ยวชิงแทนในรถม้ายามนี้จึงมีเพียงแค่นางและบุรุษตาบอดแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่ายามนี้เขาหลับอยู่หรือไม่เท่านั้น
รถเคลื่อนตัวมาเลื่อย ๆ จนกระทั้งเวลาผ่านไปเท่าไหร่นางเองก็ไม่แน่ใจทว่าอยู่ ๆ ร่างของบุรุษที่อยู่ตรงข้ามกับฝั่งที่นั่งของนางนั้นอยู่ๆเขาก็เริ่มขยับตัว เขายังคงนอนอยู่เช่นเดิมมีเพียงมือของเขาเท่านั้นที่ยามนางมองไปกลับกำลังกำแน่นคล้ายว่ากำลังอดทนต่ออะไรสักอย่างอยู่
ในรถม้ายามนี้มีเพียงนางและเขาหลิวซือนัวจึงอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นไปดูอาการของเขา อย่างน้อย ๆ หากเขามีอาการอะไรผิดปกตินางก็ยังสามารถเรียกคนของเขามาดูอาการได้ทันท่วงที
นางคุกเข่าลงกับพื้นรถม้าเบื้องหน้าที่มีร่างสูงใหญ่นอนอยู่ เมื่อนางเข้ามาใกล้เขาจึงได้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าและตามร่างกายของเขาเริ่มมีเหงื่อออกเป็จำนวนมากริมฝีปากที่เริ่มซีดเซียวของเขาเริ่มถูกเ้าตัวขบกัดเอาไว้คล้ายกับว่ากำลังอดทนอดกลั้นต่อความเ็ปอยู่
“ท่าน ท่าน เป็อะไรหรือไม่” นางเอ่ยถามเขาทว่าเ้าของร่างผอมแห้งก็ ไม่ได้ตอบกลับนางมา นางไม่แน่ใจว่ายามนี้เขายังได้ยินสิ่งที่นางเอ่ยถามออกไปชัดเจนหรือไม่จึงได้เลือกที่จะเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ของเขาเอาไว้แทน
ยามที่ได้ััมือของเขานางจึงรับรู้ได้ว่ามือของเขานั้นร้อนราวกับไฟทีเดียว เวลานี้เองนางจึงไม่อาจมองดูเขาอย่างเฉย ๆ ได้อีกหลิวซือนัวะโสั่งให้ขบวนเดินทางหยุดทันที
“หยุดรถเดี๋ยวนี้!!! กู่เหอรีบตามกู่เหอมาเร็วเข้า!!!”
สิ้นเสียงะโของนางรถม้าก็หยุดลงแทบจะในทันที ไม่นานกู่เหอก็เข้ามาในรถม้าตามที่นางเรียก
“คุณชายของเ้า อยู่ๆ ก็ตัวร้อนขึ้นมา ทั้งยังดูทรมานมากทีเดียวรีบเข้ามาดูเร็วเข้าเถิด”นางเอ่ยพลางจะขยับตัวหลบให้กู่เหอเข้ามาดูอาการของคุณชายของเขาได้อย่างถนัดทว่ายามที่นางจะลุกขึ้นหลีกทางนั้นมือของนางกับถูกเ้าของมือใหญ่กุมเอาไว้แน่ไม่ยอมปล่อย ยิ่งนางออกแรงดึงมือของตัวเองออกก็ยิ่งรู้สึกว่าถูกกุมเอาไว้แน่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ไม่ต้องสนใจข้า รีบดูอาการเขาเร็วเข้าเถิด” ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือนางออกหลิวซือนัวจึงทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลยไปก่อน
“พิษที่ดวงตาของคุณชายกำเริบขอรับเพียงแค่กินยานี้ไม่นานอาการก็จะทุเลาลง” กู่เหอรีบเร่งนำยาเม็ดในมือตนป้อนให้คุณชายทันทีเมื่อเห็นว่าคุณชายของตนนั้นกุมมือของคุณหนูตรงหน้าไม่ยอมปล่อย
“เช่นนั้นก็เร่งเดินทางต่อเถอะคุณชายของเ้าควรได้พักผ่อนดี ๆ โดยเร็ว”
“ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ อีกอย่าง…ข้าน้อยต้องขออภัยแทนคุณชายด้วยเื่ที่กุมมือของคุณหนูเช่นนี้…”
กู่เหอเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดแทนผู้เป็นายของตนซึ่งยามนี้ยังไม่รู้สึกตัวแต่กลับสร้างความผิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เขาป่วย ข้าเข้าใจได้ ไม่ได้ถือสาหรือถือโกรธอันใดหรอกเร่งเดินทางต่อเถอะ”
ผู้ติดตามหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจเป็อย่างมากเตรียมตัวที่จะลงจากรถม้าเพื่อขึ้นม้าเร่งเดินทางต่อ
“อีกอย่าง ฝากบอกเสี่ยวหนิงด้วยว่าข้าไม่เป็อะไรนางไม่ต้องลงจากม้าเข้ามาดูข้าหรอก” หลิวซือนัวไม่ลืมที่จะฝากคำพูดไปยังสาวใช้คนสนิทของนางที่นางคิดว่าเมื่อกู่เหอลงรถไปแล้วคนต่อมาที่จะรีบร้อนเข้ามาก็คงไม่พ้นเสี่ยวหนิงเป็แน่ และหากนางเข้ามาเห็นว่านางถูกบุรุษไม่ได้สติกุมมือเอาไว้แน่นเช่นนี้เสี่ยวหนิงจะต้องโวยวายขึ้นมาแน่ๆ
หากเป็อย่างนั้นย่อมจะเป็ปัญหาทำให้การเดินทางล่าช้าลงอีกเพราะฉะนั้นไม่ให้เสี่ยวหนิงเข้ามาเห็นเลยจะดีเสียกว่าอีกอย่างมือหนาที่กุมมือนางเอาไว้อีกไม่นานก็คงจะปล่อยมือนางไปเองหลังจากที่ยาที่กู่เหอให้เขาทานไปเมื่อครู่ออกฤทธิ์แล้ว