พวกเราเข้าไปวิหารกันดีกว่า มีศิษย์ที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งของที่เข้ามา ส่วนใหญ่เป็นศิษย์สายในซะมากกว่า หลงชิงเอ๋อมองไปโดยรอบและกล่าวชวนลี้เฟยเดินไปที่วิหาร จากนั้นทั้งสองจึงเดินตามกันเข้าไปที่หน้าวิหาร
จากที่ผู้อาวุโสกล่าวตอนเช้า พวกเราต้องขึ้นไปบนยอดวิหารให้ได้ คนที่ขึ้นไปได้หรืออยู่สิบคนสุดท้าย คือคนที่่ผ่านการทดสอบ แน่นอนว่า การเข้าสู่วิหารบรรพกาล ต้องผ่านการขึ้นบันได้สูงลิบกว่าจะถึงตัววิหารบรรพกาลชั้นบน ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรอีก ศิษย์สายในคนหนึ่งพูดออกกับกลุ่มของตนเอง
ไม่นานร่างของศิษย์ที่เหลือถูกสุ่มส่งไปยังบันไดทางขึ้นทั้งสี่เส้นทาง ที่ปลายทางจะรวมเป็นหนึ่งเดียวเข้าสู่โถงวิหารบรรพกาล ศิษย์คนแล้วคนเล่าค่อย ๆ ถูกส่งไป เมื่อไปถึงบันได ทุกคนต่างพยายามเดินขึ้น ทว่าไม่สามารถทำได้ เหมือนจะมีอะไรบางอย่างมากดทับอยู่ กระทั่งจะยกมือ ยกแขน หรือยกเท้า หนักไปหมดเลย
ทุกคนที่เข้ามาต่างหันมองหน้ากัน ศิษย์สายในบางคนเริ่มตั้งตัวได้ จึงพยายามเดินลมปราณพลังที่มียกเท้าก้าวขึ้นไปแต่ละก้าวของบันได เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนจึงพยายามทำตามรวมทั้งศิษย์สายนอก แม้พลังจะต่ำกว่า แต่ก็พยายามสุดกำลังตนเองเช่นกัน
ในส่วนของลี้เฟยและหลงชิงเอ๋อก็ถูกส่งออกไปคนละที่เช่นเดิม แต่ทว่าคราวนี้ ลี้เฟยถูกส่งมาอยู่กับเว่ยหัว และหงฟงหมิน เว่ยหัวเข้ามาก่อนและยังเดินขึ้นไปได้เรื่อย ๆ อยู่ ขณะที่หงฟงหมิน อยู่ก่อนหน้าลี้เฟยประมาณยี่สิบขั้น ลี้เฟยเข้ามาทีหลังสุด เริ่มเดินออกไป เมื่อพบว่าการเดินเป็นไปยากเย็นเหมือนโดนอะไรกดทับ ลี้เฟยจึงใช้วิธีเดินปราณจักระมังกรก้าวขึ้นไป แม้จะยังลำบากที่จะก้าวในที่สุดก็ทำได้ ลี้เฟยพยายามเดินอย่างต่อเนื่องและมองขึ้นไปเห็นหลายคนหยุดเพราะเดินต่อไม่ไหว และหลายคนเริ่มหายไปจากบันได แสดงว่าทนรับแรงกดดันมหาศาลไม่ไหว
เว่ยหัวหันมามองด้านหลังเมื่อพบว่าเป็นลี้เฟย จึงยิ้มเยาะที่มุมปาก เมื่อเห็นว่าลี้เฟยยังอยู่ไกล และพยายามเดินต่อไป เข่าทั้งสองมีเสียงปริแตก กล้ามเนื้อเริ่มฉีกขาดมีเลือดซึมออกมา ความจริงแล้วเว่ยหัวต้องการจะแกลังลี้เฟยเมื่อมีโอกาส แต่ไม่คาดคิดว่า ในการทดสอบครั้งนี้ จะไม่แม้กระทั่งจะให้ความสนใจคนอื่น ตัวเองก็เกือบจะเอาตัวไม่รอด
หงฟงหมินก้าวต่อไป และใช้พลังทวนช่วยในการดันตัวเองก้าวต่อก้าว อย่างยากลำบาก ลี้เฟยยังคงก้าวต่อ ตามผิวหนังเริ่มมีเลือดซึมออกมา ลี้เฟยไม่เปิดเกล็ดมังกรและกิเลนออกมา เพราะต้องการสัมผัสความจริงของการทดสอบ ในขณะเดียวกัน ลี้เฟยก็ใช้จิตมายาในการตรวจสอบว่าคืออะไร ทำให้รู้ว่า แท้จริงแล้วนี่คือพลังธาตุอากาศมหาศาลที่อัดแน่นลงมาอย่างต่อเนื่องจากด้านบน และในขณะเดียวกันปริมาณอากาศที่ใช้หายใจก็ถูกอัดแน่นมากทำให้หายใจได้ลำบากขึ้น ลี้เฟยใช้เจตจำนงในการเคลื่อนที่ดึงพลังธาตุอากาศเข้ามาในร่างกายพบว่าทำได้จึงซึมซับเข้ามาหล่อเลี้ยงแล้วจึงเดินขึ้นต่อไป
การเดินของศิษย์ที่เหลือเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ ทว่าจำนวนกลับเริ่มน้อยลงทุกที ในยามนี้บนป้ายอัคนีด้านหน้า มีเพียงสิบหกคนเท่านั้นจากบันได้ทั้งสี่ด้าน ทุกคนต่างผิวหนังปริแตกจากอากาศที่กดดัน แรงกดมหาศาลทำให้เสียงกระดูกลั่นไปทั่ว พร้อมกับเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังจากบันได้ทั้งสี่ด้าน
หลงชิงเอ๋อเองก็เช่นกัน แต่โชคดีที่นางใช้เจตจำนงในการเคลื่อนที่ในการดันร่างของตัวเองให้เคลื่อนที่ขยับไปแต่ละขั้นของบันได จนกระทั่งขึ้นไปสู่บันได้โถงทางรวม ทว่าพลังในร่างก็แทบจะใช้หมด
ด้านลี้เฟย เว่ยหัวและหงฟงหมินก็ก้าวขึ้นไปบนทางรวมของบันไดทั้งสี่แล้วเช่นกัน รวมทั้งหมดในขณะนี้ 16 คน แต่จะมีเพียงสิบคนเท่านั้นที่จะผ่าน แต่ในขณะนี้ ทุกคนต่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น ต่างเร่งเดินพลังปราณเพื่อฟื้นฟูปราณพลังในร่างกายเพื่อเดินต่อไป เหลืออีกเพียงสองร้อยขั้นเท่านั้น
ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นคือ กลุ่มหมอกเมฆที่รวมตัวกันที่โถงบันได้ทางขึ้น ยากแก่การมองเห็น เมื่อฟื้นฟูร่างกายแล้ว คนที่มีพลังก็เดินทางต่อไป สักพักก็มีเสียงโหยหวน พร้อมเลือดสาดกระจายตกลงมา ศิษย์สายในหยงอี่ ถูกค่่ายกลทำร้าย ค่ายกลนี้พุ่งลูกศรจาก 2 ทิศทางด้านข้าง หยงอี่ไม่คาดคิดว่าจะมีค่ายกลจึงพลาดโดนลูกศรซัดเข้าที่บริเวณหน้าท้องกระเด็นตกลงมาชั้นล่างของบันได และหายออกไปในเวลาต่อมา
ลี้เฟยและศิษย์ที่เหลือต่างกระจายตัวกันออกไป เพื่อทะยอยขึ้นไป พบว่านอกจากจะมีหมอกจัดแล้ว ยังมีกระแสลมกระโชกกระแทกเข้ามาจากด้านบนเป็นระยะ ทันใดนั้นเอง ปราณอัคคีก็สีแดงเข้มก็พุ่งเข้าใส่หลงชิงเอ๋อจากด้านข้างของบันได นางพลันหันตัวและใช้กระบี่ตะวันวายุส่งพลังไปต้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปราณไอเย็นที่ฝึกฝนเพื่อใช้เป็นโล่กำบัง ในขณะที่ตัวโล่กระบี่เริ่มจะร้าว หลงชิงเอ๋อนึกขึ้นได้ จึงรีบใช้เจตจำนงในการดึงไอเย็นจากฟ้าด้านบนที่เป็นหมอกเข้ามาที่ตัวเพื่อเพิ่มปราณเย็นส่งเข้ากระบี่ ทว่าจากอาการบาดเจ็บและจิตไม่เป็นนิ่งเท่าที่ควร ทำให้พลังที่เข้ามาไม่ต่อเนื่องและไม่ค่อยเข้ม แม้จะช่วยหยุดยั้งการแตกร้าวของโล่กระบี่ได้ แต่ในที่สุดการปริแตกที่เริ่มจะน้อยลงก็กลายเป็นเพิ่มขึ้น และแตกกระจาย แรงกระแทกของโล่กระบี่ส่งหยานเอ๋อไปกระแทกด้านข้างของบันได้ โชคยังดีที่ไม่ไปกระตุ้นค่ายกลอื่นอีก หยานเอ๋อรวบรวมสติ เดินลมปราณอย่างรวดเร็วและรีบก้าวเดินต่อไป และในที่สุดก็ผ่านไปได้ แต่กระบี่ก็ได้รับความเสียหายมิใช่น้อย หลงชิงเอ๋อมองกระบี่ของตนเองที่มีรอยปริด้วยความช้ำใจ
ในส่วนของหงฟงหมินหันมามองลี้เฟย ส่งสัญญาณให้ลี้เฟยไปก่อนเพื่อจะดูช่วย แต่ลี้เฟยปฏิเสธพร้อมโบกมือให้หงฟงหมินขึ้นไปก่อน เมื่อเดินสักพัก หงฟงหมินก็ร้องเสียงดังเพราะความเจ็บปวด หงฟงหมินเดินไปเหยียบกลไกที่บันได ทำให้กริชพุ่งออกมาจากด้านข้าง 4 เล่มสลับกัน โดนที่ท่อนขาเลือดสาดกระจายทั้งสองข้าง แต่โชคดีที่ใช้ทวนสกัดกริชที่พุ่งออกมาได้อีก 2 เล่ม ดีที่กริชไม่ตัดเส้นเลือดใหญ่ เจ้าพักสักครู่น่าจะดี ลี้เฟยเห็นเหตุการณ์จึงโยนยาฟื้นฟูและตะโกนบอกให้หงฟงหมินกินยาและเดินพลังทันที หงฟงหมินพยักหน้า จากนั้นจึงใช้ทวนค่ำยันขึ้นไปขั้นต่อไป
เว่ยหัวเองขึ้นไปก่อนหน้านี้ และพบปราณอัคคีพุ่งมาจากด้านบน ในขณะที่ด้านหน้ากลับมีลมเย็นกระแทกเข้ามาที่หน้าอก ถูกลำตัวไม่ทันได้หลบหลีก กระเด็นลงมาหลายขั้น พร้อมกับผิวหนังที่ไหม้และเลือดออกที่มุมปากจากการกระแทกของลม จากนั้นจึงหยิบกระบี่มาเตรียมไว้และขึ้นไปต่อ เมื่อขึ้นต่อไปก็บังเอิญไปเหยียบกลไกที่หงฟงหมินเหยียบไว้ครั้งก่อน ถูกกริชยิงเข้าใส่โดนข้างลำตัว เว่ยหัวยกกระบี่ต้าน แต่ไม่คิดว่าจะมีอีกข้าง จึงโดนกริชเข้าที่ลำตัวด้านข้างอีกด้าน เลือดสาดกระจาย เจ็บหนักกว่าหงฟงหมิน คราวนี้กระเด็นมาที่ข้างลี้เฟย ระดับของกริชที่ยิงสามารถเลื่อนระดับความสูงได้นั่นเอง หงฟงหมินโดนยิงระดับขา เว่ยหัวโดนยิงระดับลำตัว
ลี้เฟยเห็นอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เว่ยหัวมองหน้าด้วยความเสียหน้า แต่ตัวเองก็เสียพลังไปมาก ลี้เฟยรู้ว่าเว่ยหัวคิดอะไร จึงไม่ว่าอะไร กลับหยิบยาส่งให้ "เจ้ากินซะ มันไม่ใช่ยาพิษ มันจะช่วยเจ้ารักษาอาการบาดเจ็บได้" ลี้เฟยวางไว้ด้านหน้าเว่ยหัวแล้วเดินต่อทันที เพราะไม่อยากต่อความยาว และไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียหน้าไปมากกว่านี้
ในที่สุดทั้งทั้งคู่คือเว่ยหัวและหงฟงหมินที่บาดเจ็บเมื่อเดินปราณพลังแล้ว จึงยังพยายามเดินต่อไป
ในส่วนของลี้เฟยก็เดินขึ้นไปบันไดในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินพลัง เมื่อขึ้นไปเหมือนจะเป็นโชคที่ไปเหยียบกลไกที่ราวบันไดด้านข้าง ทำให้ด้านข้างและด้านบนมีลูกหินขนาดกำปั้นยิงออกมาทั้งสามทิศทาง ลี้เฟยไม่ทันตั้งตัวโดนหินกระแทกทั้งสามทิศทาง เสียงกระดูกโดนกระแทกดังเปรี๊ย ๆ รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดจากการกระแทก ในชั่วพริบตาลี้เฟยจึงใช้จิตสัมผัสหลีกหลบและใช้กายามังกรพลังสิบห้าล้านจินถูกส่งออกไปกระแทกลูกหินที่ถูกยิงออกมาทั้งหมด จนแตกกระจาย
ไม่ทันจะเรียบร้อยดี พลังธาตุไฟก็พุ่งลงมาจากด้านบน ลี้เฟยใช้เกล็ดมังกรและเกล็ดกิเลนตั้งรับและกลิ้งตัวขึ้นไปบนบันได้หลายขั้น เมื่อมีทั้งเกล็ดมังกรและเกล็ดกิเลน ความร้อนก็ไม่ระคายผิวลี้เฟย ทว่า อาการบาดเจ็บจากแรงกดดันอากาศมหาศาลก็ทำให้กระดูกลี้เฟยที่มีปราณมังกรและกิเลนผสมกันได้รับความเสียหายอยู่ดี เนื่องจากปราณธาตุมังกรและกิเลนอยู่ในระยะเริ่มต้นของการรวมตัวเท่านั้น ความแข็งแกร่งย่อมต้องใช้เวลา
ในที่สุดสิบคนแรกก็เข้าไปสู่โถงด้านในวิหารบรรพกาล ส่วนคนที่มาช้ากว่าสิบคนก็ถูกส่งตัวออกไปโดยอัคนีหยก ในตอนนี้ป้ายอัคนีด้านหน้ามีรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบสิบคนเรียงตามพลังแยกตามสายในและสายนอก ในคราวนี้ สายในที่ควรจะเป็นเว่ยหัวเพราะมีระดับพลังที่สูงกว่าหลงชิงเอ๋อ ทว่าอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทำให้พลังลดลงเหลือน้อยกว่าหลงชิงเอ๋อ ทำให้สายในอันดับหนึ่งเป็นหลงชิงเอ๋อ สายนอกอันดับหนึ่งเป็นลี้เฟย ส่วนหงฟงหมินแม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีพลังมากกว่าศิษย์สายนอกคนอื่น ๆ จึงได้อันดับที่สอง
เมื่อป้ายอัคนีด้านหน้าแสดงรายชื่อครบสิบชื่อ ผู้คนต่างสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ บ้างก็ว่าคนนี้ไม่น่าได้ คนนี้ไม่น่าตกรอบ คนนี้ไม่น่าผ่าน สารพัดคนก็ว่ากันไป
ในยามนี้ ศิษย์ทั้งสิบคนยังมีเวลาพักในวิหารบรรพกาลก่อนที่จะถูกส่งออกมาในวันพรุ่งนี้โดยอัคนีหยก