สวัสดีครับผมชื่อใกล้รุ่ง ผมอายุ 19 ปี กำลังจะเปลี่ยนจากการใช้ชีวิตนักเรียนเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยแบบเต็มตัว
ผมไม่แน่ใจว่าผมควรจะรู้สึกอย่างไรกับ่ชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ดี จะตื่นเต้นดีใจที่จะได้ใช้ชีวิตนอกบ้านแบบอิสระ
หรือควรจะรู้สึกใจหายที่ต้องจากบ้านที่ไม่เคยต้องจากไปไหนดี
วันพรุ่งนี้ผมต้องย้ายเข้าหอพักที่มหาวิทยาลัยแล้วเย็นวันนี้ผมจึงต้องเริ่มจัดแจงเตรียมข้าวของต่าง ๆ ที่้าเอาไปที่หอ
แม่ของผมเตรียมกระเป๋าลากใบใหญ่ และเป้อีกหนึ่งใบมาวางไว้ให้ผมบนห้องก่อนจะรีบแจ้น ลงไปในครัวเพื่อผัดน้ำพริก
และคงเตรียมจัดเสบียงที่ผมคิดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่าสี่ห้าอย่างแน่นอน บางทีแม่ก็ทำเหมือนกับว่ามหาวิทยาลัยของผมอยู่ในป่า
ทั้งๆ ที่มันก็ตั้งอยู่ในตัวเมืองนี่เองส่วนพ่อก็ไปหาพระอาจารย์ที่วัดเพื่อขอเครื่องรางของขลังสำหรับให้ผมติดตัวและไว้บูชาที่หอ
ทุกคนในบ้านดูตื่นเต้นกว่าผมซึ่งเป็คนที่จะต้องไปเสียอีก
คงมีแต่ผมที่นั่งมองกระเป๋าและกองเสื้อผ้าข้าวของที่วางเกะกะอยู่บนพื้นห้องในใจมันหวิว ๆ ชอบกลแฮะ
แต่อีกใจนึงผมก็อยากออกไปเผชิญโลกกว้างความรู้สึกมันช่างย้อนแย้งกันอย่างบอกไม่ถูกแถมยังไม่รู้วิธีจัดการอีกด้วย
...เฮ้อ... ผมสูดหายใจเข้าและปล่อยมันออกมาเฮือกใหญ่ก่อนลงมือจับกระเป๋าลากที่ตั้งอยู่นอนลงพร้อมดึงซิปเปิดออก
แต่ซิปเ้ากรรมกลับหักและหลุดติดมือของผมมาดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น
“แม่ ซิปกระเป๋าลากมันหัก” ผมะโเรียกแม่และเดินลงไปยังห้องครัวที่เต็มไปด้วยควันโขมงและแม่กำลังผัดน้ำพริกอย่างขมักเขม้น
“เอ้าเหรองั้นรุ่งเข้าไปในห้องเก็บของนะพวกอะไหล่ซิปน่าจะอยู่ในกล่องเข็มเย็บผ้าน่ะ ทำเองไปก่อนนะแม่ยุ่งอยู่”
แม่พูดกับผมพร้อมกับผัดน้ำพริกไปด้วยควันที่ลอยโขมงและกลิ่นฉุนๆ ทำให้ผมรีบรับปากแม่แล้วเดินออกมาและตรงไปยังห้องเก็บของอย่างรวดเร็ว
ผมผลักประตูไม้เก่า ๆ เข้าไป ในนี้ฝุ่นเยอะซะจนผมต้องเอามือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดจมูกผมใช้สายตากวาดไปรอบ ๆ เพื่อหาสิ่งที่้า
ผมจำได้ว่ากล่องเข็มของแม่เป็กล่องเหล็กสีแดงที่อดีตเคยเป็บรรจุภัณฑ์ของขนมคุ้กกี้ยี่ห้อหนึ่ง
“อา..อยู่นี่เอง” ในที่สุดผมก็เจอมัน แต่มันถูกทับด้วยหนังสือเก่า ๆหลายสิบเล่ม แฟ้มเล่มใหญ่ และกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมเก่า ๆ
แต่ด้วยความเร่งรีบ และผมคิดว่าไหน ๆ ห้องเก็บของนี่มันก็รกเป็ทุนเดิมอยู่แล้วจึงลงมือดึงมันออกมาโดยไม่สนใจว่าของข้างบนจะร่วงหล่น
มาอยู่ในสภาพเละเทะขนาดไหน...ซึ่งมันก็..เละเทะจริง ๆ ด้วย...