ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในโถงศิลาอันโอ่อ่าของอาศรมเทวะขรรค์ฟ้า กลิ่นธูปกำยานที่เคยให้ความรู้สึกสงบ บัดนี้กลับดูเหมือนจะส่งกลิ่นอายแห่งความหายนะออกมาอย่างประหลาด แสงสว่างจากหน้าจอ "ศิลาเนตรทิพย์" (สมาร์ทโฟนอาคม) ในมือของ มหาฤๅษีมุกดา สะท้อนเข้ากับใบหน้าที่บัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ นิ้วมือที่เคยร่ายมนตราสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนกลับสั่นระริกขณะที่เลื่อนอ่านข้อความสะท้อนจิต (คอมเมนต์) ที่พุ่งขึ้นมาราวกับน้ำป่าไหลหลาก
หัวใจของมหาฤๅษีเฒ่าผู้เป็น เจ้าอาศรมลำดับที่สิบสาม และดำรงอยู่ใน ระดับมหาศาสดา/มหาอสูร เต้นระรัวด้วยโทสะที่ยากจะระงับ ทุกตัวอักษรที่ปรากฏบนข่ายใยมนตรามหาละลวย (ติ๊กต๊อก) เปรียบเสมือนศรอาคมที่ทิ่มแทงเข้าสู่เกียรติยศของอาศรมที่สั่งสมมาถึงสิบสามรุ่น
"ยักษ์วัดแจ้งแผงตัวมา": "นี่หรืออาศรมเทวะขรรค์ฟ้า? ที่ที่นังหญิงโฉดชั่วผู้เกาะบุรุษคนรักในวัยเยาว์กินจนอิ่มหนำ พอได้ดีจนบรรลุ 'ระดับฌานสมาบัติขั้นต้น: เอกัคคตาสะกดจิต' จนดวงตากลายเป็นสีทองหม่นแล้ว กลับถีบหัวส่งคนรักเก่าอย่างไม่ใยดีน่ะรึ? ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!"
"กินรีพลัดถิ่น": "นั่นสิเจ้าคะ ข้าเองก็พึ่งตามมาจากนิมิตที่กำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว 'คชินทร์' ช่างน่าสงสารจับใจยิ่งนัก เขาอุตส่าห์ตรากตรำเก็บหอมรอมริบ แก้วมณีรัตน์ มานับสิบปีเพื่อส่งเสริมให้นางคู่หมั้นได้บำเพ็ญตบะ แต่นางกลับทิ้งเขาไปทันทีที่เริ่มมีฤทธิ์เดช ช่างเป็นกมลสันดานที่ต่ำช้าเสียจริง!"
"นักสิทธิ์พเนจร": "ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะพี่น้อง! ข้าได้ยินมาว่า คชินทร์ ถึงขนาดสละสิทธิ์การเข้าศึกษาในอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าให้นางเสียเอง ตัวเขาเองต้องทนอยู่เพียง 'ระดับผู้บำเพ็ญต้น' ที่พลังน้อยประคองจิตแทบไม่อยู่นับสิบปี ข้าแทบจินตนาการไม่ออกเลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาต้องทุกข์ทรมานเพียงใดเพื่อให้แม่นางสุยุโนผู้นี้ได้กลายเป็น 'ผู้ทรงอาคม'!"
"วานรยอดนักสืบ": "พวกเจ้าเห็นสิ่งที่ คชินทร์ โพสต์ด้วยตนเองหรือไม่? ตลอดหลายปีมานี้เขาไม่เคยใช้แก้วมณีรัตน์เพื่อตนเองแม้แต่เม็ดเดียว เขามอบให้นังหญิงกาลกิณีที่ชื่อสุยุโนนั่นทั้งหมด แม้กระทั่งยอมไปเป็น 'คนเหมืองมณี' ในเหมืองที่แสนอันตรายเพื่อหาเงินมาซื้อศัสตราวุธอาคมให้นาง! ช่างเป็นมหาบุรุษผู้เสียสละที่มาเจอกับนางกากีเสียจริง!"
"วิทยาธรสายขยี้": "สิ่งที่ทำให้ข้าเดือดดาลที่สุดคือ 'โอสถทิพย์' ที่สุยุโนใช้เพื่อให้จิตดิ่งเข้าสู่สภาวะฌานสมาบัตินั้น คชินทร์ เป็นคนหาซื้อมาให้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย! ของพรรค์นั้นมีค่าอย่างน้อยห้าพันแก้วมณีรัตน์ พวกพเนจรผู้ทรงอาคมอย่างเราต้องใช้เวลากี่สิบปีกว่าจะเก็บได้ขนาดนั้น? แต่นางกลับเสวยสุขบนความทุกข์ของเขา!"
"พญานาคจอมแฉ": "นางในนิมิตนั่นคือสุยุโนไม่ผิดตัวแน่ หน้าตาสวยแต่รูปจูบไม่หอม แววตานางดูร้ายลึก แถมยังให้คนรุมซ้อม คชินทร์ จนปางตายอีก อำมหิตผิดมนุษย์ ข้าว่าอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าคือรังของพวกงูพิษและหนูโสโครก!"
......
ในขณะที่ มหาฤๅษีมุกดา กวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้น บรรยากาศรอบกายของท่านเริ่มบิดเบี้ยวด้วยแรงกดดันจากตบะระดับมหาอสูร รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนศิษย์รอบข้างที่อยู่ในระดับฌานสมาบัติแทบจะประคองจิตไม่อยู่ ความโกรธของมหาฤๅษีระดับที่สั่นสะเทือนถึงสวรรค์ทำให้ศิลาเนตรทิพย์ในมือสั่นระริกจนแทบแตกเป็นผุยผง
"พวกเจ้าดูสิ... เกียรติภูมิที่สั่งสมมาสิบสามรุ่น บัดนี้มัวหมองเพราะนิมิตโฉดชั่วเพียงไม่กี่กัณฑ์!"
ในเวลาเดียวกัน เหล่าผู้อาวุโสภายในโถงกลางที่ส่วนใหญ่บรรลุ "ระดับฌานสมาบัติขั้นกลาง: มหาโมหะนิมิต" ต่างพากันมองหน้ากันด้วยความเลิ่กลั่ก ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มประหนึ่งหุ่นพยนต์บิดเบี้ยวด้วยความตระหนก พวกเขาไม่เคยได้รับแรงสะท้อนจิตที่รุนแรงขนาดนี้ผ่านข่ายใยมนตรามาก่อน ชุดเครื่องแบบศิษย์อาศรมที่เคยสวมใส่ด้วยความภาคภูมิใจ บัดนี้กลับทำให้พวกเขารู้สึกอับอายขายหน้ายิ่งนัก
ทันใดนั้น เสียงคำรามด้วยโทสะอันมหาศาลของมหาฤๅษีมุกดาก็ดังกึกก้องจนเพดานศิลาแทบปริร้าว!
"อัศวิน! เจ้าลูกอัปรีย์... เจ้าทำให้วงศ์ตระกูลเจ้าอาศรมทั้งสิบสามรุ่นต้องอัปยศ ไสหัวมาหาข้าเดี๋ยวนี้!"
ร่างของ อัศวิน ในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเร่งรีบพุ่งตัวเข้ามาในโถงกลาง เขาทรุดกายลงคุกเข่าด้วยร่างกายที่สั่นเทา "ท่านพ่อ... โปรดระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ! ข้า... ข้าไม่ทราบว่าเจ้าพเนจรต่ำต้อยที่ชื่อ คชินทร์ มันจะกล้าสร้างนิมิตขึ้นมาโต้กลับเช่นนี้!"
ยังมิทันที่เขาจะพูดจบ มหาฤๅษีมุกดาก็ซัดฝ่ามืออาคมเข้าใส่ร่างของบุตรชายอย่างแรงจนอัศวินกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลกว่าสิบเมตร ร่างกระแทกเสาศิลาจนกระอักเลือด "เจ้าโง่! เจ้าหารู้ไม่ว่าตอนนี้มีคนก่นด่าเรากี่แสนกี่ล้านคน?! เจ้าอยากจะทำให้อาศรมเทวะขรรค์ฟ้ากลายเป็นศัตรูร่วมของชมพูทวีปและป่าหิมพานต์กันแน่?!"
ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ใช้ 'ตาทิพย์จำลอง' ส่องมองกระแสมวลชนในข่ายใยมนตรากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "บัดนี้ในข่ายใยมนตรามหาละลวย เต็มไปด้วยนิมิตที่ประจานเราไปทุกหย่อมหญ้าแล้วขอรับ แม้แต่สำนักคู่แข่งอย่าง สำนักอสนีขรรค์ ก็ออกมาโหนกระแส ประกาศรับ คชินทร์ เข้าเป็นศิษย์สายในทันที!"
อัศวินเลื่อนหน้าจอต่อไปจนพบนิมิตต้นฉบับที่ คชินทร์ เป็นคนลงไว้ บัดนี้มียอดถูกใจพุ่งทะยานไปถึงสามแสนครั้ง และยอดคนดูยังคงพุ่งสูงขึ้นราวกับเครื่องจักรที่ไม่รู้จักหยุดหย่อน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาศรมของพวกเขาจะกลายเป็นที่รังเกียจของฝ่ายธรรมะในชั่วข้ามคืน
ในขณะที่อัศวินกำลังยืนอึ้ง ศิษย์สายในคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"เรียนท่านเจ้าอาศรม! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! บัดนี้มีเหล่าพเนจรผู้ทรงอาคมและชาวบ้านจำนวนมหาศาล กำลังรวมตัวกันปิดล้อมซุ้มประตูอาศรมของเราอยู่ขอรับ!"
มหาฤๅษีมุกดาผุดลุกขึ้นทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ในขณะที่ลึกเข้าไปในตําหนักพักแรมอัมพวัน วายุ ในร่างทศกัณฐ์ ผู้บรรลุระดับ "ผู้ควบคุมสรรพสิ่ง" กำลังใช้ "พหุจิต" ประมวลผลข้อมูลผ่านศิลาเนตรทิพย์อย่างเย็นเยียบ เขารอคอยที่จะ "เขียนทับ" ความทรงจำปลุกปั่นกระแสมวลของมหาชน เพื่อให้ความพินาศของอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอำนาจใหม่แห่งลงกาอย่างสมบูรณ์!