“ ฮ่าฮ่าฮ่า ~ พึ่งก้าวขาเข้ามาในวังหลวงก็มีเื่สนุกๆให้ดูเสียแล้ว ”
สตรีใส่ชุดสีม่วงสีหน้าเย่อหยิ่งเดินถือดาบเข้ามาได้ทำลายบรรยากาศสนุกๆของพวกเขา
อิ้งเย่วขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา อิ้งฟางสงสัยจึงเอ่ยถามว่า
“ นี่คือ .... ”
“ คาราวะท่านหญิงอิ้งฟาง ข้าคือหลานเฟิน บุตรสาวคนรองของแม่ทัพเฟิน ”
หญิงงามที่สวมชุดสีขาวมองไปที่อิ้งฟางด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามก่อนจะหันไปพูดเอาใจหลานเฟินว่า
“ อย่างไรน้า ~ สตรีที่มากความสามารถที่สุดในเมืองนี้ไม่รู้จักคุณหณูหลานเฟินได้อย่างไรกัน เมื่อสองเดือนก่อนที่กองทัพต้าหยงออกรบได้ชัยชนะกลับมามิใช่เพราะมีคุณหนูหลานเฟินร่วมรบด้วยหรอกหรือ ? ”
อิ้งฟางกำหมัดแน่น เื่นั้นนางได้ยินมาบ้างแต่นางไม่คิดว่าคุณหนูหลานเฟินจะเข้าร่วมออกศึกในครั้งนั้นด้วย อิ้งฟางรู้เพียงว่าชัยชนะครั้งนั้นนำทัพโดยองค์รัชทายาทก็สมควรแล้วที่จะได้ชัยชนะกลับมา อิ้งเย่วได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยอย่างใจเย็นว่า
“ ไยท่านหญิงถึงพูดเช่นนั้นล่ะ ท่านหญิงหลานเฟินยังไม่พูดถึงเื่นี้เลยนะ พี่สาวของข้าเป็เพียงสตรีธรรมดาคนนึง วันๆอยู่แต่ในจวน พี่สาวข้าไม่รู้เื่นี้ย่อมไม่แปลก ที่ท่านหญิงพูดแบบนั้นงั้นก็หมายความว่าองค์รัชทายาทไม่มีส่วนร่วมในศึกครานั้นด้วยอย่างนั้นหรือ ?! ”
สีหน้าของหญิงงามผู้นั้นถึงกับถอดสี นางไม่ได้คิดเช่นนั้น ไยสตรีที่โง่เขลาอย่างอิ้งเย่วถึงได้คิดเช่นนั้นไปได้เล่า หลานเฟินมองไปที่อิ้งเย่ว แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ถ้าจะให้พูด ออกรบในทุกๆครั้งองค์รัชทายาทจะเป็คนคอยวางกลยุทธ์ต่างๆ หลานเฟินเพียงทำตามตำสั่งขององค์รัชทายาทเท่านั้นถึงได้ชนะศึกในครานั้นกลับมา
ไม่มีผู้ใดวางกลยุทธ์ได้เก่งกาจเท่ากับองค์รัชทายาทแล้ว หลานเฟินเหลือบไปมองหน้าหญิงงามผู้นั้น หญิงงามผู้นั้นช่างโง่เขลาเสียจริง อยากจะใช้นางเพื่อกำจัดอิ้งฟางอย่างนั้นหรือ ? แม้ว่าหลานเฟินจะจงเกลียดจงชังอิ้งฟางนักเพราะกลัวอิ้งฟางจะได้ตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทไป แต่นางก็มิอาจยอมให้คนอื่นหลอกใช้ตนเช่นนี้
ครานี้หลานเฟินตรงดิ่งมาจากชายแดนรีบกลับเข้ามาที่วังหลวงเพราะองค์รัชทายาทเพียงคนเดียว หลานเฟินอยากจะคัดหญิงงามกับเขาด้วย งานครั้งนี้จัดขึ้นเพราะฝ่าาอยากจะหาพระชายาให้กับองค์รัชทายาท หลานเฟินไม่สนใจตำแหน่งชายาของเหล่าขุนนาง ที่หลานเฟินสนใจคือตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทต่างหากเล่า
ในวังหลวงตอนนี้ ท่านแม่ทัพเฟินเป็แม่ทัพที่เก่งกาจกว่าใคร จงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทที่สุด หากหลานเฟินจะได้เป็พระชายาขององค์รัชทายาทก็ไม่ใช่เื่แปลก หากหลานเฟินกลับกลัวอิ้งฟางจะได้ตำแหน่งพระชายาไปที่สุด แม้ว่าตระกูลเฟินไม่ได้ร่ำรวยเท่าตระกูลลู่ แต่ชื่อเสียงของหลานเฟินดีกว่าอิ้งฟางมาก เมื่อสองเดือนก่อนที่หลานเฟินได้พบกับองค์รัชทายาท ิเจ๋อมีทีท่ารังเกียจนาง เป็เช่นนั้นแล้ว วันนี้หลานเฟินจึงไม่มั่นใจนักว่าตนจะได้นั่งตำแหน่งพระชายา
ไม่นาน สาวใช้ในวังก็ได้พาพวกนางไปที่ลานซู่เหลาเพื่อเตรียมตัวคัดหญิงงาม อิ้งฟางหันไปส่งยิ้มให้กับอิ้งเย่วอย่างอ่อนโยน
“ ขอบใจเ้ามากนะเหมยเม่ย ” อิ้งเย่วอึ้งไปชั่วครู่ ที่อิ้งฟางขอบใจนางเพราะเื่ที่นางช่วยเมื่อครู่อย่างนั้นหรือ ระหว่างเดินไปที่ลานซู่เหลา อิ้งเย่วเห็นมีหญิงงามจำนวนมากเดินตามพวกนางมา
ทว่าครู่นั้นเหมือนจะมีใครบางคนตั้งใจที่จะแกล้งอิ้งเย่ว ทำให้นางสะดุดเกือบหน้าทิ่มไปที่พื้น เพราะว่าผู้คนเดินกันรายล้อมไปหมด อิ้งเย่วจึงไม่รู้ได้ว่าเป็ผู้ใดที่แกล้งตน ข้างหลังนางยังมีสตรีเดินตามอีกหลายคน หากนางหยุดเดินอาจจะเกิดเื่ที่ไม่คาดคิดได้ รอยยิ้มแสนจะน่ากลัวของอิ้งเย่วยักโค้งเล็กน้อย
“ อ๊ากกกกกกกกกก ” แม่นางผู้นั้นร้องเสียงหลง ทุกคนต่างหันไปมองเป็ตาเดียว คุณหนูที่สวมชุดขาวเมื่อครู่หยุดเดินแล้วชี้นิ้วมาที่อิ้งเย่ว
“ ข้าไม่คิดเลยวาบุตรสาวของท่านเลี่ยงหวงจะเป็สตรีใจร้ายเช่นนี้ นางเหยียบเท้าข้า !!! ”
สตรีที่สวมชุดขาวอยากจะทำให้อิ้งเย่วหน้าทิ่มไปที่พื้นอับอายขายขี้หน้า แต่ผลกลับตกไปที่ตัวเองซะอย่างนั้น อิ้งฟางเริ่มจะทนไม่ไหวกับคุณหนูผู้นี้แล้ว กำลังจะเอ่ยปากบอกให้อิ้งเย่วหยุดแล้วตามตนไป ทว่าครู่นั้นอิ้งเย่วกลับพูดขึ้นว่า
“ เ้ากุเื่ได้ช่างน่าขันยิ่ง ไยข้าจะต้องเหยียบเท้าเ้าด้วยเล่า ข้ากับเ้าไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย ? ”
“ เพราะ ... เพราะ .... ” คุณหนูผู้นั้นได้แต่อ้ำอึ้ง คำพูดจุกอยู่ที่คอ จะให้นางบอกว่าตนอิจฉาความงามของอิ้งเย่วก็ไม่ได้ หากจะบอกว่าตระกูลตัวเองด้อยกว่าก็ไม่ใช่
อิ้งเย่วจ้องมองคุณหนูผู้นั้นตาเขม็ง คิดอยากจะทำร้ายนางงั้นหรือ ? ต้องใช้สมองกว่านี้หน่อยนะ แต่คุณหนูผู้นั้นก็ไม่ยอม สายตามองไปที่อิ้งเย่วอย่างอาฆาตแค้น
“ ไม่ว่าเ้าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเ้าก็เหยียบเท้าข้าอยู่ดี ”
อิ้งเย่วจะปล่อยคุณหนูผู้นี้ไปแล้วแท้ๆ ในเมื่อนางไม่ยอมอิ้งเย่วก็จะลงมือสั่งสอนนางหน่อยแล้วกัน อิ้งเย่วยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเบาๆแล้วมองไปที่สตรีคนอื่นๆ
“ พวกเ้าเห็นหรือไม่ว่านางกำลังใส่ร้ายข้า ตอนแรกนางบอกว่าข้าตั้งใจเหยียบเท้านาง เมื่อครู่นางกลับบอกว่าไม่ว่าข้าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจข้าก็เหยียบเท้านางอยู่ดี คำพูดก่อนหน้านี้กับคำพูดเมื่อครู่ไม่สอดคล้องกันเอาเสียเลย ข้ากลัวเสียจริง ไม่รู้ว่านางจะใส่ร้ายอะไรข้าอีก ”
คุณหนูผู้นั้นเห็นสายตาเหยียดหยามที่ทุกคนมองมาที่ตนก็ยิ่งโกรธ หากนางยังฝืนอธิบายจะไม่โง่ไปหน่อยเหรอ แต่อิ้งเย่วไม่ยอมให้นางได้มีโอกาสได้พูด อิ้งเย่วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าสตรีผู้นั้นแล้วเอ่ยเบาๆว่า
“ เพราะอยากจะให้ข้าอับอายต่อหน้าทุกคน เ้าจึงขัดขาข้าใช่หรือไม่ ? ไม่คิดเลยว่ากรรมจะตามเ้าเร็วเช่นนี้ ”
สตรีที่อยู่ตรงหน้าอิ้งเย่วเมื่อได้ยินเช่นนั้นถึงกับโกรธหน้าแดงก่ำ ไม่คิดว่าอิ้งเย่วนางจะฉลาดถึงเพียงนี้ ข่าวลือที่ว่าคุณหนูรองตระกูลลู่โง่เขลาเกรงว่าจะไม่ใช่เสียแล้ว ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับอิ้งเย่ว ต่างก็ชื่นชมว่านางฉลาดยิ่ง
หลานเฟินมองไปที่อิ้งฟางและอิ้งเย่ว ในใจครุ่นคิดอยู่ครู่นาน บุตรสาวของท่านลู่เลี่ยงหวงไม่ธรรมดาจริงๆ เดินมาถึงที่ลานซู่เหลาเหล่าสนมยิ้มแย้มชื่นชมพวกนางไม่หยุดปาก ข้างล่างมีเหล่าขุนนาง ท่านชายทำให้พวกนางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
“ ฮ่องเต้เสด็จ ~ ” เสียงใต้เท้าร้องดังมาแต่ไกล ทุกคนต่างให้ความเคารพคุกเข่าลงที่พื้นกันอย่างพร้อมเพียง
“ ถวายพระพรฝ่าา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี ” อิ้งเย่วรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ไยพระองค์ท่านถึงได้มีองค์รัชทายาทจิตใจโเี้เช่นนี้
เพราะกำลังคุกเข่าอยู่ อิ้งเย่วจึงเห็นเพียงชุดคลุมสีทองอร่าม กลิ่นหอมเป็เอกลักษณ์โชยมาแตะที่จมูกอิ้งเย่วเบาๆ
“ ลุกขึ้นเถิด ” ฮ่องเต้เอ่ยบอกเสียงเข้มก่อนจะเดินไปนั่งที่เติ้งจื่อ
อิ้งเย่วเงยหน้าขึ้นมองอย่างช้าๆ สายตาคู่นั้นช่างเฉียบแหลม น่ากลัว แววตาไม่ต่างจากแววตาของิเจ๋อเลยแม้แต่น้อย ขณะที่อิ้งเย่วกำลังประเมินฮ่องเต้อยู่นั้น นางก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคยโชยมา ตามด้วยเสียงของใต้เท้าดังขึ้นอีกครั้ง
“ องค์รัชทายาทเสด็จ ” ทุกคนรีบคุกเข่าทำความเคารพทันที แต่ ... มีเพียงอิ้งเย่วเท่านั้นที่ยังยืนหัวโด่อยู่
“ องค์รัชทายาทเสด็จ ไยเ้าถึงไม่ทำความเคารพ” มีสตรีนางนึงสะกิดแขนอิ้งเย่วเบาๆ ทันทีที่ได้สติ นางก็รีบคุกเข่าลง นางพึ่งทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ยังไม่รู้กฎในวังดี อิ้งเย่วเอาแต่โทษตัวเอง เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยนั่นทำให้นางสติหลุดเกือบเอาชีวิตไม่รอด
หลานเฟินที่นั่งอยู่ข้างหลังอิ้งเย่ว เห็นนางมีพฤติกรรมหยาบคายก็แอบดีใจเล็กน้อย หากองค์รัชทายาทรู้เข้านางอาจจะถูกลงโทษหนักก็เป็ได้ สตรีที่โง่เขลายังคงเป็เช่นนั้น จะพยายามเปลี่ยนแค่ไหนก็มิอาจเปลี่ยนสันดานได้ หลานเฟินอุ่นใจขึ้นมาบ้าง อุบายเล่ห์กลที่อิ้งเย่วใช้ปราบคุณหนูผู้นั้นทำให้หลานเฟินเป็กังวลอยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้อิ้งเย่วไม่ได้อยู่ในสายตาหลานเฟินแล้ว คนที่หลานเฟินให้ความสนใจคืออิ้งฟางต่างหาก
อยู่บนนั้นทุกคนต่างให้ความสนใจมาที่อิ้งเย่ว บางคนก็ใยิ่ง บางคนก็มองนางด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม
“ สตรีผู้นั้นเป็ลูกเต้าเหล่าใครกัน ? ” หลิวกุ้ยเฟยเอ่ยถามอย่างสงสัย สายตาจับจ้องไปที่อิ้งเย่วไม่กระพริบตา หลิวกุ้ยเฟยจ้องมองอิ้งเย่วอยู่นานครู่นึงก่อนจะเอ่ยออกไปว่า
“ ใช่คุณหนูรองบุตรสาวของท่านเลี่ยงหวงหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่านางเป็สตรีที่อ่อนแอไร้ความสามารถไร้ศีลธรรมไม่ใช่หรือ ? เกรงว่าข่าวลือพวกนี้เป็เพียงคำโกหกเสียแล้ว ”
หากสตรีที่อ่อนแออย่างนางจะไม่มีทีท่าสงบนิ่งเช่นนั้นหรือนางกำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ หากเป็อย่างที่ตนคิด คุณหนูรองตระกูลลู่ก็ไม่ธรรมดา หลีฮุ่ยหลิงพยักหน้าเบาๆแล้วพูดกับหลิวกุ้ยเฟยว่า
“ หลิวกุ้ยเฟยพูดถูกแล้วเพคะ หญิงงามที่มาเข้าร่วมงานในวันนี้ต่างมีความสามารถกันหมด เราจะตัดสินพวกนางจากการกกระทำไม่ได้นะเพคะ ”
“ เ้ากำลังสอนข้าอยู่อย่างงั้นรึฮุ่ยหลิง ? ข้าก็ควรจะตาสว่างได้แล้วสินะ ไม่รู้ว่าสตรีต่ำต้อยอย่างเ้าใช้มารยาอย่างไรฝ่าาถึงได้หลงเ้านัก มิอย่างนั้นเ้าคงมาไม่มานั่งอยู่ตรงนี้ได้ ”
สีหน้าฮุ่ยหลิงถึงกับถอดสี มือเรียวกำหมัดแน่นอย่างโกรธแค้น ฮุ่ยหลิงรู้ดีว่าตนไม่เคยมีค่าในสายตาหลิวกุ้ยเฟย แต่วันนี้หลิวกุ้ยเฟยก็ทำกับตนเกินไป วันนี้เป็วันคัดหญิงงามแท้ๆแต่กลับไม่ยอมปล่อยนางไป
“ วันนี้วันดีนะเพคะ หลิวกุ้ยเฟยจะพูดถึงเื่ในอดีตทำไมล่ะเพคะ ? ”
ฮุ่ยหลิงกัดฟันพูดพยายามข่มอารมณ์ไว้สุดฤทธิ์ หลิวกุ้ยเฟยยักยิ้มที่มุมปาก สายตามองไปที่ฮุ่ยหลิงเต็มไปด้วยไอสังหาร นึกถึงความเ็าของฝ่าา หลิวกุ้ยเฟยก็ยิ่งแค้นฮุ่ยหลิง
ฮ่องเต้เมื่อครู่ก็ได้เห็นทีท่าของอิ้งเย่ว ฝ่าามีอาการใเล็กน้อยแล้วจึงสงบลง ฮ่องเต้มักจะเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจไม่ให้ผู้อื่นรู้ ิเจ๋อเดินไปนั่งใต้ฝ่าา เขาสวมชุดคลุมสีดำเหมือนเช่นเคย ใบหน้าหล่อคมคายราวกับเทพจุติลงมาเกิด
สายตาคมของิเจ๋อมองไปที่อิ้งเย่วไม่ละสายตา ในใจแอบหัวเราะเยาะกับพฤติกรรมเมื่อครู่ของนาง คนอย่างนางทำอะไรก็ระมัดระวังมาโดยตลอด ไม่คิดว่ากฏง่ายๆแค่นี้นางกลับทำไม่ได้
“ พี่ใหญ่ อิ้งฟางของท่านพี่อยู่นู่นเพคะ ” สตรีที่นั่งข้างช้ายิเจ๋อคือองค์หญิง ‘ ต้วนหรงซิ่ง ’ เป็น้องสาวเพียงคนเดียวที่สนิทกับิเจ๋อ
ก่อนหน้านั้น อิ้งฟางเคยเข้าเฝ้าฝ่าามาก่อน หรงซิ่งบังเอิญพบอิ้งฟางเข้าพอดี ทั้งสองจึงสนิทกันในที่สุด หรงซิ่งรู้ว่าอิ้งฟางแอบชอบิเจ๋อมานาน แน่นอนว่านางอยากจะช่วยให้อิ้งฟางสมปรารถนาเป็พระชายาขององค์รัชทายาทให้จงได้
“ แล้วอย่างไร ? ” ิเจ๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เ็า สีหน้ายังคงเหมือนเคยไม่เปลี่ยน
“ อิ้งฟางชอบท่านพี่มากนะเพคะ ท่านพี่ควรจะเลือกอิ้งฟางมาเป็พระชายานะเพคะ อิ้งฟางเป็สตรีที่นิสัยดีมากๆ มากความสามารถด้วย ”
ิเจ๋อปรายตามองอิ้งฟางด้วยสายตาที่เหยียดหยาม ริมฝีปากหนายักโค้งเล็กน้อย
“ หึ ชอบอย่างั้นหรือ ? สตรีในเมืองนี้ต่างชื่นชอบข้ากันหมด หรือข้าจะต้องแต่งงานกับสตรีที่ชอบข้าทั่วทั้งเมืองอย่างงั้นหรือ ? ”
“ แต่หญิงงามที่เข้าร่วมในวันนี้ มีเพียงอิ้งฟางที่เหมาะสมกับท่านพี่นะเพคะ ”
“ งั้นหรือ ? ” ิเจ๋อไม่สนใจคำพูดของหรงซิ่ง สายตาคมของเขายังคงจับจ้องไปที่สตรีร่างบางนั่นก็คืออิ้งเย่ว
การคัดเลือกแบ่งออกเป็สามรอบ รอบแรกคือแข่งขันกันร่ายรำแบบดั้งเดิม หลังจากที่ฟังขันทีอธิบายเสร็จ การคัดเลือกรอบแรกก็ได้เริ่มขึ้น