"ข้าเจ้าชื่อเอื้องสายเจ้าข้า หาได้ชื่ออีนี่…อีนั้นไม่" นางวางหาบลงเท้าสะเอวต่อหน้าเจ้าพรหมเสก "แล้วที่ข้าเจ้าต้องไปด้อม ๆ มอง ๆ ก็เพราะเจ้านางของข้าเจ้า ใช้ให้เอายานวดไปถวายเจ้าพี่ของพระองค์ดอกหนา มิเห็นหรือว่าวันนี้เจ้าขุนอินทร์ถวายทรงมีสีหน้าสดใสเพียงใด ก็เพราะยาดีของเจ้านางข้าเจ้านั่นแลเป็นเหตุ"
เจ้าพรหมเสกแค่นหัวเราะในลำคอ "ยาดีรึ?…หึ...กูว่าคงเป็นยาเสน่ห์ชั้นดีเสียมากกว่า เจ้าพี่ของกูถึงได้หลงลืมตำราพิชัยสงคราม แล้วหันมาสนใจตำรากสิกรรมเสียแทน"
"พระองค์ก็ตรัสเกินไป๊!" อีเอื้องลากเสียงยาวพลางขยับเข้าไปใกล้ "ดูสิเจ้าคะ แผลบนใบหน้าของพระองค์ยังมียางเลือดซึมอยู่เลย มัวแต่ไปลากคอคนร้ายจนลืมห่วงพระวรกายของตนเอง เจ้านางซอมพอบอกว่าคนดุแผลจะหายช้า เพราะพิษไฟในใจมันร้อนรุ่ม...เอาขี้ผึ้งยาดีของเจ้านางซอมพอไปทาเสียสิเจ้าคะ เผื่อแผลบนหน้าของพระองค์จะดีขึ้นดั่งปากบ้าง"
นางหยิบตลับยาทองเหลืองเล็ก ๆ ที่แอบหยิบมาจากกำปั่นยา ซึ่งเจ้านางซอมพอแบ่งเอาไว้หลายตลับสำหรับแจกจ่าย ยื่นส่งให้คนบนหลังช้าง เจ้าพรหมเสกนิ่งไปชั่วครู่ มองดูมือเรียวที่เปื้อนคราบดินโคลนแห้งกรังของหญิงรับใช้ ผู้มีฝีปากกล้าแกร่ง พระองค์โน้มตัวลงมาคว้าตลับยานั้นไว้ นิ้วมือหนาสัมผัสถูกปลายนิ้วของอีเอื้องสายเพียงนิด แต่กลับทำให้หัวใจของคนทั้งสองถึงกับต้องชะงักงัน
"ไฟในใจกูนั้นมันร้อนรุ่มเพราะข้าศึก...มิใช่เพราะความรักอย่างเจ้าพี่กูดอก" พระองค์กล่าวเสียงเรียบ แต่กลับเก็บตลับยานั้นเข้าไว้ใต้ชายพกอย่างมิดชิด "ไปได้แล้ว! มึงอย่ามาเกะกะทางช้างกู หากศัตรูบุกมากูจะช่วยมึงมิทัน"
อีเอื้องถอยห่าง นางมองตามแผ่นหลังกว้างของเจ้าพรหมเสกที่บังคับช้างตัวใหญ่ให้ออกก้าวเดิน นางเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว "คนอะไร...ดุอย่างกับเสือ ปากก็แข็งอย่างกับหิน จะเอ่ยขอบคุณในน้ำใจกูสักนิดก็หาไม่"
นางหาบอาหารแลน้ำท่าขึ้นบ่า ออกเดินจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าพรหมเสกบนคอช้างที่เดินห่างออกไปเพียงน้อยนิด ก็หันกลับมาอีกครา ตั้งใจเอ่ยปากขอบใจนาง แต่พระองค์กลับเห็นเพียงชายผ้าพาดบ่าของอีเอื้อง กับเสียงร้องเรียกหาชาวบ้านให้มารับข้าวปลาอาหารจากมัน
“อีบ่าวผู้นี้ ใจมึงกล้านัก…” รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่น้อยนักจะแย้มสรวล
เจ้านางซอมพอปล่อยให้ชาวบ้านได้พักกินข้าวเที่ยง ส่วนตนนั้นก็เดินเลี่ยงหลบออกมาล้างไม้ล้างมือที่เปื้อนดินโคลน ริมห้วยไม่ห่างจากทุ่งนานัก เจ้าขุนอินทร์ถวายก็ทรงรีบลงจากหลังม้า เดินมาหยุดรอนางอยู่บนตลิ่ง ทรงทอดพระเนตรมองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย
"ซอมพอ...หากนาปีนี้ได้ผลผลิตดี พี่จักยกเมืองเวียงชัยนี้ ให้เจ้าดูแลเป็นสิทธิ์ขาดเจ้าจักว่าอย่างไร"
เจ้านางซอมพอเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคมเข้มที่อาบด้วยแสงตะวัน "ข้าเจ้ามิได้ต้องการเมือง ข้าเจ้าต้องการเพียงให้แผ่นดินนี้มีรอยยิ้ม แลต้องการให้ผู้ปกครองแผ่นดินนี้ ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ข้าเจ้าอยากเห็นพระองค์เป็นสุข"
คำพูดเรียบง่ายแต่น้ำหนักของมันนั้นกลับมหาศาล ทำให้เจ้าขุนอินทร์ถวายทรงรู้สึกว่ายาขี้ผึ้งที่ทาเมื่อคืน มีฤทธิ์น้อยกว่าคำพูดของนางในยามนี้เสียอีก เพราะมันกำลังทำให้หัวใจของจอมทัพที่เคยแข็งกระด้าง...เกิดความสั่นไหวจนยากจะควบคุมได้
“หากเจ้าต้องการให้พี่เป็นสุข ก็จงเว้นซึ้งงานอาบเหงื่อต่างแรงนี่เสีย แล้วดูแลอาหารการกินให้พี่แทนเถิด เจ้ายังมีประโยชน์มากกว่าแค่นำชาวบ้านข้าประชาทำนา” กล่าวจบก็ทรงส่งยิ้มหวานให้นางแล้วเดินจากไป
อีเอื้องที่เดินมาถึงพอดี จึงเอ่ยทูลผู้เป็นนายให้ขึ้นจากน้ำท่า เพื่อไปเสวยข้าวปลาที่นางเตรียมมาถวาย
“เจ้านาง นั่นเจ้าขุนท่านจะเสด็จไปที่ใดฤา แล้วเมื่อครู่ทรงตรัสอันใดกับพระองค์ เหตุใดถึงยิ้มแก้มแดงไปนั่น ดูซิ…เจ้านางกูก็มิต่างกันเลย” อีเอื้องหัวเราะร่วนมีความสุขที่ได้หยอกล้อผู้เป็นนาย
“พระองค์ทรงตรัสยกเวียงชัยให้กู อีเอื้องมึงอยากมาอยู่ที่นี่หรือไม่”
“ข้าเจ้านั้นอยู่ที่ใดก็ได้ที่มีเจ้านาง เจ้านางมิใคร่ไปอยู่สุวรรณโคมคำดอกหรือเพคะ” คำถามของอีเอื้องนางกำนัลใกล้ชิด ทำเอาเจ้านางซอมพอถึงกับนิ่งเงียบ
“กูเลือกได้ด้วยฤา ว่ากูนั้นอยากอยู่ที่ใด…” นางพูดจบ ก็เดินลัดเลาะไปตามคันนา คำพูดที่เรียบเฉย กลับแฝงความเจ็บปวดที่มีเพียงคนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะเข้าใจ
“เจ้าพี่…” เจ้าหาญนุ่งผ้าต้อยทิ้งชายข้างหนึ่ง มัดผ้าเคียนหัว เนื้อตัวมอมแม่มอย่างกับเด็กหนุ่มชาวบ้าน หาใช้ราชบุตรลูกพญานั่งเมือง ยืนโบกมือเรียกพี่สาวต่างมารดาหน้าระรื่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
พอเจ้านางซอมพอแลอีเอื้องเดินไปถึง ก็ต้องตกใจกับสิ่งที่น้องชายทำ
“ไม้บงไม้ซาก (ไม้ไผ่) มากโข นี่มึงจักเอาไปทำกระไรเจ้าหาญ”
เจ้านางซอมพอมองทหารเวียงสรวงขนไม้ไผ่ทั้งใหญ่น้อย ที่ตัดมาจากป่าเขา วางเรียงไว้บนล้อเกวียนเตรียมขนไปยังค่ายหลวง
“เจ้าโยนยางคำเห็นพี่นางของข้าขยัน ช่วยชาวบ้านลงไร่ลงสวน พระองค์เป็นผู้ชำนาญเรื่องน้ำ จึงนัดแนะกับข้าแลทหารเวียงชัย ว่าจะช่วยกันซ่อมเครื่องมือหาปลาให้ชาวบ้าน แลจักทำขึ้นมาใหม่ให้อีกหลายชิ้น หากฝนมาต่อเนื่อง น้ำเหนือจักนำปลาใหญ่น้อยลงมาด้วย อุปกรณ์หาปลาจะมีค่าต่อชาวน้ำ เมืองสรวงเราอยู่กลางป่าเขา หาได้มีลำน้ำใหญ่เช่นนี้ ข้าเลยจะใช้ไม้พวกนี้ แลกวิชาพ่อครูเชียงลาว เผื่อวันข้างหน้า พี่ข้าเป็นดองกับสุวรรณโคมคำ ข้าจะได้ไม่เสียอายเรื่องทำกิน”
คำพูดของน้องชายต่างมารดา ยิ่งเหมือนหนามทิ่งแทงใจ “ลงไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิดหนา แลรีบขึ้นมากินข้าวกันเถิด อีเอื้อง…มึงเร่งเตรียมสำรับอาหาร แล้วกินพร้อมกันกับกูแลน้องเสียตรงนี้เถิด ดูแจกจ่ายให้ทหารพวกนั้นด้วย กินกันเสียที่นี่แล้วค่อยขนไม้เข้าค่าย”
อีเอื้องที่กำลังจัดเตรียมของเสวย แลเห็นเจ้าพรหมเสกที่กำลังถ่อไสช้างพลายชัยศึกวนกลับมาแถวทุ่งนาอีกครั้ง เลยตะโกนเรียกด้วยความหวังดี แลต้องการหยอกล้อต่อเจ้าชีวิตผู้นิ่งขรึมเหนือหลังช้าง
“เจ้าขุนพรหมเสก กินข้าวเจ้าข้า…”
“อีเอื้อง มึงเล่นหัวไม่รู้ความ เจ้าขุนพรหมเสกเป็นถึงพระอนุชาในเจ้าขุนอินทร์ถวายเทียวหนามึง ดูฤามึงใช้คำพูดด้วยพระองค์เยี่ยงสหาย เจ้าขุนพรหมเสกขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยมิต่างกับผู้เป็นพี่ อีนี่หาเรื่องให้หวายลงหลัง ประเดี๋ยวมึงขอสุมาลาโทษแก่พระองค์เสีย”
เจ้านางซอมพอรีบปรามนางกำนัลใกล้ชิด พร้อมเขม่นตาใสนาง แต่อีเอื้องกลับยิ้มตอบมิได้เกรงกลัว
ช้างตัวใหญ่เข้ามาใกล้ศาลาที่คนทั้งสามกำลังตั้งวงกินข้าวเที่ยงกัน ชายผู้นั่งอยู่บนคอช้างทอดสายตามองลงมายังสำรับอาหาร
“ได้…กูจักกินข้าวเที่ยงด้วยมึง พี่นางซอมพอ คงมิรังเกียจข้าดอกหนา ที่เนื้อตัวมิสะอาดสะอ้านเหงื่อไหลโทรมกาย แลอาจตัวเหม็น”
“หากพี่ท่านพรหมเสกตัวเหม็นเหงื่อไคล ตัวข้านั้นก็คงมิต่างกัน ดูนั่น…ข้าเพิ่งลงเขามา ข้าไปตัดไม้บงไม้ซาง ตั้งใจเตรียมไปขอวิชาหาปลากับเจ้าพี่โยนยางคำ” เจ้าขุนหาญรีบวิ่งขึ้นมาจากลำห้วย พร้อมตะโกนพูดคุยกับเจ้าขุนพรหมเสกราวสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ทั้งที่น้อยนักที่เจ้าขุนพรหมเสกจะเข้าพวกเข้าหมู่เจรจาพาทีกับผู้ใด
“ดีจริงมีเจ้าด้วยรึ” เจ้าพรหมเสกใช้เท้ากระทุ้งใบหูของเจ้าพลายชัยศึก มันก็ย่อตัวลงให้ผู้เป็นนายบนคอได้เหยียบขาหน้าก้าวลงมายืนบนพื้นดินอย่างสง่างาม “ได้ยินเจ้าพี่อินทร์ถวายเอ่ยชมฝีมือปรุงอาหารของพี่นาง มื้อนี้บุญปากข้าแล้วที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรสมือพี่นาง”
“เช่นนั้นพระองค์คงต้องผิดหวังแล้ว เพราะมื้อนี้เป็นฝีมือข้าเจ้า แลแม่ครัวจากกองทัพเวียงชัย หาใช่ฝีมือของเจ้านางซอมพอไม่”
“เช่นนั้นกูไม่กิน ฝีมืออีเอื้อง กูกินลงท้องมีหวังได้ตายแน่” เจ้าขุนพรหมเสกทำทีจะลุกเดินออกจากวง ทั้งที่เพิ่งย่อกายนั่งร่วมวง
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH