ในห้องโถงจัดงานเลี้ยงที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายโดยส่วนมากจะเป็เหล่าขุนนางรวมทั้งบุคคลที่สำคัญของอาณาจักรคราวงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ถูกจัดมาเพื่อเซย์รินโดยเฉพาะ โดยข่าวการมาของเซย์รินถูกกระจายข่าวสารโดยาาริวมะโดยป่าวประกาศว่าแกเหล่าผู้มาร่วมงานว่างานเลี้ยงนี้ถูดจัดขึ้นเพื่อต้อนรับบุคคลที่มีระดับตำนานคนหนึ่งแต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งไหนๆ
เพราะผู้แข็งแกร่งมีพลังระดับตำนานนั้นก็คือหลานชายของเขาเอง และยังไม่เพียงเท่านั้นหลานชายคนนี้ขององค์าาอายุเพียงแค่10ขวบเท่านั้นการที่าาริวมะป่าวประกาศว่าเซย์รินนั้นคือหลานชายของตนนั้นทำให้ผู้คนสวนมากล้วนเข้าใจกันว่าเซย์รินนั้นมีสายเืแห่งราชวงษ์แท้ที่จริงนั้นไม่ใช่เลยตัวเด็กหนุ่มเป็เพียงแค่ลูกชายของเพื่อนรักของเขาเท่านั้น
แต่ภายในใจลึกๆตัวาาริวมะคาดหวังเป็อย่างมากที่จะอยากรับตัวเด็กหนุ่มมาเป็หลานชายของตนเพราะตัวของาานั้นไม่มีลูกชายมีเพียงแค่ลูกสาวสุดที่รักอยู่หนึ่งคนเขาเองก็ยังคาดหวังอีกว่าหากได้ตัวเด็กหนุ่มมาเป็ลูกเขยมันก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ลูกสาวของเขานั้นคือ เอลซ่า อายุ 9 ปี มีพลังเวทระดับฟ้าขั้นที่1 ซึ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับบุคคลวัยเดียวกันนั้นเธอถือว่าแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
หากจะพูดว่าในเด็กรุ่นที่อายุใกล้เคียงกับเธอจะว่าเธอมีความแข็งแกร่งเป็อันดับหนึ่งในรุ่นก็ไม่เกินจริงไปเลยเพราะโดยส่วนมากเด็กวัยนี้มีพลังเวทแค่ละดับดินขั้นสูงเพียงเท่านั้นเธอคืออัจฉริยะที่100 ปีจะมีสักหนหนึ่งและจากการต่อสู้ของเหล่าเด็กเธอก็ยังไม่เคยแพ้ใครมาก่อนและเธอพึ่งเข้าโรงเรียนจอมเวทเมื่อเร็วๆนี้เองและก็ถูกคาดหวังไว้ว่าเด็กในรุ่นนี้เธอจะเป็ตัวแทนไปแข็งขันการต่อสู้ระหว่างอาณาจักร
ตัวาาริวมะนั้นทราบดีถึงความแข็งแกร่งของลูกสาวของตนเขาคาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าในการแข่งขันในอนาคตที่จะถึงนี้เขาอยากให้ลูกของตนได้ลิ้มรสชาติของการพ่ายแพ้เสียบ้างเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน การที่เธอลิ้มรสแต่การชนะมาโดยตลอดทำเอลซ่าเป็บุคคลที่มั่นใจในตนเองมีนิสัยก้าวร้าวดุดัน และนิสัยก็ยังไม่มีความเป็กุลสตรีเลยสักนิด
หากลูกสาวตนได้กับเซย์รินคงจะดีไม่น้อยเพราะผู้ปกครองดินแดนก็ต้องเป็เหล่าบุรุษเพียงเท่านั้นและเซย์รินเองก็มีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากเขาอายุ 40 แต่ยังมีพลังระดับตำนานขั้นที่4 แต่เ้าหนูตรงหน้าเขาอายุเพียง 10 ปีแต่กับมีพลังเหนือกว่าเขาถึง 1 ขั้น
ริวมะสามารถพนันได้เลยว่า ระดับพลังของเด็กหนุ่มในอนาคตข้างหน้าคงสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ทุกคนที่จะก้าวข้ามไปได้แน่แล้วก็เพราะเหตุนี้จะไม่อยากได้ตัวเด็กหนุ่มมาเป็ลูกเขยได้ไงเหล่า ถึงแม้บุตรตรีของตนนั้นจะมีน่าตาที่สวยงามผิวขาวเนียนสะอาดราวดุดหิมะแต่นิสัยของนางนั้นกล้าแกร่งเกินหญิงนักเมื่อคิดแล้วก็ถอนหายใจพราง ในขณะที่ตัวาาริวมะยังจิตตกอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องเรียกมาแต่ไกล
"ท่านพ่อนี่มันงานเลี้ยงอะไรกันดูฟุมเฟือยยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นท่านจะไปต้อนรับใครที่มันดูเอิกเกริกแบบนี้มาก่อนถึงขั้นท่านไปเรียกขารเขาว่าเป็หลานชายท่านข้าไม่ยักรู้ว่าท่านเคยมีหลานชายมาก่อน ?
พอดีตัวาาริวมะนั้นยังไม่ได้เล่าเื่ราวของเซย์รินให้บุตรสาวของตนฟังเพราะเขานั้นรู้จักนิสัยบุตรของตนดีหากเจอบุคคลที่วัยใกล้เคียงกันบุตรของตนก็อดไม่ได้ที่จะไปท้าสู้ท้าประลองด้วยเพราะความมั่นใจในฝีมือของตนเองแต่บุคคลที่นามว่าเซย์รินนั้นสูงส่งเกินไปและแข็งแกร่งเกินไปแม้แต่ตัวเขาเองก็สู้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้และเขาคาดหวังเป็อย่างยิ่งที่จะได้ตัวเด็กหนุ่มมาเป็บุตรเขยในอนาคตหากเขาดันมาเห็นนิสัยบุตรตนในคราวนี้ บุตรของตนคงจะขายไม่ออกแน่ตอนแรกเขาคิดวางแผนดัดนิสัยบุตรของตนให้มีความเป็กุลสตรีมากว่านี้เสียหน่อยและค่อยมาแนะนำให้กับตัวเซย์รินทีหลังแต่ไม่คิดเลยบุตรของตนจะมาปรากฏตัวในนามนี้
"ริวมะพรางถอนหายใจแบบเหนื่อยๆ พร้อมกล่าวว่า ที่พ่อจัดงานเลี้ยงก็เป็เพราะต้อนรับลูกชายของเพื่อนรักของพ่อเขาเป็ลูกของลุงเอริก เ้าจำลุงเอริกได้รึไม่
"อ่อ ข้าจำได้แล้วลุงเอริกที่เป็ที่ปรึกษาองชาของอนาจักบราเรี่ยน ใช่รึไม่ แต่ข้าก็ไม่เข้าใจถึงแม้เป็ลูกของลุงเอริก แต่ทำไมท่านพ่อจะต้องต้อนรับเขาอย่างเอิกเกริกอย่างนี้ถึงข้าจะเคยเห็นท่านต้อนรับบุคคลสำคัญมามากมายแต่ดูท่านจะไม่เคยให้ความสำคัญกับใครอย่างเช่นตอนนี้มาก่อน
"ถ้าข้าบอกเ้าแล้ว เ้าต้องสัญญากับข้าเ้านะว่าจะไม่ก่ออย่างเื่เด็ดขาด
"ได้ข้าสัญญา เอาล่ะท่านก็บอกข้าได้แล้วว่าเขามีความสำคัญยังไงกันแน่
"ได้ข้าจะบอกเ้า พรางชี้ไปตรงที่เด็กหนุ่มกับยูริกำลังกินอาหารค่ำอยู่เขาชื่อว่า เซย์ริน อายุ 10 ปีแต่ระดับพลังเวทย์ของเขานั้น อยู่ที่ ระดับตำนาน ขั้น ที่ 5 แล้วทีนี้เ้าเข้าใจรึยังว่าทำไมถึงข้าต้องทำการต้อนรับเขาอย่างดีที่สุดแม้แต่ตัวของพ่อเองพลังก็ยังน้อยกว่าเด็กหนุ่มนั่น1 ระดับ
เมื่อเอลซ่าได้ฟังคำจากท่านพ่อของเธอ ก็ต้องทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตระลึงอะไรกันมันจะเป็ไปได้ยังไง ท่านพ่อแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรนี้แต่เ้าหน้าหล่อนั้นอายุแก่กว่าข้าเพียงหนึ่งปีแท้ๆพลังมันสูงส่งกว่าท่านพ่ออีกงั้นรึเอลซ่าไม่เคยคิดว่าตัวเธอจะได้รับความรู้สึกที่พ่ายแพ้แบบนี้มาก่อน
เธอคือผู้ที่มีพร์มากที่สุดในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันจะให้ยอมรับได้ยังไงเหล่าว่าคนที่อายุใกล้ๆเธอจะมีพลังสูงส่งอย่างกับฟ้ากับเหวเช่นนี้แถมคนผู้นั้นท่านพ่อของเธอบอกว่าเด็กหนุ่มนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีกมันเหมือนกับว่าความภูมิใจทั้งหมดของเธอที่มีตลอดมามันจะค่อยๆถูกทำลายลงโดยตัวเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่จริงข้าไม่เชื่อเด็ดขาดมันจะเป็ไปได้ยังไงกันเหล่าที่คนอายุใกล้เคียงกับข้าจะมีพลังที่เหนือกว่าท่านพ่อได้มันต้องมีอะไรแอบแฝงเป็แน่ยังไงข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้า
"มันเป็เื่จริงเอลซ่า เขาสามารถจัดการโซรอสได้ในพริบตาโดยที่ตัวเขาแค่ยืนมองอยู่เฉยๆเพียงเท่านั้นอยู่ๆเ้าโซรอสก็ล้มสลบไปฟิวที่ปรึกษาของพ่อก็อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย
"อะไรกัน สามารถจัดการเ้าอ้วนนั้นได้ง่ายๆเลยรึเอลซ่าเริ่มมีความลังเล แต่ด้วยความดื้อรั่น ข้าไม่เชื่อเด็ดขาดท่านพ่อมันดูจะเหนือความเป็จริงเกินไปแม้แต่ท่านเองถ้าจะจัดการเ้าอ้วนนั้นก็ยังต้องใช้เวลาสักหน่อยเลยยังไงข้าก็ไม่เชื่อท่าน
"ทุกเื่ที่ข้ากล่าวมาเป็ความจริงทั้งหมดริวมะกล่าวต่อบุตรสาวด้วยความเหนื่อยใจ...
"ข้าไม่เชื่อข้าจะไปพิสูตรให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าเ้านั้นจะแข็งแกร่งอย่างที่ท่านว่ามารึไม่หลังจากนั้นเอลซ่าก็ไม่ฟังคำของพ่อเธออีกจึงได้เดินไปหาตรงที่เซย์รินกับยูริเดินอยู่
"เฮ้ย เ้าหน้าหล่อตรงนั้นนะเป็เ้าใช่รึไม่ที่ได้เป็ผู้หรอกลวงท่านพ่อของข้า !!!
เมื่อเซย์รินได้ยินก็ต้อง แปลกใจใครกันที่มาเรียกเขาพอหันไปเจอก็พบเจอหญิงสาวคนหนึ่งอายุพอๆกับเด็กหนุ่มเธอจัดว่ามีในหน้าที่งดงามมากแต่คำที่ใช้เรียกเขานั้นมันชั่งไม่น่าฟังเสียเลย
เมื่อผู้คนในงานเลี้ยงได้ยินเสียงร้องที่ดังขึ้นต่างก็เริ่มมาให้ความสนใจเพราะพวกเขาคิดว่าคงจะมีเื่สนุกๆให้ดูเป็แน่ ส่วนตัวริวมะเองก็รีบมาเพื่อมาห้ามบุตรสาวของตน
"เอลซ่าถ้าลูกจะก่อเื่ก็กลับห้องไปก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน
เอลซ่านั้นได้ยินคำบิดาของตนแต่ก็หาได้สนใจเพียงแค่จ้องตาเด็กหนุ่มอย่างจะกินเืกินเนื้อ
เซย์รินเห็นดังนั้นจึงไปหันถามยูริที่ยืนอยู่ข้างๆว่าเ้าเด็กประสาทนี่ใครกันหน้าตาก็ดีแต่ทำไมต้องจงใจมาหาเื่ข้าด้วย
"ยูริ ยิ้มอย่างชอบใจเธอ คือบุตรของาาริวมะและเป็เพียงแค่ธิดาองเดียวเท่านั้นเธอมีพร์อย่างมากในการต่อสู้หากข้าเดาไม่ผิดเธอคงรับไม่ได้ที่ท่านเซย์รินนั้นมีพลังที่อยู่เหนือกว่าเธอเพราะเธอขึ้นเชื่อว่าอยู่ในกลุ่มอันดับหนึ่งมาโดยตลอดในบุคคลรุ่นเดียวกัน
เซย์รินตอบรับด้วยความเข้าใจ
"แล้วเ้า้าอะไรกับข้ากันแน่หากที่นี่ไม่ต้อนรับข้า ข้าจะได้จะกลับไม่อยู่ต่ออีก ข้าจะกลับแล้ว
"เอลซ่า ยิ้มเยาะเย้ย ข้าได้ข่าวว่าตัวเ้านั้นมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากข้าคิดว่าคงเป็ข่าวรือที่พวกเ้าสร้างมามากกว่า ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าหน้าหล่ออย่างเ้าฝีมือจะสูงส่งขนาดนั้นจงมาสู้กับข้าซ่ะ
บังอาจ !!! ยูริได้ยินดังนั้นทำให้ตัวเธอโกรธเป็อย่างมาก เ้าคิดว่าพลังของเ้าสูงส่งนักรึไงชนะพวกเด็กน้อยไร้ความสามารถทำเป็มาได้ใจหากเ้ามายืนต่อหน้านายท่านของข้าเพียงแค่นิ้วเดียวก็สามารถสั่งหารเ้าเป็หมื่นรอบได้แล้วมั้งยูริพูดพรางก็ปล่อยแรงดันิญญาออกมา พลังของเธอคือระดับตำนานขั้นที่ 1
เมื่อเอลซ่าเจอขนาดแรงดันิญญาของยูริทำให้เธอเกิดความหวาดกลัวเป็อย่างมากและนี่ก็ทำให้แขกผู้มาร่วมงานต่างก็ใกับระดับพลังของเธอแต่ก็มีขุนนางบางคนที่สามารถจำเธอได้เพราะพวกเขาเ่าั้เคยติดต่อไปที่กิลนักผจญภัยและก็ยังรู้ว่าถึงจะดูเธอภายนอกเป็เพียงแค่พนักงานประชาสำพันของประจำกิลนักผจญภัยแต่ความแข็งแกร่งของเธอก็อยู่อันดับ2 เป็รองแค่หัวหน้ากิลแฮนซั่มเท่านั้นมีหลายคนที่จะพยายามดึงตัวเธอให้มาร่วมงานด้วยแม้แต่าาริวมะก็เคยมาเชิญเธอแต่คำที่เธอพูดมากับเจ็บแสบมากคือให้เหตุผลว่าไม่อยากทำงานกับพวกผู้ชายหัวงูและไม่อยากได้หัวหน้าที่ไร้ความสามารถและไร้ซึ่งพร์ั้แ่นั้นมาก็ไม่มีใครมาเชิญเธออีก
ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวาาริวมะนั้นจะอยู่ไม่ไกลจากบุตรสาวของตนแต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะเขารู้ว่าเซย์รินและยูริคงจะไม่ทำอะไรที่รุ่นแรงเกินไปนักกับบุตรสาวของตนแต่เหตุการครั้งนี้ก็ดีถือเป็การอบรมสั่งสอนเอลซ่าไปในตัวแต่ก็แค่อาศัยยืมมือคนอื่นเท่านั้นริวมะจึงมองดูอย่างใจเย็น
เอลซ่าถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวเธอจะหวาดกลัวในตัวสตรีที่อยู่ตรงหน้าแต่ก็ยังคงกัดฟันพูดกับเซย์ริน เ้ากล้ารับการท้าประลองกับข้ารึไม่
"เซย์รินถามด้วยความสงสัยแล้วเ้า้าประลองอะไร
ง่ายๆแค่ต่อสู้กับข้าจนกว่าอีกฝ่ายจะกล่าวคำยอมแพ้ออกมา หากข้าแพ้แก่เ้าข้าจะยอมรับว่าเ้านั้นคือผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงหากเ้าแพ้ก็จงออกไปจากอาณาจักของข้าเสีย
ได้งั้นเรามาเริ่มกันเลยเซย์รินพูดด้วยความเบื่อหน่าย........